“พี่สาวอีกไม่นานจะมีงานเลี้ยงที่จวนตระกูลเซียวขะ ข้าอยากได้ผ้างาม ๆ ตัดชุดใหม่ พี่สาวมีคู่หมั้นแล้ว ตะ แต่ข้ายังไม่มี ข้า...”อีกฝ่ายแสร้งกระอักกระอ่วนใจที่จะเอื้อนเอ่ยอะไรออกไป
แต่จ้าวลู่เสวียนกลับแค่นขอดในใจ
ฮึ!ยังรู้ว่าเขาเป็คู่หมั้นข้าอยู่อีกรึ
แต่ปากก็ตอบกลับ “อืม..ข้าเข้าใจแล้ววันนี้ข้าก็เพิ่งไปที่ร้านซวงอวี้มา มีผ้าพับใหม่เข้ามาหลายชุดเช่นนั้นพรุ่งนี้จะให้อาหลิ่งไปบอกแก่ผู้ดูแล ให้ส่งผ้าผืนงาม ๆมาให้เ้าดูดีหรือไม่”
“พี่สาวใจดีที่สุดข้ารักพี่สาวที่สุด” จ้าวอิ้งเยว่โผเข้ากอดอย่างประจบประแจง
จ้าวลู่เสวียนยกยิ้มที่มุมปาก
จำได้ว่าในงานเลี้ยงนั่น นางถูกแกล้งให้กลายเป็ตัวตลกต่อหน้าผู้คนมากมายและก็เป็อดีตสามีที่ชั่วช้าเข้ามาปกป้องทำให้นางประทับใจในตัวคู่หมั้นเป็อย่างมาก จึงรักและภักดีต่อเขาเพียงผู้เดียว
ไม่ว่าจะถูกแม่สามีและจวนโหวรังแกอย่างไรนางก็ไม่เคยปริปากสักคำ
ไม่ว่าเขาจะขอมีสตรีข้างกายสักกี่คนนางก็ทำได้เพียงกลืนความเจ็บช้ำลงท้องไป
เพราะรักมากนั่นเอง
หากคิดตรองดูดี ๆคงไม่พ้นแผนการที่คนจวนโหววางหมากเอาไว้
ที่แท้ข้าก็ตกหลุมพรางของคนชั่วช้านั่นั้แ่แรก
แต่เอาเถอะ ได้ย้อนกลับมาแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดแล้วนางจะไม่ยอมเดินเข้าไปในหลุมที่พวกเขาขุดไว้อีกเป็อันขาด
ในวันรุ่งขึ้นผู้ดูแลร้านซวงอวี้ได้ส่งคนมาพร้อมกับผ้าหลายผืนให้ทั้งนางและจ้าวอิ้งเยว่ได้เลือกสรร
จ้าวอิ้งเยว่ได้เลือกผ้าไหมงดงามสีชมพูปักลายโบตั๋นในขณะที่จ้าวลู่เสวียนเลือกผ้าสีเขียวอ่อนที่ดูเรียบง่ายปักลายกิ่งไผ่
หลังจากที่คุณหนูรองจ้าวกลับเข้าไปในเรือนซานเป่าก็เอ่ย “ท่านหญิง นี่คือเสี่ยวซวน เป็คนของนายท่านที่ส่งมารับใช้ข้างกายท่านขอรับ”
“ฝากขอบคุณท่านลุงด้วยพรุ่งนี้ ข้าจะไปขอบคุณด้วยตัวเอง” นางบอก
ซึ่งซานเป่าก็เข้าใจความหมายได้ทันที
ก่อนจะรับสำรับเย็นจ้าวอิ้งเยว่ก็ชักสีหน้าไม่พอใจมาที่เรือนผู้เป็ลูกพี่ลูกน้อง พลางต่อว่า “พี่สาว เหตุใดการที่ท่านรับสาวใช้คนใหม่จึงไม่ได้ขออนุญาตท่านแม่เ้าคะ”
ปกติพี่สาวผู้นี้จะทำสิ่งใดต้องบอกกล่าวบิดามารดาของนางก่อนทุกครั้งนางจึงไม่ค่อยจะพอใจนักที่ครั้งนี้จ้าวลู่เสวียนข้ามหน้าข้ามตามารดาของนาง
จ้าวลู่เสวียนคอแข็งขึ้นมาทันทีนางหรี่ตามองไปที่อาหลิ่งที่แอบหลบอยู่ข้างนอก แล้วบอก “นางเป็คนของร้าน ซวงอวี้จะมาช่วยข้าปักชุดเ้าสาว ไม่ได้เป็การรับสาวใช้คนใหม่เื่นี้ข้าได้บอกกับท่านอาสะใภ้แล้ว”