ภายหลังจากที่อเล็กซ์ได้รับคำสั่งให้จับตัวด็อกเตอร์ เอวริส นั้น แอเรียที่ 7 ที่ตอนนี้ดูภายนอกเหมือนจะสงบสุขนั้น กลับกำลังระส่ำระสายอยู่ภายในองค์กรเช่นกัน ทหารหน่วยย่อย ของกองกำลังพิเศษกำลังทำหน้าที่เข้ามาควบคุมตัวด็อกเตอร์ เอวริส จากข้อหาที่ด็อกเตอร์ไม่ได้เป็คนทำ นั่นคือ สาเหตุที่ศูนย์วิจัยโดนทำลายเป็เพราะด็อกเตอร์ เอวริส ขายข้อมูลงานวิจัยให้กับพ่อค้าใต้ดิน อย่างเจมส์ คาวส์ จนทำให้ศูนย์วิจัยโดนถล่มไป สร้างความขุ่นแค้นใจ ให้กับ พลเรือน และทหารเป็จำนวนมาก ที่ออกมาเรียกร้องให้ปะาชีวิตของด็อกเตอร์ซะ
ณ ที่คุมขังใต้ดิน TM09...
"กร๊าสสสๆๆๆๆๆ....."
"เดินตรงไป!...ต่อจากนี้ชีวิตของแกก็จะกลายเป็ข้ารับใช้ ของท่านริชาด์ผู้ยิ่งใหญ่...แกจงเตรียมใจไว้ซะ" ทหารนายหนึ่งพูดออกมา หลังจากที่ได้นำตัวด็อกเตอร์ เอวริส มา คุมขังไว้ ณ คุกใต้ดิน สุดปลายทางเดินที่อับชื้น ก่อนจะไขกุญแจห้องขัง และผลักตัวด็อกเตอร์เข้าไปยังด้านใน และไขกุญแจล็อคไว้เหมือนเดิม ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
"ผมจะไม่ทำการวิจัยอีก จะไม่ยอมให้มันตกไปอยู่ในมือของคนชั่วอีกเด็ดขาด..." ด็อกเตอร์ เอวริส มาวิส รำพึงรำพลันกับตัวเอง เหมือนเป็การ พูดกับตัวเองมากกว่าที่จะบอกกับใครให้ได้ยิน
"หึๆ...." จู่ๆ ก็มีเสียงหัวเราะของใครคนหนึ่งดังขึ้นเมื่อด็อกเตอร์ได้ยินจึงะโออกไป
"ใครนะ?.."
ด็อกเตอร์ถามออกไป... ในที่แบบนี้ก็ไม่แปลกซินะ ถ้าจะมีคนอื่นอยู่ด้วย ด็อกเตอร์คิด และหวังว่า พวกของ โทมัส และจิม จะได้รับข้อความที่ท่านได้ส่งไปให้
อีกด้านหนึ่ง...ของป่าพวกของโทมัส และจิม ก็ยังคงวิ่งหนีลึกเข้าไปข้างในป่าใหญ่ ก่อนที่พวกของเขาจะหยุดลงพักหายใจใกล้ๆ กับลำธารแห่งหนึ่งในป่า หลังจากที่พวกเขาสังเกตดูแล้วว่า ไม่มีใครตามพวกเขามา
"งั้นเดี๋ยวเราหยุดพักผ่อนกันที่นี่ก่อนก็แล้วกัน..." โทมัส บอกหลังจากที่พวกเขาหยุดวิ่งกันแล้ว
"ก็เป็ความคิดที่ไม่เลวนะ.." เคที กล่าว
"..........." เป็อันตกลงกันเป็ที่เรียบร้อย ว่าทั้งหมดจะพักค้างแรมกันที่นี่แล้วค่อยออกเดินทางกันต่อในวันรุ่งขึ้น
"แล้วเราจะเอายังไงกับพวกผีดิบสอง สามตัวนั้นดีละ?" เอ็มม่า ถามขึ้นหลังจากที่เธอมองสำรวจรอบๆพื้นที่แล้วพบว่า มีผีดิบอยู่จำนวนหนึ่งรอบๆ ลำธารที่พวกเขาจะพักค้างคืนกันคืนนี้
"คุณกับผมเราไปจัดการกับพวกมันกันเถอะ" จิมพูดขึ้นและพยักหน้าเป็เชิงบอกเป็ในที่ว่าเขากับเธอจะออกไปจัดการ กับพวกนั้นเอง
เมื่อได้ข้อตกลงเป็ที่เรียบร้อยแล้ว จิมและเอ็มม่า ก็ออกสำรวจพื้นที่โดยรอบ และจัดการกับพวกผีดิบที่อยู่ใกล้เคียงบริเวณที่พัก ความมืดไม่ได้เป็อุปสรรคต่อพวกเขาและเธอในการเดินสำรวจป่าในตอนกลางคืนแม้แต่น้อย ก่อนที่ใครคนใดคนหนึ่งจะทำลายความเงียบลง
"ั้แ่ตอนที่คุณตื่นขึ้นมา คุณกลัวไหม?" จิมถามเอ็มม่า
"ไม่กลัว...."
"ทำไมละ?..."
"................"
"ถ้ามันตอบลำบากผมก็จะไม่ถามคุณ แต่ถ้าเราไม่พูดคุยกันเลยบรรยากาศมันก็น่าวังเวงอยู่เหมือนกันนะ คุณว่าไหม?" จิมก็ยังคงมีความพยายามที่ จะชวนเอ็มม่าคุยอยู่ตลอดทาง พวกเขายังคงเดินสำรวจเข้าไปในป่า ลึกเข้าไปๆ เรื่อยๆ แต่จิมก็ไม่วายที่จะทำเครื่องหมายทิ้งไว้ในทุกที่ ที่เขาเดินผ่านมา
ทางด้านของ ริค พวกเขาก็กำลังพักผ่อนกันอยู่ เมื่อมีคนเฝ้าระวังภัยให้แล้วมันจำเป็ที่พวกเขาจะต้องพักเอาแรง เพราะพรุ่งนี้เช้าพวกเขานั้นยังต้องเดินทางกันอีกไกล กลุ่มของสาวๆ ก็พากันนอนหลับพักผ่อนตามมุมต่างๆ ไม่ห่างจากกลุ่มของ ริค และคนอื่นๆ
ในตอนที่ทุกคนกำลังหลับพักผ่อนอยู่นั้น เคที ซึ่งไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้ ต้องยันกายลุกขึ้นมาก่อนจะเดินแยกออกไปอีกฝั่งหนึ่งของลำธาร และนั่งลงตรงโขดหินก้อนใหญ่ พลางเงยหน้ามองท้องฟ้ายามราตรี ความรู้สึกที่โหวงเหวงอยู่ตรงอก นี่มันอะไรกันนะ เหมือนภาพเหล่านี้ ท้องฟ้าแบบนี้เธอเคยเห็นมันมาก่อน ก่อนที่ตัวของเธอนั้นจะตื่นขึ้นมาเสียอีก แล้วยังความทรงจำที่ไม่ประติดประต่อนั่นอีก เธอรู้ว่ามันคือไวรัส แต่เธอเห็นมันที่ไหนกัน ที่ไหนกันละ ? ยิ่งพยายามคิดเท่าไหร่เธอก็ยิ่งปวดหัวหนักขึ้นทุกที จนในที่สุดเคที ต้องสะบัดหัวแรงๆ เพื่อให้หายจากอาการมึนงง
หลังจากที่เคที ลุกออกไป ริค ก็แอบสะกดรอยตามเธอมาเป็ระยะๆ และแอบมองเธออยู่ไกลๆ เขาไม่อยากที่จะเข้าไปกวนเธอ เขาคิด แต่บรรยากาศรอบๆ ตัวเธอมันดูเงียบเหงาชอบกล จนทำให้ริคต้องก้าวเท้าเดินเข้าไปหาเธอ และทำลายความเงียบรอบๆ ตัวเธอลง
"คุณยังไม่นอนอีกหรือ?"
"...ก็ยังหรอก...แล้วคุณหละ"
เคทีสะดุ้งใเล็กน้อยที่จู่ๆ ก็มีคนเข้ามาทำลายความเงียบรอบๆ ตัวเธอ ริคยังคงจ้องมองไปยังเคที ถึงแม้ความมืดจะปกคลุมอยู่ก็ตาม แต่ภายใต้แสงจันทร์นวลๆ ที่ส่งแสงลงมายังพื้นดิน ก็ทำให้สว่างมากพอที่จะมองเห็นใบหน้าคนตัวเล็กที่ยังมีแววใอยู่ในที ก่อนที่สายตาของเขาจะมาหยุดลงตรงริมฝีปากบางของเธอ
"ยัง...หรอก ผมของนั่งด้วยคนได้ไหม?"
"..........." เคทีไม่ตอบ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธเขาไปเสียที ริคจึงนั่งลงข้างๆ เคที ความเงียบเริ่มปกคลุมอีกครั้ง เมื่ออยู่ใกล้เธอ ริค ยิ่งอยากจะดึงตัวเธอเข้ามากอดเสียให้ได้ เคทียังคงไม่ได้มีท่าทีอะไรแปลกไปเลยหลังจากเื่เมื่อตอนนั้น ตอนที่เธอจูบเขา เขายังจำมันได้ดี เขาจะทำยังไงกับคนตัวเล็กนี้ดี ริคคิด โอบกอดเธอเลย.....เสียงในหัวบอก กอดก่อนแล้วค่อยอธิบายทีหลังก็ยังได้ ก็เหมือนจูบก่อนแล้วค่อยพูดทีหลังไง....
ระหว่างที่ริคกำลัง สับสนอยู่กับความคิดของตัวเอง และเป็จังหวะเดียวกันกับที่เคที หันมาสบตาเข้ากับเขาพอดี ทั้งสองมองตากันอยู่สักพัก ก่อนที่ริคจะค่อยๆ เอื้อมมือไปโอบเอวคนตัวเล็กไว้แล้วค่อยๆ โน้นตัวไปข้างหน้าช้าๆ ลมหายใจกระทบเข้าหากัน หน้าของทั้งสองอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ก่อนที่เคทีจะเป็ฝ่ายจูบเขาซะเอง เป็ริคที่เป็ฝ่ายเขินอายซะมากกว่า ในตอนนี้
เธอจูบ เขา และตอนนี้เธอก็มีสติครบถ้วน เคทีแค่อยากจูบแค่นั้นเอง แต่ความรู้สึกมันบอกว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รู้สึกแบบนี้ เธอจูบเขาเนิ่นนาน ช้า ๆ และอ้อยอิ่ง ก่อนที่ริมฝีปากน้อยๆ จะผละออกจากเขา เกิดความเงียบปกคลุมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งแรก มันให้ความรู้สึกแปลก ๆ ยังไงชอบกล
"ผมให้ทำมากกว่าจูบก็ได้นะถ้าคุณ้า....." ริคบอกเคที ดวงตาเขาเป็ประกาย ก่อนจะยิ้มน้อยๆ ให้คนตัวเล็ก ไม่รู้เมื่อไหร่ที่เขาอยากอยู่ใกล้ๆ คนตัวเล็กนี้ แต่มันจะเป็ไปได้ไหมเพราะเธอเป็อาวุธที่ถูกสร้างขึ้นโดย ด็อกเตอร์ เอวริส มาวิส เธอจะมีหัวใจ และความรู้สึกเหมือนกับเขารึป่าว นั่นคือสิ่งที่ริคอยากรู้...
ทางด้านจิมและเอ็มม่า ที่รับหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยบริเวณรอบๆ ที่พัก ได้เดินลึกเข้าไปในป่า ระหว่างทางที่เดินผ่านมาก็เจอผีดิบบ้างประปลาย แต่ก็ไม่มากมาย ไม่จำเป็ที่จะต้องเรียกให้เพื่อนของพวกเธอมาช่วย จิมและเอ็มม่าก็สามารถจัดการกับเ้าผีดิบพวกนี้ได้อย่างง่ายดาย