อากาศเย็น
แต่บรรยากาศกลับมาคุกรุ่น เมื่อทิวาหรือ ดรีม ชายหนุ่มรูปร่างสมส่วนวัย29ปี ยืนกอดอกอยู่หน้าบ้านไม้หลังเล็ก มองรอบ ๆ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ
ทางเดินจากที่จอดรถมาที่นี่ เป็ถนนลูกรัง มีดินแดงติดรองเท้าหนังราคาแพงของเขา เป็คราบชัดเจน ยังไม่นับกลิ่นอายดินที่โชยขึ้นมา หลังจากสายฝนโปรยปรายเมื่อ่เช้า
“ที่นี่เหรอ…?”น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความลังเล
“ทำไมดูเก่ากว่าที่เห็นในรูปตั้งเยอะ”
ดรีมยืนมองบ้านที่จองผ่านแอปพลิเคชันที่พักอย่างสับสน ในขณะที่ปฐวีหรือ ปอ พ่อเลี้ยงเดี่ยว เ้าของโฮมสเตย์ ชายหนุ่มร่างใหญ่วัยที่ยืนพิงเสาประตูบ้าน กอดอกมองแขกมาใหม่ด้วยสายตานิ่งเรียบ ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ
“รูปมันถ่ายั้แ่เมื่อปีที่แล้ว” เขาตอบเรียบ ๆ
“แล้วห้องพักล่ะ?”ดรีม รีบส่งเสียงสอบถามพลางเปิดโทรศัพท์เช็กข้อมูลการจอง
“ผมจองห้องที่มีเครื่องทำน้ำอุ่น กับอินเทอร์เน็ตไวไฟ ไม่เห็นมีเขียนว่าต้องเดินเข้ามาจะไกลขนาดนี้”
จังหวะนั้นปอถึงกับเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเหยียดยิ้มบาง ๆ ที่ดูยังไงก็ไม่น่าพึงพอใจ
“มีเครื่องทำน้ำอุ่น แต่เป็แบบใช้ฟืน ส่วนไวไฟ…ก็มีอยู่ แต่มันไม่ได้แรงพอให้ดูหนังหรือวิดีโอคอลได้ และบางครั้งก็ไม่มีสัญญาณ”
“ใช้ฟืน?”ดรีม ทวนคำอย่างใ แววตาสะท้อนความไม่เชื่อ
“คุณล้อเล่นรึเปล่า นี่มันยุคไหนแล้ว”
คำพูดนั้นทำให้เกิดเสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นแ่ ๆ ก่อนที่ปอจะส่ายหน้าเล็กน้อย ด้วยความเอือมระอาและเหนื่อยใจอย่างไร้คำอธิบาย
“คุณมาอยู่บ้านสวน ไม่ได้มาพักรีสอร์ตห้าดาว ถ้าจะเอาสะดวกขนาดนั้น ผมว่า…น่าจะเลือกที่อื่นั้แ่แรก ผมว่า ..ผมลงรายละเอียดที่พักเอาไว้อย่างชัดเจนอยู่นะ”
ดรีมขมวดคิ้ว มองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ ก่อนจะเผลอก้าวเข้าไปยืนประจันหน้าใกล้ ๆ กับเ้าของโฮมสเตย์ที่สูงกว่าเขาอยู่เป็คืบ
ขณะที่ดวงตาของปฐวี ฉายแววเหนื่อยหน่ายปนหงุดหงิดอย่างชัดเจน แต่กลับน่าแปลกที่มันทำให้ทิวารู้สึกว่าอีกฝ่าย ดูน่าดึงดูดขึ้นมาอย่างประหลาด
“อะ..นี่คุณกำลังด่าผม..เอ่อฉันว่าไม่ได้อ่านรายละเอียดอยู่ใช่ไหม”
“หึ!..ฮาๆๆ”
ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น ความร้อนของอารมณ์ขุ่นมัวยิ่งเพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อเสียงหัวเราะร่วนของเ้าของบ้านพักดังลั่น ในจังหวะที่แขกผู้มาพัก กำลังแสดงความเข้าใจว่า ตนนั้นลืมอ่านรายละเอียด
“ไร้มารยาท”
ดรีมเข้าใจแล้วว่าตัวเองกำลังกลายเป็ตัวตลก แต่ก็ไม่ยอมพ่ายปล่อยให้อีกฝ่ายยืนหัวเราะเยาะเพียงฝ่ายเดียวแน่ เพียงแต่กำลังคิดหาหนทาง ในขณะที่เ้าของบ้านรีบเอ่ยอย่างไม่รั้งรอ
“ครับ”
“นี่..” ดรีมส่งเสียงดังเมื่ออีกฝ่ายตอบโต้ด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย
“ถ้าคุณไม่สะดวก..ยกเลิกได้นะ”
“ยกเลิก!..”
“อ้อ..ที่แท้ก็หากินกันแบบนี้เองเหรอ นักต้มตุ๋นแกล้งพูดจาไม่ดี ทำที่พักไม่น่าอยู่ เพื่อให้คนที่จะมาพักไม่พึงพอใจแล้วก็ยกเลิก เพื่อที่คุณจะได้ค่ายกเลิกที่แพงกว่าถึง 2เท่านี่เอง..ฉันจะ..”
“จะทำไมครับ..ถ้าคุณคิดแบบนั้น..ก็ตามใจ..ขอตัว”
ปอถอนลมหายใจอย่างเบื่อหน่าย ั้แ่ปล่อยบ้านให้เป็โฮมสเตย์ตามนโยบายของตำบลนี้ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เขายังไม่เคยเจอลูกค้าที่เื่มากขนาดนี้มาก่อน
เพราะว่าเขาเขียนรายละเอียดในการเข้าพักบ้านของเขาอย่างชัดเจน ซึ่งคนที่เลือกเข้าพักบ้านของเขาส่วนใหญ่ จะเป็พวกชอบสันโดษ นักเขียน นักวาด หรือหนีความวุ่นวาย มาค้นหาตัวเอง และคนเหงา
แต่กับลูกค้าคนนี้ดูเหมือนจะมาแค่ถ่ายรูปอัปเดตสเตตัสตัวเองลงโซเชียลเท่านั้น ซึ่งมันผิดวัตถุประสงค์ของเขา
“นี่!...นายกำลังแสดงความไร้มารยาทกับลูกค้าอยู่..รู้ตัวไหม?”
“หึ!..ครับ..เช่นนั้นขอเชิญคุณกลับไปเถอะ..อ้อ..ถ้าอยากจะถ่ายรูป..ก็ตามสบาย”
ชายร่างสูงก้าวเดินมั่นคงไปข้างหน้า โดยไม่หันกลับมามองสักนิด แม้เสียงแผดดังจากคนกรุง ที่ยืนหน้าแดงอยู่ด้านหลังจะชัดเจนแค่ไหนก็ตาม
ความเมินเฉยนั้น เหมือนดั่งเชื้อเพลิงที่ราดลงบนกองไฟในใจของดรีม เขากัดฟันแน่น มองตามแผ่นหลังกว้างของปอ ที่เดินจากไปโดยไม่เหลียวแล แล้วอะไรดลใจให้เขารู้สึกอยากเอาชนะผู้ชายคนนี้ขึ้นมา แบบไม่มีเหตุผล
“บ้าเอ๊ย!… ได้…”
สุดท้ายแล้วดรีมก็สูดหายใจเฮือกใหญ่ ฝืนกลืนอารมณ์ขุ่นมัวของตัวเองลงไป แล้วก้าวตามเข้าไปในบ้านไม้หลังเล็ก ที่ตอนนี้เป็ที่พักของเขา
ทันทีที่ผลักบานประตูไม้เข้าไป กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของไม้เก่าและอากาศสดชื่นก็ลอยเข้ามาปะทะจมูก ดวงตากวาดมองรอบห้องอย่างสำรวจ จนต้องคิดเอ่ยในใจ
“มันแตกต่างจากที่คิดไว้มาก”
จากภายนอกที่ดูเรียบง่าย บ้านหลังนี้กลับสะอาดสะอ้าน ไม่มีร่องรอยของฝุ่นให้เห็นแม้แต่นิดเดียว ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็ระเบียบ ไม่มีของตกแต่งฟุ่มเฟือย แต่ก็ไม่ทำให้รู้สึกว่างเปล่าเกินไป
ผนังไม้สีเข้มทำให้บรรยากาศดูอบอุ่น ข้าวของเครื่องใช้มีไม่กี่ชิ้น แต่กลับดูลงตัว โต๊ะไม้เล็ก ๆ ตั้งอยู่มุมห้องติดกับหน้าต่าง ที่เปิดออกรับลมเย็น
สายลมพัดเข้ามาพร้อมกับกลิ่นหอมของยอดข้าวเขียวขจีจากทุ่งนา ที่ทอดยาวไกลสุดสายตา ของเ้าของบ้าน ทิวทัศน์ที่มองออกไปจากหน้าต่างทำให้หัวใจดรีมเผลอสงบลงชั่วขณะ
ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังเส้นขอบฟ้าที่ซ้อนทับ ระหว่างูเาสีเขียวกับท้องฟ้าสีครามจาง ๆ เสียงลมพัดอ้อยอิ่งพาเอากลิ่นดอกไม้ป่ามาแตะปลายจมูก เป็กลิ่นที่เขาไม่คุ้นเคย แต่มันทำให้เขานึกถึงรายละเอียดที่เ้าของที่พักบรรยายไว้ในเว็บจองห้องพัก
“ััธรรมชาติที่แท้จริง ให้สายลมพัดพา ความเหนื่อยล้า แม้เวลาเหงา ออกจากใจคุณ”
ดรีมจำประโยคนั้นได้ขึ้นมาอย่างชัดเจนในตอนนี้เอง แต่ทำไมถึงรู้สึกเหมือนที่นี่จะทำให้เขาหงุดหงิดมากกว่าผ่อนคลายกันนะ?
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง ดรีมหันกลับไปสบตากับคนที่ยืนกอดอกพิงประตูห้องอยู่ ดวงตาคมจ้องมองมาด้วยสีหน้าที่อ่านไม่ออกนัก
“เอายังไงครับ..คุณลูกค้า?”
...........................................