บทที่ 12: คนดูแล
ผมกดปิดหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่กะพริบแจ้งเตือนข้อความแชตสุดท้ายจาก ‘กิ๊ฟ’ แฟนสาวสุดเซ็กซี่ของกานต์ ความอุ่นร้อนชื้นของเจลที่นอนหลับปุ๋ยอย่างไร้เดียงสาซบแผ่นอกของผมยังคงแผ่ไออุ่นจาง ๆ ปลุกสำนึกผิดชอบชั่วดีให้ปะทุสับสนในหัวใจ ความลับดำมืดและตราบาปต่อพี่วินเพิ่งเกิดขึ้นหมาด ๆ ทว่าบัดนี้ เสียงเรียกของมิตรภาพที่แท้จริงจาก ‘กานต์’ วิศวกรเพื่อนสนิทที่เพิ่งตัดสายไป กลับกลายเป็บัตรผ่านประตูและสะพานทอดนำทางผมไปสู่ตราบาปต้องห้ามครั้งถัดไปอย่างรวดเร็ว
กานต์ทำงานประจำเป็วิศวกรขุดเจาะน้ำมันกลางทะเล มันมีกำหนดต้องบินไปประจำการอยู่กลางทะเลนานถึงสามสี่เดือนต่อรอบ ซึ่งครั้งนี้ก็ด่วนฉุกเฉินจนมันไม่มีเวลาล่ำลาแฟนสาว ความไว้ใจสูงสุดที่มันมีต่อผมในฐานะเพื่อนรักที่ดีที่สุด ทำให้มันฝากฝังให้ผมช่วยแวะเวียนไปดูแลกิ๊ฟ แฟนสาวสุดที่รักของมันที่หวงนักหวงหนา แต่ทว่าตัวตนของกิ๊ฟนั้น... ช่างแตกต่างและเร้าอารมณ์ดิบของชายหนุ่มทุกคนที่พบเห็นอย่างปิดไม่มิด
กิ๊ฟมีอาชีพเป็นางแบบอิสระ เธอเป็สตรีที่มีรูปร่างหน้าตาสวยเซ็กซี่มั่นใจในตัวเองสูง มีจุดเด่นคือสัดส่วนโค้งเว้าอวบอัดแบบผู้ใหญ่ที่เจนโลก แววตาคมคายและริมฝีปากอิ่มสีแดงที่พร้อมจะฉีกรอยยิ้มท้าทายจริยธรรมของบุรุษเพศ ข้อความไลน์สั้น ๆ ที่เธอส่งมาทักทายพร้อมรูปโปรไฟล์สุดเอ็กซ์ในชุดทูพีชเปรียบเสมือนน้ำมันดิบราดลงบนกองไฟตัณหาในกายของผมที่เพิ่งซาลงให้ปะทุเดือดขยายตัวขึ้นมาทันควัน
*“คืนพรุ่งนี้พี่อลันว่างไหมคะ? แวะมาหากิ๊ฟที่ห้องหน่อยน้า... มีเื่อยากให้ช่วยเยอะเลยค่ะ ????????”*
ผมจ้องมองข้อความสนทนาในสมาร์ตโฟนท่ามกลางความมืด ก่อนจะพิมพ์ข้อความตอบตกลงไปโดยแทบไม่ต้องคิดทบทวน สัญชาตญาณความกระสันและความอยากรู้อยากลองครอบงำสมองของผมจนหมดสิ้น
---
คืนวันรุ่งขึ้น ท้องฟ้าเหนือมหานครกรุงเทพฯ มืดมิดสนิท แสงไฟระยิบระยับสว่างไสวสีส้มนวลตาตามท้องถนนสะท้อนกระจกรถยนต์ขณะที่ผมขับเคลื่อนรถมุ่งตรงไปยังคอนโดมิเนียมหรูระดับเพนต์เฮาส์ใจกลางย่านธุรกิจ ซึ่งเป็คอนโดสุดแพงที่กานต์เช่าไว้ให้กิ๊ฟพักอาศัย
ระบบรักษาความปลอดภัยของคอนโดแห่งนี้เข้มงวดไม่ต่างจากที่ผ่าน ๆ มา แต่เนื่องจากกานต์ประสานแจ้งนิติบุคคลไว้เรียบร้อย ผมจึงได้รับคีย์การ์ดผ่านเข้าออกลิฟต์โดยสารขึ้นสู่ชั้นเพนต์เฮาส์้าสุดอย่างราบรื่น ผมหยุดยืนสูดหายใจลึกรวบรวมความคิดจัดแต่งปกเสื้อเชิ้ตให้เรียบร้อยอยู่หน้าประตูห้องชุดหรูกลางทางเดินที่เงียบสงัด
ผมเคาะประตูห้องสองสามครั้งเบา ๆ
แกรก...
บานประตูไม้เนื้อหนาสีเข้มเปิดออกทันควัน เผยให้เห็นร่างบางของกิ๊ฟที่ยืนโพสท่าส่งรอยยิ้มสวยคมยั่วยวนต้อนรับผมอยู่ตรงธรณีประตู ภาพตรงหน้าสะกดสายตาของผมให้จ้องเขม็งจนตาค้างไปหลายวินาที กิ๊ฟแต่งกายด้วยชุดเดรสสายเดี่ยวผ้าลูกไม้สีแดงเพลิงรัดรูปเนื้อบางเบา ความสั้นกุดของกระโปรงร่นสูงขึ้นจนเกือบเห็นสะโพกกลมมน เผยให้เห็นเนินอกขาวผ่องอวบอิ่มล้นพ้นขอบเสื้อเดรส สัดส่วนโค้งเว้าของเอวคอดกิ่วสะโพกอวบกลมกลึงระดับนางแบบชวนให้มือหนาอยากยื่นไปลูบไล้บีบเค้น เรียวขาสวยขาวละออเปลือยเปล่าไร้สิ่งปิดกั้น
กลิ่นน้ำหอมแบรนด์เนมสุดเซ็กซี่กลิ่นกุหลาบผสมกลิ่นมัสก์ยั่วยวนใจเข้มข้นพุ่งปะทะจมูกอย่างจัง ปลุกเร้าให้ความร้อนอุ่นระอุแล่นพล่านทั่วร่างของผม
"พี่อลันขา... มาตรงเวลาเป๊ะเลยนะคะ กิ๊ฟคิดว่าจะโดนเบี้ยวปล่อยให้เหงาซะแล้ว" กิ๊ฟเอ่ยปากทักทายเสียงหวานหยด แววตาสวยคมมองสบตาผมอย่างมีความหมายระคนหยอกเย้า
"กานต์มันฝากพี่มาดูแลกิ๊ฟนี่ครับ พี่จะเบี้ยวได้ยังไง" ผมเอ่ยตอบพยายามประคองน้ำเสียงให้ปกติธรรมดาที่สุด ทั้งที่ใจจริงแผดเผาไปด้วยไฟราคะสะท้านอก
"เหรอคะ... นึกว่าพี่อลันอยากมาหากิ๊ฟเองซะอีก" กิ๊ฟหัวเราะคิกคักในลำคอ ยิ้มมุมปากเย้ายวนใจพลางเอื้อมมือเรียวสวยทาเล็บสีแดงสดมาแตะเบา ๆ ที่หน้าอกเสื้อของผม ก่อนจะเบี่ยงกายหลีกทางเชิญชวนผมก้าวเข้าสู่ด้านในห้องชุดหรู
ภายในเพนต์เฮาส์ตกแต่งด้วยโทนสีเข้มหรูหรา เฟอร์นิเจอร์หนังแท้สีดำสนิทปะปนกับโคมไฟระยิบระยับ แสงสว่างภายในห้องถูกปรับเป็โทนอบอุ่นสลัวราง สร้างบรรยากาศที่วาบหวามนุ่มนวลและเป็ส่วนตัวอย่างยิ่งยามค่ำคืน
---
"ดื่มไวน์แดงเป็เพื่อนกิ๊ฟหน่อยนะคะพี่อลัน อยู่คนเดียวกิ๊ฟเหงาจะตายอยู่แล้ว กานต์นะกานต์... บทจะไปทำงานก็บินด่วนไปเลย ทิ้งกิ๊ฟนอนกอดความเหงาอยู่ในห้องกว้างๆ ตั้งหลายเดือน น่าเบื่อที่สุดเลยค่ะ" กิ๊ฟบ่นอุบตัดพ้อแฟนหนุ่มขณะเดินไปที่เคาน์เตอร์บาร์หรู
เธอเปิดขวดไวน์แดงราคาแพงรินใส่แก้วทรงสูงสองใบ ค่อย ๆ เดินนวยนาดหมุนสะโพกอวบกลมกลึงตรงเข้ามาหาผม กิ๊ฟส่งแก้วไวน์แดงให้ผม สองนิ้วเรียวสวยจงใจแตะััโดนปลายนิ้วหนาของผมแ่เบา ััอุ่นร้อนของผิวกายเธอละลายหัวใจผมจนเกร็งตึง
พวกเราเดินมาทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาหนังสีดำตัวใหญ่กลางห้องนั่งเล่น กิ๊ฟขยับตัวเข้ามาเบียดชิดนั่งใกล้ผมทันทีจนผิวกายตรงต้นขาเรียวขาวของเธอกระทบหน้าขาของผม ความอบอุ่นและกลิ่นหอมของเรือนร่างสาวสะพรั่งปลุกปั่นแท่งเอ็นั์ส่วนกลางลำตัวของผมให้แข็งขึงสปริงตัวขยายใหญ่คับเป้ากางเกง
ผมมองดูแก้วไวน์แดงในมือ สีแดงเข้มของน้ำไวน์สะท้อนแสงไฟสลัวดูคล้ายกับสีลิปสติกบนริมฝีปากอิ่มของกิ๊ฟ และคล้ายกับเดรสสีแดงเพลิงที่เธอสวมใส่ ซึ่งมันช่างตัดกับสีดำสนิทของเบาะโซฟาหนังอย่างเด่นชัด ภาพความขัดแย้งของสีสันบวกกับกลิ่นอายอันยั่วยวนเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของตราบาปและความสัมพันธ์ต้องห้ามที่กำลังจะเกิดขึ้นบนโซฟาตัวนี้ ความเงียบของห้องและเสียงเครื่องปรับอากาศแ่เบายิ่งเน้นย้ำความตึงเครียดทางอารมณ์ให้พุ่งสูงลิ่วจนหัวใจของผมเต้นรัวกระหน่ำในอก
กิ๊ฟยกแก้วไวน์ขึ้นจิบช้า ๆ ริมฝีปากอิ่มสีแดงเคลือบน้ำไวน์แดงหยาดเยิ้มดูเซ็กซี่อย่างถึงที่สุด แววตาคมสะกดจ้องสบตาผมตลอดเวลา เธอพูดคุยเื่งานถ่ายแบบ แฟชั่น และชีวิตส่วนตัวด้วยน้ำเสียงฉะฉานมั่นใจ ทว่าทุกคำพูดมักแฝงน้ำเสียงหยอกเย้าล้อเลียนความหล่อเหลากำยำของผมอย่างเปิดเผย
"กานต์บอกกิ๊ฟเสมอเลยค่ะว่าพี่อลันเป็เพื่อนที่ดีที่สุด แสนดี ซื่อสัตย์ และพึ่งพาได้ทุกเื่... กิ๊ฟมองดูแล้ว พี่อลันก็แสนดีจริง ๆ นั่นแหละค่ะ แสนดีจนกิ๊ฟรู้สึก 'อยากพึ่งพา' บ่อย ๆ เลยล่ะคะ" กิ๊ฟพูดพึมพำส่งตาวิบวับเป็ประกายท้าทายจริยธรรม
"กิ๊ฟครับ... กานต์มันไว้ใจพี่มากนะ อย่าล้อเล่นแบบนี้สิครับ" ผมเอ่ยปรามเสียงพร่าต่ำ พยายามกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ สะกดกลั้นสัญชาตญาณความกระสันที่เดือดพล่าน
"กิ๊ฟไม่ได้ล้อเล่นซะหน่อยค่ะ พูดความจริงต่างหากล่ะคะ" เธอยิ้มกว้าง เอนกายเบียดซบลาดไหล่ของผมบางเบาอย่างไร้ความเกรงใจมิตรภาพ
---
"อุ๊ย... พี่อลันคะ พอดีกิ๊ฟรู้สึกเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวจังเลยค่ะ วันนี้ไปยืนโพสท่าถ่ายแบบชุดว่ายน้ำกลางแดดมาทั้งวัน ล้าไหล่และต้นคอไปหมดเลย พี่อลันช่วยนวดไหล่ให้กิ๊ฟหน่อยได้ไหมคะ... ในฐานะคนดูแลน่ะค่ะ" กิ๊ฟหันมาออดอ้อนส่งสายตาเว้าวอนระคนท้าทาย
"ได้ครับ เดี๋ยวพี่นวดให้" ผมตอบรับพยายามฝืนสมาธิ
กิ๊ฟขยับขี่ตัวหันหลังพิงพนักโซฟา เผยให้เห็นแผ่นหลังเนียนละเอียดละเอียดดุจแพรไหมที่ปราศจากสิ่งปิดบังภายใต้สายเดี่ยวเส้นบาง ผมเอื้อมสองมือหนาแกร่งแตะลงบนผิวเนื้อนิ่มบริเวณบ่ามนและต้นคอของเธอแ่เบา ััแ่เบาแรกทำเอากิ๊ฟสะดุ้งตัวสั่นระริกครางต่ำในลำคอด้วยความวาบหวาม
ผมค่อย ๆ ออกแรงบีบนวดลาดไหล่เนียนของกิ๊ฟช้า ๆ สองมือหนาลูบไล้ผ่านผิวเนื้อเนียนละเอียดอุ่นระอุดุจเทียนหอม กลิ่นน้ำหอมยั่วยวนโชยปะทะใบหน้าผมยามก้มลงใกล้ชิด ความร้อนในกายผมพลุ่งพล่านอย่างห้ามใจไม่ได้ ตัวตนส่วนล่างแข็งขึงจนปวดเกร็งหนึบกระบอกตึง กิ๊ฟส่งเสียงครางผ่อนคลายแ่เบาพึมพำสั่นเครือคล้ายจะเคลิบเคลิ้ม
"อื้อ... พี่อลัน... มือนวดเก่งจังค่ะ... อุ่นดีจัง... แรงนวดดีเหลือเกินค่ะ..."
กิ๊ฟแกล้งเอนศีรษะขยับตัวถอยหลังซบแผ่นหลังนิ่มเบียดเข้าหาแผ่นอกแกร่งเปลือยเปล่าของผม สองมือนิ่มของกิ๊ฟเอื้อมไปจับทาบทับสองมือหนาของผมบนลาดไหล่บีบกระชับแน่น ััเนื้อแนบเนื้อที่ใกล้ชิดจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นโครมครามระทึกของกันและกัน
---
ทันใดนั้นเอง กิ๊ฟขยับหมุนตัวหันหน้ากลับมาประชิดตัวผมทันควัน เรียวขาสวยขาวละออของเธอขยับขึ้นพาดพิงตักแกร่งของผมไว้แน่น สองมือเรียวสวยของกิ๊ฟเอื้อมขยับขึ้นสวมกอดลำคอของผมไว้แน่นดึงรั้งใบหน้าของผมให้ก้มต่ำลงประชิดใบหน้าสวยคมของเธอ
ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเราสองคนลดลงเหลือเพียงไม่ถึงคืบ จมูกชนจมูก ััถึงลมหายใจหอบสะท้านร้อนผ่าวที่เป่ารดริมฝีปากของกันและกัน ดวงตาสวยคมของกิ๊ฟจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของผมอย่างมีอำนาจสะกดอารมณ์ใคร่ ริมฝีปากอิ่มสีแดงเคลือบน้ำลายใสเผยอออกเล็กน้อยยั่วยวนล่อใจในความสลัว
เธอยิ้มยั่ว แววตาคมกริบเปี่ยมความปรารถนาเร่าร้อน และส่งเสียงกระซิบคำถามท้าทายจริยธรรมน้ำเสียงสั่นพร่ากระเส่าหวานหยดที่บดขยี้ปราการศีลธรรมของผมจนพังพินาศยับเยินชั่วพริบตา:
"พี่อลันคะ... กานต์ฝากพี่มาดูแลกิ๊ฟ... แล้วพี่อลันอยากจะดูแลกิ๊ฟในฐานะอื่นที่ไม่ใช่แค่คนดูแลทั่วไปบ้างไหมคะ? อยากชิมไวน์แดงบนปากกิ๊ฟไหมคะ..."
คำท้าทายแสนสวาทดึงสติของผมให้หลุดลอย อลันจ้องมองริมฝีปากอิ่มแดงที่อยู่ห่างเพียงมิลลิเมตร ความซื่อสัตย์ต่อเพื่อนสนิทและความไว้ใจของกานต์มอดไหม้เป็เถ้าถ่านจมหายไปในความมืด เหลือเพียงเสียงความ้าสะท้านอกที่พร้อมจะะเิออกมาล้ำเส้นตราบาปครั้งถัดไปอย่างไร้ยางอาย!
---
(จบตอนที่ 12: คนดูแล)