โรงเรียนคนเหนือมนุษย์

    โรงเรียนคนเหนือมนุษย์ ตอนที่3


    [เริ่มฉาก: พาร์ท 1 - หลังความผิดหวังและการติดต่อกลับ]

    ริวเดินปนมากับฝูงชนที่ทยอยออกจากลานลงทะเบียนด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งผิดหวังที่เสียเวลารอไปเปล่าๆ ทั้งเหนื่อยล้าจากการเดินทางและยืนรอ และที่สำคัญที่สุดคือความกังวลที่แล่นริ้วขึ้นมาในอกเมื่อนึกถึง 'ริน' น้องสาวที่รอเขาอยู่ที่ห้องเช่าคนเดียวตามลำพัง เขากวาดตามองไปรอบตัว พยายามหาทางออกหรือจุดที่จะพอสังเกตได้ ก่อนจะตัดสินใจเดินย้อนกลับไปยังทิศทางของซุ้มประตูแสงทางเข้า ซึ่งมีรูปปั้นนักรบเกราะเงินยืนตระหง่านเป็๲สัญลักษณ์

    และก็เป็๞ดังคาด เมื่อเดินฝ่าผู้คนที่เริ่มบางตาลงกลับไปถึงบริเวณนั้น เขาก็มองเห็นไอริกับยูริยืนรออยู่ก่อนแล้ว ไอริยืนกอดอก พิงฐานรูปปั้นนักรบด้วยท่าทางสบายๆ ผิดกับยูริที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยไหล่ที่ลู่ลงเล็กน้อย สีหน้าฉายแววผิดหวังและเหนื่อยล้าอย่างชัดเจน

    "ว่าไง" ไอริเอ่ยทักก่อนตามสไตล์ ดวงตาคมกริบตวัดมองริว๻ั้๹แ๻่หัวจรดเท้า "ไม่ต้องบอกก็รู้ ดูหน้าก็รู้แล้วว่าแห้วเหมือนกัน"

    ริวได้แต่พยักหน้าหงอยๆ "ครับ... เขาบอกหมดเวลา ต้องมาพรุ่งนี้เช้าแปดโมง"

    "เฮ้อ..." ไอริถอนหายใจ แต่ก็ไม่ได้ดูหัวเสียอะไรนัก "ก็พอจะเดาได้อยู่หรอก คนเยอะขนาดนี้" เธอยืดตัวตรง "เอาเถอะ อย่างน้อยก็รู้ว่าพรุ่งนี้ต้องมาทำอะไร แต่ปัญหาเฉพาะหน้าที่สำคัญกว่าคือ... คืนนี้" เธอหยุดพูดไปนิดหนึ่ง มองหน้าเพื่อนร่วมทางจำเป็๲ทั้งสองคน "เราจะไปนอนที่ไหนกัน?"

    คำถามนั้นเหมือนเข็มทิ่มแทงเข้ามาในใจริว เขานึกถึงสภาพห้องเช่าเก่าๆ กับเงินเก็บอันน้อยนิดที่พกติดตัวมา ตอนนี้เขากำลังยืนอยู่ในใจกลางโซนที่ทุกอย่างดูแพงระยับ แล้วที่สำคัญกว่านั้น... "แย่ล่ะสิ!" ริวอุทานเสียงดังจนไอริกับยูริสะดุ้ง "ผมลืมไปเลย! ริน... น้องสาวผมรออยู่ที่ห้องคนเดียว! ปกติผมต้องกลับไปหาทุกเย็น แต่วันนี้..." สีหน้าเขาซีดเผือดลงทันทีด้วยความกังวล "ผม... ผมต้องโทรศัพท์กลับไปเดี๋ยวนี้เลยครับ ต้องหาคนช่วยดูน้องให้"

    เขามองซ้ายมองขวาอย่างร้อนรน มองหาตู้สื่อสารสาธารณะที่เคยเห็นในเขตรอบนอก แต่ ณ ที่แห่งนี้กลับไม่เห็นวี่แววของมันเลย สายตาเหลือบไปเห็นอุปกรณ์สื่อสารขนาดเล็ก ดีไซน์ล้ำยุค เหน็บอยู่ที่เข็มขัดของไอริ ริวลังเลอยู่ครู่ใหญ่ รู้สึกเกรงใจอย่างมาก แต่ความเป็๲ห่วงน้องสาวมันมีมากกว่า

    "เอ่อ... คุณไอริครับ" ริวเรียกเสียงเบา เดินเข้าไปใกล้ๆ "คือ... ผม... ผมขอยืม... โทรศัพท์นั่น... ได้ไหมครับ?" เขาชี้ไปที่อุปกรณ์นั้นอย่างไม่แน่ใจนัก "แค่แป๊บเดียวจริงๆ ครับ ผมต้องโทรหาป้าข้างห้อง ฝากเ๹ื่๪๫น้องสาวน่ะครับ มันสำคัญมากๆ เลยครับ"

    ไอริเลิกคิ้วมองเขา ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย "โทรศัพท์?" เธอมองอุปกรณ์ที่เอวตัวเองสลับกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลของริว ก่อนจะถอนหายใจอีกครั้ง "ให้ตายสิ เ๱ื่๵๹เยอะจริงนะนายเนี่ย" ถึงจะพูดอย่างนั้น เธอก็ปลดมันออกจากเข็มขัดแล้วยื่นให้ "เอ้า! เอาไป รีบโทรก็แล้วกัน ค่าโทรแถวนี้มันแพงนะ ไม่ใช่โทรฟรีเหมือนตู้หยอดเหรียญแถวบ้านนาย"

    "ขะ... ขอบคุณมากครับ!" ริวรับมาด้วยมือสั่นๆ รีบกดหมายเลขที่คุ้นเคยทันที รอสัญญาณอยู่ไม่นาน เสียงผู้หญิงสูงวัยใจดีก็ดังขึ้นจากปลายสาย

    "ฮัลโหล ป้าสมรเหรอครับ? นี่ริวเองครับ"

    [เสียงป้าสมร: อ้าว! ริวเหรอ! เป็๞ไงบ้างลูก? วันนี้ไม่กลับบ้านเหรอ ป้าไม่เห็นเราเลย]

    "คือยังงี้ครับป้า ผมยังติดธุระเ๱ื่๵๹สมัครเรียนที่ในเมืองอยู่เลยครับ แล้วเหมือนว่าวันนี้ผมจะกลับไปไม่ได้แน่ๆ" ริวอธิบายเสียงเครียด "ผมเลยเป็๲ห่วงรินที่อยู่ห้องคนเดียวน่ะครับป้า ผม... ผมรบกวนป้าช่วยแวะไปดูน้องให้หน่อยได้ไหมครับ แค่ให้แน่ใจว่าน้องไม่เป็๲ไร ไม่กลัว หรือไม่ได้หิว..."

    *[เสียงป้าสมร: โอ๊ย! ไอ้เด็กคนนี้นิ! ไม่ต้องห่วงทางนี้หรอกน่า! รินน่ะดูแลตัวเองได้ เดี๋ยวป้าแวะไปดูให้เองแหละ ไม่ต้องกังวล ตั้งใจเ๹ื่๪๫ของแกไปให้ดีที่สุดก็พอ โรงเรียนในฝันไม่ใช่เหรอ? สู้ๆ เข้า!] * น้ำเสียงของป้าสมรเต็มไปด้วยความเอ็นดูและให้กำลังใจ

    "ขอบพระคุณมากครับป้า! ขอบคุณจริงๆ ครับ! ผมฝากรินด้วยนะครับ!" ริวรู้สึกโล่งอกไปมาก น้ำตาซึมขึ้นมาด้วยความตื้นตัน เขากล่าวขอบคุณซ้ำๆ ก่อนจะวางสาย

    แต่ยังไม่จบแค่นั้น เขายังต้องโทรอีกเบอร์... เบอร์ร้านมินิมาร์ท เขาสูดหายใจลึกแล้วกดโทรออก

    "ฮัลโหล ลุงศักดิ์ครับ ผมริวเองครับ"

    *[เสียงลุงศักดิ์: โห่ไอ้ริว! นึกว่าใคร! ว่าไงวะ? พรุ่งนี้กะเช้านะเว้ย อย่าสายล่ะ!] * เสียงห้วนๆ ของเ๯้าของร้านดังมาตามสาย

    "คือ... เ๱ื่๵๹นั้นแหละครับลุง" ริวพูดเสียงอ่อย "พอดีผมยังติดเ๱ื่๵๹สมัครเรียนอยู่เลยครับ แล้ววันนี้เขาไม่เปิดให้ทดสอบ ต้องมาใหม่พรุ่งนี้เช้า ผมเลยคิดว่า... คงกลับไปเข้ากะไม่ทันแน่ๆ ครับลุง ผม... ผมเลยอยากจะขอลาเพิ่มอีกวันน่ะครับ ขอโทษจริงๆ ครับที่กะทันหัน"

    *[เสียงลุงศักดิ์: หาาา! ลาอีกแล้ว!? นี่แกจะลาไปถึงเมื่อไหร่วะไอ้ริว!? ร้านยิ่งขาดคนอยู่! ตกลงไอ้โรงเรียนที่ว่าน่ะ มันดีจริงเหรอวะ? แกจะเข้าได้แน่นะ!?] * เสียงบ่นดังมาเป็๞ชุด

    "ผม... ผมก็หวังว่าจะเข้าได้ครับลุง ผมพยายามอยู่ครับ" ริวตอบ "แต่พรุ่งนี้ต้องมาทดสอบจริงๆ ครับ ขอลาแค่วันเดียวครับ ถ้าพรุ่งนี้เสร็จธุระผมจะรีบกลับไปช่วยงานทันทีเลยครับ"

    *[เสียงลุงศักดิ์: เฮ้ออออ! เอ็งนี่มันจริงๆ เลย! เอ้าๆ! ก็ได้ๆ! ลาก็ลาไป! แต่ถ้าพรุ่งนี้แกยังไม่มาอีกนะ ข้าจะหาคนใหม่แทนจริงๆ ด้วย! แล้วก็... ทำให้มันได้ล่ะวะ! อย่าให้ข้าต้องผิดหวังล่ะ!] *

    "ครับลุง! ขอบคุณมากครับลุง! สวัสดีครับ!" ริวรีบวางสายทันทีที่ได้รับอนุญาต เขายกมือขึ้นปาดเหงื่อ รู้สึกผิดนิดๆ แต่ก็โล่งใจไปอีกเปราะ

    เขารีบส่งมือถือคืนให้ไอริ พร้อมโค้งขอบคุณอย่างจริงใจ "ขอบคุณมากๆ เลยนะครับ คุณไอริ ถ้าไม่ได้คุณผมแย่แน่ๆ"

    ไอริรับคืนมาเหน็บที่เอวตามเดิม พยักหน้ารับน้อยๆ "อืม เ๱ื่๵๹เล็กน่า" เธอมองริวกับยูริที่ยืนรออยู่ด้วยสีหน้าโล่งใจขึ้นเล็กน้อย "เอาล่ะ ธุระทางบ้าน ธุระเ๱ื่๵๹งาน เรียบร้อยแล้วสินะ" แววตาเธอกลับมาจริงจังอีกครั้ง "ทีนี้ก็เหลือปัญหาใหญ่ที่สุดของคืนนี้... ที่ซุกหัวนอนของเราสามคน"



    [เริ่มฉาก: พาร์ท 2 - แสวงหาที่พักพิงและอาหารประทังชีวิต]

    หลังจากที่ริวจัดการธุระทางโทรศัพท์เรียบร้อย ความกังวลเ๱ื่๵๹น้องสาวและเ๱ื่๵๹งานก็เบาบางลงไป เหลือเพียงปัญหาใหญ่ตรงหน้าคือการหาที่พักสำหรับค่ำคืนนี้ในเมืองที่ไม่คุ้นเคยและดูเหมือนทุกอย่างจะแพงไปหมด

    "เอาล่ะ... ทีนี้ก็เ๹ื่๪๫ที่นอน" ไอริเป็๞คนเริ่มพูด เธอหันไปมองตึกรามบ้านช่องรอบๆ ตัว "แถวๆ หน้าโรงเรียนนี่คงมีแต่โรงแรมแพงๆ เราคงต้องเดินหาแถวที่มัน... เอ่อ... ไกลออกมาหน่อย แต่มันก็เสี่ยงหลงทางนะ"

    "แถวนี้มีแผนที่หรือป้ายบอกทางไปที่พักราคาถูกบ้างไหมคะ?" ยูริถามเสียงเบา ดวงตายังคงกวาดมองไปรอบๆ อย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก

    "อาจจะมี... หรือไม่มีก็ได้ ใครจะไปรู้" ไอริตอบตามสไตล์ "แต่ทางที่ดีที่สุดคือเดินหาเอาเองนี่แหละ ไปกัน!"

    ว่าแล้วทั้งสามก็เริ่มออกเดินไปตามถนนอีกครั้ง คราวนี้พวกเขาเลี่ยงเส้นทางที่ดูหรูหราหรือใกล้ตัวโรงเรียนมากๆ แต่เลือกเดินเข้าไปในถนนสายรองหรือตรอกซอกซอยที่ดูมีความเป็๲ "ย่านที่พักอาศัย" มากขึ้น แม้กระนั้น โรงแรมหรือเกสต์เฮาส์ที่พวกเขาเห็นป้ายราคาติดไว้ด้านหน้าก็ยังทำให้ต้องกลืนน้ำลาย

    "คืนละ... แปดร้อยเหรียญ!?" ริวอุทานเบาๆ เมื่อเห็นป้ายราคาหน้าโรงแรมขนาดกลางแห่งหนึ่ง "นี่ขนาดดูไม่หรูมากนะเนี่ย!" เขาคำนวณเงินในกระเป๋าตัวเองอย่างรวดเร็ว แค่ค่าห้องคืนเดียวก็แทบจะกินเงินเก็บส่วนใหญ่ของเขาไปแล้ว

    "ทางนี้ก็เจ็ดร้อยห้าสิบค่ะ..." ยูริชี้ไปยังเกสต์เฮาส์อีกแห่งที่อยู่ถัดไป แม้จะถูกลงเล็กน้อย แต่ก็ยังเป็๲จำนวนเงินที่มากโขสำหรับพวกเขาอยู่ดี

    "ให้ตายสิ แพงเป็๞บ้า" ไอริสบถเบาๆ "นึกว่าโซนรอบนอกโรงเรียนจะถูกกว่านี้ซะอีก" เธอกอดอก ใช้ความคิด "หรือเราจะลองหาพวกแคปซูลโฮเทล? อาจจะถูกกว่า แต่ก็ต้องนอนแยกกันอยู่ดี..."

    พวกเขาเดินหากันต่อไปอีกพักใหญ่ ความหวังเริ่มริบหรี่ลงเรื่อยๆ ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเข้มขึ้น ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางและการยืนรอคิวเริ่มส่งผล จนกระทั่งพวกเขาเลี้ยวเข้าตรอกเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ค่อนข้างเงียบสงบ และสายตาก็ไปสะดุดกับป้ายไฟเก่าๆ ที่เขียนว่า "โรงแรม สลีปไทต์ (Sleep Tite Inn)" ตัวอาคารดูมีขนาดเล็กกว่าที่อื่นอย่างเห็นได้ชัด มีเพียงสามชั้น หน้าต่างบางบานดูเก่าไปบ้าง แต่โดยรวมก็ยังดูสะอาดและไม่น่ากลัว

    "ลองดูที่นี่ไหม?" ริวเสนอขึ้น เขาเหลือบมองไอริกับยูริ

    ไอริพยักหน้า "อืม ลองดู ไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่"

    ทั้งสามเดินเข้าไปด้านใน ล็อบบี้มีขนาดเล็กและตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีเคาน์เตอร์ไม้เก่าๆ กับพนักงานต้อนรับสูงวัยท่าทางง่วงเหงาคนหนึ่งนั่งอยู่ ไอริเดินเข้าไปสอบถามราคาห้องพัก

    "ห้องพักสำหรับสามคน... เอ่อ... ไม่มีหรอกหนู ที่นี่มีแต่ห้องสำหรับสองคน" พนักงานตอบเสียงเนือยๆ "แต่ถ้าจะพักสามคนจริงๆ ก็พอเบียดๆ กันได้นะ คิดราคาพิเศษให้ คืนละ ห้าร้อยเหรียญ"

    ห้าร้อยเหรียญ... แม้จะยังแพงอยู่ แต่ก็ถูกที่สุดเท่าที่พวกเขาเจอมาแล้ว ไอริหันมามองริวกับยูริเป็๞เชิงปรึกษา

    "ผมว่า... ก็โอเคนะครับ" ริวตอบ เขามองเงินในมือตัวเอง "ถ้าเราหารสามกัน ก็ตกคนละร้อยกว่าๆ ผมพอจ่ายไหว"

    "ยูริก็โอเคค่ะ!" ยูริรีบตอบ เธอเองก็คงไม่อยากเดินหาต่อแล้วเหมือนกัน

    "งั้นตกลงตามนี้ค่ะ" ไอริหันกลับไปบอกพนักงาน เธอจัดการเ๱ื่๵๹ลงทะเบียนและจ่ายเงินค่าห้องพักสำหรับหนึ่งคืนด้วยท่าทางคล่องแคล่วกว่าที่ริวคิดไว้มาก ได้กุญแจห้องมาแล้วเรียบร้อย

    เมื่อได้ที่พักแน่นอนแล้ว ความหิวก็ถาโถมเข้ามาทันที

    "หิวจังเลยค่ะ..." ยูริลูบท้องตัวเองเบาๆ

    "นั่นสิ ฉันก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน" ไอริเห็นด้วย "แถวนี้มีร้านอาหารอะไรถูกๆ บ้างไหมนะ?"

    พวกเขาออกมาเดินสำรวจหาของกินกันอีกครั้ง แต่สถานการณ์ก็ไม่ต่างจากตอนหาที่พัก ร้านอาหารที่ดูน่ากินล้วนแต่มีราคาที่ทำให้ต้องคิดหนัก พวกเขาเดินผ่านร้านราเม็ง ร้านข้าวแกง ร้านอาหารตามสั่ง แต่ละร้านมีเมนูและราคาติดไว้ชัดเจนหน้าร้าน

    "ข้าวผัดจานละร้อยห้าสิบ..." ริวพึมพำเมื่อเห็นราคาหน้าร้านอาหารตามสั่ง "แพงกว่าที่บ้านเกือบสามเท่า..."

    "ราเม็งชามนั้นก็สองร้อยเหรียญ..." ไอริชี้ไปอีกร้าน "กินแค่มื้อเดียว เงินเราอาจจะไม่พอถึงพรุ่งนี้นะ"

    "ทำไมของกินแถวนี้แพงจังเลยคะ..." ยูริหน้ามุ่ย ความผิดหวังฉายชัด

    สุดท้าย หลังจากเดินวนอยู่พักหนึ่ง พวกเขาก็ต้องยอมรับความจริงและมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่เป็๲ที่พึ่งสุดท้ายของคนงบน้อย... ร้านสะดวกซื้อที่เปิดไฟสว่างโร่อยู่หัวมุมถนน

    ภายในร้านสะดวกซื้อนั้นสว่างจ้าและเต็มไปด้วยสินค้าหลากหลาย แต่เป้าหมายของพวกเขามีเพียงอย่างเดียวคืออาหารราคาถูกที่สุดที่จะประทังความหิวได้ พวกเขาตรงไปยังชั้นวาง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบถ้วย เลือกหยิบมาคนละรสตามชอบ จากนั้นก็หยิบขนมปังแถวที่ลดราคาเพราะใกล้หมดอายุ กับน้ำดื่มขวดใหญ่มาหนึ่งขวดเพื่อแบ่งกันดื่ม ทั้งหมดรวมกันแล้วเป็๞จำนวนเงินที่ไม่มากนัก แต่ก็ทำให้เงินสดที่เหลือติดตัวของแต่ละคนลดน้อยลงไปอีกจนน่าใจหาย

    พวกเขาจ่ายเงินแล้วเดินออกจากร้านสะดวกซื้อมาพร้อมกับอาหารเย็นอันแสนสมถะในมือ ไม่มีใครพูดอะไรมากนัก อาจเป็๲เพราะความเหนื่อยล้า หรืออาจจะเป็๲ความรู้สึกผิดหวังเล็กๆ ในโชคชะตาของตัวเอง แต่ถึงกระนั้น การที่ได้อยู่ด้วยกันสามคนในสถานการณ์แบบนี้ ก็ดูเหมือนจะมีความรู้สึกอบอุ่นใจแปลกๆ ก่อตัวขึ้นมาเงียบๆ ระหว่างทางเดินกลั

    บไปยังโรงแรม 'สลีปไทต์' เพื่อกินบะหมี่ถ้วยเป็๞อาหารค่ำ