[เริ่มฉาก: พาร์ท 1 - หลังความผิดหวังและการติดต่อกลับ]
ริวเดินปนมากับฝูงชนที่ทยอยออกจากลานลงทะเบียนด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งผิดหวังที่เสียเวลารอไปเปล่าๆ ทั้งเหนื่อยล้าจากการเดินทางและยืนรอ และที่สำคัญที่สุดคือความกังวลที่แล่นริ้วขึ้นมาในอกเมื่อนึกถึง 'ริน' น้องสาวที่รอเขาอยู่ที่ห้องเช่าคนเดียวตามลำพัง เขากวาดตามองไปรอบตัว พยายามหาทางออกหรือจุดที่จะพอสังเกตได้ ก่อนจะตัดสินใจเดินย้อนกลับไปยังทิศทางของซุ้มประตูแสงทางเข้า ซึ่งมีรูปปั้นนักรบเกราะเงินยืนตระหง่านเป็สัญลักษณ์
และก็เป็ดังคาด เมื่อเดินฝ่าผู้คนที่เริ่มบางตาลงกลับไปถึงบริเวณนั้น เขาก็มองเห็นไอริกับยูริยืนรออยู่ก่อนแล้ว ไอริยืนกอดอก พิงฐานรูปปั้นนักรบด้วยท่าทางสบายๆ ผิดกับยูริที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยไหล่ที่ลู่ลงเล็กน้อย สีหน้าฉายแววผิดหวังและเหนื่อยล้าอย่างชัดเจน
"ว่าไง" ไอริเอ่ยทักก่อนตามสไตล์ ดวงตาคมกริบตวัดมองริวั้แ่หัวจรดเท้า "ไม่ต้องบอกก็รู้ ดูหน้าก็รู้แล้วว่าแห้วเหมือนกัน"
ริวได้แต่พยักหน้าหงอยๆ "ครับ... เขาบอกหมดเวลา ต้องมาพรุ่งนี้เช้าแปดโมง"
"เฮ้อ..." ไอริถอนหายใจ แต่ก็ไม่ได้ดูหัวเสียอะไรนัก "ก็พอจะเดาได้อยู่หรอก คนเยอะขนาดนี้" เธอยืดตัวตรง "เอาเถอะ อย่างน้อยก็รู้ว่าพรุ่งนี้ต้องมาทำอะไร แต่ปัญหาเฉพาะหน้าที่สำคัญกว่าคือ... คืนนี้" เธอหยุดพูดไปนิดหนึ่ง มองหน้าเพื่อนร่วมทางจำเป็ทั้งสองคน "เราจะไปนอนที่ไหนกัน?"
คำถามนั้นเหมือนเข็มทิ่มแทงเข้ามาในใจริว เขานึกถึงสภาพห้องเช่าเก่าๆ กับเงินเก็บอันน้อยนิดที่พกติดตัวมา ตอนนี้เขากำลังยืนอยู่ในใจกลางโซนที่ทุกอย่างดูแพงระยับ แล้วที่สำคัญกว่านั้น... "แย่ล่ะสิ!" ริวอุทานเสียงดังจนไอริกับยูริสะดุ้ง "ผมลืมไปเลย! ริน... น้องสาวผมรออยู่ที่ห้องคนเดียว! ปกติผมต้องกลับไปหาทุกเย็น แต่วันนี้..." สีหน้าเขาซีดเผือดลงทันทีด้วยความกังวล "ผม... ผมต้องโทรศัพท์กลับไปเดี๋ยวนี้เลยครับ ต้องหาคนช่วยดูน้องให้"
เขามองซ้ายมองขวาอย่างร้อนรน มองหาตู้สื่อสารสาธารณะที่เคยเห็นในเขตรอบนอก แต่ ณ ที่แห่งนี้กลับไม่เห็นวี่แววของมันเลย สายตาเหลือบไปเห็นอุปกรณ์สื่อสารขนาดเล็ก ดีไซน์ล้ำยุค เหน็บอยู่ที่เข็มขัดของไอริ ริวลังเลอยู่ครู่ใหญ่ รู้สึกเกรงใจอย่างมาก แต่ความเป็ห่วงน้องสาวมันมีมากกว่า
"เอ่อ... คุณไอริครับ" ริวเรียกเสียงเบา เดินเข้าไปใกล้ๆ "คือ... ผม... ผมขอยืม... โทรศัพท์นั่น... ได้ไหมครับ?" เขาชี้ไปที่อุปกรณ์นั้นอย่างไม่แน่ใจนัก "แค่แป๊บเดียวจริงๆ ครับ ผมต้องโทรหาป้าข้างห้อง ฝากเื่น้องสาวน่ะครับ มันสำคัญมากๆ เลยครับ"
ไอริเลิกคิ้วมองเขา ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย "โทรศัพท์?" เธอมองอุปกรณ์ที่เอวตัวเองสลับกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลของริว ก่อนจะถอนหายใจอีกครั้ง "ให้ตายสิ เื่เยอะจริงนะนายเนี่ย" ถึงจะพูดอย่างนั้น เธอก็ปลดมันออกจากเข็มขัดแล้วยื่นให้ "เอ้า! เอาไป รีบโทรก็แล้วกัน ค่าโทรแถวนี้มันแพงนะ ไม่ใช่โทรฟรีเหมือนตู้หยอดเหรียญแถวบ้านนาย"
"ขะ... ขอบคุณมากครับ!" ริวรับมาด้วยมือสั่นๆ รีบกดหมายเลขที่คุ้นเคยทันที รอสัญญาณอยู่ไม่นาน เสียงผู้หญิงสูงวัยใจดีก็ดังขึ้นจากปลายสาย
"ฮัลโหล ป้าสมรเหรอครับ? นี่ริวเองครับ"
[เสียงป้าสมร: อ้าว! ริวเหรอ! เป็ไงบ้างลูก? วันนี้ไม่กลับบ้านเหรอ ป้าไม่เห็นเราเลย]
"คือยังงี้ครับป้า ผมยังติดธุระเื่สมัครเรียนที่ในเมืองอยู่เลยครับ แล้วเหมือนว่าวันนี้ผมจะกลับไปไม่ได้แน่ๆ" ริวอธิบายเสียงเครียด "ผมเลยเป็ห่วงรินที่อยู่ห้องคนเดียวน่ะครับป้า ผม... ผมรบกวนป้าช่วยแวะไปดูน้องให้หน่อยได้ไหมครับ แค่ให้แน่ใจว่าน้องไม่เป็ไร ไม่กลัว หรือไม่ได้หิว..."
*[เสียงป้าสมร: โอ๊ย! ไอ้เด็กคนนี้นิ! ไม่ต้องห่วงทางนี้หรอกน่า! รินน่ะดูแลตัวเองได้ เดี๋ยวป้าแวะไปดูให้เองแหละ ไม่ต้องกังวล ตั้งใจเื่ของแกไปให้ดีที่สุดก็พอ โรงเรียนในฝันไม่ใช่เหรอ? สู้ๆ เข้า!] * น้ำเสียงของป้าสมรเต็มไปด้วยความเอ็นดูและให้กำลังใจ
"ขอบพระคุณมากครับป้า! ขอบคุณจริงๆ ครับ! ผมฝากรินด้วยนะครับ!" ริวรู้สึกโล่งอกไปมาก น้ำตาซึมขึ้นมาด้วยความตื้นตัน เขากล่าวขอบคุณซ้ำๆ ก่อนจะวางสาย
แต่ยังไม่จบแค่นั้น เขายังต้องโทรอีกเบอร์... เบอร์ร้านมินิมาร์ท เขาสูดหายใจลึกแล้วกดโทรออก
"ฮัลโหล ลุงศักดิ์ครับ ผมริวเองครับ"
*[เสียงลุงศักดิ์: โห่ไอ้ริว! นึกว่าใคร! ว่าไงวะ? พรุ่งนี้กะเช้านะเว้ย อย่าสายล่ะ!] * เสียงห้วนๆ ของเ้าของร้านดังมาตามสาย
"คือ... เื่นั้นแหละครับลุง" ริวพูดเสียงอ่อย "พอดีผมยังติดเื่สมัครเรียนอยู่เลยครับ แล้ววันนี้เขาไม่เปิดให้ทดสอบ ต้องมาใหม่พรุ่งนี้เช้า ผมเลยคิดว่า... คงกลับไปเข้ากะไม่ทันแน่ๆ ครับลุง ผม... ผมเลยอยากจะขอลาเพิ่มอีกวันน่ะครับ ขอโทษจริงๆ ครับที่กะทันหัน"
*[เสียงลุงศักดิ์: หาาา! ลาอีกแล้ว!? นี่แกจะลาไปถึงเมื่อไหร่วะไอ้ริว!? ร้านยิ่งขาดคนอยู่! ตกลงไอ้โรงเรียนที่ว่าน่ะ มันดีจริงเหรอวะ? แกจะเข้าได้แน่นะ!?] * เสียงบ่นดังมาเป็ชุด
"ผม... ผมก็หวังว่าจะเข้าได้ครับลุง ผมพยายามอยู่ครับ" ริวตอบ "แต่พรุ่งนี้ต้องมาทดสอบจริงๆ ครับ ขอลาแค่วันเดียวครับ ถ้าพรุ่งนี้เสร็จธุระผมจะรีบกลับไปช่วยงานทันทีเลยครับ"
*[เสียงลุงศักดิ์: เฮ้ออออ! เอ็งนี่มันจริงๆ เลย! เอ้าๆ! ก็ได้ๆ! ลาก็ลาไป! แต่ถ้าพรุ่งนี้แกยังไม่มาอีกนะ ข้าจะหาคนใหม่แทนจริงๆ ด้วย! แล้วก็... ทำให้มันได้ล่ะวะ! อย่าให้ข้าต้องผิดหวังล่ะ!] *
"ครับลุง! ขอบคุณมากครับลุง! สวัสดีครับ!" ริวรีบวางสายทันทีที่ได้รับอนุญาต เขายกมือขึ้นปาดเหงื่อ รู้สึกผิดนิดๆ แต่ก็โล่งใจไปอีกเปราะ
เขารีบส่งมือถือคืนให้ไอริ พร้อมโค้งขอบคุณอย่างจริงใจ "ขอบคุณมากๆ เลยนะครับ คุณไอริ ถ้าไม่ได้คุณผมแย่แน่ๆ"
ไอริรับคืนมาเหน็บที่เอวตามเดิม พยักหน้ารับน้อยๆ "อืม เื่เล็กน่า" เธอมองริวกับยูริที่ยืนรออยู่ด้วยสีหน้าโล่งใจขึ้นเล็กน้อย "เอาล่ะ ธุระทางบ้าน ธุระเื่งาน เรียบร้อยแล้วสินะ" แววตาเธอกลับมาจริงจังอีกครั้ง "ทีนี้ก็เหลือปัญหาใหญ่ที่สุดของคืนนี้... ที่ซุกหัวนอนของเราสามคน"
[เริ่มฉาก: พาร์ท 2 - แสวงหาที่พักพิงและอาหารประทังชีวิต]
หลังจากที่ริวจัดการธุระทางโทรศัพท์เรียบร้อย ความกังวลเื่น้องสาวและเื่งานก็เบาบางลงไป เหลือเพียงปัญหาใหญ่ตรงหน้าคือการหาที่พักสำหรับค่ำคืนนี้ในเมืองที่ไม่คุ้นเคยและดูเหมือนทุกอย่างจะแพงไปหมด
"เอาล่ะ... ทีนี้ก็เื่ที่นอน" ไอริเป็คนเริ่มพูด เธอหันไปมองตึกรามบ้านช่องรอบๆ ตัว "แถวๆ หน้าโรงเรียนนี่คงมีแต่โรงแรมแพงๆ เราคงต้องเดินหาแถวที่มัน... เอ่อ... ไกลออกมาหน่อย แต่มันก็เสี่ยงหลงทางนะ"
"แถวนี้มีแผนที่หรือป้ายบอกทางไปที่พักราคาถูกบ้างไหมคะ?" ยูริถามเสียงเบา ดวงตายังคงกวาดมองไปรอบๆ อย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก
"อาจจะมี... หรือไม่มีก็ได้ ใครจะไปรู้" ไอริตอบตามสไตล์ "แต่ทางที่ดีที่สุดคือเดินหาเอาเองนี่แหละ ไปกัน!"
ว่าแล้วทั้งสามก็เริ่มออกเดินไปตามถนนอีกครั้ง คราวนี้พวกเขาเลี่ยงเส้นทางที่ดูหรูหราหรือใกล้ตัวโรงเรียนมากๆ แต่เลือกเดินเข้าไปในถนนสายรองหรือตรอกซอกซอยที่ดูมีความเป็ "ย่านที่พักอาศัย" มากขึ้น แม้กระนั้น โรงแรมหรือเกสต์เฮาส์ที่พวกเขาเห็นป้ายราคาติดไว้ด้านหน้าก็ยังทำให้ต้องกลืนน้ำลาย
"คืนละ... แปดร้อยเหรียญ!?" ริวอุทานเบาๆ เมื่อเห็นป้ายราคาหน้าโรงแรมขนาดกลางแห่งหนึ่ง "นี่ขนาดดูไม่หรูมากนะเนี่ย!" เขาคำนวณเงินในกระเป๋าตัวเองอย่างรวดเร็ว แค่ค่าห้องคืนเดียวก็แทบจะกินเงินเก็บส่วนใหญ่ของเขาไปแล้ว
"ทางนี้ก็เจ็ดร้อยห้าสิบค่ะ..." ยูริชี้ไปยังเกสต์เฮาส์อีกแห่งที่อยู่ถัดไป แม้จะถูกลงเล็กน้อย แต่ก็ยังเป็จำนวนเงินที่มากโขสำหรับพวกเขาอยู่ดี
"ให้ตายสิ แพงเป็บ้า" ไอริสบถเบาๆ "นึกว่าโซนรอบนอกโรงเรียนจะถูกกว่านี้ซะอีก" เธอกอดอก ใช้ความคิด "หรือเราจะลองหาพวกแคปซูลโฮเทล? อาจจะถูกกว่า แต่ก็ต้องนอนแยกกันอยู่ดี..."
พวกเขาเดินหากันต่อไปอีกพักใหญ่ ความหวังเริ่มริบหรี่ลงเรื่อยๆ ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเข้มขึ้น ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางและการยืนรอคิวเริ่มส่งผล จนกระทั่งพวกเขาเลี้ยวเข้าตรอกเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ค่อนข้างเงียบสงบ และสายตาก็ไปสะดุดกับป้ายไฟเก่าๆ ที่เขียนว่า "โรงแรม สลีปไทต์ (Sleep Tite Inn)" ตัวอาคารดูมีขนาดเล็กกว่าที่อื่นอย่างเห็นได้ชัด มีเพียงสามชั้น หน้าต่างบางบานดูเก่าไปบ้าง แต่โดยรวมก็ยังดูสะอาดและไม่น่ากลัว
"ลองดูที่นี่ไหม?" ริวเสนอขึ้น เขาเหลือบมองไอริกับยูริ
ไอริพยักหน้า "อืม ลองดู ไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่"
ทั้งสามเดินเข้าไปด้านใน ล็อบบี้มีขนาดเล็กและตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีเคาน์เตอร์ไม้เก่าๆ กับพนักงานต้อนรับสูงวัยท่าทางง่วงเหงาคนหนึ่งนั่งอยู่ ไอริเดินเข้าไปสอบถามราคาห้องพัก
"ห้องพักสำหรับสามคน... เอ่อ... ไม่มีหรอกหนู ที่นี่มีแต่ห้องสำหรับสองคน" พนักงานตอบเสียงเนือยๆ "แต่ถ้าจะพักสามคนจริงๆ ก็พอเบียดๆ กันได้นะ คิดราคาพิเศษให้ คืนละ ห้าร้อยเหรียญ"
ห้าร้อยเหรียญ... แม้จะยังแพงอยู่ แต่ก็ถูกที่สุดเท่าที่พวกเขาเจอมาแล้ว ไอริหันมามองริวกับยูริเป็เชิงปรึกษา
"ผมว่า... ก็โอเคนะครับ" ริวตอบ เขามองเงินในมือตัวเอง "ถ้าเราหารสามกัน ก็ตกคนละร้อยกว่าๆ ผมพอจ่ายไหว"
"ยูริก็โอเคค่ะ!" ยูริรีบตอบ เธอเองก็คงไม่อยากเดินหาต่อแล้วเหมือนกัน
"งั้นตกลงตามนี้ค่ะ" ไอริหันกลับไปบอกพนักงาน เธอจัดการเื่ลงทะเบียนและจ่ายเงินค่าห้องพักสำหรับหนึ่งคืนด้วยท่าทางคล่องแคล่วกว่าที่ริวคิดไว้มาก ได้กุญแจห้องมาแล้วเรียบร้อย
เมื่อได้ที่พักแน่นอนแล้ว ความหิวก็ถาโถมเข้ามาทันที
"หิวจังเลยค่ะ..." ยูริลูบท้องตัวเองเบาๆ
"นั่นสิ ฉันก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน" ไอริเห็นด้วย "แถวนี้มีร้านอาหารอะไรถูกๆ บ้างไหมนะ?"
พวกเขาออกมาเดินสำรวจหาของกินกันอีกครั้ง แต่สถานการณ์ก็ไม่ต่างจากตอนหาที่พัก ร้านอาหารที่ดูน่ากินล้วนแต่มีราคาที่ทำให้ต้องคิดหนัก พวกเขาเดินผ่านร้านราเม็ง ร้านข้าวแกง ร้านอาหารตามสั่ง แต่ละร้านมีเมนูและราคาติดไว้ชัดเจนหน้าร้าน
"ข้าวผัดจานละร้อยห้าสิบ..." ริวพึมพำเมื่อเห็นราคาหน้าร้านอาหารตามสั่ง "แพงกว่าที่บ้านเกือบสามเท่า..."
"ราเม็งชามนั้นก็สองร้อยเหรียญ..." ไอริชี้ไปอีกร้าน "กินแค่มื้อเดียว เงินเราอาจจะไม่พอถึงพรุ่งนี้นะ"
"ทำไมของกินแถวนี้แพงจังเลยคะ..." ยูริหน้ามุ่ย ความผิดหวังฉายชัด
สุดท้าย หลังจากเดินวนอยู่พักหนึ่ง พวกเขาก็ต้องยอมรับความจริงและมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่เป็ที่พึ่งสุดท้ายของคนงบน้อย... ร้านสะดวกซื้อที่เปิดไฟสว่างโร่อยู่หัวมุมถนน
ภายในร้านสะดวกซื้อนั้นสว่างจ้าและเต็มไปด้วยสินค้าหลากหลาย แต่เป้าหมายของพวกเขามีเพียงอย่างเดียวคืออาหารราคาถูกที่สุดที่จะประทังความหิวได้ พวกเขาตรงไปยังชั้นวาง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบถ้วย เลือกหยิบมาคนละรสตามชอบ จากนั้นก็หยิบขนมปังแถวที่ลดราคาเพราะใกล้หมดอายุ กับน้ำดื่มขวดใหญ่มาหนึ่งขวดเพื่อแบ่งกันดื่ม ทั้งหมดรวมกันแล้วเป็จำนวนเงินที่ไม่มากนัก แต่ก็ทำให้เงินสดที่เหลือติดตัวของแต่ละคนลดน้อยลงไปอีกจนน่าใจหาย
พวกเขาจ่ายเงินแล้วเดินออกจากร้านสะดวกซื้อมาพร้อมกับอาหารเย็นอันแสนสมถะในมือ ไม่มีใครพูดอะไรมากนัก อาจเป็เพราะความเหนื่อยล้า หรืออาจจะเป็ความรู้สึกผิดหวังเล็กๆ ในโชคชะตาของตัวเอง แต่ถึงกระนั้น การที่ได้อยู่ด้วยกันสามคนในสถานการณ์แบบนี้ ก็ดูเหมือนจะมีความรู้สึกอบอุ่นใจแปลกๆ ก่อตัวขึ้นมาเงียบๆ ระหว่างทางเดินกลั
บไปยังโรงแรม 'สลีปไทต์' เพื่อกินบะหมี่ถ้วยเป็อาหารค่ำ