บทที่ 8 ขายซาลาเปา
ไอความร้อนลอยออกมาจากตัวซาลาเปาที่วางลงบนโต๊ะเวยอันรออยู่อย่างใจจดใจจ้องมองอย่างดีใจใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
"พี่เหม่ยหลิงซาลาเปาที่อยู่ตรงหน้านี้ฉันกินได้จริง ๆ ใช่มั้ย? หรือต้องรอให้ทุกคนกินอิ่มก่อนเราถึงจะได้กิน " ความเคยชินจากที่เคยอยู่บ้านตระกูลเหวินทำให้เวยอันเคยตัวเพราะกลัวการถูกทุบตี เหม่ยหลิงยื่นมือไปแตะที่หัวน้องชายอย่างแ่เบา
"ต่อจากนี้เราไม่ต้องรอให้ใครกินก่อนหรือเราต้องคอยกินของเหลืออีกแล้วนะ ซาลาเปาที่อยู่ในจานนี้น้องชายของพี่จะกินหมดย่อมได้ ลองกินดูสิรู้มั้ยซาลาเปาต้องกินตอนร้อน ๆ นะถึงจะอร่อย แต่พี่เองไม่รับประกันว่ารสชาติจะเป็ยังไงเพราะเป็ครั้งแรกที่ได้ทำ"
เด็กชายคลี่ยิ้มเต็มดวงหน้าก่อนจะใช้มือจับซาลาเปายกขึ้นมาบอกแก่พี่สาว
"พี่สาวของฉันเป็คนที่ทำอาหารอร่อยที่สุด ซาลาเปาของพี่ต้องอร่อยอยู่แล้ว " พูดจบปากเล็ก ๆ กัดซาลาเปาคำโตเข้าปากเคี้ยวอย่างเร่งรีบเพราะความร้อนก่อนจะกลืนลงท้อง เหม่ยหลิงคาดหวังเหลือเกินว่าน้องชายของเธอจะไม่คายมันออกมา
"ฮืม ..พี่สาวของฉันทำมันออกมาได้อร่อยจริง ๆ เนื้อแป้งนุ่มราวกับนุ่นแถมไส้ก็อร่อยมาก ๆ "
"นี่ไม่ใช่ว่าเราพูดเพราะกลัวพี่เสียใจหรอกนะ"
"หากไม่เชื่อพี่สาวก็ลองกินดูสิครับ " เวยอันบอกเธอก่อนจะกัดกินคำต่อไป ใจของเหม่ยหลิงสั่นระรัวหยิบซาลาเปาขึ้นมาลองกัดกินดูเนื้อแป้งหนานุ่มแถมไส้อร่อยอย่างที่เวยอันพูดมาไม่มีผิด เธอดีใจจนน้ำตาแทบไหลการทำอาหารครั้งแรกไม่คิดเลยว่าจะทำออกมาได้อร่อยขนาดนี้
ครั้นนั้นป้าเสี่ยนได้มาหาเธอที่บ้านด้วยความเป็ห่วงเห็นเธอกลับมาอยู่ใหม่กลัวจะไม่มีอะไรกินจึงนำข้าวสารมาให้
"เหม่ยหลิงนี่ป้าเสี่ยนเอง" เหม่ยหลิงวางซาลาเปาลงเดินออกไปเปิดประตูบ้านให้ป้าเสี่ยนเข้ามาด้านใน
"ป้าเสี่ยนมีอะไรหรือคะ"
"ป้าเป็ห่วงทั้งสองคนนะสิเลยแวะเอาข้าวมาให้กลัวไม่มีอะไรกิน ว่าแต่ทำอะไรกันอยู่หรือ? "
"ขอบคุณป้าเสี่ยนที่เอ็นดูฉันกับเวยอัน เข้ามาด้านในก่อนสิคะ" เธอยื่นมือรับของจากผู้ใหญ่ก่อนจะชักชวนเข้ามาด้านใน ป้าเสี่ยนไม่รอช้าเข้ามาสำรวจในบ้านของเหม่ยหลิงเนื่องจากที่ีนี่ไม่มีคนอยู่นานของใช้จำเป็คงพังเสียหายหากเหม่ยหลิงขาดเหลืออะไรจะช่วยได้
"ป้าเสี่ยนครับ วันนี้พี่สาวทำซาลาเปาให้ผมกินด้วย อร่อยมาก ๆ เลยครับผมกินหมดไปสามก้อนอิ่มจนจุกไปหมด"รอยยิ้มของเวยอันช่างทำให้โลกของเหม่ยหลงสดใสขึ้นเธอวางข้าวไว้ก่อนจะเดินเข้าไปในครัวเพื่อหยิบซาลาเปาให้ป้าเสี่ยนได้ลิ้มลอง
"ป้าเสี่ยนฉันไม่มีอะไรจะตอบแทนวันนี้ฉันทำซาลาเปาไว้เยอะ ป้าเสี่ยนนำกลับไปให้คุณลุงได้ลองชิมดูนะคะ นี่เป็ครั้งแรกรสชาติอาจจะไม่ค่อยดีเท่าที่ควร"
"ใครบอกล่ะ เมื่อครู่ป้ากัดไปคำหนึ่งแล้วที่เวยอันยื่นให้ อร่อยแปลกใหม่ไม่มีใครทำไปได้สูตรไส้มาจากที่ไหนกัน " จะบอกว่าเธอดูจากรายการทีวีก็คงจะแปลกเหม่ยหลิงเลือกที่จะโกหก
"ฉันลองทำมั่ว ๆ ดูนะจ้ะ"
"มีพร์จริง ๆ ขนาดทำมั่วซั่วยังรสชาติดีขนาดนี้ทำไมไม่ลองเปิดร้านขายซาลาเปาดูล่ะ แถวนี้ไม่มีร้านของขนมพวกนี้อาจจะทำเงินได้มากเลย อีกทั่งซาลาเปาเนื้อแป้งนุ่มฟูไม่แข็งกระด้างไส้ก็แตกต่างจากที่เคยกินอีกด้วย"
ใบหน้าของผู้ที่กินบ่งบอกเหม่ยหลิงพร้อมคำชมทำให้เธอมีความหวังที่จะทำซาลาเปาขายจริง ๆ
"จะขายได้จริง ๆ หรือคะ "
"ได้สิ ป้าจะช่วยบอกต่อป่าวประกาศให้คนที่มากินอาหารที่ร้านเอง "
"ขอบคุณป้าเสี่ยนมาก ๆ เลยนะคะ งั้นฉันจะไปหยิบซาลาเปาให้ป้าเสี่ยนไปอีก ไว้ให้ผู้อื่นชิมหากอร่อยจริง ๆ ฉันคงจะได้ขาย" เหม่ยหลิงยิ้มกริ่มรีบเดินเข้าไปในครัวหยิบซาลาเปาใส่ถุงให้ป้าเสี่ยนนำกลับไปแจกจ่ายได้ชิม หากจะขายเธอจะต้องทำการตลาดเสียก่อน
และแล้วเื่ที่เธอไม่คาดหวังก็เกิดขึ้นเมื่อลุงจ่าวได้ชิมพร้อมกับลูกค้าที่มากินอาหารที่ร้านต่างพากันชมเป็เสียงเดียวกันว่าซาลาเปานี่อร่อย ขนาดทิ้งไว้จนเย็นแต่แป้งไม่แข็งตัว ช่างเป็ร้านที่ผสมแป้งและตีแป้งได้เก่งจริง ๆ จนถามหาร้านที่ป้าเสี่ยนนำมา เื่นี้สร้างความสุขและความดีใจให้แก่เหม่ยหลิงยิ่งนัก เธอจึงคิดว่าเธอจะทำซาลาเปาขายเพื่อดำรงชีวิตต่อจากนี้ จากสูตรที่เธอดูมาจากรายการทีวีจนทำให้เธอมีรายได้ ช่างเป็เื่ที่ดียิ่งนัก
หลายวันต่อมาเหม่ยหลิงเริ่มปรับตัวอยู่ที่บ้านของเธออย่างคุ้นชินและเธอทำซาลาเปาส่งที่ร้านป้าเสี่ยนในทุกเช้าโดยมีเวยอันคอยช่วยเป็ลูกมือ จนมาวันนี้เหม่ยหลิงคิดว่าหากเธอเปิดร้านขายเองคงจะดีไม่น้อย แม้จะขายดีแต่ก็สู้มีหน้าร้านให้ทุกคนรู้จักว่าเธอเป็คนทำและมาซื้อที่ร้านของเธอจะทำให้เธอมีลูกค้ามากขึ้นกว่าเดิม ซาลาเปาของเธอไม่ได้ขายแพงชาวบ้านสามารถซื้อจ่ายคล่องมือทำให้เธอสามารถเก็บเงินได้บ้าง เธอใช้โต๊ะที่ไม่ได้ใช้งานในบ้านมาตั้งเพื่อนำซาลาเปามาวางขาย โชคดีที่คนแถวนั้นรู้มาบ้างว่าเหม่ยหลิงคือคนที่ทำซาลาเปาส่งให้ร้านของป้าเสี่ยนจึงพากันมาซื้อกินที่ร้านของเธอ หลายวันมานี้เหม่ยหลิงทั้งเหนื่อยทั้งมีความสุขจนลืมคิดถึงเื่ที่ผ่านมาเลยด้วยซ้ำ
ฝั่งด้านเหวินเทียนหลังจากที่เขาหย่ากับเหม่ยหลิงเขาเอาแต่เศร้าโศกเสียใจจนผู้เป็แม่กลัดกลุ้มไปใหญ่ วัน ๆ เอาแต่ดื่มเหล้าไม่ทำมาหากิน งานบ้านที่เหม่ยหลิงเคยทำกลับกลายเป็ไม่มีคนทำ ทำให้ข้าวของในบ้านเริ่มรกและไม่เป็ที่เป็ทาง ลู่หลินกลับมาจากโรงเย็บผ้ามาเหนื่อย ๆ ถูกแม่ใช้งานจนเธอตอบกลับผู้เป็แม่ทันที
"คุณแม่แค่ฉันไปทำงานที่โรงเย็บผ้าก็เหนื่อยพออยู่แล้วจะให้มาทำงานบ้านหุงหาอาหารอีกไม่เอาหรอก หากตอนนี้เหม่ยหลิงยังอยู่ที่นี่คงดี ดูสิบ้านเรือนไม่น่าอยู่เลย เฮอะ! แล้วนี่เหวินเทียนอยู่ที่ไหนอย่าบอกนะว่ายังเศร้าเสียใจอยู่ จริงสิวันนี้ซิงเยียนถามหาด้วยฉันเล่าเื่วันที่เหม่ยหลิงแท้งให้ฟังและเล่าเื่ที่เหวินเทียนหย่ากับเหม่ยหลิงตอนนี้ซิงเยียนเหมือนสนใจเหวินเทียนอยู่คุณแม่ช่วยจัดการให้เขาเป็ผู้เป็คนเสียที วันนี้ฉันเหนื่อยแล้วไปพักดีกว่า " ฟางเซียนเมื่อได้ยินรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าก่อนจะไปดูลูกชายตัวเองที่ห้อง
"นั่นนะสิ! ต้องรีบจัดการให้เหวินเทียนได้สติเสียที จะไปเสียดายผู้หญิงอย่างนั้นทำไมกัน " เธอย่ำเท้าเดินเข้าไปให้ห้องของเหวินเทียนกลิ่นเหล้าคละคลุ้งไปหมด เธอรีบใช้มือบีบจมูกมองหาลูกชายของตัวเองที่เมาหลับนอนอยู่บนเตียง
"เฮ้อ! ทำไมถึงเป็แบบนี้น่ะ ไม่ได้การละต้องจัดการเก็บกวาดห้องเสียก่อน" ฟางเซียนจัดการเก็บขวดเหล้าหยิบจัดไม้กวาดมากวาดให้สะอาดเปิดหน้าต่างให้ลมระบายออกก่อนที่เธอจะคิดบางอย่างออก หากซิงเยียนสนใจเหวินเทียนจริง และคงยากที่จะให้เหวินเทียนสนใจซิงเยียน รอยยิ้มชั่วร้ายจึงปรากฏขึ้น เธอเปลี่ยนความคิดที่จะให้ลูกชายเข้าหาแต่จะให้ซิงเยียนมาหาลูกชายเธอเอง เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอเลือกที่จะออกเดินทางไปหาซิงเยียนหากพบเธอวันนี้นับว่าเป็โชคชะตาเข้าข้าง