กลางดึก ห้องนอนในตำหนักอวี้เต๋อ
ิเฟิงนั่งอยู่ที่เตียง ขอบตาบวมแดง ก่อนหน้านี้เขาเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตหลุดพ้นปุถุชนขั้นที่หกที่แข็งแกร่งมากอยู่เหนือผู้คน มีอนาคตไกล แต่วันนี้ เขากลับถูกิอวี่ใช้พลังสังหารห้าเท่าตัดเส้นชีพจรเส้นเอ็นจนขาดไม่สามารถดูดซับพลังชี่ได้อีก
นั่นก็หมายความว่า ชาตินี้ทั้งชาติิเฟิงจะหยุดอยู่แค่ระดับนี้แล้วเท่านั้น ไม่สามารถก้าวหน้าไปมากกว่านี้อีกอีกทั้งเส้นชีพจรของเขาก็ใช้การไม่ได้ หากเดินลมปราณเขาจะรู้สึกเ็ปเส้นชีพจรไปทั่วร่างกาย
หรือพูดอีกอย่างว่า ิเฟิงในตอนนี้ นอกจากร่างกายที่แข็งแรงทนทานและการมีชีวิตที่ยืนยาวแล้ว เขาก็ไม่มีพลังยุทธ์อย่างอื่นอีก
ด้านหน้าของเขา มีหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งสวมชุดคลุมสีม่วงทอง แต่งกายงดงามแต่ในเวลานี้ดวงตาของนางเ็าราวกับงูพิษ ริมฝีปากอันบางเฉียบของนางเป็สีแดงนางก็คือพระสนมหลี่นั่นเอง
วันนี้นางเพิ่งจะเสร็จจากการไปเสริมความงามที่หอเทียนเซียงกลับมาก็เห็นประตูใหญ่ของตำหนักอวี้เต๋อถูกทำลายไม่มีชิ้นดีลูกชายที่นางภาคภูมิใจที่สุดก็ถูกตัดชีพจรเส้นเอ็น นางโกรธมากจนเกือบจะหมดสติไป
“ท่านแม่ ท่านจะต้องจัดการเื่นี้ให้ข้านะ! ิอวี่มันทำลายอนาคตข้า พรุ่งนี้ข้าจะไปฟ้องเสด็จพ่อ!” ิเฟิงตีโพยตีพาย
“เหลวไหล!”
พระสนมหลี่ตบไปที่หน้าของิเฟิงฉาดใหญ่ นางพูดด้วยความโมโหว่า“เดิมทีท่านอ๋องก็ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเราอยู่แล้วหากรู้ว่าตอนนี้ิอวี่มีพร์มากขนาดนี้ จะต้องให้ความสำคัญกับเขาอย่างมาก ย่อมปกป้องเขาอย่างถึงที่สุดเป็แน่อีกอย่าง เื่นี้เ้าคิดว่าเ้าทำถูกแล้วอย่างนั้นหรือ?”
ในสายตาของพระสนมหลี่ อำนาจเป็เื่ที่โหดร้ายหากิเฟิงเอาเื่นี้ไปบอกกับิอ๋อง นางจะต้องไม่ได้รับความโปรดปรานอีกต่อไปอย่างแน่นอน
“ข้า ...” พอได้ยินพระสนมหลี่ถาม ิเฟิงก็พูดอะไรไม่ออก
นางถอนหายใจ แล้วพูดว่า “ถึงเวลานั้นไม่มีใครช่วยเ้าได้แน่ท่านอ๋องเองก็จะลงโทษเ้าด้วย แล้วตำหนักอวี้เต๋อของข้าก็จะกลายเป็ตำหนักเย็น!”
“ฮะ?” ิเฟิงรู้สึกเหมือนมีูเาลูกใหญ่กดทับอยู่ในอกทำให้เขาหายใจไม่ออก
“เพราะฉะนั้นเื่นี้ข้าจะเก็บให้เงียบที่สุดห้ามให้เื่นี้ไปถึงหูท่านอ๋องเด็ดขาด”
ิเฟิงโกรธจนตัวสั่น “แล้ว ... แล้วจะให้เลิกแล้วต่อกันไปแบบนี้น่ะหรือ?”
ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้รับความเป็ธรรมแท้ๆแต่ถึงเวลาแล้วยังต้องมาช่วยิอวี่เก็บงำเื่นี้อีก พอได้ยินแบบนี้ ิเฟิงก็อดกลั้นความรู้สึกจนหน้าดำคร่ำเครียดไปหมด
พระสนมหลี่หรี่ตาลง แล้วบ่นพึมพำว่า “จะให้จบแบบนี้ไม่ได้แน่นอน คิดไม่ถึงเลยว่าหยางเสวี่ยหรงตั้งตัวเป็ศัตรูกับข้าเมื่อหลายปีก่อน ทำให้ข้าไม่ได้รับการโปรดปรานจากท่านอ๋องเหมือนเดิมวันนี้ลูกชายของเ้าก็ทำร้ายลูกชายของข้าอีก พวกเ้าสองแม่ลูกก็เป็พวกสารเลวด้วยกันทั้งหมด!”
“อีกไม่นานนักหรอก ข้าจะทำให้ลูกชายของเ้าหายไปจากโลกนี้ หยางเสวี่ยหรงเ้ารอความเ็ปจากการสูญเสียลูกชายของเ้าได้เลย!”
……
ตำหนักลั่วฮวา ในสวน ิอวี่กำลังฝึกกระบี่อยู่
ั้แ่่บ่ายจนถึงตอนนี้ ิอวี่รอคนของตำหนักอวี้เต๋อมาหาเื่ตลอดซึ่งเขาเองก็มีเหตุผลไว้รับมือแล้ว หากไม่ได้จริงๆ ก็แค่รายงานไปที่ิอ๋องทำให้เื่นี้เป็เื่ใหญ่ แล้วใช้ผลงานหักล้างกันไป
แต่ใครจะคิดว่ารอมาจนถึงตอนนี้แล้วตำหนักลั่วฮวากลับสงบเงียบนอกจากขุนนางจำนวนไม่มากที่รู้เื่ที่เกิดขึ้นใน่บ่ายวันนี้แล้ว ก็แทบจะไม่มีใครรู้เื่นี้อีกเลย
ตอนที่เสี่ยวซวงกลับมา ก็เล่าเื่นี้ทั้งหมดให้ทุกคนฟังอย่างละเอียดแทบจะไม่มีใครเชื่อเลย หากิอวี่ทำร้ายิเฟิงแล้วทำไมตำหนักอวี้เต๋อถึงยังไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรเลยล่ะ? พวกเขาก็เลยคิดว่าเสี่ยวซวงพูดจาเหลวไหลมาทำให้พวกเขาใเท่านั้น
ิอวี่น่าจะไปพูดอะไรประจบเอาใจที่ตำหนักอวี้เต๋อ ทำให้ิเฟิงอารมณ์ดีถึงได้ปล่อยเสี่ยวซวงกลับมาแน่
ิอวี่ไม่รู้ข่าวลือพวกนี้เลยสิ่งที่เขาให้ความสำคัญที่สุดในเวลานี้คือการเพิ่มพลังการต่อสู้
วันนี้ที่สู้กับิเฟิง ถึงแม้เขาจะเอาชนะมาได้ แต่ว่าิอวี่เองก็เหมือนจะรู้แล้วว่าพลังการต่อสู้นั้นสำคัญแค่ไหนราชวงศ์ต้าิมีเสือัซ่อนเล็บอยู่มากมายแค่ิเฟิงคนเดียวยังไม่ถือว่าเจ๋งเท่าไรเลย เส้นทางการฝึกฝนของิอวี่แค่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น
แล้วิอวี่เองก็คิดเอาไว้แล้วว่า หากภายในระยะเวลาสั้นๆ นี้ยังไม่สามารถเอาไข่มุกอักขระออกไปประมูลขายได้อีกถ้าคิดอยากจะหาเงินที่เหลืออีกสองล้านเหรียญหยกดำ เพื่อไปซื้อหลิงจือโลหิตแดงมารักษาหยางเสวี่ยหรงคงมีแค่วิธีเดียวเท่านั้น นั่นก็คือการไปประลองยุทธ์เดิมพัน
หากสามารถเอาชนะเดิมพันมาได้ ก็จะสามารถได้รับหยกดำมาได้อย่างรวดเร็วแต่ก่อนอื่น เขาจะต้องมีพลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่งเสียก่อน
“ฟึ่บ!”
ิอวี่ตวัดกระบี่ออกมา พลังสังหารห้าเท่าปรากฏขึ้นมาอีกครั้งใครจะคิดว่าแค่เขาพลิกปลายกระบี่แล้วแทงไปด้านหลัง พลังกระบี่ที่ปรากฏออกมานั้นมันจะเป็พลังสังหารหกเท่า!
ลมปราณกระบี่ส่งเสียงดังออกมา จากนั้นพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วลอยหายไปเป็ร้อยเมตรเพราะลมปราณกระบี่นั้นคมเกินไป อากาศจึงเกิดการบิดเบี้ยวเล็กน้อย
ิอวี่เก็บกระบี่เฟิงโหวเข้าฝักแล้วเช็ดเหงื่อที่ไหลออกมาจากหน้าผาก สูดหายใจเข้า เพื่อคุมเืลม
“อิอิ เพลงกระบี่ก้าวหน้ามากเลยนะ”
ในเวลานี้เองเสียงหวานที่คุ้นเคยของหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังขึ้นมาด้านหลังของเขา ิอวี่หันไปมองก็พบว่าเฮยจีลอยอยู่ห่างจากเขาเพียงสามคืบ นางสวมชุดกระโปรงสั้นสีดำบางๆทำให้เห็นขาเรียวยาวทั้งสองข้าง นางเอามือกอดอกแล้วมองมาที่ิอวี่ด้วยความสนใจ
ถึงแม้ิอวี่จะเตรียมรับมือกับใบหน้าอันงดงามของเฮยจีอยู่แล้วแต่วินาทีที่เขาหันมาแล้วเห็นหน้าของเฮยจีก็ยังตกตะลึงกับใบหน้าอันสวยงามของนางอยู่ดี
ิอวี่เก็บกระบี่เฟิงโหวเข้าถุงมิติพื้นที่ไป แล้วถามว่า“มาหาข้ามีเื่อะไรหรือ?”
เฮยจีเบะปากแล้วพูดว่า “ชิ ถ้าไม่มีอะไรก็มาเล่นกับเ้าไม่ได้หรืออย่างไร?ขี้งกไปได้”
เฮยจีฟื้นฟูกำลังกลับมาได้แล้ว ก็เลยออกมาสูดอากาศข้างนอก
“ก็ได้ อยากเล่นอะไรล่ะ?”
“เฮ้อ เ้านี่ซื่อบื้อจังเลย ยังมีหน้ามาถามข้าอีก”เฮยจีกระพริบตากลมโตของนาง แล้วพูดว่า “จริงด้วย นี่ก็ผ่านไปตั้งนานแล้วลายเส้นอักขระค่ายกละเิเพลิงที่ข้าสอนเ้าไปครั้งที่แล้ว ฝึกได้หรือยังไหนลองวาดให้พี่สาวคนนี้ดูหน่อย”
ิอวี่พยักหน้าเขากำลังคิดจะไปฝึกร่างลายเส้นอักขระค่ายกละเิเพลิงของเขาอยู่พอดี ก็เลยเดินเข้าห้องของเขาไปจากนั้นก็จุดไฟบนโต๊ะ นำกระดาษธรรมดาออกมาหนึ่งใบแล้วใช้หมึกทั่วไปร่างลายเส้นอักขระค่ายกละเิเพลิงออกมา
ิอวี่ไม่อยากใช้กระดาษอักขระสีเขียวกับหมึกเฉพาะเพราะมันเปลือง
เฮยจีเอียงหัวมองไปบนกระดาษ แล้วพูดว่า “ไม่เลวเลยนี่นาร่างได้เป็รูปเป็ร่างดี ดูท่าเ้าตั้งใจไม่น้อยเลยนะ”
ในสายตาของเฮยจี ิอวี่น่าจะฝึกตลอดทั้งสามวัน อีกไม่นานก็ควรจะซื้อกระดาษอักขระสีแดงมาลองร่างดูได้แล้ว
แต่ิอวี่ก็ไม่ได้เสแสร้งเขาใช้เวลาถึงสามวันถึงใช้กระดาษอักขระสีเขียวร่างไข่มุกอักขระขึ้นมาสิบเอ็ดเม็ดได้เขาก็ตั้งใจลงทุนลงแรงไปมากจริงๆ เลยพูดว่า “อือ ตั้งใจมากจริงๆ นั่นแหละทำอะไรต้องฝึก ต้องตั้งใจแน่วแน่ทุกวันข้าจะพยายามแล้วกลายเป็นักร่างอักขระที่สมบูรณ์แบบให้ได้”
“ข้าจะรอดู”
เฮยจีหันไปกะพริบตามองิอวี่ แล้วพูดว่า“เวลาที่ข้าออกมาสูดอากาศแบบนี้ค่อนข้างจะจำกัด เอาอย่างนี้ ข้าจะสอนกระบวนท่าที่สองของคาถาค่ายกลกันไฟให้กับเ้าแล้วกันนะ”
พูดจบนางก็ยกนิ้วชี้ขึ้น ดีดไปที่หว่างคิ้วของิอวี่ข้อมูลกลุ่มหนึ่งก็พุ่งเข้าไปในหัวของิอวี่ มันคือกระบวนท่าที่สองของคาถาค่ายกลกันไฟ นั่นคือ ค่ายกลระฆังทอง!
ค่ายกลระฆังทองเป็ลายเส้นอักขระป้องกันระดับกลางที่แข็งแกร่งมากค่ายกลหนึ่งสามารถสร้างค่ายกลระฆังทองออกมาตรงหน้าได้ สามารถต้านพลังการโจมตีของผู้กล้าขอบเขตหลุดพ้นปุถุชนขั้นที่เจ็ดได้ในเวลาคับขัน หากสามารถต้านการโจมตีกับศัตรูได้ก็สามารถพลิกสถานการณ์การต่อสู้ได้ทันทีด้วยพลังอันน่าเหลือเชื่อ
คาถาค่ายกลกันไฟมีทั้งหมดด้วยกันสามกระบวนท่าแค่กระบวนท่าแรกอย่างค่ายกละเิไฟกับกระบวนท่าที่สองอย่างค่ายกลระฆังทองรวมกันผลลัพธ์มันก็แข็งแกร่งมากแล้ว
ิอวี่พยายามจำจุดเคลื่อนที่ลายเส้นของค่ายกลระฆังทองจากนั้นก็เปลี่ยนกระดาษแผ่นใหม่ หยิบพู่กันขึ้นมาแล้วเริ่มลงมือร่าง ิอวี่พบว่าค่ายกลระฆังทองนั้นซับซ้อนมากกว่าค่ายกละเิเพลิงเสียอีก
ค่ายกละเิเพลิงนั้นมีเส้นโค้งเส้นหักค่อนข้างมากแต่ค่ายกลระฆังทอง เส้นโค้งเส้นหักไม่มาก แต่มันมีระดับในการย้อนตัวกลับสูง
ดังนั้น ตอนที่ิอวี่เริ่มร่างจึงมีลายเส้นที่ทับซ้อนกันค่อนข้างเยอะเลยต้องใช้เวลาประมาณหนึ่ง จนในที่สุดก็เริ่มชินกับการเปลี่ยนวิถีของเส้นจากนั้นก็กำลังเตรียมที่จะลงมือร่างต่อ แต่เฮยจีที่เดินเล่นไปมาในห้องหลายรอบแล้วกลับพบว่าิอวี่ยังร่างได้ไม่ถึงหนึ่งในห้าส่วนของค่ายกลระฆังทองเลย
เฮยจีส่ายหน้า ยิ้มมุมปากอย่างเ้าเล่ห์แล้วพูดว่า “เฮ้อ ช้าจังเลยไปเอากระดาษอักขระมาใหม่สิ เดี๋ยวพี่สาวจะสอนเ้าเอง”
ิอวี่เบะปาก แล้วก็ไปเอากระดาษอักขระสีเขียวมาใหม่กำลังคิดจะลุกขึ้นให้เฮยจีมาร่างแบบ คิดไม่ถึงเลยว่ามือเย็นๆข้างหนึ่งกลับจับมาที่หลังมือของเขา ส่วนมือซ้ายอีกข้างก็กดลงบนมือซ้ายของิอวี่ที่กำลังจับกระดาษอยู่
ิอวี่กำลังคิดจะหันหลังแก้มของเขาก็ััไปยังใบหน้าที่ขาวเนียนนุ่มของเฮยจี จากนั้นิอวี่ก็รู้สึกได้ว่าแผ่นหลังของเขานั้นเหมือนมีอะไรอุ่นๆ นุ่มๆ แนบชิดเข้ามา
ิอวี่เหมือนจะขนลุกซู่
“อย่าขยับ ดูที่ข้าร่างให้ดี ตั้งใจเรียนรู้”เฮยจีพูดด้วยสีหน้าที่จริงจัง
ระหว่างที่พูด เฮยจีก็เริ่มขยับพามือของิอวี่ลากไป พร้อมกับปรับท่าทางอย่างต่อเนื่อง ใช้ลายเส้นที่สมบูรณ์แบบที่สุดเพื่อหาจังหวะการสอนแผ่นหลังของิอวี่เกิดความััที่ไม่คุ้นเคยหูของเขาถูกเส้นผมของเฮยจีถูจนจั๊กจี้ไปหมดปลายจมูกของเขาได้กลิ่นหอมจากบนตัวของเฮยจีโดยไม่ได้ตั้งใจ
ิอวี่รู้สึกกระสับกระส่ายไปทั่วร่างกายโดยไม่รู้ตัวเขามองไปที่ภาพร่างที่อยู่ตรงหน้า แต่ในหัวกลับมีความคิดแปลกประหลาดเกิดขึ้นมามากมาย...
รีบๆ เสร็จสักทีได้ไหม ขืนเป็แบบนี้ต่อไปข้าจะทนไหวได้อย่างไรกัน... ิอวี่แอบภาวนาในใจ
เฮยจีจับมือของิอวี่ ค่อยๆ ร่างอย่างละเอียดไปทีละเส้นนางตั้งใจผ่อนความเร็วให้ช้าลง ให้แต่ละเส้นหักเส้นโค้งตรงตำแหน่งอย่างละเอียดถูกต้องที่สุดเหมือนกับกลัวว่าิอวี่จะเริ่มใช้เคล็ดลับในการร่างในจุดนั้น
“ทำไมมือของเ้ามันแข็งขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้ล่ะ? อย่าเกร็งมือขนาดนั้น ผ่อนคลายหน่อย ข้อมือจะต้องพลิ้วไหวนะ เวลาตวัดลายเส้นมันจะได้ดูเป็ธรรมชาติ”เฮยจีชี้แนะอย่างตั้งใจ
“ ... ได้”
เื่เป็ไปแบบนั้นประมาณหนึ่งนาทีได้เฮยจีก็เก็บลายเส้นสุดท้ายจนเสร็จ อักขระค่ายกลระฆังทองก็เปล่งแสงสว่างและลอยขึ้นมาจากนั้นก็มุดเข้าไปในไข่มุกอักขระ
จวบจนเฮยจีเอามือออกจากหลังมือ ิอวี่ถึงได้รู้สึกโล่งใจแต่ว่าปลายจมูกของเขาก็มีความร้อนพุ่งพล่านอยู่ จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆของเฮยจี
“หือ?”
ิอวี่ถึงได้รู้ว่า เมื่อครู่เขาทนไม่ไหวถึงขนาดมีเืกำเดาไหลออกมาเืกำเดานี้เผยให้เห็นถึงความคิดแปลกประหลาดในใจของิอวี่จนหมด ...
“อุ้ย ...”
ดวงตาของเฮยจียิ้มหวานจนเป็รูปทรงพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวนางรู้สึกว่าท่าทางอยากจะกินแต่ไม่ได้กินของิอวี่มันน่ารักเกินไปแล้ว
“...” เห็นเฮยจีแสดงท่าทาง “แผนสกปรก” ของนางสำเร็จลุล่วงแล้ว ิอวี่ถึงได้เข้าใจท่าทางที่จริงจังของเฮยจีเมื่อครู่มันเป็การแสดงทั้งหมดเป้าหมายที่แท้จริงของนางก็คือหาโอกาสแกล้งเขานี่เอง
ก่อนหน้านี้เฮยจีแกล้งเขาไปแล้วถึงสองครั้ง เพียงแต่ตอนนั้นนางแกล้งแบบตรงๆเลย เพียงแต่ตอนนี้กลับใช้แผนการอันแยบยลมาแกล้งเขาแทน ...
ิอวี่ยังจำได้ดีว่า ก่อนหน้านี้เขาเคยสาบานเอาไว้อย่างมั่นใจว่าเขาจะไม่หลงกลนางอีกแต่พออยู่ต่อหน้าเฮยจี เขากลับไม่เอาอ่าวเลย ...
“เ้าจะเกินไปแล้วนะ” ิอวี่เช็ดเืที่จมูกแล้วบ่น
“นั่นสินะ” เฮยจีขยับเข้ามาที่ข้างหูของิอวี่ แล้วเป่าลมเบาๆแล้วพูดหยอกไปว่า “ถ้างั้นเ้าก็กัดข้าสิ?”
การยั่วยวนแบบไม่เกรงกลัวอะไรเลยแบบนี้มันทำให้ิอวี่ควบคุมร่างกายของเขาไม่ได้เลย พอกำลังเริ่มมีอารมณ์เฮยจีกลับยิ้มอย่างเ้าเล่ห์แล้วพูดว่า “อือ ... ง่วงแล้ว ข้าไปนอนก่อนนะเ้าศึกษาค่ายกลระฆังทองให้ละเอียดล่ะ”
พูดจบนางก็กลายร่างเป็แสงแล้วมุดกลับเข้าไปในหยกโบราณที่อยู่บริเวณหน้าอกของิอวี่ทันทีทิ้งิอวี่ให้นั่งงงๆ กับตัวเองอยู่ที่เดิมอย่างนั้น ...
“... บ้าจริง!”
ิอวี่ถูกภูตตัวหนึ่งปั่นหัวจนไม่มีชิ้นดี เขาลุกขึ้นแล้วรีบไปที่ห้องน้ำจากนั้นก็ตักน้ำเย็นในถังมาราดหน้าของตัวเอง แล้วก็ส่องกระจกเขาพูดกับตัวเองในกระจกอย่างหัวเสียว่า “ิอวี่ ดูเ้าสภาพเ้าสิแค่ผีผู้หญิงตัวเดียวเล่นเอาเืพุ่งพล่านขนาดนี้เลยหรือ ...”
ผ่านไปครู่หนึ่ง ิอวี่ก็กลับมาที่โต๊ะไม้อีกครั้งเขายังจำได้ว่าเมื่อครู่เฮยจีบอกให้เขาศึกษาค่ายกลระฆังทองอย่างละเอียด
อือ ที่นางพูดมานั้นไม่ผิดเลยข้าควรจะศึกษาค่ายกลระฆังทองอย่างละเอียด ... แต่ข้าจะยังศึกษาเข้าใจอะไรได้อย่างไรกันล่ะตอนนี้?นางตั้งใจทำให้ข้าคลั่งชัดๆ เลย!
ิอวี่ถึงกับปวดหัว เขาหยิบกระดาษอักขระสีเขียวออกมาแล้วทบทวนการร่างค่ายกละเิเพลิงอยู่หลายครั้ง จนสร้างมันขึ้นมาสำเร็จ
ใน่เวลาคับขัน นอกจากผลาญโลหิตแล้วก็มีค่ายกละเิเพลิงนี่แหละที่จะเป็ไพ่ไม้ตายที่แข็งแกร่งในการรักษาชีวิตได้!
หลังจากร่างค่ายกละเิเพลิงเสร็จแล้วิอวี่ก็ไม่มีอารมณ์จะร่างอะไรต่อไปอีก เขาลุกออกจากห้อง หยิบเอากระบี่เฟิงโหวออกมา แล้วเดินไปฝึกกระบี่ที่สวนแทน!