หลังจากที่ซุนหยางได้รับมอบหมายให้ปล่อยข้อมูลเกี่ยวกับการประมูลหยกเขาก้ได้รีบส่งข้อมูลไปยังสายที่เขาแฝงไว้ในตระกูลทันที
“ฉินฉูงั้นเหรอว่าแต่นายน้อยไปซื้อโรงประมูลหยกนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”ซุนหยางค่อนข้างที่จะแน่ใจว่านายน้อยไม่ค่อยจะออกไปไหนหรือว่าจะมีคนที่เขายังไม่รู้จักอีก
“ช่างเถอะคิดไปก็เท่านั่นแหละตอนนี้ยิ่งนายน้อยแข็งแกร่งก็ยิ่งดีกับตัวเราแหละนะ”ซุนหยางพรึมพรำ
หลังจากซุนหยางปล่อยข่าวไปได้ไม่นานแน่นอนว่าด้วยสายข่าวของแต่ละคนนั้นไม่นานเรื่องนี้ก็ไปถึงหูของนายน้อยทุกคนของตระกูลถัง
ที่พักของนายน้อยรองถังหยาง
“ประมูลหยกงั้นเหรอ?”ถังหยางพูดขึ้นมาเขาไม่ได้แปลกใจหรอกที่ถังหลินสามารถเข้ามาปล่อยข่าวเรื่องนี้ภายในตระกูลได้เพราะเขามีกำลังถึงขนาดแย่งเหมืองหยกขนาดใหญ่ไปจากตระกูลได้ขนาดนั้นแต่ว่านะ
“ฉันเป็นเพียงแค่หุ่นเชิดเรื่องนี้รอคำติดสินจากพี่สาวแล้วกัน”ถังหยางยกยิ้มมุมปากอย่างดูแคลนขึ้นมาก่อนที่เขาจะนั่งรอนิ่งๆและรอเวลาที่เธอจะมาถึง
“นายคงได้รับข่าวแล้วใช่ไหม?”ไม่นานเกินรอถังฉีหลินก็มาถึงเธอเดินมาพร้อมกับบอดีการ์ดที่ลายล้อมตัวเธอเอาไว้
“ฮ่าๆพี่ฉีหลินพี่มาถึงแล้ว”ถังหยางยิ้มประจบขึ้นมาก่อนที่จะผายมือเชิญพี่สาวเขาให้นั่งลง
“เอาละนายมีความเห็นว่ายังไง”หลังจากถังฉีหลินนั่งลงเสร็จก็กล่าวถามถังหยางขึ้นมาเบาๆ
ถังหยางไม่ได้พูดออกไปทันทีแต่บนใบหน้าเขายังมีร้อยยิ้มประจบนั้นอยู่พลางคิดในใจว่านี้คิดจะทดสอบเขางั้นเหรอ?
“แน่นอนอยู่แล้วว่าผมฟังพี่พี่ว่ายังไงผมก็ว่าอย่างนั้นแหละ”ถังหยางตอบกลับมาถึงดูจะเหมือนยาวนานในห้วงความคิดแต่ช่วงเวลาในการคิดของถังหยางนั้นไม่นานหรือไม่เร็วจนเกินไปแถบจะไม่มีช่องโหว่หรือพิรุธใดๆเลยอย่างกับว่าเขานับถือคุณหนูใหญ่คนนี้จริงๆ !!
ถังฉีหลินหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วมองไปที่ถังหยางอย่างลุ่มลึกหรือว่าตัวเธอคิดมากเกินไป?
“ดีเอาละฉันเห็นว่านายควรส่งคนไปประมูลไม่สิถ้าให้ดีนายควรไปด้วยตัวเองนานๆครั้งพวกนายจะได้พบหน้ากันสักที”ถังฉีหลินพูดขึ้นมา
“ตกลงตามนี้เลยครับ”ถังหยางพูดขึ้นมา
ที่บ้านพักของถังตง
“ประมูลหยก? แถมยังเป็นเนื้อหยกจักรพรรดิอีกถ้าได้มาและเจียระไนคงได้ราคาเพิ่มไปอีกสี่ห้าเท่า”ถังตงครุ่นคิดขึ้นมาแต่เขากลับคิดว่ามันแปลกๆไปหน่อยนะ?
“นายคิดว่ายังไง”ถังตงหันไปถามที่ปรึกษาของเขา
“ผมกลับคิดว่าเรื่องนี้ปกติอย่างมากถึงนายน้อยห้าจะมีเหมืองหยกนี้แต่เขาไม่มีโกดังแถมยังไม่รู้จักบริษัทหรือโรงประมูลใดๆเกี่ยวกับทางนี้เลยแม้แต่น้อยเพราะฉะนั้นจะดีที่สุดที่จะขายมันออกไปถึงเก็บไว้ในเหมืองสุดท้ายแล้วถ้าไม่ขนย้ายออกไปก็จะไม่สามารถขุดเพิ่มได้อีกและนั้นจะเสียเปล่า”เขาตอบกลับนายน้อยของตัวเอง
“ก็จริงงั้นฉันก็ควรไปเจอน้องห้าหน่อยสินะ”ถังตงพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม
ส่วนอีกฝากของคฤหาสน์
“อืมน้องห้าไม่รู้จักแต่เพื่อนของน้องห้าดันรู้จักสะได้เรื่องของตระกูลถังคนนอกไม่ควรสอดมือเข้ามายุ่งนิจริงไหม?”ถังหมิงจูพูดกับลูกน้องของตัวเองซึ่งเขาก็เข้าใจว่านายน้อยคนนี้ต้องการอะไร
กริ๊ง กริ๊ง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขณะที่ถังหลินกำลังเล่นมาริโอ้ผ่านด่านสุดท้ายอยู่ขัดจังหวะเขาทันทีทำให้เขาต้องเริ่มต้นใหม่
“หมดกันความพยายามสองชั่วโมงของฉัน”ถังหลินพูดขึ้นมาทั้งน้ำตาก่อนที่จะกดรับสายซึ่งเขาก็พอเดาได้ว่าใครโทรมาตอนนี้
“เฮ้ยถังหลินใครปล่อยข่าวเรื่องจะประมูลหยกวะทุกโรงประมูลที่ฉันติดต่อไปไม่มีใครกล้ามาเลยเพราะพวกเขาบอกว่าเป็นเรื่องที่พวกเขาไม่กล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยที่ฉันพอคิดออกตอนนี้คงมีแต่ตระกูลถังแล้วละเพราะนอกจากตระกูลถังก็ไม่มีตระกูลอื่นที่ทำเกี่ยวกับหยกแล้ว”เมิ่งฮ่าวพูดขึ้นมา
“เออฉันเองแหละแต่ไม่ต้องห่วงหรอกพรุ่งนี้เรามีอะไรสนุกๆให้ดูอยู่แล้วละฉันรับรอง”ถังหลินพูดขึ้นมา
“ฉันต้องเอาบอดีการ์ดไปกี่คนวะสักร้อยพอไหม?”เมิ่งฮ่าวพูดขึ้น
ถังหลินคิ้วกระตุกทันทีจะเอาบอดีการ์ดไปอะไรเยอะแยะขนาดนั้นกัน
“นี้แกจะไปก่อสงครามกับใครวะนั่นไม่ต้องหรอก”ถังหลินพูดขึ้นอย่างเอือมๆ
วันต่อมาที่เหมืองหยกขนาดใหญ่ของถังหลินที่ตอนนี้กำลังอัดแน่นไปด้วยผู้คนมากมายที่ยืนล้อมลานตรงกลางที่ตอนนี้มีก้อนหยกที่ผ่าอย่างดีหลากหลายขนาดวางเรียงกันไว้อยู่
“เอาละถึงสักทีให้ตายเถอะอาเมิ่งวันสำคัญแบบนี้นายยังตื่นสายได้นะ”ถังหลินบ่นออกมาก่อนที่เขาจะมองไปรอบๆและเห็นชายหนุ่มสามคนที่ดูจะอายุไล่เลี่ยกับเขายืนอยู่กันคนละมุมแถมยังแผ่รังศรีความกดดันออกมามากมายขนาดนี้
“เฮ้แน่ใจนะว่าจะไม่เกิดสงครามขึ้นจริงๆนะ”เมิ่งฮ่าวกล่าวถามขึ้นมาอีกครั้ง
“เอาน่า”ถังหลินตบบ่าเมิ่งฮ่าวเบาๆก่อนที่เขาจะเดินไปหาหนี่ลี่ที่วันนี้เขาไม่ได้ใส่ชุดคนงานขุดเหมืองแล้วแต่กับใส่ชุดสูทแทน
“นั้นนะเหรอน้องห้าช่างหล่อเหลาสมคำล่ำลือจริงๆ”ถังตงพูดขึ้นมาถึงเขาจะเคยเห็นผ่านเว่ยป๋อมาบ้างแต่มาเจอตัวจริงนั่นหน้าตาหล่อเหลากว่าในรูปสะอีก
“แต่เขากล้ามาคนเดียวเลยงั้นเหรอ? นี้ออกจะประมาทไปหน่อยรึเปล่านะ”ถังตงพูดขึ้นมาเนื่องจากถังหลินเดินมากับฉงติ่งและเมิ่งฮ่าวเท่านั้นไม่มีบอดีการ์ดเลยแม้แต่น้อย
อีกฝั่งหนึ่ง
“อะไรกันนะที่ทำให้เขามั่นใจถึงกับขนาดไม่พาบอดดีการ์ดมาเลยแม้แต่คนเดียว”ถังหมิงจูขมวดคิ้วออกมาพลางจมไปกับความคิดของตัวเอง อะไรที่ทำให้น้องห้ามั่นใจขนาดนั้นกันงั้นเหรอมือสไนเปอร์แต่ที่รอบนี้ไม่เหมาะกับการซุ่มยิงแม้แต่น้อยเลยนะ
ในขณะที่ทุกคนโฟกัสไปที่ถังหลินแต่ถังหยางกับสังเกตไปรอบๆแทนโดยใช้สายตากวาดทำให้เหมือนดูว่าเขาแค่มองสำรวจดูเท่านั้นแต่จริงๆแล้วเขากับสัมผัสได้ว่าเหมือนเขากำลังโดนสัตว์ร้ายจับจ้องอยู่เลยมองหาต้นตอของมันแต่ในนี้กลับมีคนที่มองออกว่าเขากำลังหาอะไรอยู่คือถังหลินที่รู้ว่าเขาให้ซุนหยางซุ่มอยู่ในที่ที่สไนเปอร์ได้เปรียบที่สุดแน่นอนด้วยความสามารถของซุนหยางนั้นของแค่นี้กล้วยๆ
ไม่คิดเลยว่าพี่รองจะมีสัญชาตญาณที่สุดยอดขนาดนี้เขาเป็นเพียงแค่หุ่นเชิดจริงๆงั้นเหรอ? น่าสนใจจริงๆ
“เอาละพี่ๆที่น่ารักทั้งหลายในเมือผมเป็นคนตรงๆผมจะไม่พูดอ้อมค้อมแล้วกันเรามาเริ่มประมูลกันเลยดีกว่าเริ่มจากก้อนแรกหนักห้าสิบกิโลกรัมและเราตรวจสอบดูแล้วว่าข้างในนั้นเป็นก้อนหยกทั้งหมดแถมยังเป็ยหยกเกรด A เนื้อจักรพรรดิ เริ่มประมูลเลยเถอะ”ถังหลินพูดขึ้นมา
“น้องห้าฉันก็ไม่อยากหักหน้านายหนรอกนะแต่เรื่องของตระกูลถังของเราทำไมถึงยังมีคนนอกสอดมือเข้ามายุ่งได้ละ”ถังหมิงจูพุดขึ้นมาเพราะเขานั้นสักเกตุเห็นฉินฉูสักพักแล้ว
“พี่สามพี่พูดอะไรกันในเมื่อมาอยู่นี้ก็ต้องมาเพื่อประมูลสิมันไม่เกี่ยวกับสายเลือดหรอกนะ”ถังหลินตอบกลับด้วยรอยยิ้มแต่ทางฉินฉูตอนนี้เขาหายใจโล่งอกแล้วเพราะเขาเดิมพันถูกข้างจริงๆตั้งแต่เห็นชื่อผู้ถือหุ้นเขาก็เอ๊ะใจแล้วว่ามีความเกี่ยวข้อวยังไงกับตระกูลถังแต่นายน้อยของเขาอยากตายเร็วนักรึไงถึงให้เขามาปั่นราคาแบบนี้นี้เท่ากับเลือกเป็นศัตรูกับทุกคนเลยนะ?
“สิบล้านฉันให้สิบล้าน”ถังตงพูดขึ้นมาเนื่องจากเขาไม่อยากเสียเวลาอยู่ที่นี้มากเกินไป
“เอาละพี่สองให้สิบล้านมีใครให้มากกว่านี้ไหม”ถังหลินพูดขึ้นมารับรองได้เลยว่าพวกแกขาดทุนยับแน่นอน!
“นายน้อยครับปล่อยไปเถอะหยกขนาดห้าสิบกิโลกรัมนี้สิบล้านก็ถือว่าเป็นเพดานแล้วกำไรแค่ห้าหกล้านหลังจากเครื่องประดับนั้นไม่มีค่าเท่ากับก้อนใหญ่พวกนั้นหรอกครับ”คนสนิทของถังหมิงจูพูดขึ้นมาเมื่อเห็นว่านายน้อยของตนกำลังจะประมูล
“ก็จริง”ถังหมิงจูพยักหน้าเห็นด้วยแต่เขาก็ไม่ได้อธิบายไปเพราะว่าไม่จำเป็นเมื่อกี้เขาแค่อยากดันราคาขึ้นไปเพื่อตัดเงินเท่านั้นแต่เขากลับลืมไปว่าถ้าเขาคิดได้พี่สองก็คงคิดได้เหมือนกันแล้วเขาพึ่งฉุดคิดได้เมื่อกี้
“สิบสองล้าน”ฉินฉูพูดขึ้นมานิ่งพลางมองไปยังบนท้องฟ้าเพราะเขาไม่อยากมองไปข้างหน้าเพราะตอนนี้ถังตงกำลังมองมาที่เขาอย่างกับจะฆ่าเขาให้ได้
“สิบสามล้าน”ถังตงพูดขึ้นมาพลางจ้องไปยังฉินฉูเขม็งถ้ามันกล้าเสนอราคาอีกละก็รับรองได้เลยว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่ได้ลืมตา!
ถังหยางคิดในใจน้องห้าเต็มไปด้วยแผนการและเจ้าเล่ห์จริงๆถ้าพวกเราพี่น้องประมูลตัดราคากันเองมันคงไม่มีผลเท่าไหร่แต่ในเมื่อเป็นคนนอกนั่นกลับส่งผลตรงข้ามเพราะศักดิ์ศรีของแซ่ถังงั้นเหรอ? นั้นคือจุดประสงค์ที่รองประธานโรงประมูลเทียนกังอยู่ที่นี้สินะ
“เอาละยินดีด้วยหยกก้อนนี้เป็นของพี่สองแล้ว”ถังหลินพูดขึ้นมา
“ต่อไปหยกดิบก้อนนี้หนักถึงสองร้อยกิโลกรัม!”ถังหลินจงใจเน้นที่นำหนักของก้อนหยกเป็นพิเศษเนื่องจากก้อนหยกที่ใหญ่ขนาดนี้สามารถสร้างเครื่องประดับได้มากมายและนั่นก็หมายถึงกำไรที่มหาศาล
“ร้อยล้านหยวน”ถังหยางพูดขึ้นมา
“นี้ไม่คิดเลยว่าพี่รองจะร่ำรวยขนาดนี้น้องชายคนนี้คงสู้ไม่ไหว”ถังหมิงจูพูดขึ้นมาซึ่งสร้างความแปลกใจให้ทุกคนไม่น้อย
“น้องสามคงไม่ได้เล็งเหมือนฉันหรอกนะ”ถังตงพูดขึ้นมาอย่างกังวล
“พวกนั้นเล็งก้อนนั้นไว้งั้นเหรอ”ถังหยางพูดขึ้นมาเบาๆ
ส่วนฉินฉูก็มองไปยังถังหลินเนื่องจากราคาร้อยล้านก็นับว่ามหาศาลแล้วสำหรับน้ำหนักสองร้อยกิโลกรัมนี้ถังหลินก็เข้าใจว่าฉินฉูต้องการอะไรเขาจึงส่ายหน้าเบาๆแต่การกระทำของทั้งสองก็ไม่รอดพ้นจากการสังเกตของถังหยางได้แต่เขาก็ไม่ได้เปิดโปงหรือพูดอะไรขึ้นมาเพราะเขาก็แค่หุ่นเชิดคนหนึ่งนินะจะไปมีความคิดอะไรได้? แต่ดูเหมือนกลับไปเขาต้องปรับเปลี่ยนแผนการของตัวเองสักหน่อยแล้ว!
“ไม่พูดอะไรทั้งที่เห็นแล้วงั้นเหรอ?”ถังหลินพูดขึ้นมาเพราะไม่ใช่แค่ถังหยางที่สังเกตถังหลินอยู่แต่ถังหลินก็สังเกตถังหยางอยู่เหมือนกันเพราสัญชาติญาณของเขานะร้องเตือนว่าในนี้ถังหยางนั้นน่ากลัวที่สุดแล้ว! แต่อีกสองคนก็ไม่สามารถมองข้ามได้เหมือนกัน
“เอาละในเมื่อไม่มีใครประมูลแข่งงั้นหยกก้อนนี้ก็เป็นของพี่รองแล้วยินดีด้วย”ถังหลินพูดขึ้นมาส่วนตงหยางก็แสดงร้อยยิ้มที่เป็นมิตรกับคืนมาให้ถังหลินเหมือนกัน
ส่วนฉงติ่งกับเมิ่งฮ่าวมองสลับพี่น้องทั้งสี่คนนี้พลางอดส่ายหัววออกมาไม่ได้
“ฉันคิดว่าเราโชคดีแล้วละที่เกิดมาแล้วถูกเลือกเลยจากพ่อของตัวเองไม่ต้องเล่นบทชิงบันลังอะไรแบบนี้”เมิ่งฮ่าวพูดขึ้นเพราะถึงดูเหมือนบรรยากาศรักใคร่กลมเกลียวกันดีแต่ก็ไม่มีใครรู้หรอกว่ากลิ่นดินปืนและกระสุนจะดังขึ้นตอนไหน
“ไอ้ถังหลินนี้ก็จริงๆเลยนะอะไรทำให้เพื่อนเรามั่นใจขนาดนี้กันนะว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์นองเลือดขึ้น”ฉงติ่งพูดขึ้นมาอย่างเอือมๆ
“เพราะว่ากังหยูกับซุนหยางไม่อยู่นะสิ”เมิ่งฮ่าวพูดขึ้น
“นี้…”ฉงติ่งเบิกตากว้างขึ้นมาซุนหยางนะช่างเถอะนานทีเขาค่อยเห็นหน้าหมอนั่นเหมือนกันแต่ปกติกังหยูแทบจะตัวติดกับถังหลินตลอด!
ซึ่งบทสนทนาทั้งสองคนไม่ได้เป็นจุดสนใจเลยแม้แต่น้อยเพราะพวกเขาคุยกันเบาๆและทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ก็เข้าใจกันโดยปริยายว่าสองคนนี้ก็แค่ผู้ชมเท่านั้น!!