ภายในห้องพักที่เดิมเป็ห้องเก็บของ ทางฟิโอร่าได้ให้คนมาขนของออกและตบแต่งใหม่เบื้องต้นแล้วเรียบร้อย ทริสตันใช้่เวลาตลอดบ่ายไปกับการคิดวิเคราะห์ความทรงจำของร่างเดิม และประมวลผลข้อมูลที่ได้มา เขาจำเป็ต้องรู้จักทุกสิ่งเกี่ยวกับตัวตนของเ้าของร่างเดิม ความเกี่ยวข้องกับผู้คนและกฎเกณฑ์ของโลกใหม่นี้ทั้งหมด
“คนที่มีความเป็ไปได้ที่จะฆ่าชายหนุ่มคนนี้คือ…” ทริสตันพึมพำกับตัวเองขณะจิบชาที่ฟิโอร่าเตรียมให้ “คนที่มีอำนาจพอจะบงการพนักงานในวิทยาลัยแห่งนี้… แล้วแรงจูงใจของคนบงการ?”
เสียงนิ้วเคาะไปกับโต๊ะดังขึ้นขณะที่ทริสตันที่มีสีหน้าเคร่งเครียดขณะกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก
เขาลองทวนความจำของร่างนี้แล้ว แม้จะก่อเื่สร้างความไม่พอใจให้กับหลาย ๆ คน แต่คนเ่าั้ไม่มีอำนาจพอจะทำเื่แบบนี้ได้แน่ ๆ กับคนที่มีอำนาจเหนือกว่าทริสตันไม่เคยเข้าไปหาเื่มีแต่จะเข้าไปประจบประแจงด้วยซ้ำ
ท่ามกลางภวังค์ความคิดอันเงียบสงบ เสียงเอะอะโวยวายจากภายนอกกลับดังแทรกเข้ามา ทหารยามหน้าห้องรุดรายงานว่ามีแขกสามคนมาขอพบโดยอ้างว่าเป็เพื่อนสนิท ทริสตันยกยิ้มที่มุมปากอย่างรู้ทันพลางอนุญาตให้ทั้งสามเข้ามาได้ พวกเขาคือสมาชิกกลุ่มสี่สหายเสเพลที่เคยสร้างวีรกรรมแสบสันไว้ทั่ววิทยาลัย ซึ่งทริสตันเองที่เป็คนสั่งให้ฟิโอร่าส่งข่าวบอกพิกัดที่พักแห่งใหม่นี้แก่สหายร่วมก๊วน
ชายทั้งสามก้าวเข้ามาพร้อมเสียงโวยวายอึกทึก หนึ่งในนั้นคือ ดาเรียน เฟลเวล ชายร่างอ้วนท้วนผมดำหยิกหยักศก เขาเป็บุตรชายคนโตของาาแห่งดินแดนเฟลเวลอันมั่งคั่งจากการค้าชายแดน ดาเรียนมีนิสัยใจกว้างกับมิตรสหาย ทว่ากลับละเอียดลออเป็ที่สุดในเื่เงินทอง สมัยเรียนเขามักแอบปล่อยเงินกู้ในวิทยาลัยอย่างลับ ๆ แม้แต่ทริสตันเองก็ยังเคยหยิบยืมเงินทองจากหมอนี่ไปไม่น้อย นอกจากนี้เขายังเป็เสมือนคลังข้อมูลที่ล่วงรู้ความลับสารพัดภายในรั้ววิทยาลัยอีกด้วย
ถัดมาคือชายรูปร่างผอมสูง ใบหน้าดูซีดเซียวธรรมดาจนดูไร้เรี่ยวแรง ทว่าภายใต้รูปลักษณ์อันอ่อนแอนั้นกลับซ่อนพละกำลังมหาศาลเกินตัว เขาคือ ลิโอรัน โกลด์ฮอว์ค บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของแม่ทัพผู้เกรียงไกรแห่งจักรวรรดิ แม้จะมีนิสัยขี้เมาและชอบโอ้อวดไปบ้าง แต่เขากลับมีความสามารถพิเศษที่หาตัวจับยากอย่างการปลดล็อกกุญแจสารพัดชนิด
คนสุดท้ายคือชายหนุ่มที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่มด้วยใบหน้าหล่อเหลาและเส้นผมสีทองทรงเสน่ห์ที่ดึงดูดใจสาว ๆ ได้ไม่ยาก เขาคือ มาลัส ไนต์เชด บุตรชายของขุนนางใหญ่แห่งกรมยาหลวง แม้เบื้องหน้าจะดูเป็คนเ้าชู้ประตูดิน ทว่าลึก ๆ กลับมีความเงียบขรึมและสุขุมเยือกเย็นซ่อนอยู่ มาลัสมีทักษะอันยอดเยี่ยมในการปรุงยาและเชี่ยวชาญการจำแนกพิษหรือยาชนิดต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ
เมื่อเห็นความห่วงใยที่เพื่อนทั้งสามแสดงออกมา ทริสตันก็ส่งยิ้มอันอ่อนโยนกลับไป ความอบอุ่นสายหนึ่งพลันซึมลึกเข้าสู่หัวใจ ก่อนที่เขาจะเริ่มบอกเล่าเื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้สหายทั้งสามฟัง
“สารเลวเอ๊ย! ใครมันกล้าลอบกัดแกวะทริสตัน? เล่นงานแกแบบนี้ มันก็ไม่ต่างอะไรกับการเหยียบหน้าพวกเราทุกคนนั่นแหละ!” ลิโอรันคำรามลอดไรฟันด้วยความโกรธแค้นจนตัวสั่น
ปัง! เสียงกำปั้นหนาหนักทุบลงบนโต๊ะจนสนั่นหวั่นไหว ดาเรียนที่ไม่อาจข่มโทสะไว้ได้อีกต่อไปแผดเสียงะโก้อง “ใช่! มันกล้าทำขนาดนี้ก็เท่ากับเหยียบหน้ากลุ่มสี่สหายเสเพลอย่างพวกเราชัด ๆ ทริสตัน... แกพอจะมีใครในใจที่เข้าข่ายน่าสงสัยบ้างไหม!”
ท่ามกลางอารมณ์ที่พลุ่งพล่านของเพื่อนพ้อง มาลัสกลับเป็เพียงคนเดียวที่ยังคงความสงบเงียบ เขาใช้นิ้วเรียวยาวลูบคางอย่างใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเบนสายตาคมกริบไปทางทริสตัน “ทริสตัน... ถ้าแกยังพอเหลือกาแฟติดก้นแก้วไว้บ้าง ฉันคงพอจะตรวจหาชนิดยาให้ได้อยู่หรอก แต่ดูจากสภาพตอนนี้คงไม่เหลือร่องรอยอะไรให้สืบต่อแล้วละ” เมื่อเห็นว่าทางตันที่ตัวยา เขาจึงหันไปหาผู้มีอิทธิพลด้านข่าวสาร “ดาเรียน ฉัน้าข้อมูลพนักงานชงกาแฟและแม่บ้านคนนั้นทั้งหมด แกจัดการให้ทีได้ไหม?”
ดาเรียนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับ “เื่ข้อมูลคนชงกับแม่บ้านน่ะฉันหามาให้ได้แน่ แต่จะสาวไปถึงตัวบงการได้ไหมนั่นก็อีกเื่... เพราะดูท่าไอ้คนสั่งการมันก็น่าจะมีเงินและอำนาจล้นมืออยู่บ้าง ถึงกล้าลงมืออุกอาจขนาดนี้”
ลิโอรันหรี่ตาลงพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทว่าหนักแน่น “หรือจะให้ฉันลากคอสองคนนั้นมาเค้นความจริงเลยดีไหม? ดูซิว่าถ้าโดนบีบหนัก ๆ เข้า มันยังจะกล้าปิดปากเงียบถึงคนบงการอยู่อีกหรือเปล่า”
"แปะ แปะ แปะ" เสียงตบมือเป็จังหวะดังขึ้นจากทริสตันเพื่อดึงความสนใจสหายทั้งสาม เขามองไปที่ทุกคนพลางระบายยิ้ม “ทุกคนใจเย็นลงก่อน ก่อนอื่นฉันต้องขอบใจทุกคนมากที่เป็ห่วงกันขนาดนี้ แต่เื่ที่จะลากตัวพนักงานสองคนนั้นมาเค้นถามน่ะ ลืมไปได้เลย ต่อให้เราหาข้อมูลพวกเขาได้ แต่ก็ใช่ว่าจะจับตัวมาได้ง่าย ๆ ไม่แน่ว่าตอนนี้ทั้งคู่อาจหายสาบสูญไปแล้ว หรือถ้ายังอยู่... มันก็อาจเป็กับดักที่ล่อให้เราลงมือ เพื่อหาเื่ฟ้องวิทยาลัยให้เล่นงานพวกเราคืนก็ได้”
สหายทั้งสามต่างนิ่งเงียบจมอยู่กับความคิดของตนเองครู่หนึ่ง ดาเรียนเป็คนแรกที่ทำลายความเงียบขึ้นด้วยสุ้มเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล “ทริสตัน แผนลอบสังหารครั้งนี้ล้มเหลวไปแล้ว แกคิดว่ามันจะหาวิธีอื่นมาจัดการแกอีกไหม? ที่สำคัญ... เป้าหมายของมันคืออะไรกันแน่ และแค้นนี้มันจำกัดอยู่แค่แกเพียงคนเดียว หรือตั้งใจลากพวกเราทุกคนเข้าไปพัวพันด้วย?”
“เป้าหมายคืออะไรนั้น... ลำพังแค่พวกเราตอนนี้คงยากจะเดาใจพวกมันได้” มาลัสเปรยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำพลางกวาดสายตาคมกริบไปยังทริสตันและดาเรียน “แต่อย่าลืมว่าพวกแกสองคนหลังเรียนจบ คือผู้ที่จะต้องก้าวขึ้นเป็ผู้ปกครองดินแดนในอนาคตอันใกล้ เื่นี้อาจเป็ชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้ใครบางคนอยากจะกำจัดพวกแกให้พ้นทางไปก่อนก็ได้นะ”
ท่ามกลางราตรีที่มาเยือน ทั้งสี่ถกเถียงกันจนกระทั่งถึงเวลาที่สหายทั้งสามต้องแยกย้าย ทันใดนั้นกิเซลล์ก็เดินเข้ามาในห้อง นางหยุดยืนเบื้องหน้าทริสตันพลางโค้งกายทำความเคารพตามระเบียบอัศวิน
“ท่านทริสตัน ดิฉันมีรายงานสำคัญที่ต้องแจ้งให้ทราบค่ะ” กิเซลล์เอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะนิ่งเงียบพลางกวาดสายตามองไปยังสหายทั้งสามของเขา แล้วจึงหันกลับมาสบตาที่ทริสตันอย่างมีนัยสำคัญ
ทริสตันย่อมเข้าใจนัยจากสายตาของกิเซลล์เป็อย่างดี เขาหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะเบนสายตากลับมามองนางด้วยความจริงจัง “กิเซลล์... รายงานมาได้เลย คนที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็สหายที่ไว้ใจได้ทั้งสิ้น”
กิเซลล์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งพลางจ้องเขม็งไปยังทริสตัน แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคงนั่งยิ้มกริ่มอย่างไม่ทุกข์ร้อน นางก็ได้แต่ลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะเริ่มรายงานข้อมูลสำคัญที่เพิ่งสืบพบมาอย่างรวดเร็ว
“ท่านทริสตัน ดิฉันมีข่าวร้ายที่ต้องแจ้งให้ทราบก่อนค่ะ... จากการตรวจสอบแก้วกาแฟในห้องของท่านอย่างละเอียด กลับไม่พบร่องรอยของสารพิษหรือสิ่งผิดปกติใด ๆ ตกค้างอยู่เลย นั่นหมายความว่าตอนนี้เรายังไม่มีหลักฐานมัดตัวเกี่ยวกับยาพิษที่ท่านได้รับเลยค่ะ”
สิ้นคำรายงานของกิเซลล์ เสียงบ่นพึมพำด้วยความเสียดายก็ดังระงมไปทั่วทั้งห้อง ส่วนทริสตันที่เคยยิ้มแย้มกลับนิ่งเงียบพลางก้มหน้าลงอย่างท้อใจ เมื่อเห็นสหายรักมีท่าทีสลดลงเช่นนั้น เพื่อนทั้งสามจึงรีบกรูเข้าไปตบไหล่ให้กำลังใจและเอ่ยคำปลอบโยนไม่ขาดสาย
กิเซลล์เฝ้ามองภาพการปลอบประโลมตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นอีกครั้ง “แต่ยังมีอีกเื่ค่ะ... จากการส่งคนไปสืบประวัติพนักงานทั้งสอง พบว่าเมื่อสามวันก่อนมีคนเห็นพวกเขาลอบพบปะกับคนสนิทของ ท่านไซลาส เทียบัน ในที่ลับตาคน ไม่แน่ว่าผู้อยู่เื้ัเื่นี้อาจจะเป็...” นางหยุดคำพูดไว้เพียงเท่านั้นพลางทิ้งความเงียบงันให้ทำงานแทนคำพูดที่เหลือ
เมื่อได้ยินชื่อนั้น ทริสตันก็ขมวดคิ้วแน่นพลางจมดิ่งลงสู่ห้วงความคิด ในความทรงจำของเ้าของร่างเดิมนั้น ไซลาส เทียบัน คือเ้ากรมการคลังผู้ทรงอิทธิพลขององค์จักรพรรดิ แต่เหตุผลกลใดกันที่ขุนนางระดับนั้นต้องลงมือสังหารชายหนุ่มคนนี้? ในเมื่อทั้งคู่ต่างไม่มีเื่บาดหมางหรือผลประโยชน์ขัดกันแม้แต่น้อย แม้แต่ความสัมพันธ์ระหว่างไซลาสกับ าาวินด์สเกล ก็ไม่เคยมีข่าวคราวเื่รอยร้าว... ทว่าในจังหวะนั้นเอง ประกายความคิดหนึ่งก็วาบผ่านเข้ามา 'เอ๊ะ! เดี๋ยวก่อนสิ... หรือว่า...