อวิ๋นหวงเอามือลูบขาของหลงไท่จื่อ “เมื่อข้าได้พลังวิเศษอันยิ่งใหญ่แล้ว ข้าจะสามารถตัวใหญ่เหมือนท่านได้หรือไม่?”
หลงไท่จื่อทอดมองเส้นขอบฟ้า แล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ย่อมเป็เช่นนั้น ความจริงแล้ว ข้าก็ไม่นับว่ายิ่งใหญ่อะไร”
“ยังมีคนที่ใหญ่กว่าท่านอีกหรือ?”
“ใต้พื้นพิภพทางเหนือมีปลาชื่อว่าคุน[1] มันมีขนาดใหญ่ถึงพันลี้ เมื่อมันเปลี่ยนร่างเป็นก มันชื่อว่าเผิง[2] เมื่อเผิงโผบิน ปีกที่คล้ายกับเมฆซึ่งลอยต่ำบนท้องฟ้า สามารถทะยานขึ้นไปสูงได้ถึงเก้าหมื่นลี้”
ฉากที่หลงไท่จื่อบรรยายนั้น นึกไม่ถึงว่าจะปรากฏอยู่ในทะเลเมฆได้จริง ๆ เพียงก้อนเมฆมารวมตัวกัน ก็สามารถแสดงรูปร่างได้มากมายไม่รู้จบ สามารถเป็รูปคุนเผิง เป็รูปหมีสีน้ำตาล และตรงนั้น อา~ คล้ายทางช้างเผือกที่กำลังไหลรินลงมา
อวิ๋นหวงอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง
หลงไท่จื่อกล่าว “ความใหญ่โตของ์และโลกนั้น ครอบคลุมทั้งจักรวาล อวิ๋นหวง หากเ้าได้รับเวลาฝึกฝนที่มากพอ รูปสัญลักษณ์หงส์เพลิงไม่เพียงจะใหญ่เท่าคุนเผิงเท่านั้น เมื่อมันผุดขึ้นมาจากน้ำ มันจะกลายเป็เผิง และเมื่อมันลงไปในน้ำ ก็จะกลายเป็คุน จะขึ้นฟ้าลงทะเลก็สามารถทำได้ดั่งใจนึก เ้าเองก็เช่นกัน”
“จริงหรือ?” อวิ๋นหวงรู้สึกปรารถนา
หลงไท่จื่อยิ้มให้นาง “ใช่แล้ว ใน่ที่์และโลกมนุษย์ยังรวมกันเป็หนึ่ง ขนาดของ์และโลกก็คือขนาดของใจ ความกว้างใหญ่ของจักรวาลก็คือความกว้างใหญ่ของใจ”
อวิ๋นหวงหัวเราะขึ้นมา “ถ้าอย่างนั้นข้าก็อยากมีชีวิตที่ดี ไม่ต้องพูดถึงการฝึกฝนนับพันปีเลย ถึงแม้จะเป็หมื่นปี ตราบใดที่ข้าทนไหว ข้าก็จะทน!”
หลงไท่จื่อพยักหน้า “ทุกสิ่งในโลกก็เป็เช่นนี้ มีเพียงเหล่าผู้ที่สามารถยืนยงต่อการฝึกฝน จึงสามารถบรรลุความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ได้”
อวิ๋นหวงรับคำ จากนั้นจึงเขย่งเท้าชูมือขึ้นเพื่อแตะหัวั แต่ไม่ว่าจะพยายามสักแค่ไหน นางก็เอื้อมไม่ถึง
หลงไท่จื่อก้มหัว และยกอุ้งเท้าสูงขึ้น เมื่อเขาเห็นว่าอวิ๋นหวงเอื้อมไม่ถึง เขากลัวว่าหากไม่ระวัง นางอาจจะร่วงหล่นจากฝ่ามือเขา แล้วตกลงสู่ก้อนเมฆได้
หลงไท่จื่ออดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เ้าอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับข้าเพียงนี้ ไฉนถึงเอาแต่ััตัวข้าเล่า?”
อวิ๋นหวงรีบเอ่ย “บนโลกนี้จะมีคนสักกี่คนที่สามารถัััของจริงได้ เมื่อได้รับเกียรติอันหาได้ยากนี้ ข้าย่อมต้องััมันอย่างละเอียดสิ”
หลงไท่จื่อจนใจ “ขนาดของเราแตกต่างกันมากนัก จึงก่อความไม่สะดวกมากมาย เช่นนั้นให้ข้าแปลงร่างเป็มนุษย์ จะได้เสมอภาคกับเ้าดีหรือไม่?”
เมื่ออวิ๋นหวงได้ยิน ก็ดีใจจนแทบจะะโโลดเต้น “ท่านสามารถแปลงร่างเป็มนุษย์ได้ด้วยหรือ? ประเสริฐนัก ท่านรีบเปลี่ยนร่างเร็วเข้า!”
หลงไท่จื่อจับมือน้อย ๆ ของอวิ๋นหวง “เ้าหลับตาเสีย”
อวิ๋นหวงหลับตาอย่างเชื่อฟังทันที มีรอยยิ้มพิมพ์ใจแต่งแต้มที่มุมปาก
ดวงหน้าของหญิงสาวราวกับดอกชบา เป็โฉมงามที่งดงามจับตา หลงไท่จื่อที่กำลังตั้งสมาธิกลับรู้สึกถึงลมหายใจติดขัด ใจเขาที่เคยสงบนิ่งล้ำลึก ผ่านความแปรปรวนมากมายมาอย่างยาวนานได้เริ่มสั่นคลอนอย่างอธิบายไม่ได้ เขาตัดสินใจรวบรวมสมาธิ และตั้งจิตสั่งการอีกครั้ง แล้วร่างอันใหญ่โตมโหฬารของเขาพลันหายวับไป กลายเป็ชายหนุ่มรูปงามสง่า กำลังยิ้มแย้มมองนาง “เสร็จแล้ว”
อวิ๋นหวงที่แย้มยิ้มราวกับดอกไม้เบ่งบาน ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เมื่อเห็นคนตรงหน้าชัด ๆ—— คิ้วรูปกระบี่ยาวเลยไปถึงขมับ ดวงตาสีดำดุจดวงดารา รูปร่างที่โดดเด่น หน้าตาหล่อเหลา ที่แท้ก็เป็ซูอวี้เจ๋อ!
เมื่อดวงตาทั้งสองคู่สบประสานกัน ห้วงเวลาพลันหยุดนิ่ง
ช่างเหมือนกับวันนั้น ใต้ต้นอู๋ถงหน้าวิหารฉงเซิ่ง วันที่นางกับเขากลับมาพบกันอีกครั้งหลังจากห่างหายไปนาน การได้เห็นเพียงแวบเดียว...เื่ราวต่าง ๆ ที่ตามมา ล้วนลงเอยด้วยทะเลเืและความเกลียดชังอย่างลึกล้ำ!
ผ่านเงาสะท้อนในดวงตาดำตัดขาวกระจ่างใสของอวิ๋นหวง เมื่อหลงไท่จื่อเห็นรูปร่างหน้าตาของตนเอง เขาก็กระหยิ่มยิ้มย่อง ทว่าอวิ๋นหวงกลับจ้องอีกฝ่ายเขม็ง “ซูอวี้เจ๋อ! เ้ายังกล้ามาหลอกลวงข้าหรือ? ข้าจะฆ่าเ้า!”
หลังจากพูดจบ อวิ๋นหวงก็พุ่งตัวเข้าใส่ด้วยแรงทั้งหมดที่มี นางเคลื่อนไหวสะเปะสะปะ ทุบตีและเตะต่อยอีกฝ่ายอย่างอุตลุด
หลงไท่จื่อกลัวว่านางจะออกแรงมากเกินไป ควบคุมไม่อยู่จนพลาดท่า จึงยืนนิ่งไม่ขยับ ยิ้มแย้มมองนางอาละวาด
อวิ๋นหวงรู้สึกเวียนหัวตาลายด้วยโทสะ แต่ก็ยังไม่ละเลิกความพยายาม เมื่อเห็นว่า ‘ซูอวี้เจ๋อ’ ไม่หลบเลี่ยง นางก็ยิ่งโมโหหนักขึ้น “ซูอวี้เจ๋อ เ้าเอาเสด็จพ่อเสด็จแม่ของข้าคืนมา คืนแคว้นต้าเฉินของข้ามาด้วย...”
อวิ๋นหวงกำลังโกรธจัด ทันใดนั้นนางก็ก้มหัวลงแล้วพุ่งหัวเข้าชน ‘ซูอวี้เจ๋อ’ อย่างแรง “ข้าจะตายไปพร้อมกับเ้า!”
หลงไท่จื่อไม่ทันระวังตัวถูกกระแทกที่ท้องอย่างจัง ทว่าชายหนุ่มก็ยังสามารถยืนอย่างมั่นคงได้ดั่งหินผา ทว่าอวิ๋นหวงซึ่งถูกแรงสะท้อนกลับ ทำให้ถอยหลังซวนเซไปหนึ่งก้าว เท้าของนางเหยียบย่ำลงไปบนความว่างเปล่า พลันร่วงหล่นลงจากก้อนเมฆทันที!
“ว้าย!”
อวิ๋นหวงกรีดร้องด้วยความกลัว ขณะตกลงมาด้วยความเร็วสูง ราวกับก้อนหินที่ร่วงหล่นจากูเาสูง
ลมที่ส่งเสียงหวีดหวิวข้างหู บาดแก้มจนนางรู้สึกแสบ เมื่อหญิงสาวหันหน้าไปมองเบื้องล่างที่ดูคล้ายหุบเหวลึก นางก็รู้สึกเวียนหัวไปชั่วขณะ
หากตกลงไป ร่างคงแหลกเป็ผุยผง
อวิ๋นหวงเดือดดาล หันไปจ้องทอง ‘ซูอวี้เจ๋อ’ ซึ่งยืนกอดอกเฝ้ามองดูอยู่บนหมู่เมฆ
อวิ๋นหวงเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองใจ นางไม่สามารถเอาชนะซูอวี้เจ๋อ และทุกครั้งนางก็ล้วนเจอสถานการณ์ยากลำบากเช่นนี้ ขณะที่หญิงสาวกำลังหงุดหงิด นางก็เห็นเขาลอยสูงขึ้น แล้วะโลงมาด้วยท่วงท่าราวกับเมฆเคลื่อนน้ำไหล ลอยล่องลงมาอย่างสง่างาม โอบเอวนางไว้
ทันใดนั้นความเร็วที่ตกลงมาก็เปลี่ยนเป็เชื่องช้าในบัดดล ภาพเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้านาง ทำให้อวิ๋นหวงใจสั่นอย่างอธิบายไม่ถูก จู่ ๆ นางก็นึกถึงวันที่อยู่ในคุกใต้ดิน ซูอวี้เจ๋อคว้ากระบี่ที่องครักษ์กำลังจะจ้วงแทงนาง คมกระบี่บาดฝ่ามือของเขาจนเืไหลไม่หยุด...
ซูอวี้เจ๋อ นางมองเขาไม่ออกเลย
ใบหน้าหล่อเหลาที่ครั้งหนึ่งเคยเที่ยวหลอกหลอนนางในความฝัน ได้กลายเป็ฝันร้ายที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตของนาง
บางครั้งเขาก็เืเย็นไร้ปรานี บางครั้งก็อ่อนโยนอบอุ่น เขาช่วยชีวิตนาง แต่ก็ทำร้ายนาง ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็คือศัตรูที่นางไม่อาจอยู่ร่วมโลกได้!
หญิงสาวไม่้าให้เขาช่วยเหลือ นางขอเป็หยกที่แตก ไม่ขอเป็กระเบื้องมุงหลังคา!
เมื่อได้สติกลับคืนมา อวิ๋นหวงจึงดึงปิ่นปักผมออกจากมวยผมและแทงไปที่เขา ทว่าเขากลับคว้ามันไว้ได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะพูดติดตลก “ด้วยความสามารถแค่นี้ของเ้า เ้ายังอยากแก้แค้นอยู่หรือ?”
สถานการณ์นี้ ก็เหมือนวันนั้นที่วัดกูหลง นางเห็นเสด็จพ่อและเสด็จแม่ของนางเสด็จตลงอย่างน่าอนาถด้วยสายตาว่างเปล่า นางร้องไห้คร่ำครวญอย่างบ้าคลั่ง “ข้าจะฆ่าเ้า ข้าจะฆ่าเ้า!”
ซูอวี้เจ๋อก็เป็เช่นนี้ มองนางอย่างเ็า และยกยิ้มเหยียดหยัน “เ้าหรือ?”
อวิ๋นหวงชิงชังอย่างที่สุด “ซูอวี้เจ๋อ สักวันหนึ่งข้าจะฆ่าเ้าด้วยมือข้าเอง!”
หลังพูดจบ อวิ๋นหวงก็พลิกตัวลงไป พยายามดิ้นให้หลุดจากการควบคุม ทว่าก็ถูกหลงไท่จื่อที่คาดการณ์ไว้แล้ว กอดไว้แน่นในอ้อมแขน “อวิ๋นหวง!”
เสียงนั้นเป็เสียงของหลงไท่จื่อ
อวิ๋นหวงรู้สึกสับสนไปหมด “ตกลงท่านเป็ใครกันแน่?”
“แน่นอนว่าเป็หลงไท่จื่อ ไม่ใช่ซูอวี้เจ๋ออะไรนั่น”
“แล้วเหตุใดท่านถึงแปลงกายเป็เขา ท่านตั้งใจยั่วโมโหข้าหรือ?” อวิ๋นหวงรู้สึกไม่พอใจ
“ไม่ใช่ว่าข้าเลือกแปลงกลายเป็ใคร แต่เป็เ้าที่คิดถึงใครมากที่สุด และข้าก็จะกลายเป็ใครคนนั้น” หลงไท่จื่อทำหน้าเหมือนถูกใส่ร้าย “เป็เพราะเ้าเอาแต่คิดคำนึงถึงคนผู้นี้ ดังนั้นข้าจึงดูเหมือนคนผู้นี้”
อวิ๋นหวงสูดหายใจเข้าลึกจนจิตใจสงบลง “ข้าเอาแต่คิดคำนึงถึงคนผู้นี้? ข้าแทบทนรอจะขูดกระดูกเขาให้เป็ผุยผง เพื่อล้างความเคียดแค้นในใจข้าไม่ไหวแล้ว!”
“เคียดแค้นก็คือคิดคำนึงไม่คลาย” หลงไท่จื่อกอดหญิงสาวไว้แน่น “อยู่กับเ้า ข้าจำต้องมีรูปโฉมเหมือนเขาเท่านั้น เพราะนี่คือปีศาจร้ายในใจเ้า”
อวิ๋นหวงตกตะลึง
หลงไท่จื่อพานางลงไปบนยอดเขาที่สูงตระหง่าน แล้วจึงปล่อยนางลง ก่อนจะยืนเอามือไพล่หลัง ทอดสายตามองออกไปยังทิวทัศน์เบื้องหน้า
เทือกเขาคดเคี้ยวทอดยาว เหล่านกส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้ว ต้นไม้นับหมื่นแข่งกันผลิดอกออกใบ
หลงไท่จื่อไม่พูดอะไรอยู่เป็นาน
ใบหน้าด้านข้างของ ‘ซูอวี้เจ๋อ’ นั้นงามเลิศล้ำราวกับงานประติมากรรมแห่งเทพ จนนางใจเต้นแรงเมื่อได้เห็นและชิงชังเมื่อคิดถึงเื่ราว!
อวิ๋นหวงขมวดคิ้วพลางยกมือขึ้นนวดหน้าผาก ทันใดนั้นดวงตานางก็สว่างวาบขึ้น หญิงสาวหยิบผ้าเช็ดหน้าผ้าไหมออกมาจากในแขนเสื้อ แล้วถือผ้าเช็ดหน้าก้าวเข้าไปปิดใบหน้าหลงไท่จื่อ เหลือไว้เพียงดวงตาเท่านั้น “ทำแบบนี้เถอะ ดูแล้วข้าค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย อย่างน้อยข้าจะได้ไม่คิดทุบตีท่านอีก แล้วทำให้คนดี ๆ แบบท่านต้องคับข้องใจไปเปล่า ๆ”
หลงไท่จื่อกระชากผ้าเช็ดหน้าผ้าไหมออก “ข้า หลงไท่จื่อผู้สง่างาม กล้าหาญและทรงอำนาจ เปิดเผยจริงใจ น้ำใจกว้างขวาง ย่อมไม่สนใจเื่พวกนี้!”
อวิ๋นหวงท้อแท้ “ถ้าเช่นนั้น ท่านก็ควรแปลงกายกลับจะดีกว่า...”
หลงไท่จื่อส่งสายตาคมกริบมาให้นาง
อวิ๋นหวงไม่กล้าสบสายตา
ดวงตาที่ลึกล้ำเช่นนี้ทำให้ความคิดของนางสับสนและกระวนกระวายใจ ชั่วขณะหนึ่ง นางย้อนนึกถึงเื่ที่ซูอวี้เจ๋อเอาใจใส่ห่วงใยนาง และคอยกวดขันนางในทุกด้าน ชั่วขณะต่อมา นางก็คิดถึงเขาที่โเี้ไร้ความปรานี ถือดาบเดินหน้าเข้ามาหานาง...
อวิ๋นหวงหลับตาลงอย่างจนปัญญา “อภัยให้ข้าที่โง่เขลา เกินกว่าจะจัดการตัวเองได้”
หลงไท่จื่อรู้สึกะเืใจ เขาจับไหล่ทั้งสองข้างของนาง แล้วเอ่ยด้วยถ้อยคำลึกซึ้งจริงจัง “อวิ๋นหวง รู้จักผู้อื่นคือปัญญา รู้จักตนเองคือความฉลาด หากเ้ายังอยากแก้แค้น ก่อนอื่นเ้าต้องเรียนรู้ที่จะไม่แสดงอารมณ์ออกมา ต่อให้อยู่ตรงหน้าศัตรู เ้าก็ต้องสงบเยือกเย็นให้ได้ และรอโอกาส เพียงทำเช่นนี้ได้ เ้าถึงจะอยู่ยืนยง และแน่นอนหากเ้าสามารถละวางความแค้น แล้วซ่อนตัวอยู่ในวังั เพื่ออยู่อย่างอิสระจากพันธนาการทั้งปวง นั่นย่อมเป็อีกเื่หนึ่ง”
คำพูดเพียงไม่กี่คำนี้ก็คล้ายจะทำให้คนรู้แจ้งขึ้นมา
**
[1] คุน (鯤) ในหนังสือเซียวเหยาของจวงจื่อ อธิบายความหมายของคำว่า ‘คุน’ ว่า เป็ชื่อของปลาชนิดหนึ่ง ที่ตัวใหญ่มาก จนประมาณไม่ถูกว่าใหญ่แค่ไหน สามารถกลายร่างเป็นกได้
[2] เผิง (鹏) เป็นกั์ที่แปลงร่างมาจากปลาั์ คุน (鯤) เป็นกในเทพนิยายจีน
.
.
.