“แต่ข้ามิเคยพบปะพระคุณเ้าที่วัดนี้เลยนะจ๊ะแม่ แม่คงจะทักผิดคนแล้วกระมัง” นางบอก
“มิผิดหรอก พระคุณเ้าท่านบอกให้ข้ามารอเรือลำเล็กที่มีคนเจ็บมากับผู้หญิงอีก2 คน ท่านว่าเรือมาจากบ้านดอน” หญิงสูงวัยบอกแล้วก็ถามว่า“พวกเอ็งมาจากบ้านดอนใช่หรือไม่?คนในเรือลำใหญ่นั่นบอกข้าแล้วว่าเจอเรือมาจากบ้านดอน ข้าถึงได้มารอท่าพวกเอ็งอยู่”
แดงพยักหน้ารับ “ใช่จ้ะ พวกฉันมาจากบ้านดอนจ้ะ”
รุ้งมณีมองอย่างงงๆ
“ถ้าเช่นนั้นพวกเอ็งก็รีบพายเรือตามข้าไปที่วัดเถอะพระคุณเ้าท่านรอพวกเอ็งอยู่นานแล้ว” หญิงสูงวัยบอกแล้วก็พายเรือนำออกไป แดงหันไปมองรุ้งมณี“เอาอย่างไรดีรึเอ็ง?”
“ลองตามไปดูเถอะ คุณป้าคงไม่น่าจะตุกติกอะไรหรอกมั้ง” รุ้งมณีบอก แดงทำหน้างงๆ“เอ็งพูดอะไรข้ามิเข้าใจเลย”
รุ้งมณีถอนหายใจแล้วก็บอกว่า “ฉันหมายถึงว่าลองตามคุณป้าไป เขาคงไม่โกหกหรอกมั้ง”
แดงพยักหน้าเข้าใจ จากนั้นนางก็เอาไม้พายยันริมตลิ่งดันเรือออกรุ้งมณีก็ช่วยอีกแรง ทั้งสองคนพายเรือตามหญิงสูงวัยไปจนถึงวัด
ณ ท่าน้ำหน้าวัดมีพระภิกษุรูปหนึ่งนั่งรออย่างสงบ หญิงสูงวัยจอดเรือเทียบท่าน้ำแล้วก็เอาเชือกผูกกับเสาท่าน้ำจากนั้นก็เดินไปไหว้พระภิกษุพลางบอกว่า “มากันแล้วเ้าค่ะ”
แดงกับรุ้งมณีพายเรือไปเทียบท่าน้ำพลางมองขึ้นไปบนท่าน้ำอย่างสงสัยใคร่รู้ ครั้นพอแดงเห็นหน้าพระภิกษุรูปนั้นนางก็ทักว่า“ลุงสิงขร”
นางรีบเอาเรือเทียบท่า แล้วก็ก้าวพรวดขึ้นไปบนท่าน้ำอย่างดีใจ นางถลันเข้าไปไหว้จนแทบจะชนชายผ้าเหลือง“ลุงสิงขรจริงๆ หรือจ๊ะ?”
พระคุณเ้ารีบปรามว่า “เบาๆ นังแดง”
แล้วท่านก็บอกกับหญิงสูงวัยว่า “ให้คนไปหามนังนากไปไว้ที่ศาลาก่อนเถอะแม่ปีบ”
“เ้าค่ะ” ปีบรับคำแล้วก็ลุกไปเรียกคนให้ไปช่วยกันหามคนเจ็บตามคำสั่ง รุ้งมณีวางไม้พายแล้วก็หันไปผูกเชือกกับเสาท่าน้ำไม่ต้องถามอะไรดูจากท่าทางเด็กสาวก็รู้แล้วว่ารู้จักพระรูปนั้นแน่ๆแต่แปลกที่ท่านสั่งให้คนไปดักรอที่ท่าน้ำถูกได้อย่างไรกัน ช่างน่าสงสัยจริงๆ
ครู่ต่อมาปีบกับผู้ชายอีก 3 คนก็มาช่วยกันหามคนเจ็บ นากยังเคลิ้มๆ เพราะฤทธิ์ยารุ้งมณีก็ช่วยประคองส่งให้ จากนั้นเธอก็ขึ้นไปไหว้พระภิกษุรูปนั้น “นมัสการค่ะ”
พระคุณเ้ายิ้มให้อย่างปราณี แล้วก็บอกว่า “ขอบใจเอ็งที่ช่วยรักษานังนาก”
รุ้งมณีชะงัก!“ท่านรู้ได้ยังไงคะว่าหนูช่วยรักษาคุณป้าน่ะค่ะ?”
“ข้ารู้ก็แล้วกันแม่หนูผู้มาจากกาลเบื้องหน้า” พระคุณเ้าตอบ รุ้งมณีชะงักงัน! “ท่านรู้!”
ถ้างั้นท่านก็คงรู้ว่าหนูจะกลับบ้านของหนูได้ยังไง? เธอคิดในใจยังไม่ทันจะพูดออกไปพระคุณเ้าก็ตอบว่า “เอ็งมาที่นี่ได้ก็เพราะดวงชะตาของเอ็งส่วนเอ็งจะกลับไปยังที่ๆ เอ็งจากมาได้หรือไม่ ชะตากรรมของเอ็งเป็ตัวกำหนดทั้งสิ้นอย่าได้ถามอะไรข้าอีกเลยนะแม่หนู ข้าพูดมิได้หรอกมันเป็ลิขิตกรรมของใครก็ของมัน”
รุ้งมณีชะงักนิ่ง! ส่วนแดงก็ได้แต่มองหลวงลุงกับรุ้งมณีอย่างงงๆ
แล้วพระคุณเ้าก็บอกว่า “นังแดงเอ็งพาแม่หนูนี่ไปหาแม่ปีบคนเมื่อกี้ทีประเดี๋ยวเขาจะได้หาข้าวหาปลาให้พวกเอ็งกินกันแล้วพวกเอ็งจะได้อาบน้ำอาบท่ากันเสียนี่ก็บ่ายคล้อยนักแล้วประเดี๋ยวจะมืดจะค่ำเสียก่อน”
“เ้าค่ะหลวงลุง” แดงรับคำแล้วก็ลุกขึ้นจูงรุ้งมณีให้ไปด้วยกัน รุ้งมณีได้แต่เดินตามแดงไปอย่างสับสนมึนงงพอพบแม่ปีบ แม่ปีบก็จัดแจงหาข้าวปลาอาหารมาให้ทั้งสองกิน แดงกินข้าวอย่างหิวจัดส่วนรุ้งมณีก็กินอย่างใจลอย ครั้นพอกินข้าวเสร็จแล้วแม่ปีบก็พาทั้งสองไปอาบน้ำอาบท่าที่กระท่อมของตัวเองพออยู่ในกระท่อมของแม่ปีบแล้ว รุ้งมณีก็ปลดผ้าโพกหัวออก
“พวกเอ็งอาบน้ำเสร็จแล้วก็เอาเขม่าทาตัวเสียเถิด เป็แม่หญิงผิวงามไอ้พวกผู้ชายมันเห็นเข้ามันจะมาฉุดคร่าไปทำเมียเสีย”แม่ปีบบอกอย่างเมตตาแล้วก็บอกว่า “บ้านเมืองกำลังระส่ำระส่ายคนดีหรือโจรชั่วก็มิอาจจะรู้ได้พวกเอ็งจงป้องกันตัวไว้เสียก่อน นุ่งห่มให้มิดชิดอย่าให้ผู้ใดเห็นหน้าค่าตาได้หลบอยู่แต่ในวัดนี่แหละอย่าได้เที่ยวเดินเพ่นพ่านไปเชียว”
“เ้าค่ะ” / “ค่ะ” แดงและรุ้งมณีรับคำพลางนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนกลางวันแล้วก็พากันรู้สึกกลัว โดยเฉพาะรุ้งมณี เธอรู้ตัวว่าตัวเองหน้าตาสวยเพราะเธอเป็ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ผิวพรรณหน้าตาจึงสวยโดดเด่นกว่าใครหลายต่อหลายครั้งแล้วที่เธอเกือบจะถูกฉุดไปข่มขืน โชคดีที่เธอเป็มวยทำให้หล่อนเอาตัวรอดมาได้แล้วแม่ปีบก็เอาผ้านุ่งผ้าห่มมาให้ เป็ผ้าสีเข้มเกือบดำซึ่งย้อมด้วยแก่นมะเกลือ รุ้งมณีและแดงรับผ้ามาพลางไหว้ขอบคุณ“ขอบคุณค่ะ” / “ขอบใจเ้าค่ะ”
“เอ็งพูดจาแปลกประหลาดนักนังหนู” แม่ปีบทักพลางจ้องหน้ารุ้งมณีแล้วก็พูดว่า “หน้าตาเอ็งก็งดงามหมดจรดผิวพรรณเอ็งก็ขาวผุดผ่องเอ็งมิใช่คนเวสาลีเป็แน่”
รุ้งมณีใจเต้นแรงกลัวว่าอาจจะถูกขับไล่ไสส่งก็อาจจะเป็ได้
“แต่เอาเถอะในเมื่อพระคุณเ้าท่านให้เอ็งอยู่ที่นี่ เอ็งจะมาจากที่ใดก็มิใช่ธุระของข้าแต่เอ็งจงระวังตัวให้ดีเถิดนังหนูอย่าให้ใครเห็นผิวพรรณหน้าตาเอ็งได้เป็อันขาดเชียว”แม่ปีบเตือนอย่างเป็ห่วงแล้วก็ลุกเดินไปทำธุระของตัวเองปล่อยให้สองสาวอาบน้ำอาบท่า ครั้นพออาบน้ำเสร็จแล้วทั้งแดงและรุ้งมณีก็ช่วยกันเอาเขม่าทาตัวให้กัน
“ผิวเอ็งข๊าว...ขาวดั่งไข่ปอก ข้าเห็นแล้วอยากมีผิวงามๆ เช่นเอ็งบ้าง”แดงบอกขณะทาเขม่าให้รุ้งมณี
“ผิวเธอก็สวยนะนี่ถ้าดูแลดีกว่านี้ฉันว่าผิวเธอจะสวยยิ่งกว่าฉันอีกนะ”รุ้งมณีบอก แดงรู้สึกเขินที่มีคนชมว่าผิวสวย นางมองรุ้งมณีอย่างรู้สึกสนิทสนม ครั้นพอแต่งตัวเสร็จทั้ง2 คนก็ออกไปหานากที่ศาลา นากสะลืมสะลือมองไปรอบๆ ตัว พอเห็นคนโพกหน้ามิดชิดมามองตัวเองก็ใผงะร้อง“โอย...ท่านพญายมจะมารับข้ารึ?”
“ป้า ข้าเอง นังแดงหลานป้าอย่างไรเล่า” แดงบอกพลางปลดผ้าโพกหัวออก
“นังแดงหรอกรึ โอย...ข้าก็นึกว่าพญายมมารับข้าเสียอีก”นากถอนหายใจโล่งอกแล้วก็มองไปรอบๆ ตัว “นี่ข้าอยู่ที่ใดรึ?”
“พวกเราอยู่ที่วัดจ้ะป้า หลวงลุงสิงขรมาอยู่ที่วัดนี้จ้ะป้า”แดงบอกแล้วก็ถามว่า “ป้าหิวหรือไม่จ๊ะ?”
นากทำหน้างงๆ “ไอ้สิงขรมันบวชเป็พระั้แ่เมื่อใดรึ?”
แดงส่ายหน้า “มิรู้จ้ะป้า ข้าเจอหลวงลุงท่านก็บวชเป็พระแล้วจ้ะ”
“งั้นรึ...โอย” นากพยักหน้ารับรู้พลางครางเจ็บ รุ้งมณีชะโงกเข้าไปถามอาการ“เจ็บมากไหมคะป้า?”
นากหันไปมองแล้วก็ถามว่า “แล้วนี่ใครกันรึ?”
“ก็นังบ้าไงป้า” แดงตอบแทนแล้วก็รีบบอกว่า “นังบ้าที่ข้ากับป้าช่วยกันแบกหนีไอ้พวกกาสีไง”
นากมองจ้อง “แล้วทำไมมันโพกหน้าโพกตาเยี่ยงนี้เล่า?”
“แม่ปีบกลัวใครจะมาฉุดคร่าก็เลยให้ข้ากับมันเอาเขม่าทาตัวแล้วก็โพกหน้าโพกตามิให้ผู้ใดเห็นจ้ะป้า”แดงบอกแล้วก็ถามว่า “ป้าหิวหรือไม่จ๊ะ? เดี๋ยวข้าไปขอข้าวจากแม่ปีบมาให้นะจ๊ะ”
“เดี๋ยวฉันไปเอาข้าวมาให้ล่ะกัน เธออยู่กับป้าที่นี่แหละ”รุ้งมณีอาสาแล้วก็เดินออกไป แดงจึงนั่งเฝ้าป้าพลางมองตามรุ้งมณีไป ยิ่งใกล้ชิดก็ยิ่งรู้สึกเหมือนมีพี่สาวก็มิรู้เช่นกันว่าเหตุใดจึงรู้สึกเช่นนี้ รุ้งมณีเดินไปถึงโรงครัว เห็นแม่ปีบกำลังทำกับข้าวง่วนอยู่หล่อนจึงเข้าไปหา“ป้าคะ พอจะมีข้าวต้มหรือโจ๊กบ้างไหมคะ?”
ปีบหันไปมองแล้วก็บอกว่า “มิมีหรอกนังหนู เอ็งจะเอาข้าวต้มไปให้ใครรึ?”
“หนูจะเอาไปให้คนเจ็บค่ะ” รุ้งมณีบอกแล้วก็เหลือบไปเห็นน้ำข้าว“ถ้างั้นหนูขอน้ำข้าวนี่ไปให้คนเจ็บได้ไหมคะ?”
ปีบพยักหน้า “เอาไปเถอะ”
รุ้งมณียกมือไหว้ “ขอบคุณค่ะ”
แล้วเธอก็ตักน้ำข้าวใส่ชามดินเผาไปให้คนเจ็บ พอเดินไปถึงศาลาเธอก็เอาน้ำข้าวไปให้นาก
“ป้าคะหนูเอาน้ำข้าวมาให้ป้ากินค่ะ” เธอบอกแล้วก็นั่งลงข้างๆ นาก นากผงกหัวขึ้นมอง“เออดี...ข้ากำลังอยากได้อยู่เชียว โอย...เอ็งนี่ช่างรู้ใจข้าจริง”
“ข้าป้อนนะจ๊ะป้า” แดงอาสาแล้วก็ดึงชามไปจากมือรุ้งมณี แล้วนางก็ค่อยๆ ป้อนน้ำข้าวให้ป้ารุ้งมณีมองไปรอบๆ ศาลา เธอเห็นคนนอนเรียงรายดูลักษณะแล้วน่าจะเป็คนที่เจ็บป่วยกันทั้งนั้น ด้วยจิตอาสาเธอจึงเดินไปดู เธอเห็นพระคุณเ้ากำลังดูแลผู้ชายคนหนึ่งอยู่เธอจึงเดินเข้าไปหา
“เขาเป็อะไรคะหลวงพ่อ?” เธอถาม พระคุณเ้าเงยหน้ามองแล้วก็ทักว่า“อ้อ...แม่หนูนั่นเอง”
แล้วก็ตอบว่า “มันถูกฟันมา”
“ขอหนูดูหน่อยได้ไหมคะ” รุ้งมณีอาสา
“เอาซิ” พระคุณเ้าอนุญาตแล้วก็ขยับลุกขึ้นถอยออกไป รุ้งมณีทรุดลงนั่งคุกเข่าข้างๆคนเจ็บแล้วเธอก็เปิดใบตองที่ปิดแผลดู รอยแผลถูกฟันเป็ทางยาวจากไหล่ไปถึงเอวอักเสบบวมเป่งเืยังซึมเป็ทาง
“แผลแบบนี้ต้องเย็บค่ะหลวงพ่อ” รุ้งมณีบอก พระคุณเ้ามองแล้วก็บอกว่า “แม่หนูรักษามันได้ก็รักษามันเถิดจะได้เป็บุญกุศลแล้วแม่หนูจะเอาอะไรบ้างรึ? ข้าจะได้จัดหามาให้”
“ขอเข็มกับด้าย น้ำร้อน ผ้าสะอาดๆ มีดคมๆ ซักเล่มค่ะ แล้วก็คนช่วยจับด้วยค่ะ”รุ้งมณีบอก
“รอประเดี๋ยวนะแม่หนู” พระคุณเ้าบอกแล้วก็เดินไป ระหว่างที่รอ รุ้งมณีก็ลุกเดินไปล้างมือจนสะอาดครู่ต่อมาพระคุณเ้าก็กลับมาพร้อมกับผู้ชายอีกสองคน
“ไอ้เงินไอ้มากประเดี๋ยวช่วยเป็ลูกมือแม่หนูนี่ที” พระคุณเ้าบอกแล้วก็หันไปพยักหน้ากับรุ้งมณี
มากและเงินวางข้าวของที่ถือมาตรงหน้ารุ้งมณี แล้วก็ถอยไปยืนดู รุ้งมณียกมือไหว้“ขอบคุณค่ะ”
แล้วเธอก็จัดแจงลงมือเตรียมข้าวของสำหรับเย็บแผล
“ลุงมีแอลกอฮอล์ไหมคะ?” เธอถามมือก็ง่วนกับการเตรียมของ มากและเงินทำหน้างงๆ“อะไรวะนังหนู? อะไรฮอๆรึ?”
รุ้งมณีนึกขึ้นได้ว่าคนสมัยนี้ยังไม่รู้จักแอลกอฮอล์ เธอจึงบอกว่า “มีเหล้าไหมคะเหล้าแรงๆ แบบที่จุดไฟติดน่ะค่ะ”
มากกับเงินหันไปยิ้มให้กันแล้วก็หันไปมองพระคุณเ้าอย่างกลัวโดนด่า เพราะท่านเทศนานักหนาเื่เหล้ายาปลาปิ้งถั่ว โป พนันขันแข่ง พระคุณเ้ามองทั้งสองคนแล้วก็บอกว่า “มีก็ไปเอามาให้แม่หนูมันเร็วๆเข้า”
พอพระคุณเ้าบอกเช่นนั้น เงินก็รีบวิ่งไปเอาเหล้าทันที ระหว่างที่รอเหล้า รุ้งมณีก็สั่งให้มากไปเอาอ่างมาใส่น้ำร้อนเงินวิ่งกลับมาพร้อมกับไหเหล้า “เหล้ามาแล้วจ้ะ”
พอได้ของครบแล้วรุ้งมณีก็สั่งทั้ง 2 คนว่า “เดี๋ยวลุง 2 คนช่วยกันจับตัวเขาไว้นะอย่าให้เขาดิ้นตอนหนูเย็บแผลนะคะ”
“เย็บ!” ทั้งสองร้องเสียงหลงแล้วก็จ้องหน้ารุ้งมณีดั่งถูกผีหลอกพระคุณเ้าต้องรีบปรามน้ำเสียงดุๆ ว่า “เบาๆ หน่อยพวกเอ็ง แม่หนูสั่งให้พวกเอ็งทำสิ่งใดก็ทำไปเถิดหนา”
ทั้ง 2 คนกลัวพระคุณเ้าดุ หันไปมองตากันเองแล้วก็พยักหน้าให้กัน “เอาวะ”
จากนั้นทั้งสองก็ช่วยกันจับตัวคนเจ็บ รุ้งมณีม้วนผ้าแล้วก็ก้มลงบอกกับคนเจ็บว่า“กัดผ้านี่ไว้นะคะ ตอนหนูเย็บแผลให้จะได้ไม่เผลอกัดลิ้นค่ะ”
คนเจ็บผงกหัวขึ้นกัดผ้าตามคำบอกของรุ้งมณีแล้วก็นอนลงตามเดิม รุ้งมณีเอาผ้าชุบเหล้าล้างแผลจนสะอาดครั้นพอทุกอย่างพร้อม เธอก็ลงมือเย็บแผล เงินกับมากมองรุ้งมณีเย็บแผลอย่างหวาดเสียวคนเจ็บสะดุ้งเกร็งทุกครั้งที่ปลายเข็มฝังลงบนผิวเนื้อ พระคุณเ้ามองแล้วก็กัดฟันข่มความรู้สึกเพราะคนเจ็บคือลูกชายของท่านเอง
“อดทนไว้นะไอ้ทอง” พระคุณเ้าบอก
เวลาผ่านไป รุ้งมณีเย็บแผลเสร็จก็เอาผ้าชุบเหล้าเช็ดทำความสะอาดปากแผลอีกทีครั้นพอเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นแดงมายืนดูอยู่ แดงเดินไปยืนใกล้ๆ พระคุณเ้าแล้วก็ถามว่า“พี่ทองถูกใครฟันมาจ๊ะหลวงลุง?”
“มันถูกไอ้พวกกาสีฟันตอนที่ไอ้พวกนั้นมันบุกหมู่บ้านพวกข้าหนีรอดมาได้มิกี่คนหรอกนังแดง” พระคุณเ้าตอบแล้วก็มองดูลูกชาย แดงนิ่งอึ้ง! พูดอะไรมิออก รุ้งมณีทำแผลเสร็จแล้วก็ถามว่า “มีใครอีกไหมคะที่าเ็?”
พระคุณเ้าชี้ไปทางพวกที่นอนเรียงรายกันอยู่ รุ้งมณีมองตามแล้วก็ลุกไปดู แต่ละคนาเ็เล็กน้อยบ้างหนักบ้างรุ้งมณีก็จัดแจงรักษาให้จนครบทุกคน แดงก็มิอยู่เฉยคอยช่วยเป็ลูกมือด้วยอีกคนกว่ารุ้งมณีจะรักษาเสร็จก็ดึกดื่น ทำให้บรรดาลูกมือของหล่อนเหนื่อยหอบไปตามๆ กัน พอเสร็จงานต่างก็แยกย้ายกันไปนอนพักรุ้งมณีและแดงนอนข้างๆ นากในมุ้งเก่าๆ ส่วนคนอื่นๆก็นอนเบียดๆ กันอยู่ในมุ้งที่มีไม่กี่หลัง
เช้าตรู่ รุ้งมณีตื่นแต่เช้า เมื่อคืนเธอหลับสนิทไปด้วยความเพลียจากการพายเรือและรักษาคนเจ็บพอลืมตาตื่นเธอก็ลุกขึ้นนั่ง เห็นแสงตะเกียงวับๆ แวมๆ เธอได้ยินเสียงครางด้วยความเ็ปจึงเปิดมุ้งออกไปดูเธอเห็นพระคุณเ้ากำลังดูแลคนเจ็บอยู่ เธอจึงเข้าไปดูใกล้ๆ
“ตื่นแล้วรึแม่หนู?” พระคุณเ้าทักอย่างปราณี
“ตื่นแล้วค่ะ” รุ้งมณีตอบแล้วก็ถามว่า “หลวงพ่อตื่นนานแล้วเหรอคะ?”
“ข้าเพิ่งตื่นสักพักนี่แหละ” พระคุณเ้าตอบแล้วก็หันไปทายาให้คนเจ็บ รุ้งมณีจึงเข้าไปช่วยอีกแรงเธอช่วยดูแลคนเจ็บแล้วก็ถามพระคุณเ้าว่า “ที่นี่หมู่บ้านอะไรคะหลวงพ่อ?”
“ที่นี่เรียกว่าบ้านใต้”พระคุณเ้าตอบแล้วก็บอกว่า “อยู่ในเขตเมืองเวสาลี”
รุ้งมณีมึนงง“เมืองเวสาลี!”
เมืองเวสาลีคือที่ไหนอ่ะ!? ใจเธอไม่อยากจะเชื่อว่าเธอทะลุมิติหรือหลงมาอยู่ในยุคโบราณได้จริงๆ
“เอ็งจะเชื่อรึไม่ก็ขึ้นอยู่กับใจเอ็งนะแม่หนูข้ารู้ว่ามันเชื่อยาก แต่ถ้าเอ็งทำจิตให้อยู่กับปัจจุบันได้จิตเอ็งก็จะมิทุรนทุรายดั่งเช่นที่เอ็งเป็อยู่ในขณะนี้”พระคุณเ้าบอก รุ้งมณีนิ่งคิด จริงดังท่านว่านั่นแหละ เธอมองท่านแล้วก็ยกมือไหว้“ขอบคุณค่ะที่แนะนำ"
พระคุณเ้ามองพลางยิ้มนิดๆแล้วก็หันไปดูแลคนเจ็บต่อ พอแสงตะวันจับขอบฟ้า ปีบก็เดินมาพร้อมกับถือกระด้งใส่ยาสมุนไพรเข้ามาจากนั้นนางก็เที่ยวเดินแจกยาต้มให้คนเจ็บกินแก้ปวด แต่ละคนต่างก็ช่วยกันคนละมือละไม้ดูแลคนเจ็บบ้างก็เตรียมสำรับกับข้าว บ้างก็หาบน้ำใส่ตุ่มใส่โอ่งไม่มีใครนั่งว่างงอมืองอเท้าเอาเปรียบกันเลย รุ้งมณีช่วยดูแลคนเจ็บจนกระทั่งปีบมาเรียกไปกินข้าวเธอจึงละมือไปกินข้าวแล้วก็รีบกลับมาดูแลคนเจ็บต่อ เธอดูแลคนเจ็บอย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยใจก็คิดถึงเครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์ในสมัยปัจจุบันหากมีของพวกนั้นในยุคนี้คนเจ็บคงได้รับการดูแลรักษาที่ดีกว่านี้แน่ เธอวิ่งวุ่นคอยดูแลคนเจ็บจนลืมเวลาลืมวันลืมคืนนับจากวันที่รุ้งมณีอยู่ที่นี่ผ่านไปกี่วันกี่คืนแล้วเธอไม่ได้สนใจลืมตาตื่นก็คอยดูแลคนเจ็บไข้ได้ป่วย พอหัวถึงหมอนในตอนกลางคืนเธอก็หลับปุ๋ย
ณ ยุคปัจจุบัน เมขลาเพื่อนสนิทของรุ้งมณีกำลังเดินวนไปวนมามือก็กดโทรศัพท์ยิกๆ“ไอ้รุ้งรับโทรศัพท์ซิวะ”
เธอกดโทรศัพท์ทั้งเบอร์มือถือเบอร์บ้านแต่ก็ไม่มีใครรับสาย พอเสียงสัญญาณตัดไปเธอก็หันไปพูดกับสามีว่า “คุณไอ้รุ้งไม่รับโทรศัพท์เลยค่ะ นี่มันขาดงานมา 3 วันแล้วนะคะฉันว่าฉันไปดูมันที่บ้านดีกว่าค่ะ”
อติเทพพยักหน้า“ถ้างั้นผมไปด้วยเผื่อมีอะไรจะได้ช่วยกัน”
แล้วเขาก็คว้ากุญแจรถเดินลิ่วไปที่โรงรถส่วนเมขลาก็รีบคว้ากระเป๋าถือตามไป ระหว่างทางไปบ้านรุ้งมณี เมขลาก็พูดกับสามีว่า“ปกติไอ้รุ้งไม่เคยขาดงานเลยนะคะ มันรักงานจะตาย แต่นี่ 3 วันแล้วที่มันไม่ไปทำงาน โทรไปก็ไม่รับ ฉันกลัวจังเลยค่ะคุณกลัวว่าจะเกิดเื่กับมัน”
“อย่าเพิ่งคิดอะไรมากน่ะคุณคุณหมอรุ้งอาจจะแค่ไม่สบายนอนซมอยู่ที่บ้านก็ได้ เค้าอยู่คนเดียวไม่ใช่เหรอ”อติเทพปลอบ
“นั่นแหละคะที่ฉันกลัวไอ้รุ้งเนี่ยมันยิ่งไม่ค่อยดูแลตัวเองซะด้วยซิ มัวแต่ห่วงคนไข้ พอตัวเองไม่สบายทีไรก็อาการหนักทุกที”เมขลาบอกมือก็กดโทรศัพท์ไปด้วย
จนกระทั่งถึงบ้านของรุ้งมณี อติเทพจอดรถหน้าบ้านเมขลาเปิดประตูลงจากรถแล้วก็เดินไปชะเง้อมองข้ามประตูรั้ว เธอกดกริ่งรัวๆ พลางเรียกเพื่อน“ไอ้รุ้งๆๆๆ”
เงียบสนิท
อติเทพลงจากรถแล้วก็เดินไปยืนข้างภรรยาเขาเห็นประตูบ้านแง้มอยู่ เขาก็ชี้ให้ภรรยาดู “คุณประตูเปิดอยู่น่ะ”
เมขลามองตามแล้วก็ยิ่งกดกริ่งรัวๆพลางะโเรียกเพื่อนเสียงดังลั่น “ไอ้รุ้งๆๆๆๆ”
“คุณหมอรุ้งครับ...คุณหมอรุ้งๆๆๆๆ”อติเทพช่วยะโเรียกอีกแรง
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจreadfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ