กำเนิดราชันย์นักล่า

    ตอนที่ 23 ปะทะจอมเวทพายุอัคคี

    ระหว่างที่รอลูฟัสขึ้นประลองอิกนัสก็เริ่มฝึกดาบอีกครั้ง ในการฝึกเพลงดาบในครั้งนี้นั้นอิกนัสนั้นออกกระบวนท่าของเพลงดาบพายุทรายอย่างเชื่องช้า แต่แฝงไว้ด้วยความดุดันเข้มแข็ง ที่เขาออกกระบวนท่าช้าอย่างนี้นั้นเพราะเขาคิดว่า การที่ออกกระบวนท่าช้านั้นเขาจะได้หาจุดที่เขายังออกกระบวนท่าผิดพลาด และจะได้แก้ไขให้มันดีขึ้นเรื่อยๆ เพื่อที่จะทำให้เพลงดาบนี้ที่เขาลอกเลียนแบบมาสมบูรณ์แบบขึ้นเรื่อยๆ
    เวลาผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมงอิกนัส ก็ได้รับเศษชิ้นส่วนทักษะเพลงดาบพายุชายมาเพิ่มอีกสองชิ้น จากนั้นจึงฝึกต่อโดยไม่สนใจที่จะดูการประลองของลูฟัสเลยเพื่อเขาเชื่อมั่นในตัวลูฟัสเป็นอย่างมาก
    ในขณะเดียวกันเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนหน้า ลูฟัสก็ต่อสู้กับจอมเวทพายุอัคคีซึ่งก็คือนักล่าที่เขาเลือกที่จะต่อสู้ในรอบที่สอง
    จอมเวทพายุอัคคีนั้นเป็นนักล่าที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในจำนวนนักล่าระดับเงินมากมาย เพราะเขานั้นสามารถชนะนักล่าหลายต่อหลายคนที่อยู่ในระดับเงินสองดาวด้วยเวทพายุเพลิงอันรุนแรงและร้ายกาจ ทำให้เขาได้รับฉายาว่า “จอมเวทพายุอัคคี”
    จอมเวทพายุอัคคีนั้นเป็นชายวัยกลางคนที่สวมผ้าคลุมสีแดง หมวกปีกทรงสูงของจอมเวทสีแดงเช่นเดียวกัน ในมือของเขาถือไม้เท้าที่มีอัญมณีสีแดงเม็ดใหญ่ ขนาดเท่ากำปั้นติดอยู่ที่หัวของไม้เท้า
    ลูฟัสที่ขึ้นเวทีมาก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไร เพราะเขารู้ว่าถ้าปล่อยให้จอมเวทคนใดก็ตามมีโอกาสร่ายเวทออกมานั้น นักสู้ระยะประชิดแบบพวกเขาจะต้องเสียเปรียบเป็นแน่ เขาจึงใช้ออกด้วยท่าเท้าอัศนีบาตรเพื่อเข้าประชิดจอมเวทพายุอัคคีอย่างรวดเร็ว พร้อมกับตวัดหอกออกไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง เขาไม่ออมรั้งพลังชีวิตไว้เลยแม้แต่น้อย
    แต่จอมเวทพายุอัคคีก็ไม่ใช่ไก่อ่อนที่จะยอมให้เด็กหนุ่มตรงหน้าเอาชนะไปได้ง่ายๆ เขาใช้เวทลมกระแทกตัวเองให้พ้นจากรัศมีของคมหอก จากนั้นเขาจึงใช้เวทลมทำให้ตัวเองลอยอยู่สูงขึ้นไปบนท้องฟ้า แต่ด้วยระดับพลังชีวิตที่อยู่แค่เพียงระดับเงินทำให้จอมเวทพายุอัคคีไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ ทำได้เพียงลอยอยู่บนท้องฟ้าเท่านั้น แล้วจึงเริ่มร่ายศรเวทอัคคี พร้อมทั้งหน่วงศรอัคคีเหล่านั้นไว้เป็นจำนวนมาก เนื่องจากศรเวทเป้นเวทมนตร์ระดับต่ำทำให้ใช้พลังชีวิตน้อยลงตามไปด้วย อีกทั้งไม่จำเป็นต้องใช้คำร่ายอะไรทำให้จอมเวทพายุอัคคีสามารถใช้ออกได้เป้นจำนวนมาก
    “ฟิ้ว...ฟิ้ว” จอมเวทอัคคีปลดปล่อยศรเวทที่หน่วงไว้ถึงสามสิบดอกไปที่ลูฟัส
    ลูฟัสที่เห็นศรเวทจำนวนมากกำลังพุ่งเข้ามาใส่เขาก็ไม่รอช้า เขารีบหลบศรเวทเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว เพราะถึงแม้ว่าศรเวทจะเป็นเวทมนตร์ระดับต่ำ แต่ด้วยจำนวนขนาดนี้ก็ทำให้เขาบาดเจ็บได้ไม่มากก็น้อยเลย ลูฟัสจึงไม่เสี่ยงที่จะตั้งรับศรเวทอัคคีเหล่านี้เลยสักนิด
    เมื่อเห็นคุ่ต่อสู้ของเขาหลบศรเวทของเขาได้เกือบทั้งหมด จอมพายุอัคคีก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร เขาเตรียมร่ายเวทพายุเพลิงที่เป็นเวทมนตร์ที่สร้างชือให้กับเขาเอาไว้แล้ว
    “ข้าแต่เฟลิออส เทพแห่งอัคคีผู้ยิ่งใหญ่ จงประทานพรแห่งท่านเพื่อปราบศัตรูแด่ผู้ศรัทธาด้วยเถิดพายุเพลิง”
    เมื่อจอมเวทพายุอัคคีร่ายเวทเสร็จ วงจรเวทมนตร์ขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นบนพื้นสนามประลอง จากนั้นพายุเพลิงลูกหนึ่งก็พวยพุ่งออกมาจากวงจรเวทนั้นกลายเป็นพายุเปลวเพลิงขนาดใหญ่ลูกหนึ่งซึ่งดูดเอาทุกสิ่งที่อยู่รอบๆไปจนหมดสิ้น
    ลูฟัสที่เห็นพายุเพลิงลูกใหญ่กำลังตรงมาที่เขาก็ไม่ได้หลบไปไหน เขาจ้องมองเปลวเพลิงที่กำลังพัดโหมกระหน่ำเข้ามาใกล้ด้วยแววตาที่เปล่งประกาย
    หลังจากที่ใช้พลังชีวิตมหาศาลสร้างพายุเพลิงขนาดใหญ่ ทำให้จอมเวทพายุอัคคีแทบจะไม่เหลือพลังอยู่เลย เขาจึงไม่สามารถให้เวทลมเพื่อพยุงตัวให้ลอยอยู่บนอากาศได้อีกต่อไป เขาจึงลอยลงมาสู่พื้นสนามประลองแล้วมองดูเวทพายุเพลิงกลืนกินคู่ต่อสู้ของเขาเหมือนเช่นที่มันเคยเป็นมา
    ลูฟัสกระตุ้นพลังชีวิตในร่างกายออกมาอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับส่งพลังชีวิตไปกระตุ้นวงจรสายฟ้าบนหัวไหล่ของเขา พลังชีวิตจำนวนมากถูกดึงดูดเข้าไปให้ในวงจรเวทสายฟ้าอย่างมากมายราวกับปีศาจที่หิวกระหายโดยไม่มีทีท่าว่าหยุด
    ชั่วพริบตาผ่านไปวงจรเวทสายฟ้าของลูฟัสก็หยุดดูดพลังชีวิตลง พร้อมกับปลดปล่อยพลังสายฟ้าออกมาห่อหุ้มตัวของลูฟัสเอาไว้ทำให้เขาดูเหมือนเทพเจ้าแห่งสายฟ้าก็มิปาน
    “ร่างเทพสายฟ้า”
    สิ้นเสียงนั้นร่างของลูฟัสก็กระโดดหายเข้าไปในพายุเพลิงในทันที
    เมื่อเห็นอย่างนั้นไม่ว่าจะเป็นผู้ชมหรือตัวจอมเวทพายุอัคคีก็ดี ต่างต้องตกตะลึงในความบ้าดีเดือดของชายหนุ่มคนนั้น พวกเขาต่างสงสัยว่าทำไมลูฟัสถึงไม่ยอมแพ้โดยการลงจากเวทีประลองดีๆแต่เลือกจะกระโดดเข้าไปหาความตายในพายุเพลิงที่กำลังหมุนอยู่ ซึ่งถึงแม้ว่าในโลกเสมือนของนักล่าจะไม่ใช่การตายอย่างแท้จริงแต่ความเจ็บปวดที่ได้รับเป็นของจริงแน่นอน ซึ่งไม่มีใครโง่พอที่จะกระโดดเข้าไปในกองเพลิงอย่างแน่นอน อีกทั้งยังเป็นพายุเพลิงที่จอมเวทพายุอัคคีนั้นเป็นผู้สร้างซึ่งตลอดมาไม่เคยมีใครสามารถมีชีวิตรอดจากเวทมนตร์บทนี้ได้เลยแม้แต่คนเดียว
    จอมเวทพายุอัคคีมองไปที่พายุเพลิงก็รู้สึกแปลกใจ โดยปกติพายุเพลิงของเขานั้นจะพัดออกไปเป็นเส้นรงในขณะเดียวกันก็จะขยายใหญ่ขึ้นจนใหญ่เท่ากับสนามประลอง แต่ในคราวนี้มันกลับไม่เพียงแต่ไม่ขยายใหญ่ขึ้นกลับกันมันกับดูเหมือนจะค่อยเล็กลง และยังไม่เคลื่อนไปด้านอีกตังหาก มึนยังย้อนกลับมาที่ตัวเขาซึ่งเป็นผู้ร่ายเวทนี้เอง ยิ่งมองเขายิ่งรู้สึกว่ามันผิดปรกติ
    ผ่านไปชั่วอึดใจต่อมา จอมเวทพายุอัคคีก็ต้องลอบเหงื่อตก เพราะพายุอัคคีมันเริ่มใหญ่ขึ้นแต่ทิศทางนี่สิมันกับพุ่งเข้ามาหาเขาด้วยความเร็วสูงขึ้นเรื่อยๆ
    “กระบวนหอกลับที่สอง ทลายดวงดาว” เสียงพูดที่ไม่มีใครได้ยินของลูฟัสที่ดังขึ้นมาจากภายในพายุเพลิงที่กำลังหมุนอยู่
    จอมเวทพายุอัคคีต้องถอยร่นไปจนเกือบจะสุดขอบของสนามประลอง ภายในใจของเขาเต้มไปด้วยความตื่นตระหนกตกใจ อกสั่นขวัญแขวน เขาไม่สามารถบังคับทิศทางของเวทพายุเพลิงท่เขาสร้างขึ้นได้เลย
    ในตอนนั้นเองที่จอมเวทพายุอัคคีมองเห็นเงาของคนที่ควรจะตายไปเรียบร้อยแล้วพุ่งออกมาจากพายุเพลิงที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมา
    ใช่แล้ว ชายหนุ่มคนนี้คือลูฟัส และเขาก็ยังไม่ตาย โดยรอบตัวของเขาห่อหุ้มด้วยกระแสไฟฟ้าไหลเวียนอยู่ ตามตัวมีแผลไฟไหม้อยู่บ้างประปรายแต่ก็ไม่ถึงขั้นบาดเจ็บสาหัส
    ภาพของลูฟัสเป็นกระโดดพุ่งออกมาเสียบหอกทะลุตัวของจอมเวทพายุอัคคี เป็นภาพสุดท้ายที่จอมเวทผู้นั้นได้เห็นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะตายไฟ ด้วยความตกใจอย่างมากทำให้เขาตายทั้งๆที่ตายังไม่หลับ ซึ่งต่อให้เขาคิดอีกสักร้อยสักพันรอบเขาก็ยังไม่เชื่อสายตายของตัวเอง เขาเชื่อมั่นในเวทพายุเพลิงของเขาเป็นอย่างมาก เขานั้นไม่คิดว่าจะมีใครอยู่รอดภายในเวทพายุเพลิงของเขาได้นานถึงขนาดนี้ เขาตายไปพร้อมกับความคิดนี้จนวินาทีสุดท้าย
    ภายในสเตเดี้ยมของเมืองไวท์ชาโดว์เงียบสงัดราวกับป่าช้าไม่มีแม้แต่เสียงเชียร์ๆ ผู้คนที่มาชมต่างรู้สึกไม่เชื่อสายตาของตัวเอง ไม่เชื่อในภาพที่เกิดขึ้น
    แต่อย่างไรก็ตามมันเกิดขึ้นแล้ว และเป็นชัยชนะของชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มที่ยืนอยู่อย่างสง่าผ่าเผย มุมปากของเขามีรอยยิ้มอยู่เล็กๆ
    หลังจากนั้นผู้คนค่อยๆคืนสติกลับมาพร้อมกับยืนขึ้นปรบมือทีละคนๆ จนทั้งสนามประลองยืนขึ้นปรบมือให้กับนักล่าที่มาจากสนามประลองของมือไวท์ชาโดว์ที่ได้รับชัยชนะอย่างงดงาม
    ลูฟัสรู้สึกว่าเขาประสบความสำเร็จในการสร้างชื่อเสียงเป้นอย่างมากเพราะ ถ้าเขาเอาชนะด้วยการใช้พายุเพลิงของจอมเวทพายุอัคคีจัดการกับจอมเวทพายุอัคคีเอง เขาคงไม่รู้สึกว่าตัวเองเท่และสามารถทำให้ผู้ชมประทับใจได้ขนาดนี้
    ลูฟัสยืนหัวเราะอยู่คนเดียวภายในสนามประลองก่อนที่เขา จะวาร์ปหายไปแต่หารู้ไม่ว่าการหัวเราะอย่างบ้าคลั่งนั้นผู้คนภายในสนามประลองของเมืองไวท์ชาโดว์นั้นเห็นหมดแล้ว