รวมเรื่องสั้นแนวอีโรติก 20+

    ตอนที่ 5: คนขับแท็กซี่ที่เธอเรียกทุกคืนNC


    สองสัปดาห์ผ่านไป


    ไม่มีเสียงเครื่องยนต์ที่คุ้นเคย

    ไม่มีแท็กซี่คันดำคันเดิม

    ไม่มีเบอร์เดิมโทรมา

    ไม่มีแม้แต่ข้อความที่ขึ้นว่า “ถึงแล้วครับ”


    มินตราเลิกกดโทรออก

    หลังจากพยายามครั้งที่ 4 แล้วมันก็ยังขึ้น “ไม่มีสัญญาณจากผู้ให้บริการ”

    เบอร์ของธีร์…ถูกปิดไปแล้ว


    ไม่ใช่แค่เธอที่เลือกหาย

    คราวนี้เขาเลือก “หายไปจากโลกของเธอจริง ๆ”


    ทุกคืนที่ผ่านมา

    เธอพยายามบอกตัวเองว่าเธอปลอดภัยกว่า

    เธอควรดีใจที่ผู้ชายซ่อนอดีตไว้ไม่อยู่

    เธอควรภูมิใจที่กล้าปิดประตูใส่เขา


    แต่ไม่ว่าเธอจะนอนกับหมอนกี่ใบ

    กอดตัวเองแน่นแค่ไหน

    ไม่มีคืนไหนเลย…ที่หัวใจเธอรู้สึกว่า “รอด”


    มินตราเริ่มเปลี่ยนเส้นทางกลับบ้าน

    ไม่ใช่เพื่อเลี่ยง

    แต่เพื่อหา


    เธอขึ้น BTS แล้วลงผิดสถานีบ่อยขึ้น

    เธอมองหารถแท็กซี่สีดำคันหนึ่งในทุกสี่แยก

    เธอเปิดเพลงในรถ แล้วร้องไห้แบบไม่มีคำอธิบาย


    วันศุกร์

    หลังเลิกงาน

    เพื่อนในแผนกชวนไปดื่ม

    เธอไม่อยากไป

    แต่ก็ไม่อยากอยู่คนเดียวอีกคืน


    ผับเปิดเพลงดังจนเธอปวดหัว

    ผู้ชายหลายคนเข้ามาคุย

    เธอยิ้ม…แต่ในใจว่างเปล่า


    เพราะไม่มีใครเลยที่สบตาเธอ

    แบบที่เขาเคยทำ — เงียบ เย็น แต่ลึกซึ้งเกินต้าน


    เกือบเที่ยงคืน

    มินตราเดินออกจากผับคนเดียว

    ฝนเริ่มตก

    เธอยืนนิ่งริมถนน

    เหมือนรออะไรบางอย่าง

    บางอย่างที่ “ไม่มีอีกแล้ว”


    เธอกดโทรศัพท์


    กดเบอร์เดิม


    เสียงระบบตอบรับยังคงเหมือนเดิม

    “ไม่สามารถติดต่อปลายทางได้ในขณะนี้...”


    เธอหันไปมองถนน

    ไม่มีรถคันไหนหยุด

    ไม่มีไฟหน้ารถส่องตรงมาหาเธอ

    ไม่มีประตูที่เปิดรอเธอขึ้นไปนั่งเบาะหลัง

    ไม่มีคำว่า “ไปที่เดิมไหมครับ” จากคนขับที่ไม่เคยถามอะไรเลย


    มินตราทรุดตัวลงนั่งริมฟุตบาท

    ฝนเปียกหลัง

    น้ำตาเปียกหน้า

    เธอหัวเราะกับตัวเอง

    “นี่ฉันมารอแท็กซี่…หรือมารอหัวใจตัวเองกันแน่”


    เธอเปิดมือถือ

    ไถกลับไปที่อัลบั้มรูป

    ในนั้นมีรูปเดียวที่เคยแอบถ่ายเขาไว้ตอนเขาหลับบนโซฟาหลังจากทำกับข้าวให้เธอ


    เธอแตะภาพนั้นค้างไว้

    น้ำตาไหลไม่หยุด


    “ถ้าจะจากกันจริง ๆ…”

    “…ทำไมถึงสอดใส่ฉันลึกขนาดนั้น”


    เธอกดส่งข้อความไปที่ไลน์ของเขา

    แม้รู้ว่าเขาไม่ได้อ่าน

    แต่เธอต้องพูด


    > “นายหายไปได้”

    “แต่นายเอาหัวใจฉันไปด้วย”

    “เอาคืนมาด้วย…หรือไม่ก็กลับมา”


    เธอนั่งรออยู่ตรงนั้นอีกเกือบครึ่งชั่วโมง

    ไม่ใช่รอแท็กซี่

    แต่รอ “เขา”


    และเมื่อไม่มีใครมา

    เธอลุกขึ้น

    เดินเข้าตรอกเล็ก ๆ ฝั่งตรงข้าม

    ที่เธอเคยเห็นเขาหยุดรถรอรับเธอทุกคืน


    สุดตรอกนั้น

    มีซุ้มรถซ่อมเล็ก ๆ

    ไฟสลัว

    มีชายชรานั่งดื่มอยู่กับเด็กวิน


    เธอสูดหายใจ

    เดินเข้าไป


    “ลุงคะ…รู้จักผู้ชายชื่อธีร์ไหม? ธีรัช อินทราเวช”


    ชายชราหยุดช้อนเหล้าทันที

    แววตาเปลี่ยน


    “…เขาทิ้งรถไว้ที่นี่เมื่อสิบวันก่อน แล้วก็ไม่กลับมาอีกเลย”

    “…ก่อนทิ้ง บอกว่า ถ้าใครมาถาม ให้บอกว่าเขา ‘หมดสิทธิ์จะขับให้ใครอีกแล้ว’”


    หัวใจมินต๱า๰าไปทั้งร่าง

    มือเย็น

    ริมฝีปากสั่น


    เขาหนีไปแล้วจริง ๆ…


    หนึ่งวันหลังจากนั้น


    มินตรานอนไม่หลับทั้งคืน

    ในหัวมีแต่เสียงเดียววนซ้ำ

    “เขาทิ้งรถไว้...แล้วก็หายไป”

    “หมดสิทธิ์จะขับให้ใครอีกแล้ว”


    มันไม่ใช่แค่คำลา

    แต่มันคือประโยคของคนที่ “ยอมจบ” ทุกอย่างด้วยตัวเอง


    เช้าตรู่ เธอเดินทางไปที่เดียวที่เธอพอจะนึกออก

    กรมการขนส่ง


    เธอรู้ว่าเขาเคยขับรถจดทะเบียนในนามบริษัทหนึ่ง

    เธอลองเสิร์ชดูจากข้อมูลป้ายทะเบียนรถที่จำได้ขึ้นใจ


    ไม่นาน เ๽้าหน้าที่แจ้งว่า

    รถคันนั้นเป็๞ของบริษัทแท็กซี่ขนาดเล็กชื่อ “เอเชียขนส่ง”

    มีสำนักงานอยู่ในย่านคลองเตย


    เธอรีบไปทันที


    สำนักงานเก่า โทรม แต่ยังมีคนทำงานอยู่

    ชายวัยกลางคนที่ดูเหมือนหัวหน้าคุมรถ เป็๞คนต้อนรับเธอ


    “ธีร์เหรอ?” เขาทวนชื่อ แล้วถอนหายใจ

    “…เขาขอลาออกเมื่อสองอาทิตย์ก่อน ทิ้งรถไว้ พูดอะไรไม่กี่คำ”


    “เขาบอกว่า ถ้ามีคนมาถามถึงเขา…ให้บอกว่า เขาไม่สมควรอยู่ใกล้ใครอีกแล้ว”


    มินตรากลืนน้ำลาย

    รู้สึกหนาวในอกแม้อากาศจะร้อนอบอ้าว


    “ลุงรู้ไหมว่าเขาไปไหน”

    “รู้”

    คำตอบนั้น ทำให้เธอแทบหยุดหายใจ


    “แต่จะบอกก็ต่อเมื่อหนูตอบได้ตรงๆ ว่า หนูรู้จักเขาดีพอหรือยัง”


    มินตรานิ่ง


    ชายคนนั้นถอนหายใจอีกครั้ง

    ก่อนจะเดินไปหยิบแฟ้มบางๆ แล้วโยนลงตรงหน้าเธอ


    “เด็กคนนั้นมันดี มันอดีตเละเทะก็จริง แต่ไม่ได้เลวอย่างที่คนอื่นพูด”


    “มันมีคดี เพราะอดีตเมียมันแค้น แล้วมันไม่สู้ — ยอมเงียบ เพราะคิดว่าถ้าเถียง มันก็เหมือนตบเธอซ้ำอีก”


    “มันเคยทำงานในบริษัทรถหรู”

    “เคยขับรถให้คนใหญ่คนโต…”

    “จนวันหนึ่ง...คนพวกนั้นเอามันไปเป็๲ ‘เครื่องมือ’ ในเ๱ื่๵๹ที่มันไม่อยากยุ่ง”


    มินตราเปิดแฟ้ม

    ข้างในคือสำเนารายงานการแจ้งความเมื่อสองปีก่อน

    ธีรัช เคยเป็๲พยานในคดีค้ามนุษย์

    และเคยได้รับการขู่ฆ่าหลังจากขึ้นให้ปากคำ


    “ที่มันหนี ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะมันรู้ว่า — ถ้ามีคนจำมันได้ แล้วมันยังอยู่ข้างคนที่มันรัก…คนนั้นจะซวยด้วย”


    “ไอ้ธีร์มันรักหนู…แต่ถ้าหนูยังไม่แน่ใจว่ารักมันพอจะยืนข้างมันตอนลำบากได้ไหม…”

    “…ก็อย่าตามหาเลย มันกำลังเจ็บอยู่กับการพยายาม ‘หายไป’ เพื่อให้หนูปลอดภัย”


    เธอปิดแฟ้มช้า ๆ

    ดวงตาแดงก่ำ

    มือกำแน่น


    เธอรู้แล้ว

    ว่าผู้ชายคนนั้น…ไม่ได้ทิ้งเธอ

    เขาแค่ “เอาตัวเองออกไปจากชีวิตเธอ”

    เพราะกลัวว่าอดีตเขาจะย้อนกลับมาทำร้ายเธอ


    “ลุงรู้ไหมว่าเขาไปไหน” เธอถามอีกครั้ง

    เสียงมั่นคง

    ไม่มีสั่น


    ชายคนนั้นมองหน้าเธอ แล้วพยักหน้า

    “…มันไปบ้านแม่มัน ที่นครศรีธรรมราช”


    “แต่ลุงขอบอกไว้เลยนะหนู…เขาไปแบบไม่ตั้งใจกลับมาอีก”


    มินตราลุกขึ้น

    เก็บแฟ้มไว้แน่นกับอก

    “ก็ดี”

    เธอตอบเสียงเรียบ แต่ดวงตาเปล่งไฟ


    “เพราะฉันก็จะไปแบบไม่ตั้งใจกลับมาคนเดียวเหมือนกัน”


    ประตูไม้บานเก่าเปิดกระแทกผนังเสียงดัง


    มินตราไม่ได้รอให้เขาเชิญ

    เธอผลักมันเข้าไปด้วยแรงทั้งหมดที่มี

    สายตาปะทะกับใบหน้าเขา — ซูบลง ช้ำขึ้น แต่อย่ายิ้มเด็ดขาด

    เพราะเธอไม่ได้มาให้ยิ้ม


    ธีร์ยืนนิ่งอยู่กลางบ้าน สวมเสื้อยืดเก่า กางเกงผ้าธรรมดา แต่ยังหล่อจนเธอหายใจไม่ออก


    “ไม่ต้องพูด” เธอกัดฟัน “ฉันจะพูดเอง”


    “นายหนีฉัน”

    “นายหายไป”

    “นายตัดสินใจแทนฉันว่าฉันควรปลอดภัยจากนาย”

    “แต่นายเคยนอนอยู่ในตัวฉัน — แทรกเข้ามาลึกกว่าใครเคยไปถึง — แล้วนายคิดว่าฉันจะลืมนายได้ง่าย ๆ เหรอ?”


    ธีร์เดินเข้ามาใกล้

    แต่เธอถอยหนึ่งก้าว


    “ไม่ต้องเข้าใกล้ตอนนี้ ฉันยังโกรธ”

    “แต่ใช่ — ฉันก็โคตรคิดถึงนายเหมือนกัน…”


    ความเงียบที่ปะทะกันอยู่ระหว่างพวกเขาไม่ใช่ความสงบ

    มันคือ พายุที่รอปลดปล่อย


    มินตราพุ่งเข้าหาเขาก่อน

    กระชากคอเสื้อเขาลงมาจูบทันที

    แรง รุนแรง ไม่ใช่จูบอ้อนวอน แต่มันคือการทวงของของเธอคืน


    ธีร์โต้ตอบกลับด้วยแรงที่เท่ากัน

    ลิ้นเขาสอดเข้าปากเธอเหมือนจะกลืนทุกคำด่าไปให้หมด

    มือทั้งสองของเขากำแน่นที่สะโพก

    แล้วผลักเธอไปชนผนังไม้เสียงดัง

    ฝุ่นปลิวตามรอยกระแทก

    แต่ไม่มีใครสน


    “ถ้านายจะหายไปอีก...” เธอพูดชิดปากเขา

    “ก็จงเอาตัวนายทั้งหมดคืนไปเดี๋ยวนี้ — เข้าให้ลึกที่สุด เท่าที่นายจะเคยทำกับผู้หญิงคนไหน”


    ธีร์ไม่พูด

    แต่เขาจับเธอหันหลังแนบผนัง

    กระชากกระโปรงเธอขึ้นถึงเอว

    ดันต้นขาเธอให้แยกออก

    ลิ้นเขาแทรกเข้าไประหว่างเรียวขา ไม่รอ


    “อ๊ะ—! ธีร์!”

    เสียงเธอกรีดสูง มือจิกไม้ผนังไว้แน่น

    ลิ้นของเขาไม่ละมุน

    แต่มันแม่นยำ

    เขาไล้จากร่องจนถึงจุดในนั้นที่เธอกระตุกแรงที่สุด แล้ววนซ้ำซ้ำ — ดิบ เร็ว ไม่ปรานี


    เสียงเนื้อเปียกของเธอดังชัดเมื่อเขาดูดแรง

    มือของเขาเอื้อมขึ้นบีบอกเธอแน่น จนเธอต้องครางสะท้าน


    “พูดออกมา มิน...” เขาเงยหน้าขึ้น

    น้ำของเธอยังเคลือบคางเขาอยู่

    เสียงพร่ากระซิบร้อนราวไฟ


    “ว่าเธอ๻้๪๫๷า๹ฉัน”

    “ตอนนี้…”

    “ตรงนี้…”

    “ในตัวเธอ”


    “๻้๵๹๠า๱...”

    “เอาเข้ามาเลย…”


    เธอแทบไม่จบประโยค

    เขาเอื้อมมือไปควักแท่งแข็งขึงของตัวเองออกมา

    มันใหญ่ ยาว แข็งจนเห็นเส้นเ๧ื๪๨ปูด

    ปลายยังมีน้ำใสๆ ซึมออกมาเพราะความตึงเกินจะทน


    เขาดันสะโพกเข้า

    สอดเข้าไปทีเดียวจนสุดลำ


    “อ๊า—!!”

    เธอกรีดร้อง

    สะโพกเธอสั่น

    ขาแทบทรุด


    เขาจับเอวเธอ

    กระแทกสวนเข้าอย่างแรง

    เสียง “ตับ” ดังทุกจังหวะ

    น้ำเปียกไหลลงขา

    ฝ่ามือเขาฟาดก้นเธอเบา ๆ ทุกครั้งที่เข้าลึก

    ให้เธอรู้ว่า…เขายังโกรธ

    โกรธที่ต้องพังเพราะเธอ

    โกรธที่ยังรักเธอขนาดนี้


    เขาดึงเธอกลับมา

    พลิกให้เธอหันหน้ามาสบตา

    จับขาทั้งสองข้างเกี่ยวเอวเขา

    แล้วสอดเข้ามาอีกครั้งในท่าตั้งลำแนบผนัง


    เธอโยนหัวพิงบ่าเขา

    กัดไหล่เขา

    ร้องไม่เป็๲คำ


    “ธีร์…ฉันจะเสร็จแล้ว…”


    เขากระแทกถี่เร็ว

    เสียงเตียงไม้ข้างๆ สั่นไปทั้งแผ่นพื้น

    ลมหายใจทั้งคู่ร้อนรุ่ม

    เสียงร้องของเธอกลายเป็๞ครางไม่หยุด


    แล้วเขาก็กดเข้าครั้งสุดท้าย

    ลึก

    แน่น

    ปล่อยน้ำอุ่นข้นเข้าไปในตัวเธอจนเธอกระตุกทั้งร่าง


    ร่างทั้งคู่แนบกันแน่น

    เสียงหอบปะทะหู

    มือกอดรัด

    น้ำตาซึมทั้งสองคน

    แต่ไม่มีใครพูดคำว่า “ขอโทษ”


    เพราะทุกอย่าง…ถูกแสดงไปหมดแล้ว ด้วยร่างกาย