คืนนั้น
พันเจียให้เธอนอนที่เตียงนอนของเขา ในขณะที่เขาแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ โดยการนอนบนโซฟาที่ห้องรับแขก ไวโอลินไม่อยากเอาเปรียบเขาจึงขอนอนที่โซฟาแทน
“นอนได้แน่นะ”
พันเจียเดินกลับมาถาม ขณะที่ถือห่มผืนหนามายื่นให้กับเธอ ไวโอลินพยักหน้าแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
“สบายมาก โซฟากว้างแล้วก็ใหญ่กว่าตัวฉันเยอะเลย แต่ถ้าเป็นนายนะ นอนทั้งคืนมีหวังปวดหลังแย่”
“ถ้างั้นก็ตามใจ”
พูดจบเขาก็หันหลังเดินกลับไปที่ห้องนอน ไวโอลินทำท่าจะนั่งลงที่โซฟา แต่อยู่ ๆ ร่างของเธอก็ถูกยกขึ้นมาเหนือพื้นโดยไม่ทันได้ตั้งตัว
“ว้าย! นี่นายจะทำอะไร”
ไวโอลินร้องแว้ด ขณะที่เธออยู่บนท่อนแขนแกร่งของเขา ทว่าพันเจียไม่ยอมตอบ แต่กลับอุ้มร่างของเธอเดินเข้าไปในห้องนอน ก่อนจะวางร่างนุ่มลงบนเตียงนอนกว้างขวางของเขาอย่างแผ่วเบา
“นอนด้วยกันบนเตียงนี่แหละ”
“ไม่นะ!”
ไวโอลินจะลุกพรวดขึ้น แต่ถูกมือแกร่งของเขากดร่างของเธอเอาไว้ไม่ยอมให้ลุกขึ้นมาง่าย ๆ
“นอนนิ่ง ๆ ตรงนี้” เขาเน้นย้ำ
“แต่ว่า”
ไวโอลินจะแย้งว่ามันไม่สมควร แต่ก็กลับถูกพันเจียจ้องตาเขม็งใส่ แล้วพูดข่มขู่เธอออกไปด้วยว่า
“ต่อให้เธอหนีไปนอนที่โซฟา ถ้าฉันจะตามไปปล้ำ...ฉันก็ทำได้!”
“นะนาย!”
“หรือถ้าเธอไม่เชื่อ จะลองดูก็ได้นะ” พันเจียข่มขู่ ไวโอลินอายหน้าแดงดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดบังใบหน้าของเธอเอาไว้
“คนบ้า!!!”
เสียงของเธอเล็ดลอดออกมาจากใต้ผ้าห่ม ถึงแม้จะถูกปิดบังเอาไว้ก็ตาม พันเจียเลิกชายผ้าขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าสวยหวาน ดวงตากลมโตของเธอกับแก้มใส ๆ ที่แดงระเรื่อออกมาดูน่ารัก น่าสัมผัส!
“จะนอนด้วยกันดี ๆ ไหม”
เขาถามพลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ ไวโอลินไม่กล้าสบตา รีบขยับตัวไปนอนริม ๆ ขอบเตียงฟากหนึ่ง แล้วตะแคงข้างให้ทันที เหลือที่ทิ้งไว้ให้เขานอนดิ้นได้เป็นวา พันเจียเห็นแบบนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างชอบใจ
มือแกร่งเอื้อมไปปิดไฟที่หัวเตียง แล้วล้มตัวลงนอนข้าง ๆ หันไปมองเธอที่นอนตะแคงข้างให้ แล้วยิ้มออกมาอีกครั้ง ไวโอลินหลับตาปี๋กลัวว่าเขาจะทำอะไรไม่ดีกับเธอ ก่อนจะเผลอหลับไป
พันเจียที่เห็นว่าเธอหลับไปแล้ว ลุกขึ้นไปปรับอุณหภูมิห้องให้อุ่นขึ้น ก่อนจะดึงผ้า มาห่มให้กับเธอแล้วกลับมานอนลงบนเตียงในฝั่งของตัวเอง ครุ่นคิดถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมากมายในช่วงเวลาที่ผ่านมา จนเกือบจะถึงเช้า ก่อนจะผล็อยหลับตามเธอไป
เช้าวันใหม่
พันเจียพาไวโอลินกลับมาที่บ้านของเธอ เพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนเขาจะแวะไปเยี่ยมสตีฟที่โรงพยาบาล โดยไวโอลินขออยู่ทำงานบ้านสักพัก แล้วจึงจะตามไปทีหลัง พันเจียตอบตกลง และล่วงหน้ามาก่อน
พันเจียจอดรถที่หน้าทางเข้าตึกผู้ป่วยของโรงพยาบาล เห็นรถของไฮน์ และ ฟานที่จอดอยู่ก่อนจึงรีบตามขึ้นไป พบว่าสตีฟฟื้นขึ้นและมีอาการดีขึ้นมากแล้ว
“หวัดดี!” เสียงของสตีฟเอ่ยทักทายพันเจีย ทันทีเมื่อได้พบหน้าของเขา ใบหน้าหล่อเหลายิ้มทักกลับไปด้วยความดีใจ ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งลงที่เก้าอี้ซึ่งตั้งอยู่ข้างเตียงโดยที่ฟานเป็นคนลุกขึ้นสละที่นั่งเพื่อให้เขาได้เข้ามาพูดคุยกับสตีฟใกล้ ๆ
“นายโอเคนะ” พันเจียเอ่ยถาม
“ฉันโอเค ขอบใจนะที่เป็นห่วง...ทุกคนเลย”
สตีฟบอกกับพันเจีย พร้อมกับหันไปหาฟาน และไฮน์ที่นั่งอยู่ที่โซฟายาวถัดไปจากเตียงไม่มากนัก
“ฉันขอโทษนะ ที่ไม่ระวังตัวเอง เกิดเรื่องขึ้นจนได้” สตีฟพูด
“ช่างมันเถอะ เรื่องมันแล้วไปแล้ว” พันเจียบอก
“เหลืออีกไม่กี่วันก็ใกล้จะถึงวันแข่งขันแล้ว พวกเราจะทำยังไงกันดี” สตีฟถาม
“ฉันเองก็ยังคิดไม่ออกเลย” พันเจียกล่าวเสียงอ่อน สีหน้าเคร่งเครียด
“ถ้าจะให้โชยะมาช่วย นายก็คงไม่ยอมใช่ไหม” สตีฟหันมาถาม พันเจียไม่ตอบ ในขณะที่ทุกคนต่างรู้คำตอบดีอยู่แล้ว
“แล้วถ้าเป็นฮอร์นล่ะ” สตีฟบอก
“จริงสิ พวกนายคงยังไม่รู้ว่านายทุนกลุ่มนั้น ได้นักแข่งที่จะมาแข่งกับเราแล้วนะ” ไฮน์บอก
“เป็นใคร” สตีฟเอ่ยถาม พันเจียหันไปรอฟังคำตอบ
“เป็นนักแข่งต่างชาติทั้งสองคนเลย รวมถึงฮอร์นด้วย” ฟานตอบ
“ว่าไงนะ!” สตีฟลุกพรวดขึ้น จนลืมเจ็บ ร้องโอดโอยขึ้นมายกใหญ่ ก่อนที่พันเจียจะหันไปบอกว่าให้นอนลงก่อน
“บ้าเอ๊ย! เราน่าจะนึกได้ก่อนพวกมัน” ไฮน์พูดออกมาอย่างหัวเสีย ในขณะที่รายชื่อนักแข่งทางฝั่งนั้นเริ่มทำให้หนุ่ม ๆ ต่างพากันรู้สึกกดดันกับชัยชนะที่จะต้องได้มา
“แล้วอีกคนเป็นใคร พวกแกพอจะรู้ไหม” พันเจีย หันไปถามฟานและไฮน์
“ไม่แน่ใจเหมือนกัน ที่รู้ ๆ เหมือนมันจะยังไม่ได้มีใคร ถ้าเราหามาได้ก่อนทางนั้น เราน่าจะได้เปรียบ”
ฟานบอกพลางถอนหายใจออกมายาว ๆ ในขณะที่สตีฟถึงกับหลับตาลง ไม่อยากจะคิดภาพเลยว่า ถ้าต้องสูญเสียสนามแข่งไปจริง ๆ เขาจะทำหน้ายังไง
ทางด้านของไวโอลินที่กำลังปัดกวาดเช็ดถู ทำความสะอาดบ้านแทนป้าของเธออยู่นั้น เธอเดินไปหยิบปฏิทินมาดู ก่อนจะนั่งนับวันว่าเหลืออีกกี่วันที่พวกของพันเจียจะต้องแข่งขัน
เธอเองอยากที่จะไปขอร้องให้ฮอร์นมายื่นมือเข้ามาช่วยพวกเขาเสียเหลือเกิน แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง แล้วอยู่ ๆ เสียงของโทรศัพท์บ้านก็ดังขึ้นมาถี่ ๆ
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง! ไวโอลิน สะดุ้งตกใจรีบวิ่งเข้าไปรับ
“ฮัลโหล!”
“$#&^ ($#_+”
ภาษาอังกฤษที่ฟังแปลก ๆ แต่ดันคุ้นหูนั้นทำให้หญิงสาวดีใจจนเนื้อเต้น ตะโกนออกมาจนลั่นบ้าน
“เฮ้~ นี่นาย”
ไวโอลินถึงกับตกใจ เมื่อรู้ว่าเสียงของใครบางคนที่โทรมาหาเธอนั้นเป็นใคร
“ไมค์!”
ไวโอลินพูดเสียงดัง หลังจากที่ฟังภาษาซิงลิช (Singlish หรือ Singapore English) ที่จับใจความยาก ๆ ไปเมื่อครู่นี้
“เบา ๆ หน่อยสิ หูฉันจะแตกแล้วเนี่ย”
ไวโอลิน ตื่นเต้นดีใจสุด ๆ เมื่อรู้ว่าเพื่อนเก่าของพี่ชาย และเพื่อนของเธอที่โทรเข้ามานั้น เป็นช่วงเวลาที่เหมาะเจาะพอดิบพอดี ราวกับรู้ว่าเธอกำลังต้องการความช่วยเหลือ และต้องการตัวเขาอยู่
“ขอโทษ ๆ ๆ ฉันไม่คิดว่านายจะโทรมา”
“ฉันโทรเข้ามือถือของเธอ แต่ไม่เห็นติด ก็เลยขอเบอร์จากป้าของเธอมาแทน”
“มือถือฉันพังอ่ะ นายเจอป้าฉันด้วยเหรอ”
“เจอสิ เจอที่สถานทูตไทย พอดีฉันไปที่นั่นมา”
“จริงเหรอ ๆ ๆ” ไวโอลินดีใจจนเนื้อเต้น
“จริงสิ...นี่ฉันก็กำลังจะเดินทางไปเมืองไทยเนี่ย”
“ว่าไงนะ!”
“ฉันจะบินไปเมืองไทย คืนนี้”
“นายจะมาคืนนี้เลยเหรอ”
“ก็จองไฟล์ทบินไว้คืนนี้แล้วด้วยไง”
“เยี่ยมมากเลยไมค์” ไวโอลินยิ้มร่า เล่นเอาไมค์ถึงกับงุนงงอยู่ไม่น้อย
“ฉันไม่คิดว่าเธอจะดีใจขนาดนั้นนะ”
“นาน ๆ ที นายจะมาเมืองไทย ฉันต้องดีใจอยู่แล้ว”
“จริงด้วยสิ ยังไงคืนนี้ประมาณสี่ทุ่มน่าจะถึงไทยนะ”
“โอเค (เสียงสูง) เดี๋ยวฉันจะเป็นคนไปรับนายเอง ว่าแต่นายพักที่ไหน”
“พอดีมีเพื่อนที่รู้จักกัน เขาจองโรงแรมให้ฉันไว้แล้ว”
“เพื่อนนายเหรอ นอกจากพี่ชายฉัน นายมีเพื่อนคนอื่นที่รู้จักในเมืองไทยด้วยเหรอ”
“ฮ่า ๆ ๆ ไวโอลิน...ความจริงฉันเป็นคนสิงคโปร์ที่เรียนโรงเรียนอินเตอร์ มีเพื่อนคนไทยแล้วก็ต่างชาติที่มาเรียนที่นี่อีกเยอะมากมายเลยนะ แต่ที่สนิท ๆ ก็พี่ชายเธอ แล้วก็เพื่อน ๆ ในกลุ่มของพวกเรา”
“เพื่อนในกลุ่มเหรอ~ ใครกันล่ะ”
“บอกไป เธอก็จำไม่ได้หรอก”
“เอ๋~ จำไม่ได้ แปลว่าฉันรู้จักเหรอ”
“เอาน่า...เดี๋ยวไว้ค่อยคุยกันนะ เนี่ยต้องรีบกลับไปเตรียมตัวก่อน”
“โอเค ๆ เดี๋ยวไปรับที่สนามบินนะ” ไวโอลิน ตอบรับการมาของไมค์
“See you soon.” ไมค์กล่าว
“โอเค ซียู!”
ไวโอลินวางสาย แล้วยิ้มออกมากว้าง ๆ ทั้งดีใจและชอบใจ คาดไม่ถึงว่าไมค์จะมาเมืองไทยในเวลาที่เหมาะเจาะ เพราะไมค์เป็นนักแข่งเหมือนพี่ชายของเธอ และขับได้ดีไม่แพ้ใคร เธอเชื่อว่าไมค์จะทำให้สตีฟเวย์ไม่ตกไปอยู่ในมือของคนอื่นอย่างแน่นอน
หลังจากนั้น ไวโอลินก็รีบเร่งทำความสะอาดบ้าน แล้วปรี่ไปหาพันเจียกับเพื่อน ๆ ของเขาที่โรงพยาบาลเพื่อบอกข่าวดีนี้ทันที