บรรยากาศภายในเคาน์เตอร์พยาบาลของแผนกกุมารเวชศาสตร์ใน่สายของวัน ดำเนินไปท่ามกลางความตึงเครียดอันเป็ลักษณะเฉพาะของวอร์ด ในมุมหนึ่ง เสียงฝีเท้ากระฉับกระเฉงและเสียงเจื้อยแจ้วที่เอ่ยทักทายบุคลากรทุกคนอย่างนอบน้อมและสดใส กลับทำให้บรรยากาศอันแสนตึงเครียดนั้น เริ่มมีผ่อนคลายขึ้นมาทีละน้อย
“นี่ๆ รู้ยัง อินเทิร์นใหม่ที่เพิ่งมาประจำวอร์ดเราเดือนแรกน่ะ ทั้งสดใสแถมยังหัวไวช่างเจรจาสุดๆ เมื่อคืนก่อนฉันอยู่เวรดึกกับน้องเขา บอกได้คำเดียวว่าประทับใจมาก!”
ชินแจฮยอก แพทย์ประจำบ้าน[1] หนุ่มอารมณ์ดีประจำแผนก เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น แววตาของเขาเป็ประกายระยิบระยับขณะหันไปหาเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ข้างๆ หวังจะแชร์เื่ราวดีๆ ของอินเทิร์นป้ายแดงเพื่อทำลายความเหนื่อยล้าจากการราวนด์วอร์ด
“อืม”
คำตอบรับสั้นๆ ห้วนๆ และเย็นะเืแล่นผ่านมาจากปากของ คิมโดฮวาน แพทย์ประจำบ้านต่อยอด[2] นายแพทย์หนุ่มผู้ขึ้นชื่อเื่ความเงียบขรึมและใบหน้าที่เรียบเฉยราวกับหินสลัก เขาไม่แม้แต่จะเหลือบสายตาขึ้นมาจากชาร์ตคนไข้ในมือ ดับความกระตือรือร้นของเพื่อนสนิทลงในพริบตา
“ไอ้บ้าคิมโดฮวาน! แกช่วยแกล้งทำเป็สนใจในสิ่งที่ฉันพูดหน่อยไม่ได้หรือไงวะ ห๊ะ! คนเขาอุตส่าห์เปิดประเด็นเล่าด้วยความตื่นเต้น แกนี่มันมนุษย์ไร้หัวใจชะมัด!” ชินแจฮยอกถลึงตาใส่เพื่อนสนิทอย่างเหลืออด พลางยกมือกุมขมับกับความไร้อารมณ์ขันของหมอคิมโดฮวานที่ยังคงเส้นคงวาั้แ่วันแรกที่รู้จักกัน
“โธ่ หมอชิน พฤติกรรมแบบนี้ของหมอคิมน่ะ มันเื่ปกติวันเว้นวันของวอร์ดเราไม่ใช่เหรอคะ ถ้าวันไหนหมอคิมแกหันมาฉีกยิ้มกว้างแล้วเออออกับหมอชินสิคะ วันนั้นพี่คงต้องรีบวิ่งไปดูพยากรณ์อากาศว่าจะมีพายุถล่มโรงพยาบาลหรือเปล่า” คังโบรา พยาบาลสาวรุ่นพี่ประจำวอร์ดเอ่ยแซว พลางเตรียมถาดคีย์ออร์เดอร์ยา
“นั่นสินะ ช่างไอ้หมอหินสลักนี่เถอะ! งั้นพี่โบรามาฟังผมแทนละกัน” ความผิดหวังและน้อยใจของชินแจฮยอกต่อท่าทางเฉยชาของคิมโดฮวานหายไปในพริบตา เขากลับมาทำตาโตเท่าไข่ห่านแล้วหันไปเริ่มเมาท์มอยกับคังโบราแทนอย่างออกรสออกชาติ
“คืออย่างนี้คุณพยาบาลโบรา น้องอินเทิร์นใหม่วอร์ดเราคนเนี้ย ต่อให้ผ่านศึกหนักเวรดึกมาจนขอบตาดำคล้ำเป็หมีแพนด้าลากยาวลงมาถึงคางขนาดไหน แต่น้องเขาก็ยังยิ้มแย้มแจ่มใส เดินทักทายคนโน้นคนนี้ก่อนตลอด ไม่เคยแสดงท่าทีชักสีหน้าเลยสักครั้ง แถมยังดูแลเอาใจใส่คนไข้เด็กดีมากๆ ยิ่งไปกว่านั้นนะ วันก่อนน้องเขาโดนสั่งให้ไปเจาะเืจากเส้นเืแดงน่ะ ซึ่งปกติสำหรับอินเทิร์นใหม่มันทำยากมากใช่ไหมล่ะ แต่น้องเขากลับทำสำเร็จในครั้งเดียว! แถมยังส่งยิ้มหวานระรื่นชวนคนไข้คุยอยู่เลยตอนทำเสร็จน่ะ! ยิ่งเมื่อคืนผมเข้าเวรดึกกับน้องเขาด้วยนะ โห ยิ้มสดใสจนโลกละลายเลยล่ะ!”
“เื่นั้นพี่ก็ได้ยินพวกพยาบาลฝึกหัดพูดถึงอยู่เหมือนกันค่ะหมอชิน แต่แหม คิดว่าพลังบวกกับรอยยิ้มแบบนั้นจะอยู่ได้สักกี่น้ำกันเชียวคะ” คังโบราถอนหายใจยาว พลางส่ายหัวเบาๆ ด้วยความเวทนา “อีกไม่เกินอาทิตย์ รอยยิ้มพวกนั้นคงจะหายไปจากใบหน้า แล้วก็คงจะกลายสภาพเป็หุ่นยนต์คีย์ออร์เดอร์ ไร้ความรู้สึก ทำงานตามสั่งไปวันๆ แววตาเหม่อลอย เหมือนซากศพเดินได้ ก่อนจะถอดใจแอบหนีทุนหายต๋อมไปที่อื่นเหมือนอินเทิร์นคนก่อนๆ แน่นอนค่ะ หมอก็รู้ดีแก่ใจนี่คะว่าโรงพยาบาลของเราน่ะ ขึ้นชื่อเื่ใช้งานอินเทิร์นเยี่ยงทาส สภาพแวดล้อมเป็พิษจนใครๆ ต่างก็เรียกที่นี่ว่าเป็สุสานฝังศพอินเทิร์น”
“เอาน่า แต่ผมมีลางสังหรณ์ใจว่าน้องคนนี้ดูมีของ ไม่เหมือนคนอื่นๆ นะ สภาพจิตใจน้องเขาดูแข็งแกร่งแปลกๆ” ชินแจฮยอกยังคงยืนยันเสียงแข็ง
“หืม ปฏิกิริยาปกป้องแบบนี้มันคืออะไรกันคะ น่าสงสัยนะเนี่ย หรือหมอชินไปแอบถูกใจน้องเขาแล้วใช่ไหมล่ะคะ แหมๆ แอบส่องน้องเขาอยู่ละสิ” คังโบราได้ทีรีบยิงคำถามล้อเลียน ทำเอาบรรดาพยาบาลคนอื่นๆ ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เริ่มหันมามองส่งสายตากรุ้มกริ่ม
“ถูกใจอะไรเล่า! ผมก็แค่ยังเป็คนที่มีจิตใจบริสุทธิ์และยังไม่หมดศรัทธาในมนุษยชาติต่างหากล่ะ” ชินแจฮยอกรีบโบกไม้โบกมือปฏิเศษหน้าแดงพลาดยกเหตุผลมาอ้าง “ผมมีเซนส์รุนแรงมากเกี่ยวกับอินเทิร์นคนนี้ น้องเขาจะผ่านพ้นเดือนมีนาคมแรกในสมรภูมิวอร์ดเด็กของเราไปได้อย่างปลอดภัยโดยที่รอยยิ้มไม่หายไป และหลังจากจบอินเทิร์นแล้ว น้องเขาจะต้องเลือกเรียนต่อเป็เดนท์[3] ที่แผนกเราแน่นอน!”
“ถึงขั้นจะให้มาเป็เดนท์ที่วอร์ดของเราเนี่ยนะหมอชิน” คังโบราหลุดหัวเราะลั่นจนตัวโยน “ทุกวันนี้แผนกเรายังวิกฤต ยอดสมัครไม่เคยเต็ม อัตรากำลังพลขาดแคลนซ้ำซ้อนจนแทบจะกลายเป็วอร์ดร้าง อาจารย์หมอกับเรสซิเดนท์ต้องอยู่เวรควบจนตาตั้ง คนสติดีๆ ที่ไหนเขาจะมาอยู่ที่นี่กันคะ หมอชินเนี่ยก็มีความใสซื่อบริสุทธิ์เหมือนเด็กๆ ดีนะคะ”
“ไม่รู้แหละ! ผมมั่นใจในเซ้นส์ของตัวเองจริงๆ นะคราวนี้ ไม่เชื่อมาพนันกันเลยดีกว่า! เอ้า! พวกคุณพยาบาลที่ยืนแอบฟังอยู่ตรงนั้นน่ะ ผมรู้นะว่าหูผึ่งกันอยู่ มาพนันด้วยกันเลยมา! ยิ่งเงินรางวัลกองกลางสูงเท่าไหร่ เกมก็ยิ่งสนุกตื่นเต้นเร้าใจขึ้นเท่านั้นนะ!”
หลังคำท้าพนันของชินแจฮยอก บรรยากาศภายในเคาน์เตอร์พยาบาลที่เคยเงียบเหงาและอบอวลไปด้วยกลิ่นยา ก็พลันคึกคักและส่งเสียงจอแจขึ้นมาทันที สำหรับเหล่าบุคลากรทางการแพทย์ที่กำลังเหนื่อยล้าสายตัวแทบขาดจากการทำงานสายตัวแทบขาด การได้เล่นอะไรขำๆ เล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ ถือเป็สิ่งบันเทิงใจและเป็ประเด็นพูดคุยที่ช่วยชุบชูจิตใจอันแห้งเหี่ยวได้เป็อย่างดี
“หมายถึงคุณหมออินเทิร์นผู้หญิงตัวเล็กๆ ผิวขาวๆ คนนั้นใช่ไหมคะ คนที่ชอบหนีบกิ๊บส้อมสีเหลืองอ๋อยไว้บนหัว สะดุดตามาแต่ไกลน่ะค่ะ”
ทันใดนั้น แผงกั้นความตึงเครียดก็พังทลายลงเมื่อแม้แต่คุณแม่ผู้ปกครองของคนไข้เด็กที่กำลังเดินอุ้มลูกผ่านมาเพื่อไปเอาน้ำร้อน ยินบทสนทนาเข้าก็พลันหูผึ่ง และเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วยความสนใจใคร่รู้
“ใช่ครับๆ คุณหมอคนนั้นแหละครับคุณแม่ ยัยหนูกิ๊บเหลืองของวอร์ดเรา!” ชินแจฮยอกรีบตอบรับอย่างเป็กันเอง
“ถ้าอย่างนั้น ฉันขอร่วมลงขันวางเดิมพันด้วยคนได้ไหมคะคุณหมอ ฟังดูน่าสนุกดี” คุณแม่ผู้ปกครองถามปนรอยยิ้ม
“ยินดีเป็อย่างยิ่งเลยครับคุณแม่ ยิ่งคนลงขันเยอะเงินกองกลางยิ่งหนาเกมก็ยิ่งสนุก เอ้า! แล้วเราจะตั้งหัวข้อเดิมพันอย่างเป็ทางการว่าอะไรดีล่ะคุณพยาบาลโบรา” ชินแจฮยอกหันไปถามเ้าแม่ไอเดีย
คังโบรานิ่งคิดไปครู่หนึ่ง มือเรียวจับคางพลางยกยิ้มเ้าเล่ห์สไตล์รุ่นพี่เจนโลก ก่อนจะเสนอขึ้นมาว่า
“อืม เอาเป็หัวข้อ ‘เมื่อสิ้นสุดการฝึกในวอร์ดเด็ก คุณหมอกิ๊บเหลืองจะยังยิ้มออกไหม’ ดีไหมคะ เพราะตามสถิติของโรงพยาบาลเรา รอยยิ้มพิมพ์ใจของอินเทิร์นหน้าใหม่ไม่มีทางอยู่รอดปลอดภัยเกินหนึ่งเดือนหรอกค่ะ โดนเคสเด็กตื่นงอแงตอนตีสามเข้าไปสามวันติด รอยยิ้มก็กลายเป็รอยยับหมดแล้วห”
“โอ้โห! หัวข้อดราม่าะเืใจขยี้จิติญญาอินเทิร์นมาก ฟังดูเหมือนนิยายดาร์กๆ เหมาะกับคนที่มีจิตใจงดงามและรักเด็กอย่างผมพอดี! ดีลครับดีล! เอ้า ใครจะวางเงินฝั่งไหน เท่าไหร่ คีย์ข้อมูลมาเลย!”
สิ้นเสียงของชินแจฮยอก บรรดาพยาบาล เ้าหน้าที่ช่วยเหลือคนไข้ และบุคลากรคนอื่นๆ ต่างก็พากันกรูเข้ามาล้อมรอบตัวเขา และเริ่มควักเงินสดรวมถึงโอนเงินมาระดมทุนวางเดิมพันกันอย่างเนืองแน่น บอร์ดเงียบๆ ของแผนกเด็กกลายเป็บ่อนพนันขนาดย่อมในพริบตา
ชินแจฮยอกกำธนบัตรใบละห้าหมื่นวอนปึกใหญ่ไว้เต็มสองมือพลางฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มของผู้ชนะ ขณะใช้นิ้วจิ้มบันทึกรายชื่อผู้ร่วมอุดมการณ์และยอดเงินลงในแท็บเล็ตส่วนตัว
“หมอชินคะ ฉันขอลงฝั่ง ‘รอยยิ้มที่หายไป’ ห้าหมื่นวอนค่ะ!” พยาบาลรุ่นน้องคนหนึ่งส่งเงินให้
เหตุการณ์กลับไม่เป็ไปตามที่ชินแจฮยอกคาดการณ์ไว้เลยสักนิด เพราะกระแสน้ำไปในทิศทางตรงกันข้าม เกือบทุกคนในวอร์ด รวมถึงคุณแม่ผู้ปกครอง ต่างพากันเทคะแนนและวางเงินเดิมพันในฝั่งรอยยิ้มที่หายไปกันหมดจนยอดเงินฝั่งนั้นสูงลิ่ว
“โธ่ ขนาดคุณแม่ของน้องฮายูลยังเลือกกาฝั่งรอยยิ้มที่หายไปกับเขาด้วยเหรอครับเนี่ย ทำไมโลกใบนี้มันถึงได้แล้งน้ำใจและโหดร้ายทารุณกับแพทย์จบใหม่ขนาดนี้ล่ะครับ! พวกเรามาช่วยกันส่งพลังใจและเชื่อมั่นในตัวน้องอินเทิร์นกิ๊บเหลืองกันหน่อยสิครับ!” ชินแจฮยอกโอดครวญพลางทำหน้าเศร้าสร้อย
“หมอชินคะ พวกเราทำงานอยู่ที่นี่มาจนกระดูกจะฝังลงวอร์ดอยู่แล้วนะคะ” คังโบราเอ่ยขัดพลางตบไหล่ชินแจฮยอกเบาๆ “อินเทิร์นที่ผ่านพวกเรามาน่ะมีเป็ร้อยคน สภาพวันแรกกับวันสุดท้ายต่างกันราวฟ้ากับเหว อยู่ได้ไม่ทันไรก็หน้าบูดหน้าเบี้ยว ตวาดใส่ชาร์ตกันหมดแล้วค่ะ ความเป็จริงมันดัดหลังความฝันเสมอแหละค่ะ”
“ถึงอย่างนั้นเราก็ไม่ควรปล่อยมือจากเส้นเชือกแห่งความหวังนะครับ!” ชินแจฮยอกยังคงทำใจดีสู้เสือ “ที่นี่คือแผนกกุมารเวชศาสตร์ที่เต็มไปด้วยเด็กๆ ผู้น่ารักราวกับเทวดาตัวน้อยนะ คำว่ารอยยิ้มและเสียงหัวเราะมันคือค่าตั้งต้นของวอร์ดนี้อยู่แล้ว!”
ต่อให้ชินแจฮยอกจะพยายามงัดแม่น้ำทั้งห้ามาโน้มน้าว โฆษณาชวนเชื่อด้วยความกระตือรือร้นขนาดไหน ปฏิกิริยาตอบรับจากคนรอบข้างก็ยังคงเงียบกริบ และความเป็จริงอันแสนโหดร้ายคือ คลินิกเด็กทยอยปิดตัวลงทั่วประเทศ และแพทย์ประจำบ้านสาขากุมารฯ แทบจะสาบสูญไปจากโรงพยาบาลระดับท็อปไฟว์ ส่งผลให้คนไข้เด็กแห่กันมาที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกาหลีจนล้นทะลัก ในขณะที่บุคลากรกลับขาดแคลนอย่างวิกฤต
ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ตึงเครียดและกดดันขนาดนี้ มันจึงเป็เื่ยากเกินไปที่พวกเขาจะหลงเหลือความเชื่อมั่นในความสวยงามของโลกใบนี้ ในเมื่อทุกคนต่างก็เหนื่อยล้าจนจิตใจด้านชาไปหมดแล้ว
“ฉันลงฝั่ง ‘รอยยิ้มไม่มีวันจางหาย’ หนึ่งแสนวอน”
ราวกับมีอัศวินขี่ม้าขาวมาโปรด เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังแทรกขึ้นท่ามกลางความสิ้นหวังของชินแจฮยอก คิมโดฮวานเข้ามาหาเพื่อนสนิทพร้อมกับยื่นธนบัตรใบละห้าหมื่นวอนสองใบส่งให้ด้วยสีหน้าราบเรียบ
ชินแจฮยอกเอื้อมมือไปรับธนบัตรสีเหลืองสองใบนั้นมาอย่างนอบน้อมพลางแสร้งทำท่ายกมือขึ้นเช็ดน้ำตาด้วยความซาบซึ้งใจ
“คิมโดฮวานเพื่อนรัก ฉันซาบซึ้งใจจริงๆ ที่ในที่ฉันโดนคนทั้งวอร์ดรุมทึ้งแบบนี้ แกยังยอมยืนอยู่เคียงข้าง ยอมควักเงินแสนมาช่วยต่อลมหายใจให้”
“ฉันไม่ได้เดิมพันเพราะอยากอยู่ข้างแกหรอกเ้าบ้า อย่ามาทำซึ้ง” คิมโดฮวานเอ่ยขัดด้วยน้ำเสียงรำคาญใจ แววตาของเขาฉายประกายลึกล้ำบางอย่าง “ฉันก็แค่มีลางสังหรณ์เหมือนกัน ว่าอินเทิร์นคนนั้นน่ะ ดูท่าทางจะเป็ ‘พวกประเภทมนุษย์กลายพันธุ์’ ที่มีความอึดถึกทนและเพี้ยนหลุดโลกเกินกว่าที่ระบบนรกของโรงพยาบาลเราจะทำลายได้ เผลอๆ อาจจะเพี้ยนหนักกว่าแกอีกมั้ง”
พูดจบ คิมโดฮวานก็นึกถึงเหตุการณ์บางอย่างของอินเทิร์นตัวแสบคนนั้นที่เขาบังเอิญไปเห็นมากับตา จนเผลอหลุดยิ้มมุมปากออกมาสั้นๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปทิ้งให้ชินแจฮยอกยืนงงอยู่ตรงนั้น
“เอ๊ะ! เมื่อกี้หมอคิมแอบยิ้มใช่ไหมคะ”
คังโบราพึมพำออกมาพลางจ้องมองแผ่นหลังของคิมโดฮวานที่ค่อยๆ เดินห่างออกไปตาวาว ราวกับเพิ่งได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับที่ 8 ของโลก พอได้ยินคำทักของคังโบรา บรรดาเ้าหน้าที่คนอื่นๆ ก็เริ่มได้สติจากอาการตะลึงและพากันจับกลุ่มวิจารณ์ขึ้นมาทันทีราวกับเขื่อนแตก
“จะ จริงด้วยค่ะ! ฉันก็เห็นหมอคิมแอบยิ้มเหมือนกัน! ยิ้มแบบยกมุมปากขึ้นจริงๆ ไม่ใช่แค่ขยับกรามด้วย!” พยาบาลรุ่นน้องอีกคนสมทบ
“ปกติหมอคิมเคยยิ้มให้ใครที่ไหนกันเล่า นอกจากเวลาอยู่ต่อหน้าคนไข้เด็กน่ะ กับพวกเรานี่ทำหน้าเหมือนยมทูตมารับิญญาตลอดเวลา”
“อ๊ะ! ฉันเคยเห็นนะ!” พยาบาลอีกคนรีบยกมือแชร์ข้อมูล “วันก่อนที่โรงอาหารสวัสดิการ ตอนที่หมอคิมคีบทงคัตสึทอดใหม่ๆ ร้อนๆ เข้าปากไปคำแรก ฉันแอบเห็นคุณหมอเขายิ้มแป้นตาหยีเลยล่ะค่ะ”
“อำกันเล่นหรือเปล่าเนี่ย แต่งเื่ขึ้นมาเองชัดๆ มนุษย์น้ำแข็งอย่างหมอคิมเนี่ยนะจะยิ้มเพราะทงคัตสึ”
“เอ้า! ดูสิ! เพราะทุกคนชอบทำท่าทางไม่เชื่อและหาว่าฉันเพ้อเจ้อแบบนี้ไง ถึงได้เก็บเื่นี้ไว้ตั้งนานไม่ยอมเล่าให้ใครฟังน่ะ!”
“ตาฝาดไปเองมากกว่า” คังโบราวิเคราะห์อย่างเป็วิทยาศาสตร์ “บางทีไอ้ตรงมุมปากที่ดูเหมือนยกขึ้นน่ะ อาจจะเป็เพราะโดนความคมของเกล็ดขนมปังแป้งทงคัตสึมันทิ่มจนเนื้อปากมันเจ่อรั้งขึ้นมาเฉยๆ ก็ได้จ้ะ มนุษย์หินสลักอย่างเขาไม่มีทางยิ้มเพราะของกินหรอก”
“ไม่ใช่อย่างนั้นซักหน่อย! ฉันเห็นแววตาเขาเป็ประกายด้วยจริงๆ นะ!”
เพียงแค่รอยยิ้มลึกลับสั้นๆ วินาทีเดียวของคิมโดฮวาน ก็สามารถจุดชนวนะเิความครึกครื้นและดึงความสนใจของคนทั้งวอร์ดให้หลุดพ้นจากความเครียดไปได้ชั่วขณะ ชินแจฮยอกที่ยืนฟังบทสนทนาไร้สาระและทฤษฎีทงคัตสึทิ่มปากของพวกเธออยู่ก็นึกขำและเอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยความฉงน
“พวกคุณพูดจาเหลวไหลอะไรกันน่ะ คิมโดฮวานเพื่อนผมน่ะปกติเป็คนยิ้มเก่งจะตายไป หมอนั่นน่ะแอบมีมุมเป็เทพบุตรหมื่นรอยยิ้มซะด้วยซ้ำ แค่ไม่แสดงออกพร่ำเพรื่อเท่านั้นแหละ”
คำตอบสวนกลับที่เขาได้รับจากบรรดาพยาบาลกลับเย็นะเืและเต็มไปด้วยการประชดประชันตามประสาคนสนิทกัน
“ก็แหม หมอชินกับหมอคิมน่ะเป็ ‘คู่จิ้นนกเงือกแบบออฟฟิศเชียล’ หรือคู่แต่งงานประจำโรงพยาบาลเรานี่คะ ตัวติดกันเป็ตังเมั้แ่สมัยเรียน ยันมาอยู่เวรคู่กันขนาดนี้ ก็ต้องเข้าข้างปกป้องสามีตัวเองเป็ธรรมดาอยู่แล้ว”
“เฮ้ย! ผู้ชายล่ำบึ้กผิวเข้มสองคนมาเป็คู่แต่งงานคู่จิ้นอะไรกันเล่า! ผมน่ะยังโสดสนิท และวางแผนจะแต่งงานมีเมียเป็ตัวเป็ตนสวยๆ อยู่นะ พวกคุณห้ามมาพูดจาตัดโอกาสแต่งงานในอนาคตของผมแบบนี้ดิ เดี๋ยวไม่มีสาวๆ มาจีบพอดี”
เสียงโวยวายและใบหน้าที่ขึ้นสีแดงก่ำของชินแจฮยอกทำให้ทุกคนหลุดหัวเราะลั่นห้องพักพยาบาลอย่างครื้นเครง ต้องขอบคุณความเอ็นเตอร์เทนและลูกรับลูกชนของชินแจฮยอก... ไม่สิ ต้องขอบคุณรอยยิ้มปริศนาของคิมโดฮวานในวันนี้มากกว่า ที่ช่วยชุบชีวิตและเติมเต็มเสียงหัวเราะให้แก่แผนกกุมารเวชศาสตร์อันแสนอึมครึมแห่งนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
อันที่จริง ความมั่นใจเต็มร้อยของคิมโดฮวานที่ยอมควักเงินสดหนึ่งแสนวอนมาแทงสวนคนทั้งวอร์ดนั้น มันมีสาเหตุและที่มาที่ไปมาจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ซึ่งเป็เื่ราวที่เขาจดจำได้ขึ้นใจ
***
วันนั้น เป็่บ่ายที่แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างทางเดินอย่างเงียบสงบ ระหว่างที่คิมโดฮวานกำลังเดินราวน์วอร์ดตามปกติและกำลังจะผ่านหน้าห้องพักฟื้นผู้ป่วยเด็กพิเศษ หูของเขาก็พลันได้ยินเสียงสบถสาปแช่งและคำด่าทอหยาบคายรุนแรงของเด็กผู้ชายคนหนึ่งเล็ดลอดออกมาจากช่องประตูที่ปิดไม่สนิท
คำด่าทอที่พ่นออกมาเป็ชุดๆ จนไม่น่าเชื่อว่าจะมาจากปากของเด็กน้อย ทำเอาคิมโดฮวานถึงกับต้องหยุดเดินและขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ พอมานึกดูตามผังคนไข้ ห้องนี้เป็ห้องพักฟื้นของเด็กชายวัยรุ่น อายุประมาณ 14 ปี ซึ่งกำลัง่วัยต่อต้านโลกขั้นรุนแรง แถมเด็กคนนี้ยังเพิ่งตรวจพบเนื้องอกขนาดเล็กในสมองและเข้ารับการรักษาตัวเพื่อเตรียมผ่าตัดเมื่อไม่กี่วันก่อน
เด็กชายคนนั้นคงจะหงุดหงิดและควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ที่ต้องมานอนแกร่วอยู่ในโรงพยาบาล ในวัยที่ควรจะได้ไปวิ่งเล่นสนุกสนานกับเพื่อนๆ ที่โรงเรียน ประกอบกับความกลัวและความเครียดจากการเจ็บป่วยลึกๆ ในใจ ส่งผลให้เด็กชายแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว ด่าทอ และสร้างความปวดหัวให้แก่พยาบาลและเ้าหน้าที่ในวอร์ดไม่เว้นแต่ละวันจนเอือมระอากันไปหมด
“คนไข้คะ สงบสติอารมณ์แล้วนั่งลงบนเตียงดีๆ ก่อนค่ะ อย่าเพิ่งขยับตัวแรงเดี๋ยวสายน้ำเกลือจะหลุดเอานะ”
ในจังหวะที่คิมโดฮวานกำลังชั่งใจและเอื้อมมือจะไปจับลูกบิดประตูเพื่อเปิดเข้าไปตักเตือนเด็กคนนั้นให้รู้จักกาลเทศะ น้ำเสียงอ่อนโยนและนุ่มนวลก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน
มันเป็เสียงที่มละมุน และฟังสบายหูมาก มีเสน่ห์ซะจนคิมโดฮวานยังเผลอนิ่งฟัง
‘ถ้าได้ฟังเสียงหวานๆ แบบนี้มานั่งเล่านิทานหรือกรอกหูตอนก่อนนอน คงจะช่วยให้หลับฝันดีพิลึก’
เมื่อคิดได้ดังนั้น คิมโดฮวานก็ใตัวเองที่จู่ๆ ก็มีความคิดฟุ้งซ่านแบบนั้นแวบเข้ามาในหัว สมองอันเ็าของเขาพยายามสลัดความคิดไร้สาระนั้นทิ้งไป พลางปลอบใจตัวเองว่ามันก็แค่เสียงที่ตามปกติของเ้าตัวเท่านั้นแหละ หมอทุกคนก็ต้องใช้เสียงโทนนี้กับคนไข้เด็กอยู่แล้ว ไม่มีอะไรพิเศษหรอก
ด้วยความสงสัยในตัวเ้าของเสียงที่ไม่คุ้นหู คิมโดฮวานจึงชะเง้อหน้ามองผ่านช่องกระจกสี่เหลี่ยมเล็กๆ บนประตูห้องพักฟื้น และเขาก็ได้เห็นอินเทิร์นผู้หญิงคนเดิมกับที่เขาเคยบังเอิญเจอในลิฟต์วันก่อนนั่นเอง ยัยเด็กกิ๊บเหลืองชินยูฮา
ตอนที่เจอกันในลิฟต์ครั้งแรก ยัยเด็กนี่มีสภาพอิดโรยเหมือนลูกไก่ใกล้ตาย แต่มาวันนี้เธอกลับดูแตกต่างออกไป ชินยูฮาตอนนี้เหมือนลูกเจี๊ยบขนปุยสีเหลืองสดใส มีเืฝาดและมีชีวิตชีวาขึ้นเป็กอง ยิ่งติดกิ๊บส้อมสีเหลืองไว้บนหัวแบบนั้น ยิ่งเหมือนลูกเจี๊ยบเดินได้เข้าไปใหญ่
สถานการณ์ภายในห้องพักผู้ป่วยพิเศษยังไม่สงบลง คนไข้วัยม.2 คนนั้นยังแสดงท่าทีต่อต้านรุนแรง ปัดป้องไม่ยอมให้ทำตรวจเช็กสัญญาณชีพของอินเทิร์นสาวอย่างก้าวร้าว ยิ่งเห็นว่าคำด่ารุนแรงของตนไม่ทำให้หมอหญิงตรงหน้าสะทกสะท้านได้ เด็กชายก็เปลี่ยนแผนการ คราวนี้เขาเริ่มพูดจาสองแง่สองงาม คุกคามทางเพศ เพื่อหวังปั่นประสาทให้เธออาย เสียสมาธิและวิ่งหนีออกจากห้องไปเหมือนพยาบาลฝึกหัดก่อนหน้านี้
พฤติกรรมก้าวร้าว และขาดความยับยั้งชั่งใจของเด็ก ม.2 คนนี้ ทำเอาคิมโดฮวานที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ด้านนอกถึงกับต้องส่ายหัวด้วยความเอือมระอาขั้นสุด แววตาของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็ความเ็าและฉายแววโกรธเคืองลึกๆ
‘แล้วนี่คุณแม่ผู้ปกครองหายไปไหนหมด ปล่อยให้เด็กสันดานเสียแบบนี้อยู่คนเดียว แถมยังคุกคามหมอแบบนี้ได้ยังไง น่าจับมาดัดนิสัยซะให้เข็ด’
เมื่อสถานการณ์เริ่มบายปลายเกินกว่าเป็เด็กดื้อทั่วไป คิมโดฮวานก็คิดว่าตัวเขาต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ และจัดการเด็กแสบคนนั้นด้วยตัวเอง วันก่อนอุตส่าห์บอกกับน้องเขาไว้ดิบดี ว่าจะคอยดูและทำดีด้วยในฐานะรุ่นพี่ คราวนี้ก็ได้เวลาปกป้องอินเทิร์นของตัวเองแล้ว
แต่อีกใจหนึ่ง คิมโดฮวานก็อยากรู้เหมือนกันว่า อินเทิร์นลูกเจี๊ยบคนนี้จะมีวิธีป้องกันตัวกับการถูกคุกคามจากเด็กเมื่อวานซืนคนนั้นอย่างไร ด้วยความสงสัยบวกกับความรู้สึกสนุกขึ้น คิมโดฮวานก็ลดมือที่จับประตูไว้ลง แล้วแอบยืนดูผ่านช่องประตูต่อไปอีกครู่หนึ่ง
คำพูดคุมคามลามกและสายตาโลมเลียของเด็กคนนั้นยังพล่ามออกมาไม่หยุดอย่างย่ามใจ เมื่อเห็นว่าหมอสาวยังคงเงียบ
“สรุปคือพี่สาวสุดสวยจะมาเป็คนยัดสายสวนปัสสาวะให้ผมเองกับมือเลยใช่ป่ะครับ เห็นแม่ผมบอกว่าถ้าต้องผ่าตัดสมองก็ต้องโดนเสียบไอ้สายนี้ทุกคนเลย แปลว่าหลังจากนี้ พี่สาวจะต้องมาจับ มาคลำ มาััน้องชายของผมตรงนั้นงั้นดิ โห แค่คิดก็เสียวแล้วว่ะพี่” เด็กชายหัวเราะคิกคัก แววตาเต็มไปด้วยความทะลึ่งตึงตัง
“อืม นั่นสิ ข้อมูลแน่นดีจังเลยค่ะ” คิมโดฮวานหูผึ่ง เขาคิดไปเองหรือเปล่า หรือว่าเสียงอ่อนหวานของยัยอินเทิร์นในตอนนี้ มันเริ่มแฝงไปด้วยน้ำเสียงชวนขนลุกพิลึก
“แล้ว คนไข้อยากให้พี่สาวคนนี้เป็คนใส่สายสวนปัสสาวะให้เองกับมือเลยหรือเปล่าล่ะ หืม” เธอแสร้งทำเสียงเอียงคอถามอย่างเอ็นดู
“แหงดิพี่! ถ้าพี่สาวหน้าหวานขนาดนี้มาบริการใส่ให้เองนี่ผมโอเคเลยนะ พร้อมเสมอแหละ เอาเลยป่ะล่ะ ให้ผมถอดกางเกงโชว์ตอนนี้เลยไหม แล้วนอกจากใส่สายสวนปัสสาวะแล้ว พี่สาวจะมีบริการเสริมอย่างอื่นแถมให้ผมตอนหลังผ่าตัดด้วยป่ะล่ะ โห คิดแล้วแม่งโคตรสุดยอดโคตรคุ้มเลยว่ะที่ได้มารักษาที่นี่!”
น้ำเสียงของเด็กชาย ม.2 เต็มไปด้วยความหยาบโลนและตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด ตามประสาเด็กวัยเจริญพันธุ์ที่กำลังมีฮอร์โมนเพศพลุ่งพล่านจนสมองส่วนหน้าไม่ทำงาน คำพูดที่ล้ำเส้นและขาดการอบรมขนาดนี้ มันเกินขอบเขตที่แพทย์จะยอมความได้ คิมโดฮวานลอบถอนหายใจยาว แววตาเปลี่ยนเป็เข้มขึ้นและจะเอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตูเพื่อเข้าไปสั่งสอนให้จบเื่
แต่ในวินาทีต่อมา เหตุการณ์กลับหักมุมแบบหน้ามือเป็หลังมือ ชนิดที่ยังไม่มีตำราแพทย์เล่มไหนบันทึกไว้
“งั้นเหรอจ๊ะ แหม ความจริงแล้วเนี่ย ตามขั้นตอนการปฏิบัติการใส่สายสวนปัสสาวะปกติทั่วไป เขาจะต้องมีการหยอดเจลยาชาเข้าไปในท่อปัสสาวะเพื่อบรรเทาความเ็ปและลดการระคายเคืองให้คนไข้ก่อนลงมือสอดสายยางน่ะนะ” ชินยูฮาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงระรื่น อ่อนหวาน และเต็มไปด้วยพลังงานความสดใสพลางส่งยิ้มกว้างจนตาหยีดวงตาโค้งเป็รูปพระจันทร์เสี้ยว แต่แววตาของเธอกลับนิ่งสนิทราวกับฆาตกรโรคจิตในซีรีส์ระทึกขวัญ
“เห็นแก่ความกล้าหาญ แมนๆ เกินร้อยแบบนี้ และเพื่อตอบสนองความ้าอันล้นเหลือของน้องชายสุดหล่อ พี่สาวจะยอมเป็กรณีพิเศษให้เธอเลยค่ะ เดี๋ยวพี่จะใส่สายสวนปัสสาวะให้เราโดยไม่ใช้เจลยาชาเพื่อให้ยอดชายคนนี้ได้ััถึงความรู้สึก รสชาติ และผิวััของเนื้อยางซิลิโคนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยเน้นๆ ฟินๆ กันไปเลยไม่ต้องยั้ง เดี๋ยวพี่ขอตัวไปหยิบท่อเหล็กแกนนำสายสวน ขนาดใหญ่พิเศษมาเตรียมให้เราแป๊บหนึ่งนะจ๊ะ!”
พูดเสร็จ ชินยูฮาก็ยังคงส่งยิ้มหวานหยดย้อย รังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาทำเอาอากาศในห้องเย็นะเืลงทันตา คิมโดฮวานที่เห็นว่ายัยตัวแสบกำลังจะหมุนตัวเดินออกมาจากห้องพักฟื้น ก็เตรียมจะก้าวขาหนีออกจากหน้าประตูอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ถูกจับได้ว่าแอบดูวีรกรรมของเธอ
ในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวพ้นประตูนั่นเอง ชินยูฮากลับหยุดแล้วหันหลังกลับไปกระซิบกระซาบส่งท้ายด้วยน้ำเสียงหวานหยดเนื้อหาทำเอาคนฟังเสียวไปถึงสันหลัง
“อ้อ! พี่เพิ่งนึกขึ้นได้ มีรุ่นพี่เคยเตือนไว้ว่า ตอนที่เสียบสายยางดิบๆ เข้าไปในท่อปัสสาวะโดยไม่มียาชาน่ะ มันจะเจ็บจนหน้าเขียวหน้าเหลือง น้ำตาเล็ดสติหลุดเหมือนโดนมีดกรีดสดๆ เลยล่ะ เดี๋ยวพี่มานะจ๊ะสุดหล่อรอพี่สาวแป๊บหนึ่งน้าาา”
‘แสบทรวงหลุดโลกขนาดนี้เลยเหรอยัยลูกเจี๊ยบนี่!’
คำสบถระบายอารมณ์ที่ขัดกับน้ำเสียงอันแสนไพเราะและภาพลักษณ์อันอ่อนหวานบริสุทธิ์ของเธอโดยสิ้นเชิง ทำเอาคิมโดฮวานที่แอบฟังอยู่ถึงกับต้องเบิกตาโพลงและสงสัยในหูของตัวเองคงพิการไปชั่วคราวแน่ๆ หัวใจของเขาเต้นระรัวแกมทึ่งในตัวลูกเจี๊ยบคนนี้อย่างมาก
แล้วคิดดูว่าคนไข้เด็กชายวัยต่อต้านคนนั้น จะอาการช็อกและขวัญหนีดีฝ่อขนาดไหน! ถ้าหากพี่สาวคนนี้เปิดฉากพ่นคำหยาบคายหรือแสดงท่าทีก้าวร้าวตวาดใส่เขาั้แ่แรก เด็กชายก็คงจะพ่นคำด่าสวนกลับและท้าทายได้อย่างไม่เกรงกลัวตามประสาเด็กปากเก่ง การที่เธอส่งยิ้มหวานหยดย้อยแถมยังพูดจาคะขาทำดีด้วยมาตลอด แล้วจู่ๆ ก็มาพ่นคำขู่สุดสยองเื่การทลวงท่อปัสสาวะสดพร้อมกับหัวเราะเยาะเย้ยราวกับซาตานแบบนี้ มันทำให้เด็กชายััได้ถึงความบ้าคลั่งของจริงจากผู้หญิงตรงหน้าจนเริ่มตัวสั่นหน้าซีดเผือด ความห้าวเป้งหายไปในพริบตา
“พะ พี่สาว... เดี๋ยว! แป๊บหนึ่งดิครับ ใจเย็นๆ ก่อนพี่...” เด็กชายละล่ำละลักเรียกเสียงสั่น “เมื่อกี้พี่สาวบอกเองไม่ใช่เหรอว่าคนอื่นคนปกติเขาใช้ยาชากันหมดอ่ะ งั้นผมก็ต้องใช้ยาชาตามมาตรฐานสิครับ เอาแบบปกติเลยครับ หยอดเจลเยอะๆ เลยนะพี่”
“เอ้า! ทำไมล่ะจ๊ะ เปลี่ยนใจเร็วจัง นี่พี่กะว่าจะจัดให้แบบเซ็ทใหญ่ไฟกะพริบให้สุดหล่อเลยนะจ๊ะ ััแบบเน้นๆ เป็ธรรมชาติสุดๆ เลยนะ บอกเลยว่าฝีมือการแทงสายสวนของพี่นะ เฉียบคมและดุดันไม่เป็รองใครแน่นอน จะไม่ลองดูหน่อยเหรอจ๊ะ”
คำว่า ‘เฉียบคมและดุดัน’ ที่หลุดออกมาจากปากของเธอในบริบทนี้ มันให้ความรู้สึกที่สยองขวัญและไม่ปลอดภัยต่อสวัสดิภาพความเป็ชายอย่างรุนแรง คิมโดฮวานที่ยืนแอบฟังอยู่ด้านนอกถึงกับต้องเอามือปิดปากแน่นเพื่อกลั้นเสียงหัวเราะ ตลกกับเหตุการณ์หักมุมเหนือความคาดหมายนี้จนตัวสั่นพั่กๆ เขาไม่เคยเจออินเทิร์นคนไหนใช้วิธีจิตวิทยาด้านมืดดัดหลังคนไข้แสบได้หน้าตาเฉยขนาดนี้มาก่อน
“มะ ไม่เอาแล้วครับ! ไม่ลองเหี้ยอะไรทั้งนั้นแหละครับ! เดี๋ยวผมขอเวลาไปนอนคิดทบทวนดูใหม่อีกทีดีกว่าครับพี่! เอ้อ เมื่อกี้พี่บอกว่าจะเข้ามาวัดความดันไม่ใช่เหรอครับ รีบพันแขนวัดๆ ให้เสร็จแล้วก็รีบไปเถอะครับพี่! ผมจะนอนแล้ว!” เด็กชายมุดหัวลงใต้ผ้าห่มทันทีอย่างยอมจำนน
“โธ่ อุตส่าห์มีโอกาสทองหลุดมาให้พี่ได้โชว์ฝีมือแท้ๆ น่าเสียดายจังเลยน้า” ชินยูฮาแสร้งทำเสียงเดาะลิ้นจึ๊ดจ๊าดพลางทำท่าทางเสียดายอย่างสุดซึ้ง ก่อนจะลงมือพันผ้าสายรัดแขนวัดความดันให้เด็กชายอย่างแ่เบา
พริบตาเดียว อินเทิร์นลูกเจี๊ยบก็กลับพลิกขึ้นมาคุมเกมไว้อย่างเบ็ดเสร็จ คุณแม่ผู้ปกครองของเด็กก็รีบเดินมาหน้าตาตื่น เมื่อเห็นคิมโดฮวานยืนอยู่หน้าห้องพักฟื้น เธอทำก้มหัวทักทายหมอหนุ่มด้วยความเกรงใจ ก่อนจะเข้าในห้องพักอย่างรีบร้อน
‘ได้ลูกเจี๊ยบตัวแสบเข้าวอร์ดมแบบนี้ ระบบนรกที่นี่ทำอะไรยัยนี่ไม่ได้แน่’ คิมโดฮวานลอบยิ้มอย่างผู้ชนะอยู่ในใจ และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขาจับจองวางเดิมพันข้างชินยูฮาอย่างไม่ลังเลในวันนี้
[1] แพทย์ประจำบ้าน (Resident) แพทย์ที่เรียนจบแพทยศาสตรบัณฑิต (ได้รับใบประกอบวิชาชีพแล้ว) และกำลังศึกษาต่อแพทย์เฉพาะทางในสาขาต่างๆ เช่น ศัลยกรรม อายุรศาสตร์ กุมารเวชศาสตร์
[2] แพทย์ประจำบ้านต่อยอด (Fellow หรือ Fellowship) คือแพทย์ที่เรียนจบหลักสูตรแพทย์เฉพาะทางสาขาหลักแล้ว และ้าศึกษาต่อในระดับที่เจาะลึกลงไปอีกใน "อนุสาขา" (Sub-specialty) เพื่อเป็ผู้เชี่ยวชาญระดับสูง
[3] เดนท์ : คำเรียกสั้นๆ จากคำว่า เรสซิเดนท์ หรือ แพทย์ประจำบ้าน