หลิงอ๋องถลึงตามองนาง “เ้าไม่เห็นหรือว่าพี่ชายเ้าพาคนกลับไปแล้ว ลองนึกถึงญาติผู้พี่ของเ้าเถิด เ้ารอดชีวิตมาได้ก็น่าจะรีบไปไหว้ขอบคุณบรรพบุรุษเสีย!”
ฉู่จิ้งเสียนกำมือแน่น เล็บฝังลึกลงในเนื้อดั่งคมมีด ดวงตาฉายชัดถึงความเกลียดชังที่พลุ่งพล่านอยู่ภายใน
นางจะต้องฆ่าพวกมันให้หมด!
เมื่อฉู่จี้เฟิงกลับมาถึงเรือนชูอวิ๋นก็มีสีหน้าซีดเซียวลงกว่าเดิม
เขาหยุดฝีเท้ากะทันหัน หมุนตัวกลับมาขวางทางซูอิ่นเย่ว์ไว้ด้านนอก เอ่ยด้วยน้ำเสียงรังเกียจ “เ้าไปคารวะเช้าวันนี้ ทำให้ข้าอับอายขายหน้าอย่างสิ้นเชิง!”
ซูอิ่นเย่ว์รู้สึกอัดอั้น มีดวางแนบคอเช่นนี้แล้ว จะให้นางทำอย่างไรได้อีก
แต่การที่ฉู่จี้เฟิงก่อเื่ในวันนี้ อย่างน้อยพระชายาหลิงอ๋องก็คงหยุดวางแผนชั่วไว้ชั่วคราว
“ต่อไปจะไม่เป็เช่นนี้แล้ว” ซูอิ่นเย่ว์กล่าวเสียงเบา “วันนี้ขอบคุณท่านมาก”
เห็นชัดว่าแม้ฉู่จี้เฟิงจะแสดงท่าไปเอาเื่กับฉู่จิ้งเสียน แต่ที่แท้ก็เพื่อพานางกลับมา
บุญคุณครั้งนี้ นางจดจำไว้แล้ว
ฉู่จี้เฟิงจ้องมองนางอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าจึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย ก่อนจะเปล่งเสียงเรียกจี้หมัวมัวเข้ามา
ไม่นานนัก จี้หมัวมัวก็นำสาวใช้สองคนเร่งรุดมาจากเรือนหลัง ยอบกายคำนับ “ข้าน้อยคารวะซื่อจื่อ”
“ต่อไปเ้าอยู่ที่เรือนด้านหลัง สั่งการพวกนางได้ตามใจ” ฉู่จี้เฟิงกล่าวจบก็เดินเข้าเรือนหลัก ไม่สนใจนางอีก
ซูอิ่นเย่ว์ร้อนใจ รีบตามเข้าไป เอ่ยว่า “ไหนๆ ก็เป็สามีภรรยากันแล้ว เหตุใดต้องแยกห้องนอนด้วย”
เขาพิษกำเริบหนักถึงเพียงนี้ จะไม่มีคนคอยดูแลยามค่ำคืนได้อย่างไร อีกอย่าง หากวันหน้าอยากขอหนังสือหย่า ก็ต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีพอกับฉู่จี้เฟิงจึงจะได้
แต่พอพูดออกไปแล้ว กลับกลายเป็ความหมายอีกอย่าง
ฉู่จี้เฟิงเพิ่งนั่งลงบนตั่งนุ่ม ได้ยินถ้อยคำนั้น ดวงตาพลันเปี่ยมไปด้วยความนัย
“ข้าหมายความว่า อยากจะช่วยท่าน...”
ซูอิ่นเย่ว์อยากจะอธิบาย แต่เขากลับสะบัดแขนเสื้อ ดึงนางเข้ามาอยู่ในอ้อมอกของเขา
แม้เขาจะอ่อนแรงด้วยโรคร้าย แต่ร่างกายยังแข็งแกร่งดั่งกำแพงเหล็กกล้า ยังไม่ทันที่นางจะร้องเจ็บ ฉู่จี้เฟิงก็คว้ามือของนางไว้ กดร่างนางลงบนตั่งนุ่มทันที
นางนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน รู้สึกปวดที่บ่าอีกครั้ง ใจพลันร้อนรน “ท่านจะทำอะไร!”
“เห็นภรรยาอยากร่วมเรียงเคียงหมอน ก็สนองตามใจเ้า” ฉู่จี้เฟิงกล่าวขณะที่มือเรียวยาวเริ่มเล่นกับสายรัดเสื้อของนาง
ซูอิ่นเย่ว์ทั้งอายทั้งโกรธ แต่ในระยะใกล้เพียงนี้ แววตานางสะท้อนเห็นเพียงใบหน้าหล่อเหลาเย้ายวนของเขา
อืม...ดูเหมือนนางจะไม่ได้ขาดทุนเท่าไร
ฉู่จี้เฟิงขมวดคิ้วขึ้นมาทันที ก่อนจะลุกขึ้นไอเบาๆ ไม่นาน ซูอิ่นเย่ว์ก็ได้กลิ่นคาวเื
นางลุกขึ้นมองเห็นว่ามีรอยแดงจางๆ อยู่บนมือของเขา เหลือบไปเห็นผ้าเช็ดหน้าบนโต๊ะ จึงรีบหยิบมาช่วยเช็ดมือให้เขา
“เคยมีหมอเทวดาสอนวิชาแพทย์ให้ข้ามาก่อน ขอลองจับชีพจรให้ท่านหน่อยได้หรือไม่” ซูอิ่นเย่ว์กล่าวพลางเอื้อมมือไปแตะข้อมือของเขา
ฉู่จี้เฟิงเงยหน้าขึ้น ดวงตาเย็นะเืในทันที เขากำผ้าเช็ดหน้าแน่นแล้วสะบัดมือผลักซูอิ่นเย่ว์ออกไป
ร่างของซูอิ่นเย่ว์บอบบางอยู่แล้ว บวกกับฉู่จี้เฟิงออกแรงเต็มที่ นางจึงกระแทกลงไปที่พื้น ความเ็ปแล่นขึ้นมาทั่วร่าง ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน
ฉู่จี้เฟิงคลี่ผ้าเช็ดหน้าออก มือสั่นเล็กน้อย
แม้ว่าลวดลายดอกบัวบนผืนผ้าจะเปื้อนเืไปแล้ว แต่ก็ยังเห็นได้ถึงความประณีตและพิถีพิถันของผู้ปักได้อย่างชัดเจน
ผ้าเช็ดหน้าดีๆ เช่นนี้ กลับถูกทำลายลงในพริบตา
ซูอิ่นเย่ว์ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อเห็นฉากตรงหน้า นางก็เข้าใจทุกอย่างในทันที
ที่แท้ ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้เป็ของสตรีที่มอบให้เขาเป็ของแทนใจ!
นางลุกขึ้นมาอย่างไร้ความรู้สึก
อย่างแรก นางไม่ได้หลงรักฉู่จี้เฟิง เพียงแค่คิดว่าเขาหน้าตาดี
อย่างที่สอง ฉู่จี้เฟิงหลับใหลมาตลอด ย่อมไม่รู้เื่การแต่งงานนี้แน่ เขาเองก็คงไม่อยากแต่งกับนาง
การแต่งงานที่ถูกคลุมถุงชนเช่นนี้ แม้แต่นางเองยังไม่ชอบ แล้วฉู่จี้เฟิงเล่า ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะเขามีคนรักอยู่แล้วั้แ่แรก
ท้ายที่สุดนางเป็ฝ่ายทำผิด นางจึงกล่าวขอโทษก่อน แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง “ให้ข้าช่วยซักให้ดีหรือไม่”
ฉู่จี้เฟิงเต็มไปด้วยความเ็า แววตาของเขาโเี้ราวกับ้าฉีกซูอิ่นเย่ว์เป็ชิ้นๆ
ด้วยความโกรธจัด พิษแล่นเข้าสู่หัวใจ ริมฝีปากของฉู่จี้เฟิงเปลี่ยนเป็สีม่วง
ซูอิ่นเย่ว์ใ รีบกล่าวว่า “พิษของท่านกำลังควบคุมไม่อยู่แล้ว!”
ภายในห้องหลักมักอบอวลไปด้วยกลิ่นยา ฉู่จี้เฟิงป่วยมานาน คาดว่าน่าจะมีเข็มเงินติดตัวอยู่บ้าง
นางรีบค้นหา และพบล่วมยาเล็กๆ อยู่ในตู้ใบหนึ่ง ด้านในมีทั้งเม็ดยาและชุดเข็มฝังเข็ม
นางรีบจุดเทียนอย่างเร่งรีบ ก่อนดึงเข็มเงินออกมาเพื่อฆ่าเชื้อก่อนใช้ แต่ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาที่ประตู พร้อมเสียงตวาดลั่น
“คิดจะลอบสังหารซื่อจื่ออีกหรือ!”
ฉางอู๋อิ่งพุ่งเข้ามาเหมือนสายลม เตะออกไปหนึ่งที
เท้าของเขากระแทกเข้ากับไหล่ของซูอิ่นเย่ว์ ตรงจุดที่มีาแจากเมื่อคืน เืซึมออกมาอีกครั้ง ไหล่อาบไปด้วยโลหิต ความเจ็บแล่นเข้ากระดูกจนแทบจะหมดสติ
นางเพิ่งจะพยุงร่างขึ้นมาได้ กระบี่ของฉางอู๋อิ่งก็จ่ออยู่ที่ลำคอของนาง ปลายคมวาววับแผ่ไอเย็นะเื
บ้าเอ๊ย! นี่มันการทะลุมิติบ้าอะไรกัน ทุกคนต่างก็อยากฆ่านาง!
ยิ่งไปกว่านั้น นางเป็แค่บุตรอนุภรรยาไร้ค่า ต่อให้ตายไป ก็ไม่มีใครมาทวงความยุติธรรมให้
“อย่า...” ฉู่จี้เฟิงยังพูดไม่ทันจบ ก็พ่นเืดำออกมาอีกคำรบหนึ่ง เขาอ่อนแรงจนหมดสติลงบนตั่งนุ่ม
“ซื่อจื่อ!” ฉางอู๋อิ่งรีบหันไปดูเขา ลืมเื่ฆ่านางไปชั่วขณะ เขาหยิบเม็ดยาออกจากล่วมยา เตรียมจะป้อนให้ฉู่จี้เฟิง
ซูอิ่นเย่ว์ยันตัวขึ้น ร้องเสียงดัง “อย่ากิน! พิษกู่ในตัวเขาถูกกระตุ้นโดยจุ้ยเหรินหง พิษเปลี่ยนไปแล้ว ยาเม็ดนี้จะยิ่งทำร้ายเขา!”
ฉางอู๋อิ่งไม่เชื่อคำของซูอิ่นเย่ว์แม้แต่น้อย อีกทั้งถ้าไม่ใช่เพราะนางถูกวางยา แล้วซื่อจื่อจะต้องมาอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้อย่างไร!
ยิ่งไปกว่านั้น นางเอ่ยปากบอกเหตุผลที่พิษของซื่อจื่อกำเริบขึ้นอย่างแม่นยำ ทำให้ฉางอู๋อิ่งยิ่งปักใจเชื่อว่าซูอิ่นเย่ว์เป็สายลับจากวังหลวง และคิดจะฉวยโอกาสสังหารซื่อจื่อ!
เห็นนางพยายามจะแย่งยา ฉางอู๋อิ่งจึงเตะนางออกไปอีกครั้ง “ยานี้เป็โอสถที่หมอเทวดาฉินปรุงขึ้นโดยเฉพาะเพื่อซื่อจื่อ จะเป็อันตรายได้อย่างไร!”
ซูอิ่นเย่ว์เห็นเขาไม่ฟังคำเตือนแล้วป้อนยาให้ซื่อจื่อเข้าไป นางขมวดคิ้วทันที “รีบช่วยให้ซื่อจื่ออาเจียนยาออกมา ข้าจะฝังเข็มเพื่อควบคุมพิษ!”
ในใจของนางรู้ดีว่าตราบใดที่ฉู่จี้เฟิงยังมีชีวิตอยู่ นางก็มีโอกาสรอด!
ฉางอู๋อิ่งไม่คิดจะสนใจนาง สั่งให้จี้หมัวมัวเข้ามา ก่อนออกคำสั่ง “นำตัวนางไปขังไว้ที่โรงฟืน! หากซื่อจื่อต้องเป็อะไรไป นางต้องถูกฝังทั้งเป็ตามไปด้วย!”
“แต่ซื่อจื่อบอกให้ดูแลนางให้ดี” จี้หมัวมัวลังเล
“นางคิดปองร้ายซื่อจื่อ ขังไว้แค่นี้ยังนับว่าเบา!” ฉางอู๋อิ่งจ้องซูอิ่นเย่ว์เขม็ง ในใจเต็มไปด้วยความเกลียดชังที่พระชายาหลิงอ๋องไร้ประโยชน์ ถึงปล่อยให้นางกลับมามีชีวิตได้
หากไม่เกรงว่าซื่อจื่อจะโกรธ เขาคงสังหารนางเสียเดี๋ยวนี้!
ขณะที่ฉู่จี้เฟิงยังหมดสติ ในเรือนชูอวิ๋นคำสั่งของฉางอู๋อิ่งคือสิ่งที่เด็ดขาด จี้หมัวมัวจึงจำต้องทำตาม สั่งให้สาวใช้สองคนเข้ามาช่วย
ซูอิ่นเย่ว์พยายามขัดขืน แต่ถูกสาวใช้สองคนจับแน่นจนแผลบนไหล่ปริออก เืซึมออกมาอีกครั้ง ความเ็ปแล่นขึ้นมาจนนางเหงื่อท่วมตัว อ่อนแรงไปทั้งร่าง
สุดท้ายนางถูกขังไว้ในโรงฟืนที่อับชื้นและหนาวเหน็บ แม้ว่าแผลบนไหล่จะหยุดเืไหลแล้ว แต่ก็เกาะติดกับเสื้อผ้า ขยับตัวเพียงเล็กน้อยก็เ็ปจนต้องขมวดคิ้วแน่น
ช่างน่าขันนัก นางรอดจากพิษในน้ำชาของพระชายาหลิงอ๋องมาได้ แต่กลับต้องมาตายด้วยฝ่าเท้าของฉางอู๋อิ่งแทน
แม้นางจะโกรธแค้นฉางอู๋อิ่งที่โง่เขลา แต่ยิ่งเกลียดคนเื้ัที่วางยาพิษนางเสียยิ่งกว่า!