เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 3 บทที่ 67 กินเป็นเพื่อน นอนเป็นเพื่อน...(1)

            ลั่วเสี่ยวซีกุมมือถือพลางหัวเราะอย่างมีเลศนัย

            ระหว่างซูเจี่ยนอันกับลู่เป๋าเหยียนต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆเธอรู้จักเพื่อนเธอคนนี้ดี

            แต่จะว่าไปพวกเขาแต่งงานกันแค่สามเดือนก็คืบหน้าขนาดนี้แต่เธอที่ตามจีบซูอี้เฉิงมาเป็นสิบปีกลับยังหยุดอยู่ที่เดิมไม่ไปไหนเป็นความล้มเหลวที่น่าอับอายยันบรรพบุรุษจริงๆ

            วันนี้เธอจะต้องเซ็นสัญญากับหัวซิงให้ได้เธอจะพิสูจน์ให้ซูอี้เฉิงเห็นว่า เธอไม่ใช่คุณหนูไฮโซที่คอยแต่จะเกาะพ่อแม่กินที่ผ่านมาเพราะว่ายังไม่เจอสิ่งที่อยากทำต่างหาก แต่ถ้าเธอจริงจังกับมันเมื่อไรก็สามารถเป็นผู้หญิงที่ทั้งเก่งและโดดเด่นได้เหมือนกัน!

            ก่อนไปตามนัดช่วงเที่ยงลั่วเสี่ยวซีแต่งหน้าอย่างประณีต และเปลี่ยนชุดเป็นเดรสสีแดงสั้นสุดเซ็กซี่จากนั้นจึงขับรถสปอร์ตสุดหรูของเธอไปที่โรงแรม

            สถานที่สัมภาษณ์คือที่โรงแรมแม้มันจะดูแปลกไปหน่อย แต่เพราะคนที่นัดเธอเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งที่มีลูกชายโตจนขึ้นประถมแล้ว จึงไม่ได้ติดใจอะไรเธอคิดแค่ว่าวิธีการทดสอบของบริษัทชั้นนำอาจจะพิเศษกว่าที่อื่นๆ ก็เป็นได้

            ที่แท้มันเป็นแบบนี้นี่เอง

            เมื่อถึงร้านกาแฟที่โรงแรมอาเมย์ที่เป็นผู้จัดการนางแบบก็ได้ทำการอธิบายโครงสร้างบริษัทคร่าวๆจากนั้นก็บอกเธอว่า วงการนี้ภายนอกอาจจะดูสวยงาม แต่ที่จริงแล้วเป็นงานที่ลำบากมาก

            คนอื่นถ้าหิวยามดึกอาจจะโทรหาเพื่อนนัดกันไปกินบะหมี่ดื่มเหล้าเฮฮาสังสรรค์กันได้แต่ถ้าทำงานในวงการนี้ หากไม่ต้องรีบร้อนไปทำงานเวลาส่วนใหญ่มักถูกใช้ไปกับการดูแลรักษารูปร่างให้ดูดีอาหารสามมื้อจะต้องถูกควบคุมอย่างเหมาะสม หากใครรอบเอวเกินยี่สิบห้านิ้วจะได้รับบทลงโทษขั้นรุนแรงจากทางบริษัท

            ลั่วเสี่ยวซีพยักหน้า“เรื่องพวกนี้ฉันเข้าใจดีค่ะ ฉันอดทนได้ ขอแค่ได้กลายเป็นคนดัง!”

            อาเมย์ยิ้ม“บริษัทเองก็อยากได้สาวสวยที่อดทนและไม่กลัวความลำบากแบบเธอนี่แหละ”

            ลั่วเสี่ยวซียิ้มกว้าง“แล้วพวกเราจะเริ่มสัมภาษณ์กันเมื่อไรคะ”

            “ต่อจากนี้เลย”อาเมย์ตอบ “เสี่ยวซี พี่จะต้องบอกเธอก่อนวิธีการสัมภาษณ์ของบริษัทเราค่อนข้างพิเศษ พวกเราไม่ได้อยากให้เธอโชว์รูปร่างหรือเดินแบบให้ดูเพราะเรื่องพวกนี้เธอผ่านเกณฑ์อยู่แล้ว แต่พวกเราอยากให้เธอแสดงความสามารถและความแน่วแน่ที่ต้องการกลายเป็นคนดัง”

            หลังจากอาเมย์พาเธอเข้าไปในห้อง Private ลั่วเสี่ยวซีจึงได้เข้าใจว่าตนต้องมาพบเจอความสกปรกของวงการนี้อีกแล้ว

            หัวซิงต้องการคุยทำธุรกิจกับบริษัทหนึ่งส่วนเธอมีหน้าที่เทคแคร์ฝั่งตรงข้ามในมื้ออาหารนี้เพื่อผลักดันให้การเจรจาประสบความสำเร็จอาเมย์บอกว่านี่คือโอกาสที่เธอจะได้แสดงความสามารถ

            ลั่วเสี่ยวซียิ้มเย็น“ลำพังแค่ท่านผอ.ของหัวซิงกับผู้จัดการมือทองแบบพี่ยังไม่มั่นใจว่าจะเซ็นสัญญาได้สำเร็จอีกเหรอคะพวกคุณอยากจะเซ็นสัญญากับฉันหรืออยากให้ฉันกินข้าวกับลูกค้าเพื่อหวังผลประโยชน์กันแน่?”

            อาเมย์ถึงกับหน้าตึงเธอนึกไม่ถึงว่าลั่วเสี่ยวซีจะเป็นคนตรงขนาดนี้

            “ในฐานะที่เป็นเด็กใหม่ของวงการมันก็ต้องแลกอะไรกันบ้างไม่งั้นเธอจะเอาอะไรไปสู้รบตบมือกับโลกปัจจุบันที่สาวสวยหน้าตาดี ต่างก็อยากจะโด่งดังกันทั้งนั้น”

            “ขอบคุณนะคะที่อุตส่าห์ให้โอกาสฉันได้แสดงความสามารถ”ดวงตาคู่งามของลั่วเสี่ยวซีจ้องหน้าอาเมย์ เธอยิ้มอยู่ก็จริง แต่ทว่าน้ำเสียงกลับเยือกเย็น“แบบนี้อีกหน่อย พวกคุณไม่ให้ฉันนอนกับลูกค้าเพื่อพิสูจน์ว่าฉันมีค่าพอจะดันให้ดังหรือเปล่าเลยเหรอคะ”

            “เธอ...”

            การที่อาเมย์พูดไม่ออกก็เหมือนการยอมรับกลายๆลั่วเสี่ยวซีไม่อยากจะเสียเวลาอีกต่อไป เธอจึงตั้งท่าจะกลับ แต่ทันใดนั้นประตูห้อง Private ก็ถูกเปิดออก ตามด้วยซูอี้เฉิงและลูกน้องที่เดินเข้ามา

            โลกนี้ยังมีเรื่องอะไรบังเอิญไปมากกว่านี้อีกไหมคนที่ผอ.ของหัวซิงคิดอยากให้ก็คือเขา?

            ซูอี้เฉิงเองก็สังเกตเห็นลั่วเสี่ยวซีในทันทีดวงตาเขาฉายแววอะไรบางอย่าง แต่ชั่วเสี้ยววินาทีเขาก็เบือนสายตาออกทำตัวเหมือนกับลั่วเสี่ยวซีเป็นแค่คนแปลกหน้า

            ความผิดหวังเกาะกุมจิตใจของลั่วเสี่ยวซีในทันทีทว่าเธอชินแล้วล่ะ เพราะสิ่งที่เขาให้กับเธอมาโดยตลอดหลายปีมานี้ก็คือความรู้สึกแบบนี้

            ถ้าซูอี้เฉิงไม่อยากจะเจอเธอขนาดนี้แล้วล่ะก็งั้นเธอ...จะอยู่ขวางหูขวางตาเขาต่อสักหน่อยละกัน

            ผอ.เผิงแห่งหัวซิงยิ้มพลางแนะนำเธอกับซูอี้เฉิง“ผอ.ซู นี่คุณลั่วเสี่ยวซี เป็นนางแบบคนใหม่ที่เรากำลังจะเซ็นสัญญาด้วยครับวันนี้มีแต่ผู้ชาย เวลาคุยกันก็ออกจะน่าเบื่อไปสักหน่อย ให้มีสาวๆ อยู่ด้วยจะดีกว่าจริงไหมครับ”

            ซูอี้เฉิงยิ้มบางโดยไม่ปฏิเสธเขาดูสุขุมและสง่างามอย่างทุกที ยากที่ใครจะคาดเดาได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

            ยิ่งเขาเป็นแบบนี้เธอก็ยิ่งรู้สึกอยากเล่นกับไฟ

            ลั่วเสี่ยวซียิ้มอย่างเย้ายวนพลางเดินเข้าไปหาเขาอย่างมีจริตเธอช่วยลากเก้าอี้ให้เขานั่ง

            “ผอ.ซู นั่งก่อนสิคะ”

            ซูอี้เฉิงจ้องหน้าลั่วเสี่ยวซีพลางตอบ

            “ขอบคุณ”

            อาเมย์นึกไม่ถึงว่าจู่ๆลั่วเสี่ยวซีก็คิดเปลี่ยนใจ เธอถอนหายใจอย่างโล่งอก ส่วนผอ.เผิงเองก็เซอร์ไพรส์ที่ลั่วเสี่ยวซีเป็นงานขนาดนี้เขายิ้มอย่างพอใจ จากนั้นจึงเรียกพนักงานให้เข้ามารับออเดอร์

            อาหารยังไม่มาก็จริงแต่ไวน์แดงไวน์ขาวเหล้านอกทั้งหลายได้ถูกนำเข้ามาเสิร์ฟก่อนหน้านี้แล้วผอ.เผิงผายมือมาทางเธอ

            “เสี่ยวซีดื่มให้กับผอ.ซูสักแก้วสิ ตั้งแต่ผอ.ลู่แต่งงานไป ทั้งเมือง A ก็เหลือหนุ่มโสดที่เพียบพร้อมแค่คนนี้คนเดียวแล้วนะการที่เธอได้มากินข้าวกับเขาถือว่าโชคดีมาก ไหนแสดงความจริงใจให้เขาเห็นหน่อยเร็ว”

            ลั่วเสี่ยวซียิ้ม“ได้เลยค่ะ”

            เธอหยิบเหล้ากั๋วเจี้ยว1ขึ้นมารินให้กับซูอี้เฉิงจนเต็มแก้วจากนั้นจึงรินให้ตัวเองหนึ่งแก้วใหญ่ๆ

            หายากที่จะมีหญิงสาวใจกล้าถึงขนาดนี้ผอ.เผิงเองก็ตกใจ เขาตัดสินใจแล้วว่า ดีที่สุดคือเจรจากับทางเครือเฉิงอันให้สำเร็จแต่ถ้าไม่...อย่างไรเขาก็จะเซ็นสัญญากับลั่วเสี่ยวซี

            คนแบบนี้เขาขอเก็บไว้เองดีกว่าปล่อยให้ตกอยู่ในเงื้อมมือคนอื่น

            อีกด้านลั่วเสี่ยวซีก็ยกแก้วขึ้นมา

            “ผอ.ซูแก้วนี้ฉันดื่มให้คุณค่ะ”

            เหล้าขาวที่ค่อยๆ ไหลลงไปทำเอาลำคอแสบร้อนกลิ่นฉุนของเหล้าขึ้นมาเต็มจมูก รสของมันร้อนแรงไปจนถึงกระเพาะ

            ดีที่ลั่วเสี่ยวซีคุ้นชินกับเหล้าแรงๆพวกนี้อยู่แล้ว เธอคว่ำแก้วลงเพื่อแสดงว่าไม่เหลือเหล้าแล้วสักหยดอย่างจริงใจจากนั้นเอียงคอเล็กน้อยพลางพูดว่า

            “ผอ.ซู ตาคุณแล้วค่ะ”

            ซูอี้เฉิงยิ้มเขายกเหล้าขึ้นดื่มจนหมดแก้วราวกับกำลังกินน้ำเปล่า

            ลั่วเสี่ยวซีลอบบ่นในใจ ‘ตาบ้านี่!’

            อาหารเริ่มถูกนำเข้ามาเสิร์ฟทีละอย่างสองอย่างผอ.เผิงส่งสัญญาณมาทางลั่วเสี่ยวซี เธอจึงรีบคีบอาหารให้ซูอี้เฉิงทันทีพลางพูดเสียงหวานละลายใจ

            “ผอ.ซูทำงานมาทั้งวันคงจะเหนื่อยใช่ไหมคะ ทานเยอะๆ นะคะ”

            พูดจบเธอก็จับมือซูอี้เฉิงพลางพูดเสียงเบา

            “ที่ฉันคีบให้นายมีแต่ของที่นายชอบไว้หน้าฉันหน่อย ฉันอยากจะเซ็นสัญญากับหัวซิง”

            ซูอี้เฉิงยิ้มเยาะ“รู้ตัวหรือเปล่าว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่”

            “แต่อีกฝ่ายเป็นนายนี่มากกว่ากินข้าวฉันก็ยอม” ลั่วเสี่ยวซีพูดอย่างมีนัยด้วยรอยยิ้มเย้ายวนจากนั้นก็ขยับตัวนั่งให้เข้าที่ด้วยท่าทางเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            เพราะโต๊ะอาหารใหญ่มากคนที่นั่งอยู่อีกฝั่งอย่างผอ.เผิงจึงไม่ได้ยินสิ่งที่ซูอี้เฉิงกับลั่วเสี่ยวซีคุยกันแต่ดูจากสายตาและท่าทางของลั่วเสี่ยวซีแล้วเธอไม่เหมือนเด็กใหม่ทั่วไปที่มักจะเกร็งจนทำตัวไม่ถูกส่วนซูอี้เฉิงเองก็ดูไม่ได้รังเกียจอะไร

            เขาถึงบอกไงว่าโต๊ะอาหารเป็นเครื่องมือในการเจรจาธุรกิจ ส่วนอาวุธเด็ดอย่างลั่วเสี่ยวซีคงยากที่จะมีคนปฏิเสธ

            ลั่วเสี่ยวซีเอื้อมมือไปหยิบไวน์แดงที่นำเข้าจากฝรั่งเศสจากนั้นจึงรินให้กับตัวเองและซูอี้เฉิง

            “ผอ.ซูคะต่อไปนี้ฉันขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ แก้วนี้ฉันดื่มให้คุณ”

            ไวน์แดงถูกดื่มจนหมดแก้วในทันทีใบหน้าที่แต่เดิมขาวมากอยู่แล้วเริ่มซีดลง สายตาเธอก็เริ่มพร่ามัว

            เรือนร่างผอมบางผิวขาวนวลเนียนเดรสสีแดงอวดสัดส่วนโค้งเว้าสุดเย้ายวนเธอกัดริมฝีปากแดงระเรื่อพลางส่งยิ้มหวานให้กับซูอี้เฉิงอย่างยั่วเย้าราวกับนางแมวยั่วสวาท

            ลั่วเสี่ยวซีรู้แค่ว่าเธอเริ่มมึนๆหัว ภาพของซูอี้เฉิงที่นั่งอยู่ตรงหน้าเริ่มเบลอไปหมด ถ้าเธอมองไม่ผิดตอนนี้สายตาของเขาดูเหมือนจะเคร่งเครียดขึ้น

            เขาอารมณ์ไม่ดีซะแล้วเวลาเจอเธอ เขามักจะเป็นแบบนี้

            แต่วันนี้เธอไม่คิดจะเดินออกไปเพื่อยั่วโมโหเขาอีกแล้วเธอโถมตัวเข้าหาซูอี้เฉิงแล้วพูดพลางเกาะไหล่เขา

            “ทำไมคุณไม่ดื่มล่ะคะ”

            เธอไม่รู้ตัวเลยว่าอยู่ท่านี้ทำให้เธอดูเหมือนจงใจใช้ความอิ่มเอิบแนบชิดกับแผงอกแกร่งของเขาคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างผอ.เผิงถึงกับกลืนน้ำลาย ถ้าซูอี้เฉิงยังไม่ติดกับอีกก็แปลกแล้ว...

            ซูอี้เฉิงผลักลั่วเสี่ยวซีออก

            “คุณเมาแล้ว”

            “ฉันเปล่า!”ลั่วเสี่ยวซีพยายามนั่งตัวตรงอย่างดื้อรั้น “ถ้าไม่เชื่อฉันจะดื่มให้ดูอีกแก้วก็ได้!”

            เธอรินไวน์ไปอีกค่อนแก้วจากนั้นจึงเดินโซซัดโซเซไปหาผอ.เผิง ว่าแล้วก็โอบไหล่เขาพลางพูดว่า

            “ผอ.เผิง ฉัน...”

            ผอ.ยิ้มกว้าง “สาวๆ สมัยนี้ทำงานเก่งยิ่งกว่าสมัยพวกเราอีกนะครับเก่งกว่า...” ขณะพูดสายตาของเขาไม่ละไปจากหน้าอกหน้าใจของลั่วเสี่ยวซีแม้แต่น้อย

            ซูอี้เฉิงลุกขึ้นพรวดและรั้งลั่วเสี่ยวซีเข้าหาตัวในทันที

            “ผอ.เผิงเรื่องสัญญาเราไว้คุยกันวันหลัง”

            ลั่วเสี่ยวซีเริ่มมึนหัวมากขึ้นทุกทีเธอดิ้นเล็กน้อย แต่ก็ถูกซูอี้เฉิงลากออกจากห้องไปจนได้

            ที่ชั้นบนสุดของโรงแรมนี้มีห้องชุดส่วนตัวของซูอี้เฉิงอยู่เธอรู้ดี เขาคบกับผู้หญิงหลายคนแต่ก็ไม่เคยพาสาวๆ เหล่านั้นกลับบ้านเลยสักครั้ง มีแต่พามาพักที่นี่ และเธอเองก็เคยมาทำลายค่ำคืนอันงดงามของพวกเขาอยู่หลายครั้ง

            ตอนนี้ถึงซูอี้เฉิงจะพาเธอขึ้นไปเธอก็วางใจ เพราะเขาคงไม่มีทางทำอะไรเธออยู่แล้ว

            ซูอี้เฉิงเห็นสภาพของลั่วเสี่ยวซีในตอนนี้แล้วรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเขาลากเธอให้เข้าไปในห้องน้ำ จากนั้นจึงเปิดก็อกน้ำและสาดน้ำเข้าหน้าเธอเต็มๆ

            อากาศปลายฤดูใบไม้ผลิทำให้น้ำเย็นเยียบเสียดกระดูกจนลั่วเสี่ยวซีถึงกับตัวสั่น เธอเริ่มมีสติขึ้นมาบ้างจึงจ้องหน้าซูอี้เฉิงอย่างโมโห

            “ทำอะไรของนายเนี่ย!”

            ซูอี้เฉิงดันเธอชิดกำแพง“ลั่วเสี่ยวซี เธอจะเล่นแบบนี้ไปถึงเมื่อไร!”

            ลั่วเสี่ยวซียิ้ม“ฉันจะทำอะไรในสายตานายก็ดูล้อเล่นไปหมดเลยใช่ไหม? สารภาพรักกับนายก็เป็นการล้อเล่นตามจีบนายก็แค่ล้อเล่นแล้วนายเคยเจอใครที่ไหนที่ล้อเล่นด้วยการทำเรื่องแบบนี้นานเป็นสิบๆ ปีบ้างหรือเปล่า”

            ซูอี้เฉิงปล่อยเธอให้เป็นอิสระมือสองข้างล้วงกระเป๋าพลางยิ้มเย็น

            “แล้วเธอไม่ใช่คนแบบนั้นหรือไง?”

            ลั่วเสี่ยวซีโมโหจนหน้ามืดเธอกัดฟันพูดออกไป

            “ฉันไม่ใช่! ซูอี้เฉิงฉันจะพิสูจน์ให้นายเห็นว่าฉันตั้งใจจริง!”

            เธอไม่ได้ล้อเล่นเธอจะทำให้เขาเห็นเธอคนที่เจิดจรัสและโดดเด่นให้ได้

            เธอจะทำให้เขารู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอไม่ได้ล้อเล่น เธอตั้งใจตามจีบเขามาหลายปีตั้งใจเป็นนางแบบที่มีชื่อเสียง

            รอยยิ้มเยือกเย็นปนเย้ยหยันปรากฏบนใบหน้าของซูอี้เฉิง

            “เพื่อพิสูจน์ให้ฉันเห็นเธอต้องไปนั่งกินเหล้าเป็นเพื่อนคนอื่นแบบนี้น่ะเหรอ ลั่วเสี่ยวซีนี่เธอกำลังพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นว่าเธอเป็นผู้หญิงชั้นต่ำแค่ไหนอยู่หรือเปล่า”

            ถ้าหากอีกฝ่ายไม่ใช่เขาล่ะก็คนที่จะออกมากับลั่วเสี่ยวซีก็คงเป็นคนอื่นต่อจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้นคงไม่ต้องคิดให้เสียเวลา

            ‘ผู้หญิงชั้นต่ำ’ คำพูดนี้ทำร้ายจิตใจของเธอเหลือเกิน

            ใช่สิ เธอมันต่ำสวรรค์ประทานสิ่งที่ดีที่สุดมาให้เธอทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นฐานะทางครอบครัวพ่อแม่ที่รักเธอ หน้าตาที่โดดเด่น...

            แต่เธอกลับทำตัวไม่เอาไหนเธอดันมาชอบซูอี้เฉิง และตามจีบเขาแบบไม่ลืมหูลืมตามาเป็นสิบปี สุดท้ายขนาดยอมถวายตัวให้เขาเขายังไม่เอาเลย

            เธอคงเป็นผู้หญิงชั้นต่ำจริงอย่างที่เขาว่า

            “เรามาคุยเรื่องธุรกิจกันดีกว่า”อยู่ๆ ลั่วเสี่ยวซีก็ยิ้มขึ้น

            “ผอ.เผิงบอกให้ฉันกินข้าวเป็นเพื่อนนายเพื่อทำให้นายพอใจและเซ็นสัญญากับเขา ถ้านายเซ็นสัญญากับหัวซิงฉันก็จะได้เป็นนางแบบของที่นี่ จะต้องทำยังไงนายถึงจะยอมตกลงเซ็นสัญญากับเขา?”

            สายตาของซูอี้เฉิงเปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยัน

            “รู้งานดีถึงขนาดยอมกินข้าวเป็นเพื่อนฉันแล้วแล้วไม่รู้หรือไงว่าขั้นตอนหลังจากนี้คืออะไร”

            “นอนกับนาย”ลั่วเสี่ยวซีรูดซิปชุดกระโปรงของตนลง จากนั้นจึงยื่นมือไปปลดเนกไทของเขาออก

            “แน่นอนว่าฉันรู้ดี”

    **********************

    1 เหล้าขาวชนิดหนึ่ง

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577