ถุงมือฟ้าประทาน

    ตอนที่1 ลูกชาวประมง


    “เจมส์...พี่ว่าเรากลับไปเป็นพี่น้องเหมือนอย่างเดิมดีกว่าว่ะ”
    เพิ่งเรียนปีสองก็ถูกรุ่นพี่หักอก แถมยังเป็นในขณะที่นั่งอยู่โรงอาหารช่วงพักเที่ยง สภาพโรงอาหารเวลานี้จึงเนืองแน่นด้วยนักศึกษา ทำเอาฝ่ายชายที่ถูกหักอกหน้าขาวซีด
    เจมส์ลุกขึ้นยืนจากม้านั่งทานข้าว โดยไม่สนใจอาการตกใจของเพื่อนสนิทสองคนที่นั่งข้างๆ ยื่นมือออกไปคว้ามือบอบบาง กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังแกมหวาดวิตก
    “ทำไมละพี่ไอซ์ ตลอดเวลาที่เราคบกันมาก็รักกันดีไม่ใช่เหรอครับ ทำไมพี่ถึงพูดแบบนี้ล่ะ”
    ไอซ์แฟนสาวมีรูปร่างที่สูงถึง 170 เซ็นติเมตร ในขณะที่เจมส์สูงเพียง 165 เวลาพูดต่อหน้าหล่อนเขาจึงต้องเงยหน้าขึ้น ทั้งหล่อนยังใส่รองเท้าส้นสูง ทำให้เวลานี้เจมส์ต้องเงยหน้าขึ้นมากกว่าเดิม
    ไอซ์แกะมือฝ่ายชายออก พูดเสียงเบาว่า “พอเถอะเจมส์ ไม่ใช่ว่าเจมส์ไม่ดีนะเว้ย แต่พี่ว่า...เรากลับไปเป็นพี่น้องกันจะดีกว่า”
    เจมส์อ้าปากกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ในขณะนั้นมีมืออันหยาบกร้านเข้ามาคว้าเอวคอดกิ่วของพี่ไอซ์
    โดยฝ่ายชายที่เข้ามาเกาะกุมเอวบางเป็นถึงหนึ่งในรุ่นพี่ที่เจมส์เคยเห็นหน้าบ่อยๆ แถมยังได้ชื่อว่ามีชื่อเสียงด้านลบ จนใครหลายคนไม่อยากมีเรื่องด้วย
    “รุ่นพี่...เสือ” เจมส์ปากกระตุกเมื่อพูดชื่ออีกฝ่าย
    “ไงไอ้หนู ทีนี้มึงรู้แล้วว่าทำไมไอซ์ถึงเลิกกับมึง รู้แล้วก็กลับไปกินนมแม่ซะไป ชิ่วๆ” เสือฉีกริมฝีปากกว้าง ในขณะที่มือขวาเริ่มล้วงเข้าไปในอกเสื้ออูมๆ ของไอซ์ ทำเอาเจมส์ทนไม่ไหว กัดฟันกรอดกระโจนไปข้างหน้า ง้างหมัดเต็มแรงหวังชกอีกฝ่ายให้หน้าหงาย
    แต่เสือเป็นถึงลูกหลานคนรวย รอบกายจึงมักจะมีอันธพาลคอยตามติดไม่ห่าง ครั้งนี้เองก็มีอยู่ข้างๆ ถึงสองคน
    ครั้นเมื่อเห็นเจมส์เข้ามาใกล้ พวกเขารีบกระโดดออกมาป้องกัน พร้อมกับซัดหมัดเข้าหน้าเจมส์เต็มแรง จนเพื่อนสนิทอย่างกันต์และคริสต้องเข้ามาประคองเจมส์
    ในสภาพเลือดกบปาก มีเพื่อนสนิทสองคนหิ้วปีก เจมส์ไม่ได้มองหน้าอันธพาลสองคน แต่สายตากลับตกไปอยู่ที่ไอซ์ แฟนสาวที่ขณะนี้ปล่อยให้เสือจับส่วนลับของร่างกายด้วยใบหน้าที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
    “ไอ้หนู กูก็บอกแล้วว่ากลับไปดูดนมแม่ซะไป ไอซ์ไม่เหมาะกับมึงหรอก อีกอย่างหนึ่ง...เราก็มีอะไรกันแล้วด้วย” เสือว่าอย่างนั้น ทั้งยังใช้สองมือโลมไล้ร่างกายไอซ์ ประหนึ่งต้องการยั่วยุเจมส์
    เจมส์เป็นเพียงเด็กหนุ่มวัยยี่สิบต้น แถมยังมีแฟนสาวสวยระดับดาวคณะ เห็นภาพอุจาดตาอยู่ตรงหน้าเป็นใครๆ จะทนได้ กำมือแน่นอยากเข้าไปซัดเสือสักหมัดสองหมัด ทว่าถูกเพื่อนสนิทอย่างกันต์และคริสล็อคตัวไว้แน่น
    “ใจเย็นดิวะเจมส์”
    “เออ สงบสติอารมณ์หน่อยเว้ยเพื่อน”
    ทั้งกันต์และคริสต่างห้ามปราม เพราะทั้งสองรู้ว่ารุ่นพี่เสือคนนี้ มีความน่ากลัวที่มากล้นด้วยอิทธิพลของผู้เป็นพ่อ หากเข้าไปตอแยกับเขา ไม่นอนเป็นผักอยู่โรงพยาบาลก็คงไม่ครบ 32
    “ฮ่าๆ รู้งานดีนี่พวกแก เอาล่ะวันนี้พอเท่านี้แล้วกัน แต่ถ้าวันไหนกูยังเห็นหน้ามึงอยู่อีก รับรองจบไม่สวยแน่!” พี่เสือว่าอย่างนั้น โบกมือซ้ายทีหนึ่งอันธพาลสองคนจึงกลับมาขนาบข้าง
    ในขณะที่ไอซ์แสดงสายตารังเกียจให้เจมส์อย่างชัดเจน เหมือนกับต้องการบอกว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสำหรับเธอ มันเป็นแค่การค่าเวลาเล่นๆ
    เมื่อสี่คนเดินจากไป กระทั่งลับตาแล้วคริสและกันต์จึงได้แต่ปล่อยเจมส์
    “เจมส์...มึงไม่เป็นไรนะ” ไม่เป็นไรก็คงแปลก กันต์จิกกัดตัวเองในใจแต่ด้วยความที่เป็นห่วง หากไม่ถามก็คงไม่ได้
    “เจมส์...มึงอย่าคิดมากนะเว้ยเพื่อน ผู้หญิงในมหาวิทยาลัยมีกันเยอะแยะ เดี๋ยวอีกไม่นานมึงก็เจอคนถูกใจ ดีไม่ดีอาจเจอคนที่สวยกว่าพี่ไอซ์ นั่งลงกินข้าวเถอะว่ะ อารมณ์จะได้ดีขึ้น” คริสตบไหล่ พลางให้กำลังใจเจมส์เพื่อนรัก
    “ขอบใจเว้ยพวก แต่กูขออยู่คนเดียวก่อน” พูดจบเจมส์หยิบกระเป๋าขึ้นมาพาดบ่า เดินออกจากโรงอาหารวิทยาลัย
    “เห้ยคริส แม่งจะไม่เป็นไรแน่เหรอวะ ดูจากสภาพแล้วน่าเป็นห่วงชะมัด” กันต์มีสีหน้าเป็นกังวลเมื่อมองแผ่นหลังเจมส์เดินจากไป
    “ไม่เป็นไรหรอกมึง ไอ้เจมส์แม่งก็อายุยี่สิบปีแล้ว ใช่ว่ามันไม่เคยมีแฟน ปล่อยให้มันอยู่คนเดียวนั่นแหละ” คริสกลับมานั่งลงบนโต๊ะ หยิบช้อนขึ้นมาตักข้าวผัดที่เริ่มเย็นชืดเข้าปาก
    “กูรู้เว้ย ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มันถูกผู้หญิงหักอก แต่ว่านะนี่มันไม่เหมือนกับครั้งก่อน ครั้งนี้มันถูกผู้หญิงสวมเขา ไม่ใช่จบสวยแบบคราวก่อน” กันต์แย้งคำพูดของเพื่อน
    “เออๆ แต่มึงก็น่าจะรู้นะเว้ยว่าพี่ไอซ์เป็นถึงดาวคณะ มีผู้ชายหลายคนรุมจีบ ไอ้เจมส์ได้คบเป็นแฟนสองเดือนก็ถือว่าได้กำไรแล้ว มึงไม่คิดงั้นหรอวะ” คริสยังคงนั่งกินข้าว ท่าทางไม่ทุกข์ร้อนกับเรื่องที่เกิด

    “ก็ถูกของมึง แต่มึงพูดเหมือนกับว่าไอ้เจมส์มันหน้าตาแย่ แค่เพราะมันไม่สูงเฉยๆ หรอก ไม่งั้นนะผู้หญิงติดตรึม”
    “เรื่องนี้กูเห็นด้วย แต่มึงอย่าลืมสิว่าไอ้เจมส์เป็นลูกชาวประมง พอผู้หญิงรู้เข้าก็มักจะตีตัวออกห่าง”
    “เออ แต่แล้วไงวะ กูแม่งไม่เข้าใจผู้หญิงพวกนั้นเลย เป็นชาวประมงแล้วมันผิดตรงไหน”
    “ผิดที่ไม่รวยไง หรือมึงจะเถียง”
    ........
    เจมส์นั่งรถโดยสารที่ผ่านหน้ามหาวิทยาลัยกุหลาบขาวมาที่หาดจอมเทียน โดยในขณะที่นั่งอยู่บนรถขายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ หัวเราะบ้างตามประสาคนอกหัก ทำเอาชาวต่างชาติที่มาเที่ยวพัทยามองเขาแปลกๆ
    เจมส์ไม่ได้สนใจสายตาดังกล่าว เพียงครุ่นคิดถึงเรื่องที่ผ่านมา ระยะเวลาสองเดือนที่คบกับพี่ไอซ์ ดาวคณะสำหรับเขาช่างมีความสุขเหลือล้น
    หล่อนมีรูปร่างหน้าตาดี เป็นที่ต้องตาต้องใจนักศึกษามหาวิทยาลัย ไม่คิดเลยว่าจะยอมเปิดใจคบกับตนหลังสารภาพรักออกไป
    ตอนนั้นเจมส์เพียงคิดว่าจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่ชายคนนึงจะทำให้ผู้หญิงได้ ถึงขั้นเก็บไปฝันถึงตอนแต่งงาน
    แต่แล้วใครจะคิดละว่าวันนี้ทุกอย่างดันพังลง พังในชนิดที่ว่าแหลกเหลว ป่นปี้ไม่มีชิ้นดี
    แม้จะไม่ได้แอบอยู่ใต้เตียง แต่แค่เห็นภาพพี่เสือเข้ามาคลอเคลียไอซ์ เจมส์ก็รู้ได้ทันทีว่าพวกเขามีอะไรกันแล้ว แถมยังเป็นในขณะที่ยังคบกับเขา
    คิดถึงเรื่องดังกล่าวมันยิ่งเจ็บหัวใจ ทำเอาเจม์หลังจากที่มาถึงหาดจอมเทียน แวะเข้าร้านสะดวกซื้อ จัดเอาเหล้าขาวมาสองขวดใหญ่ กะว่าคืนนี้จะเมาให้หัวราน้ำ
    เนื่องจากเจมส์เป็นลูกหลานชาวประมง หมู่บ้านอยู่ติดทะเลจึงใช้เรือในการเดินทาง
    เรือที่เจมส์กำลังติดเครื่องเป็นเรือยนต์ที่ทำมาจากไม้แบบเก่า ต่างจากเรือไฟเบอร์ที่ให้ความแข็งแรงมากกว่า แต่ด้วยความที่ฐานะทางบ้านค่อนข้างยากจน บ้านเจมส์จึงมีเพียงเรือยนต์เก่าที่ทำจากไม้เพียงสองลำ
    เรือแล่นออกจากฝั่งที่ถูกเช่าไว้ขายปลายามเช้า แล่นออกไปยามตะวันแรงกล้า ลอยเด่นอยู่เหนือศีรษะ
    เมืองพัทยาขึ้นชื่อเรื่องเมืองแห่งการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นบนบกหรือบนผิวน้ำมักจะไม่เคยว่างเว้น
    เมื่อแล่นเรือออกไปเจมส์พบกับเรือจำนวนหนึ่ง บ้างเป็นเรือหาปลาของชาวประมงที่อยู่ในพื้นที่ อีกส่วนคือเรือพานักท่องเที่ยวข้ามฟากไปเที่ยวยังเกาะที่อยู่ไม่ห่างไกล
    เจมส์แล่นเรือบนผิวน้ำไปเรื่อย ไร้ซึ่งจุดหมาย สักพักจึงดับเครื่องยนต์จอดเรือไว้กลางทะเล มือหนึ่งกระดกเหล้าขาวคงคอไม่ว่างเว้น อีกมือหยิบคันเบ็ดตกปลาหย่อนลงไป
    สองมือสัมพันธ์กันราวกับจับวาง ท่ามกลางดวงอาทิตย์แรงกล้า ผิวของเจมส์ที่ดำคล้ำอยู่แล้วเพราะเป็นลูกชาวประมงเริ่มไหม้เกรียมเพราะแดด
    แต่อย่างใดก็ตามนักศึกษาวัยยี่สิบปีต้นๆ รายนี้กลับไม่รู้รึว่าร้อน หรือระคายผิวแม้แต่น้อย รู้เพียงแค่ว่าหัวใจดวงนี้มันเจ็บมาก...ยากเกินจะรู้สึกไปกว่านี้
    เวลาผ่านไปเรื่อยๆ จากดวงอาทิตย์ที่ถูกแขวนอยู่เหนือศีรษะถูกเปลี่ยนเป็นดาวที่พร่างพราวด้วยแสงจันทร์
    ดูจากสภาพการณ์ ไม่บอกย่อมรู้ว่าเจมส์อยู่ที่นี่ทั้งวัน ผิวหนังแทบจะไหม้เกรียม หากไม่เพราะเป็นลูกชาวประมงที่ออกหาปลาตั้งแต่ยังเด็ก เขาคงเป็นลมแดดตายกลางทะเล
    “ทำไม...ทำไมกัน พี่ไอซ์.. ผมมันไม่ดีตรงไหน” เจมส์พึมพำกับตัวเอง แหงนหน้ามองจันทร์บนท้องฟ้า สักพักเมฆหนาได้บดบังดวงจันทร์ ตามด้วยเม็ดฝนที่เริ่มโปรยลงมา
    แต่เจมส์กับไม่สนใจสภาพอากาศดังกล่าว เพียงกระดกเหล้าขาวที่อยู่ในมือลงคอ แต่ด้วยความที่อยู่ตั้งแต่พระอาทิตย์ยังเด่นหราบนศีรษะ จนตกกลางคืนเหล้าไม่หมดก็คงแปลก
    เจมส์สถบหยาบคาย โยนขวดเหล้าไว้ในเรือประมง จากนั้นจึงมุ่งเน้นไปที่อีกมือที่จับคันเบ็ด โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทั้งวัน เขาไม่ได้ตกปลาตลอด บ้างหยุดพักนอนบ้างลุกขึ้นมาตก ได้ปลาไม่ถึงสิบตัวด้วยซ้ำ
    ใจอยากจะอยู่ต่อสักหน่อย แต่เมื่อเห็นว่าฝนเริ่มโปรยปรายแถมเหล้ายังหมด นักศึกษามหาวิทยาลัยรายนี้จึงเริ่มเก็บเบ็ดขึ้นมา
    ไม่วายดึงเบ็ดขึ้นมาช่างโชคร้ายที่ไม่ได้ปลา แต่เป็นถุงมือสีดำที่มีลวดลายประหลาด
    ด้วยความเมาปนแทบไม่ได้สติ เจมส์แกะถุงมือสีดำออกจากตะขอ มองดูอยู่ครู่หนึ่งพบว่ามันเป็นถุงมือข้างซ้าย จึงยื่นมือซ้ายขึ้นมาสวม
    แต่แล้วเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น ฝนฟ้าที่โปรยปรายบางเบา อยู่ๆ ได้มีสายฟ้าเส้นใหญ่ฟาดลงมาที่เรือประมงลำเล็กของเจมส์ ด้วยสัญชาตญาณเขายกมือป้องกัน
    แทบจะวินาทีเดียวกันสายฟ้าขนาดใหญ่ได้ถูกถุงมือดูดกลืนเข้าไป พร้อมกับมีลวดลายที่เหมือนกับสามง่ามปรากฏบนถุงมือ!