ฤดูใบไม้ผลิไม่ได้มาพร้อมกันทั้งต้นบางกิ่งยังหนาวอยู่เมื่อดอกแรกบาน
หรือเมื่อชัยชนะทิ้งรอยที่มองไม่เห็นและรักที่งอกขึ้นนั้นต้องเรียนรู้ว่าจะรดน้ำอย่างไร
ว่ากันว่า "คนส่วนใหญ่คิดว่าหลังพายุผ่านพ้นแล้วโลกจะกลับไปเหมือนเดิม แต่ความจริงคือ โลกหลังพายุไม่เหมือนก่อนพายุ ดินที่ถูกชะล้างแล้วไม่ใช่ดินเดิมต้นไม้ที่ผ่านลมแรงมาแล้วไม่ใช่ต้นเดิม และคนที่ผ่านบางสิ่งด้วยกันแล้ว ก็ไม่ใช่คนเดิมที่เดินเข้าไปในพายุนั้น
นั่นไม่ใช่เื่น่าเสียใจ มันคือเื่ที่ควรจดจำไว้ว่าบางสิ่งที่งอกขึ้นหลังพายุ งอกขึ้นเพราะดินนั้นถูกชะล้างจนสะอาดแล้ว"
????วันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา????
ชีวิตในวันต่อๆมาเปลี่ยนไปในแบบที่เล็กน้อยแต่สำคัญ
เช้า เซิ่นอวี๋มักตื่นก่อนหลิงซางเตรียมชาไว้รอ บางครั้งซื้อขนมปังจากร้านที่เปิดก่อนรุ่งสางบางครั้งทำข้าวต้มง่ายๆ ที่หลิงซางไม่คาดว่าเขาจะทำเป็
"ท่านทำข้าวต้มเป็" หลิงซางพูดในเช้าวันหนึ่งด้วยความประหลาดใจที่เขาซ่อนไม่ค่อยดี
"ข้าอยู่รอดมาสิบสองปีไม่ได้ถ้าทำข้าวต้มไม่เป็" เซิ่นอวี๋พูดเรียบๆ
"แต่ท่านใส่สมุนไพรลงไปด้วย"
"ข้าเห็นท่านหมอทำมาหลายเดือนเรียนรู้บ้าง" เซิ่นอวี๋พูด "โสมขาวและขิงดองสำหรับเช้าวันที่อากาศเย็นใช่ไหม?"
หลิงซางมองข้าวต้มในถ้วย ลิ้มรส ถูกต้องทุกสัดส่วนไม่มากไม่น้อย
เขาไม่พูดอะไร แต่กินหมดทั้งถ้วย
ซึ่งสำหรับเซิ่นอวี๋ที่นั่งมองอยู่นั้นมันเป็คำตอบที่ดีที่สุดที่ได้รับ
บ่าย หลิงซางรักษาคนไข้เซิ่นอวี๋มักนั่งอยู่ในห้องรับแขกด้านหน้า อ่านจดหมายหรือเขียนรายงานแต่ถ้ามีคนไข้ที่ดูน่าสงสัย ไม่ใช่น่าสงสัยในความหมายของโรคแต่น่าสงสัยในความหมายที่เขาตรวจจับได้จากนิสัย เขาจะส่งสัญญาณเล็กๆ ให้หลิงซางรู้
ทั้งสองพัฒนาภาษาที่ไม่ใช่คำพูดขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจการขยับมือเล็กน้อย สายตาที่เลื่อนไปทิศใดทิศหนึ่งท่าทางที่คนอื่นมองเป็เื่ปกติแต่ทั้งสองรู้ความหมาย
หยูหลานเห็นสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดและบางครั้งก็เดินออกไปข้างนอกเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่เธอพยายามซ่อน
เย็น บางวันพวกเขาเดินในตลาดเย็นไม่ใช่เพื่อจุดประสงค์เฉพาะ แค่เดิน เซิ่นอวี๋รู้จักทุกร้านทุกตรอกซอกซอยของฉางอันแสดงให้หลิงซางเห็นสิ่งที่หลิงซางมองข้ามมาตลอดชีวิตทั้งที่อยู่ในเมืองนี้มาั้แ่เกิด
"ร้านนั้น" เซิ่นอวี๋พูดชี้ไปยังร้านเล็กๆที่ดูธรรมดามาก "ขายชาจีนชั้นดีที่สุดในฉางอัน เ้าของไม่ทำป้ายเพราะลูกค้าขาจรมาแล้วไม่รู้จะชื่นชมอย่างไร"
"ท่านรู้ได้ยังไง"
"เพราะข้าเคยนั่งนอกร้านนั้นทั้งคืนเพื่อรอตามคนที่้าข้อมูล" เซิ่นอวี๋พูด "และเ้าของเอาชาออกมาให้ข้าตอนตี้สามโดยไม่ถามอะไร"
หลิงซางมองร้านชานั้น จากนั้นมองเซิ่นอวี๋
"เข้าไปดูได้ไหม"
"แน่นอน"
พวกเขาเข้าไปในร้านชาเ้าของชายชราที่เห็นเซิ่นอวี๋แล้วพยักหน้าแบบที่คนรู้จักกันมานานพยักหน้าให้กันเสิร์ฟชาสองถ้วยโดยไม่ถามว่า้าชนิดไหน
ชาที่ได้นั้น หลิงซางดื่มและนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
"ดี" เขาพูด คำเดียว
เซิ่นอวี๋มองหน้าเขาด้วยรอยยิ้มที่เบาและภาคภูมิใจในแบบที่เขาแสดงออกเมื่อเห็นคนที่เขาสนใจได้รับสิ่งที่ดี
"ข้าก็คิดว่าดี" เขาพูด
กลางคืน บางคืนทั้งสองนั่งอยู่ด้วยกันในห้องทำงานหลิงซางเขียนบันทึก เซิ่นอวี๋อ่านหรือเขียนรายงานของตัวเองในความเงียบที่เป็กันเองและอบอุ่น
บางคืนมีการสนทนายาวหรือสั้นขึ้นอยู่กับว่ามีเื่อะไรน่าพูด
และบางคืนหลังจากที่ทุกอย่างเงียบลงและโคมดับหมดแล้วยังมีลมหายใจของสองคนที่ช้าลงพร้อมกันในความมืดความอบอุ่นที่เพิ่มขึ้นเมื่อระยะห่างลดลง
สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นโดยไม่ต้องมีคำพูดอธิบายและนั่นก็เพียงพอสำหรับทั้งสองคน
⚔ สิ่งที่ยังไม่จบและการมาเยือนของซ่งหยูเฟย⚔
วันที่สิบสอง
ซ่งหยูเฟยมาที่โรงหมอในตอนเช้าใบหน้าของเธอมีชีวิตชีวาและมีพลังมากกว่าที่เคยเห็นเธอสวมชุดนักเรียนแพทย์แทนชุดขุนนางและนั่นทำให้ทุกอย่างในท่าทางของเธอดูเป็ตัวเองมากขึ้น
"บิดาข้าส่งมาแจ้งว่าราชสำนักตัดสินคดีแล้ว" เธอบอกหลังจากนั่งลง "บิดาต้องจ่ายค่าชดเชยให้ครอบครัวของผู้ที่ได้รับผลกระทบและถูกลดตำแหน่งลงสองขั้น แต่ไม่ถูกจำคุกเพราะพิสูจน์ได้ว่าไม่รู้ว่าถ้วยหยกมีพิษ"
"ยุติธรรมพอสมควร" เซิ่นอวี๋พูด
"บิดาข้ายอมรับ" หยูเฟยพูด "และข้าคิดว่ามันเป็จุดเริ่มต้นที่ดีกว่าที่ควรจะเป็"
เธอหันมาที่หลิงซาง
"เื่การหมั้น ข้าได้คุยกับครอบครัวแล้วทุกอย่างเรียบร้อยและสมบูรณ์แบบ ไม่มีพันธะใดๆ เหลืออีกแล้ว"
หลิงซางพยักหน้า "ขอบคุณ"
"ข้าต้องขอบคุณท่านต่างหาก" หยูเฟยพูด "ถ้าท่านไม่เปิดใจให้ข้าช่วยข้าก็ไม่มีโอกาสทำสิ่งที่ถูกต้อง"
เธอมองเซิ่นอวี๋
"และท่านเซิ่น ข้าอยากพูดบางอย่าง"
"พูดได้"
"ข้ารู้ว่าท่านมีชื่อเสียงที่ไม่ดีในสายตาบางคน" เธอพูดตรงๆ "แต่ข้าเห็นท่านทำงานข้าเห็นสิ่งที่ท่านทำและสิ่งที่ท่านไม่ทำ ถ้ามีวันที่ท่าน้าพยานในราชสำนักข้าจะเป็พยานให้ท่าน"
เซิ่นอวี๋มองเธอมองด้วยดวงตาที่ประเมินและในที่สุดก็อ่อนลง
"ขอบคุณ" เขาพูด และครั้งนี้ขอบคุณจริงๆไม่ใช่แค่มารยาท
หยูเฟยลุกขึ้นจะไป แต่ก็หยุดที่ประตู
"อีกอย่างหนึ่ง" เธอพูด เสียงมีรอยยิ้มซ่อนอยู่ "ข้าดีใจมากสำหรับทั้งสองท่านข้าหวังว่าความสุขจะยาวนาน"
แล้วเธอก็ออกไปก่อนที่ใครจะตอบ
หยูหลานที่ยืนอยู่ที่ขอบห้องพยักหน้าอย่างพอใจ
เซิ่นอวี๋หันไปมองหลิงซาง
หลิงซางดูออกไปนอกหน้าต่างโดยไม่หันมาแต่หูของเขาแดงขึ้นเล็กน้อย
เซิ่นอวี๋คิดในใจ
"คนนี้"
แล้วก็ยิ้มให้กับถ้วยชาที่ถือไว้ในมือ
????จดหมายจากที่ไกลและการเดินทางที่กำลังจะมา????
วันที่สิบห้า
จดหมายสามฉบับมาพร้อมกันในตอนบ่าย
ฉบับแรกจากตัวิที่เว่ยหยางรายงานว่ามีการตายลึกลับในหมู่บ้านห่างไกลทางตะวันตกของเว่ยหยางสามคนในหนึ่งสัปดาห์ อาการก่อนตายคล้ายกับโรคที่หลิงซางรักษาในหมู่บ้านหมอกแต่รุนแรงกว่า
ฉบับที่สองจากแพทย์ท้องถิ่นที่ส่งมาขอความช่วยเหลือมีคำอธิบายอาการที่ละเอียดและทำให้หลิงซางขมวดคิ้ว
ฉบับที่สามไม่มีชื่อผู้ส่ง แค่สั้นๆ
"ในหมอกมีทางใหม่ ในทางมีคนใหม่ ถ้าท่านมา ผู้พบย่อมรู้เอง"
เซิ่นอวี๋อ่านจดหมายทั้งสามฉบับวางลงบนโต๊ะตามลำดับ
"คดีใหม่" เขาพูด
"คดีที่เกี่ยวกับสิ่งที่เหลือค้างอยู่" หลิงซางพูดต่อ "ร่องรอยที่ทิ้งไว้จากครั้งก่อน"
"ท่านหมอคิดว่าจดหมายฉบับที่สามส่งโดยใคร"
"คนที่รู้เื่นี้และ้าให้เราไปพบ" หลิงซางพูด "อาจเป็พันธมิตรอาจเป็กับดัก ไม่รู้จนกว่าจะไป"
"งั้นต้องไป" เซิ่นอวี๋พูด เสียงไม่มีความลังเล
"ต้องไป" หลิงซางยืนยัน มองหน้าเซิ่นอวี๋
"ไปด้วยกัน"
"ไปด้วยกัน"
หยูหลานเดินเข้ามาในห้องเห็นจดหมายสามฉบับบนโต๊ะ เห็นหน้าสองคน
"ข้าไปด้วยอีกครั้งไหม" เธอถาม
"ถ้าท่าน้า" หลิงซางพูด
"้า" หยูหลานพูดทันที "ข้าไม่ยอมอยู่บ้านคนเดียวอีก"
พวกเขาใช้เวลาที่เหลือของวันนั้นเตรียมการ เสบียงยา อุปกรณ์ จดหมายถึงเพื่อนของหยูหลานที่จะมาดูแลโรงหมอ
และในตอนค่ำ ก่อนที่ทุกคนจะแยกไปพักผ่อน
หลิงซางยืนอยู่ที่ลานหน้าโรงหมอมองดาวที่เริ่มปรากฏขึ้นในท้องฟ้าสีเข้ม
เซิ่นอวี๋เดินออกมายืนข้างๆ เขา
ทั้งสองไม่พูดอะไรสักครู่
"เซิ่นอวี๋" หลิงซางพูด
"อะไร"
"ข้าต้องบอกท่านบางอย่างก่อนออกเดินทาง"
"บอกได้"
หลิงซางมองออกไปที่ดาว ไม่หันมาแต่เสียงของเขาชัดเจน
"เมื่อกี้ที่ข้าบอกว่าไม่อยากให้ท่านอยู่คนเดียวอีกต่อไป" เขาพูด "ข้าหมายความว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในการเดินทางนี้ ไม่ว่าเราจะเผชิญอะไร ข้าไม่อยากแยกจากท่านข้า้าอยู่ข้างๆ ท่าน ในฐานะที่มากกว่าหมอและผู้ร่วมทางในคดี"
เซิ่นอวี๋หยุดหายใจครู่หนึ่ง
"ท่านหมอพูดตรงมากขึ้นเรื่อยๆจริงๆ"
"ข้าเรียนรู้ว่าการพูดตรงๆทำให้ทุกอย่างชัดเจนกว่า" หลิงซางพูด แล้วหันมามองเซิ่นอวี๋ "ท่านจะตอบว่าอะไร"
เซิ่นอวี๋มองหน้าเขาดวงตาที่ปกติซ่อนทุกอย่างไว้ข้างหลังรอยยิ้ม ตอนนี้ไม่ซ่อนมีแค่บางสิ่งที่อ่อนโยนและมั่นคง
"ข้าตอบว่า" เขาพูดช้าๆ "ในตลาดชายแดนเมื่อยี่สิบปีก่อนมีเด็กชายที่บอกข้าว่าถ้าเจ็บอีกให้ไปหาเขา ข้าใช้เวลาสิบสองปีจนกล้าไปหาและตอนนี้ข้าไม่มีแผนจะจากไปอีกแล้ว"
หลิงซางฟัง
"นั่นไม่ใช่คำตอบตรงๆ" เขาพูด
"ข้าจะพูดตรงๆ ได้ไหม?" เซิ่นอวี๋ถาม
"พูดได้"
"ข้ารักท่านหมออู๋หลิงซาง" เซิ่นอวี๋พูดเสียงเงียบแต่ชัดเจนในแบบที่ไม่้าให้ซ้ำ "และข้าจะอยู่ข้างๆท่านตราบเท่าที่ท่าน้าให้ข้าอยู่"
ลมเย็นพัดผ่านระหว่างสองคน
หลิงซางมองหน้าเซิ่นอวี๋ในแสงดาว
จากนั้นก็ทำสิ่งที่เซิ่นอวี๋ไม่เคยเห็นเขาทำมาก่อนเขาเอื้อมมือออกไปและจับมือของเซิ่นอวี๋ไว้ ไม่ใช่เพื่อรักษา ไม่ใช่เพื่อตรวจแต่เพราะ้า
เขาพูดเบามาก
"ข้าก็เช่นกัน"
✨รุ่งเช้าของการเดินทางใหม่ ✨
รุ่งเช้าของวันออกเดินทาง
ฉางอันยังไม่ตื่น เสียงไก่ยังไม่โห่แสงแรกของรุ่งอรุณยังเป็แค่รอยสีส้มจางๆ ที่ขอบฟ้า
ม้าสามตัวยืนอยู่หน้าโรงหมอที่อานมีเสบียงและอุปกรณ์ที่เตรียมไว้อย่างรอบคอบ
หลิงซางตรวจรายการสุดท้ายในสมุดบันทึก ยาอุปกรณ์ กระดาษ ทุกอย่างครบ
เซิ่นอวี๋ตรวจดาบ หยินซา ที่สะพายบ่า ตรวจเชือกตรวจย่ามหนังที่มีเครื่องมือเฉพาะของเขา
หยูหลานตรวจตะกร้าสมุนไพรและชุดปฐมพยาบาลที่เธอเตรียมเองด้วยความประณีตที่บอกว่าเธอเรียนมาดี
"พร้อมไหม" หลิงซางถาม
"พร้อม" สองเสียงตอบพร้อมกัน
พวกเขาขึ้นม้า
และก่อนที่จะออกเดินเซิ่นอวี๋มองหลิงซางที่นั่งม้าอยู่ข้างๆ มองในแสงรุ่งอรุณที่เพิ่งเริ่มต้นแสงสีทองอ่อนๆ ที่ตกลงบนใบหน้าที่เขาเริ่มรู้จักทุกรายละเอียด
มองแบบที่เขาบอกตัวเองว่าจะจำภาพนี้ไว้
เขาคิดในใจ
"จับมือเ้าแล้ว"
หลิงซางที่รู้สึกได้ว่ากำลังถูกมอง หันมา
มองตาสี่ตาในแสงรุ่งอรุณของฉางอันที่กำลังตื่นขึ้น
หลิงซางไม่พูดอะไร แต่ขยับม้าออกเดินนำก่อน
และเซิ่นอวี๋ก็ขับม้าตามไป เคียงกันไม่ใช่ตามหลัง
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
♥️สิ่งที่งอกขึ้นหลังพายุ ♥️
"ดอกไม้ที่บานหลังพายุไม่ได้บานเพราะไม่รู้จักพายุ มันบานเพราะดินที่รับพายุมาแล้วนั้น อุดมสมบูรณ์กว่าดินที่ไม่เคยถูกชะล้าง
หมอที่เ็าราวหิมะ เรียนรู้ว่าหิมะที่ละลายนั้นไม่ได้หายไป แต่กลายเป็น้ำที่หล่อเลี้ยง
นักสืบที่ยิ้มให้โลกทั้งใบ เรียนรู้ว่ารอยยิ้มที่ไม่ต้องซ่อนความเ็ปนั้นเบากว่าที่เคยคิดมาก
และทั้งสองเรียนรู้ด้วยกันว่า บางสิ่งในโลกนี้ไม่ต้องใช้พลังวิเศษไม่ต้องใช้ดาบหรือพลังเยียวยา แค่ยื่นมือออกไปในแบบที่ถูกต้อง และมีคนที่จับมันไว้นั่นก็พอแล้ว"
♥️"ูเาสูงน้ำยาว ความรักลึกความหมายไกลชาตินี้มีเ้าอยู่ด้วย ก็เพียงพอแล้ว" ♥️
..สุสาส์นราคะ...