เช้าวันนี้ แม่ส้มกับเจนนิสา มานั่งรอที่โรงพัก เพื่อตกลงเื่ค่าใช้จ่าย ซึ่งทางฝ่ายคู่กรณีจะชดเชยให้ วันละ สามร้อยบาท ให้จำนวน 30 วัน เป็เงิน 9,000 บาท
ซึ่งแม่ส้มกับ เทพที่อยู่ในร่างของเจนนิสา ก็สังเกตว่ามีชายที่เป็ฝ่ายประกัน กับคนที่ขับรถ ชนซึ่งเป็หญิงสาวที่ดูมีฐานะมีอันจะกิน มากับบุตรสาววัยเดียวกับเจนนิสา คือ ประมาณ 16 ปี ซึ่งเป็คนขับรถชนรถตู้ ในขณะที่รอร้อยเวรมา
คู่กรณีทั้งสามคนก็ออกไปคุยกันข้างนอก แล้วหันมามองเทพกับแม่เป็ระยะ
เทพใช้พลังสมาธิแอบฟัง คนทั้งสามคนพูดกัน
“ นี่คุณประกัน เด็กมันยังเรียนหนังสืออยู่เลย ให้มันไปทำไมวันละตั้งสามร้อย มันยังไม่มีงาน เราสามารถให้มันได้เพียงวันละเท่าไรก็ได้ ไม่จำเป็ต้องให้สามร้อยบาทต่อวัน แถมตามความเป็จริง ก็ไม่ต้องให้ครบทุกวัน เพราะตามหลัก แรงงานทำห้าวัน ก็ต้องหยุดสองวัน ให้มันแค่วันละ 100 บาท20 วันก็พอแล้ว”
ลูกสาวคนที่ขับรถกระตุกแขนเสื้อแม่แล้วเอ่ยว่า
“ แม่ ถ้ามันไม่ยอมหนูก็ต้องถูกส่งตัวไปที่สถานพินิจ น่ะซิ?”
“ โอ้ย ไม่ต้องกลัวหรอก มันแค่ชาวบ้านขายข้าแกง ลูกมันก็หน้าซื่อๆไม่ต้องกลัวไม่มีทนายมาด้วยเช่นนี้ ให้มันไป สองพันก็พอแล้ว” คุณนายผู้นี้เอ่ยอย่างมั่นใจ
“ คุณนายครับ ถึงแม้ว่าประกันจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปแล้ว แต่ค่าชดเชยพวกนี้มันจะเป็ผลดีต่อรูปคดี ถ้าหากว่าทำให้จบด้วยดีทั้งสองฝ่ายนะครับ คดีแบบนี้ ถ้าเขาเรียกร้องมา ทางบริษัทประกันเราเคยขึ้นศาลแล้ว จ่ายไปหลายแสนเลยเชียวนะครับ ถึงแม้ว่าเขาเป็นักเรียน ไม่มีค่าขาดประโยชน์การทำงาน แต่เขาสามารถเรียกเงินชดเชยเนื่องจากฝ่ายเราอายุน้อยแล้ว ยังทำให้เขาต้องาเ็ได้นะครับ ผมว่าเราไม่ควรจ่ายน้อยกว่านี้ เท่านี้ผมก็รู้ว่าให้พวกเขาน้อยเกินไปเสียด้วยซ้ำ” ประกันเอ่ยเตือน
“ ถ้าเช่นนั้น คุณก็จ่ายเงินก้อนนี้ไปซิ” คุณนายย้อนประกัน ซึ่งเื่อะไรเขาต้องจ่าย นโยบายบริษัทระบุไว้แน่ชัด บริษัทประกัน ไม่ใช่องค์กรการกุศล มีช่องที่ไม่จ่ายตัง หรือ คู่กรณีไม่เรียกร้อง ก็ไม่ต้องเสนอหน้าไปจ่ายเงินเป็อันขาด
เทพได้ยินชัดเจน ก็ส่ายหัวถึงความเห็นแก่ตัวของคนในยุคนี้จริงๆ เลยเอ่ยกับแม่ส้มว่า
“ แม่ เจนคิดว่า ค่าชดเชย หกพันนี้น่าจะน้อยไปนะ แม่คอยฟังอย่างเดียว เจนขอเป็คนเจรจากับพวกเขาเอง”
พอร้อยเวรเรียกทุกคนมานั่งในห้องรวมกัน เ้าหน้าประกันก็เอ่ยขึ้นมาว่า
“ ทางเราตกลงกันแล้วว่าที่ ตกลงกันเอาไว้เื่จะชดเชยให้น้องวันละ สามร้อยบาทนนั้น ทางเราเห็นว่ามันไม่เหมาะสมเท่าไร อยากเปลี่ยนแปลงตัวเลข ให้หมาะสมครับ” ร้อยเวรทีแรกคิดว่ายอดเงินที่ให้ก็น้อยอยู่แล้ว คิดว่ายังจะลดราคาลงอีกก็เลยไม่พอใจจึงเอ่ยว่า
“ พวกคุณคิดว่า พวกเขาเป็ผู้หญิงไม่รู้กฏหมายแล้วจะทำอย่างไรกับพวกเขาก็ได้อย่างนั้นหรือ ผมขอเตือนนะ พวกเขามีสิทธิ์ที่เรียกร้องค่าชดเชยที่ต้องได้รับาเ็ถึงขั้นสาหัส และผมจะต้องเขียนสำนวนส่งฟ้องศาลตามความเป็จริง ในเื่ที่เกิดขึ้น ผมเกรงว่าจะไม่เป็ผลดีต่อ ลูกสาวของคุณนายนะครับ”
“ นี่คุณตำรวจ ฉันแค่คิดว่า ยอดเงินนี้มันไม่เหมาะสม ฉันเองเป็คนจ่าย ฉันก็มีสิทธิที่จะจ่ายเท่าไรก็ได้ไม่ใช่หรือคะ” คุณนายเอ่ยเสียงแข็ง
ในขณะที่เทพกำลังนั่งหลับตาทำสมาธิท่องนะโมสามจบ แล้วท่องคาถาสะกดคนออกไป
“ สะ สิ มิ ระ สะ สิ มิ ระ สะ สิ มิระ สะ สิ มิ ระ สะ สิ มิ ระ”
แล้วเป่าลมออกไปเบาๆ ลมคาถาสะกดพุ่งเข้าไปในสมองของ ประกัน และคุณนายทันที
“ ตกลงพวกคุณจะจ่ายให้น้องเขาเท่าไร ก็ว่ามาเลย” ร้อยเวรเริ่มหงุดหงิดกับทั้งสองคนนี้มาก
“ ในส่วนของประกัน ทางผมสามารถตัดสินใจในยอดจ่ายเงินสูงสุดได้ คือสองแสนบาท ถ้าน้องตกลง ผมสามารถโอนเงิน แล้วเซ็นมอบต่อหน้า ผู้กองได้เลยครับ”
ผู้กองกับ แม่ส้ม ถึงกับใ ที่ประกันเอ่ยออกมาแบบนี้
“ ของฉันก็เหมือนกัน ฉันยินดีจ่ายค่าชดเชยให้อีกสองแสนเดี๋ยวนี้เลย ถ้าน้องยินยอมไม่เอาความ” คุณนายส่งยิ้มหวานให้กับเทพ ที่ได้แต่ยิ้มน้อยๆ ไม่กล้าพูดอะไรอีก ส่วนลูกสาวถึงกับดึงแขนเสื้อผู้เป็แม่ เหมือนกำลังจะบอกว่า มากไปหรือเปล่า
“ เอาล่ะ ถ้าตกลงกันได้ ก็เซ็นในบันทึกประจำวันได้เลย ผมเพียงแค่แก้ตัวเลขตามที่คุณสองคน ้า ทีแรกผมคิดว่า พวกคุณจะให้น้องเขาน้อยกว่านี้เสียอีก ต้องขออภัยด้วย ที่ทำตัวเสียมารยาทไปบ้าง”
“ ไม่เป็ไรค่ะ ฉันว่าเท่านี้ยังน้อยเกินไปเสียอีก” คุณนายเอ่ยจบ ก็ควักเงินในกระเป๋าที่มีอยู สองแสนออกมาให้เจนกับแม่ทันที ส่วนประกัน ก็ขอหมายเลขบัญชี
แล้วโอนให้ทันทีเหมือนกัน จากนั้น เทพกับแม่ก็เอ่ยลาทุกคน นั่งแท็กซี่กลับออกจากโรงพักไปในทันที
พอเทพจากไปมนตร์คาถาที่สะกดไว้ก็คลายลง คุณนายที่ยังยืนอยู่กับลูกสาว ก็เอ่ยขึ้นมาว่า
“ ป่านนี้แล้ว ทำไมสองคนแม่ลูกนั่นไม่มาอีกนะ เมื่อครู่ยังเห็นอยู่เลย”
“ ใช่ครับ ผมก็เห็นเช่นกัน ร้อยเวรก็มาแล้วด้วย” ประกันก็เอ่ยแบบเดียวกัน
ลูกสาวคุณนาย ถึงกับอ้าปากหวอ มองหน้าแม่ตัวเอง กับ ประกัน แล้วเอ่ยออกมาว่า
“ แม่ เื่คดีจบไปแล้ว แม่กับคุณประกัน ยอมจ่ายให้พวกเขาไปคนละสองแสนแล้วยังจะถามหาพวกเขาอีกทำไม?”
“ ตลกแล้ว สองแสนอะไรกัน เอ๊ะ ! แล้วเงินสองแสนค่าแชร์ที่เพิ่งเก็บมา หายไปไหนกัน” คุณนายเริ่มใ
“ ก็แม่ให้คู่กรณีไปแล้ว หนูเตือนแม่ตั้งหลายครั้ง แม่ก็ไม่ฟัง ร้อยเวรก็เป็พยาน แม่ก็เซ็นรับทุกอย่างจบแล้ว”
คราวนี้คุณนายเข้าไปขอดูลายเซ็น ก็ใตาแทบถลนออกมา ยิ่งเ้าหน้าที่ประกันเห็นลายเซ็นตน แล้วนำมือถือมาตรวจสอบยอดบัญชี ก็ตาเหลือกออกมา ทั้งสองโวยวายเป็การใหญ่ ว่าเขาไม่รู้เื่ใดใด จะแจ้งความให้ร้อยเวรจัดการเื่นี้
“ พวกคุณนี่ บ้ากันไปใหญ่แล้ว” ร้อยเวรส่ายหัวแล้วเปิดกล้องวงจรปิดให้พวกเขาดู สุดท้ายก็ได้แต่ มองอึ้งไม่รู้หาเหตุผลมาพูดอะไรอีก เทพได้เงินมาสี่แสน ก็เลยบอกแม่ส้มว่า
“แม่ลูกขอเงินสักหน่อยได้ไหม ลูกอยากไปไหว้ หลวงปู่สุกกทันตะที่ลพบุรี”
“ ได้ซิลูก แม่กำลังคิดอยากจะย้ายบ้านมาอยู่ที่หน้าปากซอย ตรงใกล้ตลาดมีตึกแถวให้เช่า เดือนละหมื่น ทีแรกแม่คิดว่า ได้เงินห้าหมื่น มาแทนทีจะไปซื้อรถเข็น เราเอามาเช่าที่ดีกว่า เสียค่ามัดจำแล้วยังเหลืออีกสองหมื่นไว้ทำทุนขายข้าวแกงก็น่าจะพอ ลูกจะได้ มีห้องที่ดีกว่านี้ ชั้นบนมีห้องนอนอีกสามห้อง แล้วข้างบ้านมีเน็ตประชารัฐด้วย ต่อไปลูกจะได้ใช้คอมพิวเตอร์ได้ ไม่ต้องเพ่งแต่มือถือ”
“ ก็ดีนะ แม่จะได้ไม่ต้องเข็นรถ เข้าออกทุกวัน”
เทพให้แม่เก็บเงินไว้ทั้งหมด นำมาติดตัว ไว้ สองหมื่นบาท ตั้งใจว่า รุ่งขึ้นจะเดินทางด้วยรถไฟ เพื่อไปที่ลพบุรี เพื่อหาหลวงปู่สุกกทันตะ อาจารย์ของเขา เพื่อจะได้หาทางกลับโลกของเขา
เย็นวันนั้น นุ่นโทรมา หาคุยกันจนรู้ว่า เทพจะไปลพบุรี จึงชวนเพื่อนอีกสองคนไปด้วยกัย โดยเอารถตู้ที่บ้าน เพราะจะได้ไปเที่ยวด้วย เทพเลยไม่รู้จะขัดอย่างไร
รุ่งเช้าทั้งหมดจึงออกเดินทางไปลพบุรี ระหว่างทาง เทพก็คืนเงิน แปดพันให้กับนุ่นค่ามือถือ ที่ออกให้ไปก่อน
“ แกไปเอาเงินมาจากไหนเร็วจัง?”
“ ได้เงินค่าชดเชยจาก นอนโรงพยาบาลมาสี่แสนน่ะ”
“ จริงดิ ทำไมได้เยอะขนาดนี้เนี่ย?”
“ ไม่รู้ดิ พวกเขาใจดีมั๊ง” เทพเอ่ยเหมือนเป็เื่ธรรมดา
แล้วรถตู้ก็พาทั้งสี่คนมาที่วัดท่าตะโก เขาสมอคอน ทุกคนต่างขึ้นไปไหว้พระแล้วเข้าไปในถ้ำที่มี รูปหลวงปู่ฤาษี ตั้งอยู่
“ พวกแก รอก่อนฉันขอนั่งสมาธิต่อหน้าหลวงปู่ฤาษีสัก 15 นาที แล้วค่อยเจอกัน”
ทั้งสามคน ก็เห็นคนอื่นๆนั่งสมาธิ ก็เลยนั่งทำตามบ้างไม่ไปไหนไกล
ทันใดนั้นเอง จิตของเทพ ก็ถูก หลวงปู่ฤาษี ดึงเข้ามาอยู่ในมิติ ของท่าน
“ นี่เ้าเป็ผู้หญิงไปแล้วหรือนี่?” หลวงปู่ฤาษีก็ใเพราะไม่เห็นเทพมานานแล้ว เพราะท่านก็หาจิติญญาของเทพไม่เจอ เทพเข้ากอดขาหลวงปู่ฤาษีด้วยความดีใจ จนหลวงปู่ต้องใช้ไม้เท้า เขี่ยให้ออกไปไกลๆ เพราะเป็สาวเป็นางมากอดแข้ง กอดขาผู้ทรงศีลเช่นนี้มันไม่เหมาะไม่ควร
“ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับข้าเนี่ย?”
“ ข้าสอบถามไปที่ยมทูตที่สนิทกัน เขาบอกว่า ท่านสุวรรณเป็ผู้ทำเื่นี้ เพราะว่า เ้าไปฟ้องท่ายยมบาล ว่าเขาทำผิดกฏยมโลก ทำให้เขาต้องถูกลงโทษไปล้างส้วมในนรกยี่สิบปี”
“ ข้าแค่พูดความจริง แล้วมันถึงกับต้อง แกล้งข้าเช่นนี้เลยรึนี่”
“ เื่นี้เ้าต้องอดทน ข้าคงต้องยื่นเื่นี้ให้ท่านยมบาลจัดการ แต่ว่าเวลานี้ิญญาเ้ามากำเนิดใหม่เช่นี้ คงจะกระอักอ่วนใจไม่น้อยใช่ไหม”
“ ใช่หลวงปู่ ข้าเหมือนกับคนที่สูญเสียของรักไป แล้วก็มีบางอย่างเพิ่มเข้ามา”
เทพมองหน้าอกของตน แล้วส่ายหัว
“ ข้าตรวจชะตาของเ้าแล้ว เ้าจะต้องอยู่ที่นี่ไปอีกหลายปี แล้วถึงจะมีโอกาสกลับไปที่ดินแดนกรุงศรีอยุธยาอีกครั้ง”
“ ข้าต้องรออีกกี่ปี หรือขอรับ”
“ อย่างน้อยก็สิบห้าปี ถึงจะกลับไปได้”
“ สิบห้าปี แล้วข้าจะอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน?”
“ การที่เ้าถูกส่งตัวมา ข้าเชื่อว่า์ต้องมอบภารกิจสำคัญให้ เ้าไม่ต้องวุ่นวายใจ ค่อยๆ ปรับตัวไป พอผ่านไปสักพักเ้าก็จะชินไปเอง”
“ หลวงปู่ แล้ว เพื่อนๆ ข้าล่ะ”
“ ปัจจุบันนี้ ข้าไม่สามารถััถึงการมีตัวตนของพวกมัน ต่อไปหากเ้ามีปัญหาก็ส่งจิตมา หาข้าได้ตลอด”
หลังจากที่ได้พบกับหลวงปู่ฤาษีแล้ว เทพก็มีกำลังใจในชีวิตขึ้นเยอะ พอลืมตาขึ้นมาเพื่อนๆ ก็มานั่งล้อม เทพเอาไว้
“ พอดีนั่งเพลินจนหลับเลย พวกเรากลับบ้านกันได้แล้ว” เทพชวนเพื่อนๆ กลับบ้าน แต่ทั้งสามสาว มากันขนาดนี้แล้ว เลยต้องไปไหว้พระ ทำบุญ ให้อาหารลิงกันก่อน เทพจึงต้องตามไป เข้าไปเที่ยวชมวังพระนารายณ์ ซึ่งเทพก็รู้ว่า เป็โอรสของพระเ้าปราสาททองหรืองว่าองค์ไล เทพคิดไปว่า เขากลับไปฆ่าองค์ไลทิ้งแล้ว สิ่งก่อสร้างเหล่านี้จะยังคงเกิดขึ้นหรือไม่กันนะ เทพได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ แล้วก็กลับกรุงเทพ ด้วยความรู้สึกที่สับสน
พอกลับมาถึงบ้าน ทุกคนก็รู้แล้วว่า แม่ส้มได้ย้ายบ้าน มาที่ตึกแถวใหม่แล้ว เทพเดินพาเพื่อนๆ เข้าไปในห้องที่ดูดีกว่าก่อนเยอะเลย
“ นี่แกอยู่ที่นี่ ดีแล้ว ไม่ต้องเดินเข้าซอย เปลี่ยวจะตาย รถก็เข้าไปไม่ได้”
“ ฉันว่าจะช่วยแม่หาเงิน พวกแกมีงานอะไรให้ฉันทำบ้างไหม?” เทพถามเพื่อนๆทุกคน ที่ได้แต่มองตากัน เพราะเื่ทำงานไม่เคยมีในหัวของ พวกเธอกันเลย
“ ฉันจะกลับไปถามแม่ให้ดีกว่า แต่แกอย่าลืมนะ ถ้าแกเดือดร้อนเื่เงินก็บอกพวกเราได้ อย่าไปเครียด เื่นี้มากนัก” นุ่นเอ่ยด้วยความหวังดี เทพได้แต่ยิ้มไม่พูดอะไร เพราะตนรู้ว่า คงอยู่ที่โลกใบนี้แค่ 15 ปี อยากหาเงินให้แม่กับน้อง ต่อไปเขาไม่อยู่ที่นี่ พวกเขาทั้งสองคนจะได้ไม่ลำบากอีกต่อไป
คืนนี้ เทพก็ได้ศึกษาหาความรู้จาก อินเตอร์เน็ต จนเห็นประกาศหาล่ามพูดภาษาญี่ปิ่นที่อายุไม่เกิน ยี่สิบปี ให้กับชาวญี่ปุ่น จะมาเมืองไทย สองอาฑิตย์ เพื่อท่องเทียว แต่อยากได้คนวัยใกล้เคียงกัน ค่าตอบแทน สองอาฑิตย์ให้สองแสน
มีคนส่งใบสมัครเข้าไปทางเมล์มากมาย เทพเลยส่งไปบ้าง เพราะมีคุณสมบัติอยู่ข้อหนึ่ง ที่เขา้าปกติล่ามจะไม่มี นั้นคือ พอรู้วิชาการต่อสู้มาบ้าง
พอเทพส่งประวัติไป ก็ได้รับคำตอบให้ไปหาที่สถานทูตญี่ปุ่นทันที เพื่อทำการสอบสัมภาษณ์ มีคนมาสอบสัมภาษณ์นับสิบคน แต่ละคนแต่งตัวเป็สาวน้อยวัยทีน สไตล์ญี่ปุ่น กันแทบทั้งนั้น แต่เทพใส่กางเกงยีนสีดำ เสื้อโปโลสีขาว รองเท้าผ้าใบ ไม่มีการแต่งหน้า ผมทรงสั้น เรียบง่ายที่สุด ทุกคนพอสัมภาษณ์กันเสร็จก็แสดงความมั่นใจกันทุกคนว่า ต้องได้อย่างแน่นอน
ถึงเวลาเทพก็เข้าไปสัมภาษณ์ มีคนญี่ปุ่นอยู่ข้างใน สองคน คอยสอบถาม แล้วยังมีคนที่นั่งอยู่ด้านในกระจกอีกสามคนไม่รู้ใคร แต่เทพััได้ว่าพวกเขามองอยู่
การสัมภาษณ์ ก็เป็ไปตามปกติ เทพพูดภาษาญี่ปุ่นได้อยู่แล้ว พอเข้าถามว่าพูดภาษาอื่นอีกได้ไหม เทพก็บอกไปตามจริง ว่าได้อีก แปด ภาษา คนสัมภาษณ์ถึงกับอึ้งกันไปเลยทีเดียว แต่คำถามสุดท้าย คือ มีเื่วิชาการต่อสู้ พอพวกเขาถามมาเช่นนี้ เทพก็ขอให้ รปภ. ออกมาทดสอบเลยจะดีกว่า
รปภ. สถานทูตเข้ามายืนอยู่ในห้องทดสอบ เทพเดินเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้า แล้วเอ่ยว่า
“ โจมตีมาอย่างสุดแรงเลย ไม่ต้องยั้ง”
รปภ. คนญี่ปุ่นเห็นหน้าตาละอ่อนแบบนี้ ก็เลยทำท่าต่อยออกไปเบาๆ
เทพสับฝ่ามือคล้ายคาราเต้ เข้าไปที่ซอกคอ ร่างของรปภ. หลับกลางอากาศไปเลย สร้างความตื่นใ ให้กับทุกคนยิ่งนัก
ทันใดนั้น ก็มีคนพูดออกมาทางวิทยุว่า ให้เซ็นสัญญา จ้างงานเทพทันที พร้อมจ่ายเงินมัดจำให้ ห้าหมื่นบาท เริ่มงานพรุ่งนี้เลย มาทำงาน เช้า 9 โมง เลิกงาน 4 โมงเย็น เป็เวลา 15 วัน เทพเซ็นสัญญาเสร็จ ก็ลืมไปว่า เื่โรงเรียนจะไปขออนุญาตอาจารย์อย่างไรดี
พอกลับไป ต้องรีบโทรไปหา โบว์ทันที ให้ช่วยจัดการเื่นี้ให้หน่อย เพราะแม่ของโบว์เป็เพื่อนกับอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียน ซึ่งก็ไม่ทำให้ เทพผิดหวัง
“ เรียบร้อย ฉันบอกว่า แกต้องไปหกล้มต้องเข้าเฝือก ฉันจะขอให้อาหมอออกใบรักรองแพทย์ให้ ไม่มีปัญหา”
“ แต่ว่า อาหมอของแกเป็ หมอหมาไม่ใช่รึ”
“ ใครจะไปสนเล่า ขอเป็หมอก็ใช้ได้แล้ว” เทพรู้จากความทรงจำของเจนนิสา เวลาเพื่อนมีธุระไม่ไปเรียน ต้องใช้บริการ ใบรับรองแพทย์ อาของโบว์มาตลอด…