หลังจากผ่านการฝึกสมาธิและการควบคุมพลังิญญา ซูหลันเริ่มััได้ถึงพลังใหม่ในตัวเธอ การฝึกฝนที่โหดร้ายของหลงเฉินทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้นทั้งกายและใจ แต่เส้นทางการฝึกฝนยังไม่สิ้นสุด หลงเฉินตัดสินใจพาซูหลันออกไปเผชิญกับบททดสอบที่แท้จริง
เช้าวันหนึ่ง หลงเฉินได้บอกกับซูหลันว่า ถึงเวลาที่เธอต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรที่อยู่ในป่ามืดแห่งนี้
“เ้าพร้อมแล้วหรือไม่” หลงเฉินถามขณะยืนอยู่หน้าทางเข้าป่ามืด สถานที่ซึ่งถูกกล่าวขานว่าเป็ถิ่นที่อยู่ของสัตว์อสูรที่ทรงพลังและดุร้าย
ซูหลันสูดหายใจลึก ใจของเธอสั่นไหวเล็กน้อย แต่เธอก็รู้ว่าต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายนี้เพื่อก้าวไปสู่ระดับถัดไป “ข้าพร้อมค่ะ” เธอตอบเสียงหนักแน่น
ทั้งสองเดินลึกเข้าไปในป่า ต้นไม้สูงใหญ่ปกคลุมแสงแดดจนแทบจะมองไม่เห็นสิ่งใด ทุกย่างก้าวในป่ามืดนั้นเต็มไปด้วยความเงียบงันที่ไม่ปกติ ราวกับว่าโลกทั้งใบหยุดเคลื่อนไหว ซูหลันััได้ถึงบรรยากาศที่น่ากลัวและพลังิญญาอันแข็งแกร่งที่ลอยอยู่รอบตัว
“จงระวัง สัตว์อสูรที่นี่ไม่เหมือนสัตว์อสูรธรรมดา พวกมันสามารถใช้พลังิญญาและมีสติปัญญาสูง” หลงเฉินเตือน
ขณะเดินลึกเข้าไปในป่า ซูหลันก็รู้สึกได้ถึงสายตาหลายคู่ที่จ้องมองมา ทุกสิ่งรอบตัวดูเหมือนจะเป็กับดัก เธอหยุดเดินแล้วตั้งสมาธิเพื่อพยายามััถึงพลังของศัตรู
ทันใดนั้น เสียงคำรามดังขึ้นจากเบื้องหน้า สัตว์อสูรขนาดมหึมาที่มีร่างกายเป็สีดำสนิท โผล่พรวดออกมาจากเงามืด มันมีดวงตาสีแดงเพลิงและกรงเล็บแหลมคม มันคือ “หมีอสูรเงาทมิฬ” หนึ่งในสัตว์อสูรที่ทรงพลังที่สุดในป่ามืด
“เ้าต้องสู้กับมันและควบคุมพลังิญญาของเ้าให้ดี หากเ้าไม่สามารถปราบมันได้ เ้าก็จะไม่สามารถผ่านการทดสอบนี้” หลงเฉินกล่าวเสียงเข้ม ขณะยืนมองจากด้านข้าง
ซูหลันไม่เสียเวลา เธอปลดปล่อยพลังิญญาของจิ้งจอกเก้าหางออกมาทันที หางิญญาสีทองเริ่มก่อตัวขึ้นที่ด้านหลังของเธอ พลังลึกลับที่ไหลเวียนในร่างกายของเธอทำให้จิตใจของซูหลันแข็งแกร่งขึ้น เธอรู้สึกถึงความคล่องแคล่วและความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
หมีอสูรเงาทมิฬพุ่งเข้าใส่เธอด้วยความเร็ว ซูหลันใช้พลังของเธอหลบหลีกได้อย่างฉับพลัน แต่ความดุร้ายของหมีอสูรทำให้เธอต้องใช้ความสามารถทั้งหมดในการป้องกันและโจมตีกลับ
เสียงคำรามของหมีอสูรดังก้องไปทั่วป่า มันใช้กรงเล็บฟาดใส่ซูหลันอย่างหนัก แต่เธอสามารถตอบโต้ด้วยการโจมตีพลังิญญาจากหางของจิ้งจอกเก้าหาง พลังแห่งจิ้งจอกทำให้เธอเคลื่อนที่รวดเร็วเหมือนสายลมและสามารถโจมตีได้อย่างแม่นยำ
การต่อสู้ยืดเยื้อหลายชั่วโมง จนในที่สุดซูหลันก็สามารถจับจังหวะการโจมตีของหมีอสูรได้ เธอใช้พลังิญญาในการสร้างภาพหลอกหลอนและทำให้หมีอสูรสับสนก่อนที่จะพุ่งเข้าจู่โจมด้วยพลังเต็มที่ หางของเธอฟาดใส่ตัวหมีอสูรจนมันล้มลงกับพื้น
เมื่อหมีอสูรพ่ายแพ้ ซูหลันยืนนิ่งมองศัตรูที่ล้มลงอยู่เบื้องหน้า เธอรู้สึกถึงพลังในตัวที่มั่นคงขึ้น และการควบคุมพลังิญญาของเธอก็เริ่มเสถียรขึ้น
หลงเฉินก้าวเข้ามาใกล้เธอ “เ้าทำได้ดี” เขากล่าวด้วยเสียงนุ่มนวล “เ้าพิสูจน์ให้ข้าเห็นแล้วว่าเ้าสมควรที่จะได้รับพลังนี้ แต่เส้นทางของเ้าก็ยังอีกยาวไกล”
ซูหลันยิ้มเล็กน้อย แม้เธอจะรู้สึกเหนื่อยล้า แต่ความสำเร็จนี้ทำให้เธอมั่นใจขึ้นว่าเธอสามารถเติบโตและก้าวไปข้างหน้าได้
“ข้าจะพยายามต่อไป” ซูหลันตอบ พร้อมกับมองไปยังหุบเขาที่ทอดยาวออกไป เธอรู้ดีว่าการฝึกฝนนี้เป็เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น และศัตรูที่แข็
งแกร่งกว่านี้ยังรอเธออยู่ในอนาคต