บทที่ 17 โสมพันปี
เมื่อคืนก่อน หลังจากที่จ้าวหนิงซีหลับสนิท หลินชี่หยางก็ได้โทรหาหวางหลง ให้เขาเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ไว้
ที่หวางหลงสามารถเปิดโรงแรมอันดับหนึ่งของเมืองไห่เฉิงได้ ส่วนใหญ่ต้องขอบคุณหลินชี่หยางในอดีต ไม่อย่างนั้นตอนนี้เขาคงยังเป็แค่พ่อค้าขายเนื้อย่างอยู่
หลายปีมานี้ หวางหลงไม่เคยเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์เลย เขารอให้ หลินชี่หยาง โทรหาเขาอยู่ตลอด
เมื่อเขาได้ยินเสียงของ หลินชี่หยาง และรู้ว่าเขาแต่งเข้า ตระกูลจ้าว เป็ลูกเขย ในตอนแรกเขาไม่เชื่อ แต่หลังจากที่หลินชี่หยางเล่าถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าและหลังจากนั้นให้ฟัง เขาก็นอนไม่หลับทั้งคืน จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้หลับตาเลย และเพื่อที่จะหาของขวัญที่จะทำให้หลินชี่หยางพอใจ เขาจึงมาช้ากว่ากำหนด
ทันทีที่สายตาของเขามองไปที่หลินชี่หยาง ตาของคนที่นั่งอยู่ก็เบิกกว้าง!
หวางหลงหัวเราะเสียงดังแล้วโบกมือใส่บอดี้การ์ดของเขา "พวกแกออกไปก่อน!"
พวกบอดี้การ์ดต่างพยักหน้า แล้วถอยออกไป
หวางหลงตบไหล่ของจ้าวเทียน แล้วจึงเดินไปหาหลินชี่หยางที่อยู่ข้าง ๆ คารวะอย่างนอบน้อม "คุณหลิน นี่คือโสมพันปีที่ผมให้คนเตรียมมา ไม่ทราบว่าของขวัญชิ้นนี้พอใจคุณหรือไม่ครับ?"
"ไม่เลวเลยนี่!"
หลินชี่หยางไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาเลยสักนิด ยังคงกัดขาไก่ต่อไป
โสมพันปี!
ทุกคนที่ได้ยินสามคำนี้รู้สึกหายใจลำบาก
โสม ยิ่งนานวัน คุณค่าทางยาก็ยิ่งสูง เป็าาแห่งยาทั้งปวง โสมร้อยปีก็ถือว่าเป็ของดีเยี่ยมแล้ว ในโสมนับล้านต้นจะมีโสมพันปีเพียงต้นเดียว คุณค่าของมันไม่ต้องพูดถึง!
โสมพันปีหนึ่งต้นจะมีราคาเท่าไหร่กัน? ถ้าคิดแบบนี้ กล่องสีม่วงทองเล็ก ๆ นั่นก็เหมือนขนนกฟีนิกซ์และเขากุยซานเลยทีเดียว!
ช่างเป็การลงทุนที่ใหญ่โตมาก!
ที่สำคัญกว่านั้นคือ เ้าของโรงแรมระดับห้าดาวอย่างโรงแรมตี้ห่าวที่ใครเห็นก็ต้องเรียกอย่างนอบน้อมเรียกว่า ‘ท่านหลง’ กลับมาทำตนเองเสมือนเป็หลงน้อยต่อหน้าหลินชี่หยาง
ลดตัวเองลงมาเป็ระดับคนรับใช้ แต่ในปากหลินชี่หยางกลับพูดว่าโสมพันปีก็แค่ไม่เลว?
โอ้ พระเ้า!
พวกเขาไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?
"เอาล่ะ หาที่นั่งตามสบาย อย่ามารบกวนฉันกินขาไก่!"
"ครับ ครับ ครับ!"
หวางหลงรีบตอบรับ วางของขวัญไว้บนโต๊ะ "น้องชาย ขอให้มีความสุขในวันเกิดนะ ฉันยังมีธุระต้องทำ ไม่ขอรบกวนแล้วกัน"
เขามองไปที่หลินชี่หยางอีกครั้ง ก่อนรีบถอยหลังออกไป
หลินชี่หยางบอกให้เขาอย่ามารบกวน เขาก็จากไปจริง ๆ ? ไม่มีแม้แต่คำโต้แย้งสักคำเดียว?
เมื่อรู้สึกอิ่มหนำสำราญ หลินชี่หยางยืดแขนขึ้น ในห้องโถงใหญ่ยังคงเงียบสงัด นอกจากเขาที่ขยับตะเกียบแล้ว คนพวกนั้นไม่มีใครกินอะไรเลย ยังคงมองมาที่เขา
จ้าวเหลียวกลืนน้ำลายดัง หยิกหน้าตัวเองแรง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าเขาไม่ได้กำลังฝันอยู่ และมันเจ็บ!
สายตาของจ้าวหนิงซียิ่งซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ เธอจ้องมองไปที่หลินชี่หยางด้วยความรู้สึกแปลกใจเป็อย่างมาก เขายังคงเป็สามีี้เีคนเดิมของเธออยู่หรือเปล่า? ยังคงเป็ดาวหายนะที่นอกจากจะเที่ยวเตร่แล้วก็มีแต่ก่อปัญหาอยู่หรือเปล่า?
ชายหนุ่มลุกขึ้นแล้วหายใจแรง จากนั้นก็หันมองทุกคน "ทุกท่านกินข้าวเถอะ มองฉันทำไม? มีอะไรติดหน้าหรือ?"
"เอ่อ…คือ...อ้ะ คุณหลิน สวัสดีครับ ผมชื่อหลี่เหยา ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตงเฉิง นี่นามบัตรของผม ถ้าคืนนี้สนใจ ช่วยให้เกียรติไปนั่งคุยที่บ้านผมหน่อยได้ไหมครับ?"
"คุณหลิน ผมชื่อโจวเหริน ผู้พัฒนาอุตสาหกรรมเคมีภาคเหนือ..."
เมื่อครู่ยังเยาะเย้ยเขาอยู่เลย ตอนนี้กลับมาหน้าด้าน ๆ อยากร่วมมือกับเขา
หลินชี่หยางยิ้มมองพวกเขา "พวกนายอยากร่วมมือกับฉันเหรอ? เสียใจด้วยนะที่ฉันไม่ค่อยสนใจพวกธุรกิจเล็ก ๆ น่ะ นี่ยาหยี กินอิ่มหรือยัง? ที่นี่ไม่ต้อนรับพวกเรา ไปกันได้แล้วมั้ง?"
ตอนนี้ทั้งจ้าวหนิงซีและจ้าวหนิงเยว่ต่างก็อ้ำอึ้งไปหมด พวกเธอทั้งสองถูกหลินชี่หยางดึงตัวขึ้น แล้วเดินออกไปอย่างงง ๆ
ทุกคนในห้องรู้สึกเสียใจอย่างมาก
หากพวกเขาไม่พูดอะไรเมื่อสักครู่ ตอนนี้พวกเขาคงได้ร่วมมือกับหลินชี่หยางไปแล้ว ชิ้นเนื้อชั้นดีชิ้นใหญ่นี้หลุดมือไปเพราะคำพูดไม่กี่คำของพวกเขา ทุกคนอยากตบหน้าตัวเองเลยทีเดียว
จ้าวเหลียวตื่นจากความใอย่างรวดเร็ว เดินไปหาจ้าวเทียนที่ข้าง ๆ หรี่ตาถามว่า "ท่านพ่อ จะทำยังไงดี วันนี้พวกเขาโด่งดังมาก พวกเรา..."
มองดูแขกในงานเลี้ยงที่พากันเอาใจหลินชี่หยาง จ้าวเทียนหัวเราะเยาะ "วันนี้เขาจะโด่งดังยังไงก็ช่าง คนตายคนหนึ่งจะพลิกฟ้าได้ยังไง"
"ท่านพ่อหมายความว่า..."
"โทรหาหมาไป่หลาง"
ออกมานอกประตู หลินชี่หยางเห็นพวกเธอทั้งสองยังคงทำหน้าประหลาดใจเหมือนตุ๊กตา อดไม่ได้ที่จะแซว "เป็อะไรไป? ใขนาดนั้นเลยเหรอ? เมื่อกี้พวกเธอยังไม่ได้กินอะไรกันเพราะงั้นไปกันเถอะ เดี๋ยวจะพาไปกินข้าวที่ร้านอาหารเฉิงหยวน ที่นั่นอาหารถูก อร่อยด้วย สมัยก่อนตอนเก็บขยะ ฉันไปกินที่นั่นบ่อย ๆ เ้าของร้านใจดีมาก"
"หลินชี่หยางนายช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น?"
จ้าวหนิงซีรู้สึกแปลกใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เพียงแค่สองวัน สามีของเธอไม่เหมือนผู้ชายคนเดิมของเธอเลยสักนิด
หลินชี่หยางชะงักไปครู่หนึ่ง ตบหน้าผากตัวเอง ่นี้เขาแสดงออกเกินไปจริง ๆ ดูเหมือนจะต้องระวังหน่อย ไม่อย่างนั้นตัวเองคงจะแอบแฝงตัวไม่ได้แน่
"เอ่อ คงต้องเริ่มเล่าั้แ่ตอนที่ฉันเก็บขยะ ตอนนั้นหวางหลงเกือบจะถูกซ้อมจนตาย เขามาอยู่ที่รังหมาของฉันสองสามคืน ฉันช่วยชีวิตเขาไว้ เขาบอกว่าต่อไปถ้ามีอะไรโทรหาเขาทีเดียวเขาจะช่วย วันนี้ก็แค่ทำเป็เท่ ๆ ไม่มีอะไรหรอก"
"แล้วโสมพันปีล่ะ..."
"ที่ไหนมีโสมพันปี ใครเคยเห็นบ้าง?"
หลินชี่หยางโกหกได้โดยไม่กระพริบตาเลย นั่นเป็โสมพันปีจริง ๆ แต่ไม่อยากให้พวกเธอทั้งสองใมากเกินไป และจริง ๆ แล้ว โสมพันปีหายากมาก สำหรับคนธรรมดา ต่อให้ใช้เวลาร้อยปี ค้นทั่วทั้งประเทศ ก็ไม่แน่ว่าจะเจอสักต้น แต่สำหรับเขา หลินชี่หยาง โสมพันปีก็แค่ของกระจอก ๆ เขากินจนเบื่อแล้ว
แต่ท่าทางของเขาดูจริงใจมาก สองสาวจึงหลงเชื่อไป
ร้านอาหารว่างเฉิงหยวนอยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากนัก ขณะนี้จ้าวหนิงซีและจ้าวหนิงเยว่ก็หิวขึ้นมาจริง ๆ
ไม่นาน พวกเขาก็ขับรถมาถึงปลายทาง
หลินชี่หยางจำได้ว่า เมื่อปีก่อนร้านอาหารว่างเล็ก ๆ แห่งนี้ยังคึกคักมาก ว่ากันว่าเป็ร้านที่มีมานานนับร้อยปี ตระกูลนี้เปิดร้านอยู่ในพื้นที่บริเวณนี้มาหลายชั่วอายุคนแล้ว ซึ่งโดยพื้นฐานมันควรเต็มไปด้วยลูกค้า
ผู้คนบนถนนส่วนใหญ่มาที่นี่เพื่อร้านอาหารว่าง
แต่ทันทีที่ลงจากรถ หลินชี่หยางกลับต้องขมวดคิ้วเล็กน้อย ร้านค้าหลายแห่งในสถานที่แห่งนี้ปิดหมด ถนนสายหลักเงียบเหงา มองไปครึ่งวันก็ไม่เห็นผู้คนสักคน
โชคดีที่ร้านอาหารว่างเฉิงหยวน ยังเปิดประตูอยู่
เ้าของร้านอ้วนกำลังทำเกี๊ยวทอด
เ้าของร้านอ้วนคนนี้เห็นหลินชี่หยางอยู่ไกล ๆ และด้วยความที่ก่อนหน้านี้เขามักจะมากินข้าวที่นี่บ่อย ๆ ดังนั้นเ้าของร้านจึงคุ้นเคยกับเขาดี พอเห็นเขาก็ยิ้มแป้นแล้วเช็ดมือที่ผ้ากันเปื้อน โบกมือ "น้องชาย นายมาแล้วเหรอ นายไม่ได้มาร้านฉันนานแล้ว วันนี้อยากกินอะไรล่ะ?"
"เหมือนเดิม! แต่วันนี้เอาสามที่"
"ได้เลย หื้ม พาสาวสวยมาด้วยเหรอเนี่ย? สองคนนี้เป็พี่น้องกันใช่ไหม เร็วเข้า เชิญข้างในก่อน!"
หลินชี่หยางพยักหน้า ตามเข้าไป แต่เมื่อเดินไปถึงประตูกลับพบว่าในห้องอาหาร นอกจากครอบครัวเ้าของร้านและพวกเขาสามคนแล้ว กลับไม่มีใครเลยสักคนเลย แปลกจริง ๆ !
"ทำไมวันนี้ร้านถึงเงียบเหงาแบบนี้ล่ะเฮีย?"
ทันทีที่หลินชี่หยางถาม สายตาของเ้าของร้านก็หม่นหมองลงในพริบตา "อา...เื่นี้พูดแล้วยาวเลยล่ะ"