ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าการตามหาใครสักคนมันจะยากเย็นขนาดนี้ ฉันเข้าใจความรู้สึกของแม่ขึ้นมาทันทีทั้งที่เราอยู่โรงเรียนเดียวกันแท้ๆ ไม่รู้ว่ากวินทร์มันไปมุดหัวอยู่ที่ไหน ก็เข้าใจอยู่หรอกว่าโรงเรียนมันกว้างมากแต่มันจะหากันไม่เจอจริงๆ น่ะเหรอ ฉันตามหาเขาจนจะครบอาทิตย์หนึ่งอยู่แล้ว
“เออทุกคน ช่วยอะไรฉันสักอย่างหน่อยสิฉันไม่รู้จะหันไปพึ่งใครแล้ว” ฉันเอ่ยขึ้นมาในขณะที่ทุกคนกำลังทานข้าวเที่ยงกันที่โรงอาหาร ทุกคนเงยหน้าจากจานข้าวแล้วมองมาที่ฉัน
“หายากนะเนี่ยที่แกจะขอให้ช่วย” ส้มเอ่ย
“แล้วดาจะให้พวกเราช่วยอะไรเหรอ” ยูนาเอ่ยถาม
“คือเราจะรบกวนให้พวกแกตามหาใครคนหนึ่งให้หน่อยน่ะ”
“ใครวะ/ใครเหรอดา/ใครเหรอ” ทุกคนถามอย่างพร้อมเพียงกันโดยที่ไม่ได้นัดหมาย
“คนที่ฉันกำลังตามหาอยู่เนี่ยเขาชื่อ กวินทร์ เดชาธร อยู่ม.5 แต่ไม่รู้ว่าอยู่ห้องไหน” ฉันเอ่ยจบ ทุกคนล้วนทำหน้าสงสัย
“ชักจะสงสัยแล้วสิว่าไอ้หนุ่มนี่มันเป็ใคร ขนาดแกเองยังต้องตามหา”ส้มมันเอ่ยถามพร้อมหรี่ตามองมาฉันอย่างสงสัย ฉันพยามทำสีหน้าให้ดูปกติมากที่สุดมันเลยไม่เซ้าซี้ถามฉันต่อ
“โอเค เดี๋ยวเราสามคนจะช่วยแกตามหาอีกแรงเอง” ส้มมันให้คำมั่นกับฉัน ยูนากับเสือพยักหน้าตกลงจะช่วยฉันตามที่ส้มมันบอก
“ขอบใจมากนะทุกคน” ฉันรู้สึกขอบคุณเพื่อนของฉันจริงๆ
ขณะที่ฉันกำลังเก็บของใส่กระเป๋านักเรียนหลังจากที่ได้ยินเสียงออดเลิกเรียนดังขึ้นฉันว่าจะไปตามหากวินทร์ต่อ ฉันยังไม่ทันลุกออกจากเก้าอี้ด้วยซ้ำเสียงของส้มดังขึ้นทันทีที่มันเข้ามาในห้องเรียนฉัน
“เจอแล้ว! ฉันหาคนคนนั้นเจอแล้ว”
“จริงเหรอส้ม” เกือบอาทิตย์หนึ่งที่ฉันตามหากวินทร์ไม่เจอแต่ส้มมันหาเขาเจอแค่ภายในวันเดียว รู้งี้ฉันน่าจะให้มันช่วยตามหาั้แ่แรก
“ใช่ คนที่ชื่อกวินทร์ เดชาธร ที่แกตามหาอยู่น่ะเขาอยู่ ม.5/3 เขาชอบไปอยู่ที่สนามฟุตบอลหลังเลิกแทบจะทุกวันเลยมั้ง เท่าที่สืบมาก็มีประมาณนี้แหละ”
“โอเค ขอบใจมากๆ นะเดี๋ยวที่เหลือฉันจัดการเอง” ฉันรีบคว้ากระเป๋านักเรียนมาถือไว้ส้มมันยื่นมือมาคว้ามือฉันไว้พร้อมเอ่ย
“แกปรึกษาฉันได้ทุกเื่นะ รู้ใช่ไหม”มันคงเป็ห่วงฉัน
“อือ ไว้จะเล่าให้ฟังทีหลังนะฉันต้องรีบไปแล้ว ไว้เจอกันวันจันทร์นะทุกคน”พูดจบฉันก็ออกจากห้องเรียนตรงไปที่สนามฟุตบอลของโรงเรียนทันที
ส้มมันบอกว่ากวินทร์ชอบมาที่สนามฟุตบอลเกือบทุกวันวันนี้ฉันอาจจะโชคดีได้เจอกับเขาก็ได้ แต่ถ้าวันนี้ไม่เจอก็ไม่เป็ไรไว้วันอื่นฉันจะไปหาเขาถึงห้องเรียนเลยคอยดู ตอนนี้ฉันอยู่ที่สนามฟุตบอลแล้ว
ในที่สุดฉันก็เจอเขาเสียทีกวินทร์เดินมากับกลุ่มเพื่อนขนาดใหญ่ พวกเขาทั้งหมดเดินมาที่สนามฟุตบอลกวินทร์กำลังเดินผ่านฉันไป ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เห็นฉันเพราะเพื่อนเขาเดินบังอยู่ข้างๆฟังจากบทสนทนาแล้วพวกเขาคงจะสนิทกันพอสมควร
“กวินทร์!!! หยุดเดี๋ยวนี้นะ”ฉันะโเสียงดังเรียกเขาแล้วรีบเดินเข้าไปหาเขาทันที เสียงเรียกของฉันทำให้เสียงที่พูดคุยกันอย่างสนุกสนานของคนในกลุ่มหยุดลง
“ดาริณี?” ทันทีที่เขาหันมาเผชิญหน้ากับฉันเสียงเพื่อนในกลุ่มเขาก็เอ่ยแซว
“กวินทร์ ดาอยากคุยด้วยน่ะ เราไปคุยตรงอื่นกันเถอะ”
“ได้สิ รอแป๊บนะ” กวินทร์พยักหน้าตอบตกลงเขาหันไปบอกเพื่อนในกลุ่มว่าจะไปกับฉัน
ฉันกับกวินทร์เดินมาหยุดตรงม้านั่งตัวหนึ่งที่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่มันอยู่ห่างจากสนามฟุตบอลพอสมควรเราต่างนั่งเงียบกันทั้งคู่จนฉันทนความเงียบนี้ไม่ไว้ เลยเป็คนเปิดบทสนทนาขึ้นก่อน
“จะว่าไป ั้แ่ที่เจอกันวันรับน้อง เราทั้งคู่ก็ไม่ได้เจอกันนานเลยเนอะ”
“ผ่านไปเป็เดือนๆ แล้วเธอเพิ่งมาหาพี่เนี่ยนะ”เขาเอ่ยแซวและยิ้มขำ
“มาช้าก็ดีกว่าไม่มานะ” ฉันเอ่ยสวน
“ก็จริง” เขาพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย
“เออกวินทร์ วันรับน้องน่ะ ดาขอโทษนะที่พูดไม่ดีและก็ทำตัวไม่น่ารักใส่กวินทร์” ฉันเอ่ยขึ้นอย่างรู้สึกผิดและเสียใจที่ทำแบบนั้นกับเขา
“พี่ไม่ได้โกรธดาหรอก พี่คิดว่าดาเกลียดพี่แล้วเสียอีก”แววตาของกวินทร์ฉายความเศร้าออกมาครู่หนึ่ง ไม่นานคลื่นอารมณ์นั้นก็หายไป
“ดาไม่เคยเกลียดพี่นะ แล้วเขาดูแลพี่ดีไหม” ฉันเอ่ยถามถึงใครอีกคน
“เขาก็ดูแลพี่ดีอยู่” กวินทร์หันมายิ้มให้ฉัน
“ที่ผ่านมากวินทร์ไปอยู่ที่ไหนมาเหรอ” ฉันเอ่ยถามเื่ที่มันค้างคาอยู่ในใจมานาน
“เขาพาพี่ย้ายไปเชียงใหม่น่ะ เพิ่งกลับมาอยู่ที่นี่ก็ตอนพี่ขึ้นม.4 เนี่ยแหละ”กวินทร์ตอบให้ฉันหายสงสัย
“แล้ว...เธอคนนั้นยังอยู่ไหม”
“ฮึ ก็อยู่ ยังอยู่กับเขานั่นแหละ” กวินทร์ทำสีหน้าและน้ำเสียงเย้ยหยันเมื่อเอ่ยถึงเธอคนนั้น สิ้นคำพูดเมื่อครู่ความเงียบที่แสนจะกระอักกระอวนก็เข้ามาปกคลุมเราทั้งคู่ทันที
“จะว่าไปแล้ว มันก็ผ่านมา 3ปีแล้วเนอะที่เราไม่ได้เจอกันและก็นั่งคุยกันแบบนี้” ฉันโพล่งขึ้นมาทำให้ความกระอักกระอ่านระหว่างเราหายไป
“นั่นสินะ” กวินทร์เอ่ยพึมพำกับตัวเองพร้อมยิ้มบางแล้วหันมาพูดกับฉัน “คิดถึงสมัยก่อนจังจำได้ว่าตอนเด็กดาชอบเรียกหาพี่ กวินทร์อย่างนู้นกวินทร์อย่างนี้” เขาหัวเราะลั่นเมื่อนึกถึงสมัยที่เรายังเด็ก
“555 ก็ตอนนั้นดายังเด็กไง”
“เออ นี่มันก็เย็นมากแล้ว ดาจะกลับบ้านเลยไหม” กวินทร์เอ่ยถาม
“กวินทร์ ดายังไม่อยากกลับเลยอ่า” ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดอ้อนเล็กน้อย
เมื่อกวินทร์ได้ยินที่ฉันเอ่ยแบบนั้น เขาเลยพาฉันกลับไปนั่งที่อัฒจันทร์ข้างสนามฟุตบอลแทนเสียงแซวจากเพื่อนของเขาดังขึ้นเมื่อเราทั้งคู่กับมาที่สนาม
“พวกมึงหยุดแซวได้แล้ว นั่นน้องสาวกูไม่ใช่สาวที่ไหนทั้งนั้นแหละ ให้เกียรติน้องกูด้วย”
“ดาอย่าไปถือสาพวกมันเลยนะ” เขาหันมาพูดกับฉัน ฉันได้แต่ยิ้มแห้ง
“ไม่เห็นรู้มาก่อนเลยว่ามึงมีน้องสาวด้วยแนะนำให้กูรู้จักหน่อยดิวะ” หนึ่งในเพื่อนของกวินทร์เอ่ยถาม
“เออพวกมึง นี่ดานะ น้องสาวแท้ๆ ของกูเองทีนี้พวกมึงก็รู้จักแล้วเนอะ ไปๆ ไปเตะบอลกัน” กวินทร์รีบชวนเพื่อนก่อนที่เพื่อนของเขาจะเอ่ยอะไรออกมาอีก
“มีคนแถวนี้หวงน้องด้วยวะพวกมึง” เพื่อนอีกคนเอ่ยแซว กวินทร์เลยดันหลังเพื่อนที่ตอนนี้กำลังหัวเราะลั่นอยู่ให้รีบลงสนาม
กวินทร์ที่กำลังเตะบอลอยู่ในสนามเขาดูเปล่งประกายมาก ฉันได้ยินเสียงหัวเราะจากเขาดังมาเป็ระยะแม้ร่างกายของเขาจะเปียกโชกไปด้วยเหงื่อก็ตาม ทำให้ฉันนึกถึงตอนเด็กกวินทร์ยังคงชอบเล่นฟุตบอลเหมือนตอนเด็กๆ เลยแฮะ
ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับกวินทร์ดูเหมือนว่าตอนนี้มันกำลังเป็ไปด้วยดีฉันจะถือว่ามันเป็สัญญาณในการเริ่มต้นใหม่ที่ดี หวังว่าเราจะกลับมาสนิทกันเหมือนเดิมเหมือนในอดีต