ไม่ว่าอย่างไร ราเชนก็ยังคงเดินเข้าไปหาทั้งสองคน
“พี่ชายนั่นเอง วันนี้คุณชาย สนใจแผนที่ป่าลับแลอีกไหมเ้าคะ”
“ แล้วที่เ้าขายให้กับเพื่อนของข้าไปนั่นเป็ของจริงหรือของปลอมกันแน่?” ต้าเฉิงเอ่ยขึ้นมาก่อน
“ ย่อมต้องเป็ของจริงแน่นอน นี่คือ แผนที่ของแม่ทัพใหญ่ของจักรพรรดิหลี่เทียนเป็คนทำขึ้นมาเชียวนะ ถึงแม้ แผนที่ในป่าลึกลับนั้นจะปรับเปลี่ยนไปตามกาลและเวลา ดังนั้นมีสองแผ่น ย่อมดีกว่ามีแผ่นเดียวนะ”
“ แล้วเ้าทำไมไม่บอกแต่แรกว่ามีหลายแผ่น แล้วคราวนี้จะขายอีกเท่าไร”
“ แค่ห้าหมื่นเหรียญทองเท่านั้นเอง”
“ โอ้ ทำไมมันถึงได้แพงอย่างนี้”
“ ขอถามพี่ชายท่านนี้ ชีวิตของท่านมีค่าเท่าใด?”
“ โอ้...มันจะไปเปรียบกันได้อย่างไร ชีวิตมันต้องมีค่ากว่า ทรัพย์สินเงินทองซิ.. อ้อ..นี่เ้ากำลังจะบอกว่า...”
ต้าเฉิงไม่รู้จะพูดอย่างไรต่อดี ทำให้ราเชนอดยิ้มไม่ได้ กำลังจะควักเงินจ่ายออกไป ก็มีชายผู้สูงศักดิ์คนหนึ่ง เดินผ่านมาได้ยิน ก็สั่งให้ลูกน้อง เดินมา แล้วจ่ายเงินค่าแผนที่ฉบับนี้ไปในทันที
“ นี่คือ เงินห้าหมื่นเหรียญทอง”
“ ขอบคุณคุณชาย”
“ ที่องค์ชายรองซื้อ ไม่ใช่เพราะว่าเชื่อในแผนที่ของเ้า แต่ชอบในคำพูดของเ้ามากกว่า” องครักษ์หนุ่มเอ่ยด้วยรอยยิ้ม แล้ว นำแผนที่ไปมอบให้กับ องค์ชายรองหลี่คัง ที่เดินจากไปโดยไม่ได้มองแผนที่แม้แต่น้อย
“ โอ้... เล่นแบบนี้เลย คนมีเงินทำอะไรก็ไม่น่าเกลียดจริงๆ” ต้าเฉิงเอ่ยออกมาเบาๆ
“ พี่ชายท่านนี้ไม่ต้องห่วง ข้ายังมีแผนที่อีกฉบับ เป็แผ่นที่ต้นฉบับ ข้าจะขายให้ท่าน หมื่นเหรียญทองเอง”
“ นี่..สาวน้อย เ้าคัดลอกเอาไว้กี่ฉบับกันแน่ บ้าเอ้ย นี่มันของหลอกลวงชัดๆ อย่าไปซื้อเลย”
“ สำหรับพี่ชาย ที่เป็ลูกค้าเก่า ข้าไม่กล้าหลอกลวงท่านแน่ๆ ให้พี่ชายดูก่อนก็ได้” เด็กสาววัยใส มองซ้ายมองขวา คว้าเอามาจากเอว เป็แผนที่หนังสัตว์เก่าๆ ราเชนถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดูสาวน้อยที่ กล้าที่จะหลอกลวงกันแบบนี้ โดยมีชายชราได้แต่นั่งอมยิ้มไม่พูดอะไรสักคำ
“ ตกลง” ราเชนควักเงิน 1 หมื่นเหรียญทองมอบให้เด็กสาว ที่ยิ้มรับแล้วเข้ามากระซิบเข้าที่ข้างหูราเชนว่า
“ ขอให้ท่านโชคดีได้พบกับสมบัติเทพเ้า”
เด็กสาวเอ่ยจบก็กลับไปหาท่านปู่ของนาง
ราเชนยิ้มให้กับนางไม่เคยคิดว่า ในป่าลับแลจะมีสมบัติเทพเ้าจริงๆ
ต้าเฉิงได้แต่ส่ายหัวขณะจะเดินจากไป พอหันกลับมา ก็พบว่า เด็กสาวกับนำแผนที่หนังสัตว์เก่าๆ ออกมาวางขายอีก 1 ผืน ต้าเฉิงแทบจะเดินไปต่อว่า เด็กสาวผู้นั้นทันทีแต่ถูกราเชนห้ามเอาไว้
“ นี่มันหลอกลวงกันชัดๆนี่”
“ ช่างเถอะ ข้าเต็มใจให้นางหลอกอยู่แล้ว”
“ เฮ้ย ยอมให้หลอก ทำไมล่ะ”
“ ไม่รู้ซิ บางทีคนเราทำอะไรก็หาเหตุผลไม่ได้เหมือนกัน”
ราเชนมองเด็กสาวที่กำลังพูดจาขายของอย่างมีความสุข ทำให้เขาเริ่มจำใบหน้าของเด็กสาวคนนี้ได้ ว่าเขาเคยเห็นเธอที่ไหนมาก่อน เป็ที่โลกเก่าของเขานั่นเอง ตอนนั้นเขาเคยเห็นเด็กสาวเช่นนี้มายืนขายพวงมาลัย อยู่ริมสี่แยกไฟแดง ซึ่งเขากำลังขับรถมอเตอร์ไซด์ กำลังจะรอสังหารเป้าหมายของเขา จู่ๆ ก็มีเด็กสาวมายืนยิ้มข้างๆ เขาแล้วเอ่ยขอร้องให้เขาช่วยซื้อพวงมาลัยหน่อย
เขาเองได้แต่ยืนอึ้ง เพราะว่า ไม่เคยมีใครมาเสนอขายพวงมาลัยให้เขา ขณะขี่มอเตอร์ไซด์เลยสักครั้ง
“ พี่ขับมอเตอร์ไซด์ จะเอาพวงมาลัยไปห้อยที่ไหนกันเล่า”ราเชนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่สายตายังคงมองกระจกหลัง เพื่อรอรถตู้เป้าหมายที่กำลังเคลื่อนตัวมาอย่างช้าๆ
“ หากพี่ชายอยากช่วยซื้อ เื่เอาไว้ที่ไหนนั้นก็ไม่สำคัญ”
เด็กสาวเอ่ยจบก็เดินผ่านเขาไปถามคนอื่น ทำให้เขาถึงกับอึ้งไป แต่ว่าเป้าหมายของเขาได้มาจอดรถตู้ต่อหน้าของเขาแล้ว ไม่รอให้เสียเวลาอีก เขานำปืนกลสั้นออกมาจากเสื้อ แล้วสาดะุเข้าไปในรถตู้ที่มาจอดติดไฟแดงข้างๆ เขาทันที
เปรี้ยง เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!!
เสียงะุปืนกลดังลั่นไปทั่วสี่แยกไฟแดง เป้าหมายถูกยิงจนหัวเละ แต่ทว่า คนในรถตู้กลับมีมือปืนอีกสี่คน เปิดประตูออกมาจากทางข้างรถต่อหน้าเขา แต่ละคนล้วนพกปืนกลสั้นเช่นเดียวกัน ทั้งสี่คนช่วยระดมยิงใส่เขาระยะเผาขนทันที
เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!!
ราเชนยกล้อหมุนตัวกลับ ฟาดใส่คนทั้งสี่ะุปืนกลพลาดเป้าหมาย ราเชนยิงปืนกลอัดกลับเข้าไป ร่างของทั้งสี่คน ดิ้นพล่าน ชักกระตุก ตกตายไปจนหมด
แต่ทว่าพอเขาหันกลับไป พบว่า เด็กสาวที่มาขายพวงมาลัยให้แก่เขา กลับโดนลูกหลง ะุของฝ่ายตรงข้าม พุ่งเข้าเจาะกลางหลังศรีษะของน้องจนตายคาที่
ภาพนั้นยังติดตาติดใจเขามาจนถึงทุกวันนี้ โดยเฉพาะหน้าของเด็กสาวที่ขายพวงมาลัย กับ เด็กสาวที่ขายแผนที่ป่าลึกลับ มันช่างเหมือนกันยังกับแกะ
นี่คือเหตุผลที่ทำให้เขาต้องช่วยซื้อแผนที่กับเด็กสาวแม้นรู้ว่าถูกหลอกก็ตาม
แล้วสิ่งที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง ม่านหมอกที่ปิดอยู่ตรงทางเข้าก็เปิดออก มีเถาวัลย์ที่เรียงรายกันถี่ยิบค่อยๆ เคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต เผยให้เห็นเส้นทางเข้าไปในป่าลับแล ที่มีแต่ป่าสีเขียว คนที่มีป้ายผ่าน ก็เข้าไปได้โดยอย่างเป็ปกติ แต่บางคนพอผ่านประตูเข้าไป กลับถูกสายฟ้าผ่า เพราะว่าพกป้ายปลอม
ทำให้มีคนหลายคนที่จะเข้าไปกลับหยุดนิ่งไม่กล้าเข้าไป จนกระทั่งทุกๆ คนเข้าไปในป่าลับแลกันหมด มีคนไม่กล้าเข้าไปเกือบร้อยคน ประตูทางเข้าก็ปิดลง
คณะกรรมการของป่าลับแลตะวันตกนั้นประกอบด้วย ตัวแทนของสิบสำนักใหญ่ และตระกูลใหญ่ทั้งสิบ และ ราชสำนัก ซึ่งมีเล่ากงกงเป็ประธาน ทั้งหมดกำลังจะเดินทางไปที่พักเพื่อรออีก 7 วัน ให้ประตูทางออกเปิด แต่ว่า มีทหารองครักษ์เข้ามารายงานว่า
“ เกิดเื่ใหญ่ ตอนนี้มีคนพบศพของ ศิษย์สำนักอินทรีมรกต สามสิบคน”
“ อะไรนะ” เ้าสำนักอินทรีมรกตถึงกับสะดุ้ง แล้วรีบเดินทางไปดูศพของศิษย์ของตน
“ ใช่ พวกเขาคือศิษยของข้า ศิษย์น้องของข้ามีพลังระดับปรมาจารย์ ยังถูกฆ่าตาย แล้วคนที่ปลอมแปลงเป็ ศิษย์ของข้าคือใครกัน”
เ้าสำนักอินทรีมรกตเอ่ยออกมาอย่างใ
“ แย่แล้ว พวกมันเป็ใครกัน หรือว่าจะเป็พวกไส้ศึก รายงานเื่นี้ต่อราชสำนักด่วน” เล่ากงกง ะโสั่งงานออกไป แล้วให้ทหารเฝ้าทางออกของป่าลับแลเอาไว้
ส่วนราเชนพอเดินเข้าประตู ก็รู้สึกมีคลื่นพลังงานใสๆ กั้นเอาไว้ พอเท้าก้าวผ่านไป บรรยากาศสดชื่นแผ่กระจายออกมา จนทุกคนััได้
ราเชนรู้สึกว่ามันทำให้สมองของเขาโล่งขึ้น มันคือออกซิเจนที่บริสุทธิ์จริงๆ ยากที่จะหาอากาศแบบนี้ได้
“ ทุกคนตามข้ามา ”
อาจารย์ไป๋เซียงเอ่ยกับราเชน ต้าเฉิง และศิษย์สำนักเมฆาม่วงที่มีแต่สุภาพบุรุษมาร่วมด้วยอีก 8 คน ก่อนจะเข้าไปราเชนเห็น เชียนเชียนกับ เสี่ยวฉีเดินนำหน้าไปกับ ศิษย์สำนักเมฆาม่วงที่เป็สตรีเช่นกัน โดยมีอาจารย์ชิงอี้ เดินนำหน้าพวกนางเข้าไปกันก่อน
พอราเชนเดินตามอาจารย์ไป๋เซียงเข้าไป ก็มองเห็นป้ายศิลาขนาดใหญ่ เขียนอักษรเตือนเอาไว้ว่า
“ ป่าลับแล เป็ป่าสำหรับฝึกฝน เหล่าลูกหลานของอาณาจักรประจิม สำหรับเอาไว้ปกป้องตัวเองและผู้อื่น หากผู้ใดนำทรัพยากรไปใช้ทำร้าย รังแกผู้อ่อนแอกว่า มันผู้นั้นจะต้องได้รับการลงโทษจาก เทพเ้าแห่งพงไพร จาก จักรพรรดิหลี่เทียน”
“ ใครเป็ผู้สลักอักษรนี้ หรือว่าจะเป็จักรพรรดิหลี่เทียน”
ราเชนเอ่ยถามอาจารย์ไป๋เซียง
“ ไม่ใช่หรอก คนที่สลักอักษรเอาไว้ เป็ จักรพรรดิรุ่นหลัง ไม่รู้ว่ารุ่นไหน เพราะไม่อยากเปิดเผยตน แต่การลงชื่อ เป็จักรพรรดิหลี่เทียน ก็เพื่อให้คนทั่วไปได้รู้สึกหวาดเกรง ต่อชื่อของ จักรพรรดิหลี่เทียนเท่านั้น”
บรรยากาศเข้ามาในป่าลับแล อุณหภูมิก็ค่อยเริ่มเย็นลงอีก 5 องศา ราวกับว่า มันอยู่ในอีกมิติหนึ่ง ด้านในกลับมีอยู่หลายเส้นทางให้เลือกเดิน
ดังนั้นคนที่เข้ามานับร้อย ๆ คน เลยกระจายกันออกไป ทุกคนต่างหันมามองแผนที่ของตนเองที่ซื้อกันเข้ามา แต่ก็ตัดสินใจไม่ได้ มองอาจารย์ไป๋เซียงที่กำลังนำ แผ่นโลหะกลมสีทองออกมา มันคือเข็มทิศ มันหมุนติ้วๆ ไปสักพัก แล้วก็ชี้ไปที่เส้นทางที่ 8
“ ไปเส้นทางที่ 8 ทุกคนระวังตัวเอาไว้”
ศิษย์ทั้งหมด สิบคน ต่างเดินตามอาจารย์ไป๋เซียง ส่วนคนอื่นๆ ต่างก็หายไปตามเส้นทางตามวิธีการของแต่ละคน บางคนก็ใช้เต่าเสี่ยงทาย บางคนเชื่อตามแผนที่
บางคนก็ใช้นกเหยี่ยวที่นำเข้ามานำทางเข้าไป แต่ทุกเส้นทางล้วนแล้วแต่ต้องกลับมา ณ จุดทางเข้า ซึ่งจะเปิดออกอีก 7 วัน หากออกไปไม่ทัน ก็จะไม่สามารถออกไปได้ ต้องรอไปอีก 10 ปี
ราเชนมองท้องฟ้า และ ััถึงพื้นดิน และสูดอากาศ ก็รู้สึกว่า มันไม่ใช่ดินแดนบนอาณาจักรปัจจิมอย่างแน่นอน มันเหมือนพวกเขาถูกส่งตัวมาอีกโลกใบหนึ่งมากกว่า
“ หรือว่าที่นี่จะเป็อีกดวงดาวดวงหนึ่ง ประตูที่ผ่านเข้ามาเป็เหมือนประตูเชื่อมมิติ?” ราเชนแอบสงสัย แต่ไม่อาจบอกกับใครได้
พอเดินไปเส้นทางที่ 8 ราเชนสังเกตบนท้องฟ้าคล้ายมีแสงวาบขึ้นมาอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า แต่มันเป็เส้นตรงหาใช่แสงสายฟ้าไม่ ยิ่งทำให้เขาสงสัยมากยิ่งขึ้น
ไม่รู้ว่าที่ป่าลับแลนี้มันผิดปกติอย่างไร
“ ทุกๆ คนระวังตัวด้วย นอกจากสัตว์อสูร ยังมีต้นไม้ปีศาจ พวกมันสามารถปล่อยพิษได้อีกด้วย หากใครรู้สึกผิดปกติให้รีบแจ้งโดยด่วน”
อาจารย์ไป๋เซียงดูแล้วมีข้อมูลของป่าลับแลไม่น้อย ในเส้นทางที่ 8 นี้ มีสำนักฟ้าพิสุทธ์ ซึ่งมีแต่หญิงสาวแต่งชุดขาวคลุมหน้าอยู่ถึง 30 คน ร่วมเส้นทางมาด้วย
โดยมีอาจารย์ของพวกหญิงสาวเข้ามาเจรจากับอาจารย์ไป๋เซียงอย่างสนิทสนม
“ ทุกๆ คน นี่คือ อาจารย์ิเยว่และลูกศิษย์ แห่งสำนักฟ้าพิสุทธ์ พวกเราจะเดินทางไปด้วยกัน พวกเ้าล้วนแล้วแต่เป็บุรุษ ต้องให้ความสะดวกกับพวกนางก่อนรู้ไหม”
“ ขอรับ อาจารย์” ต้าเฉิงเอ่ยพร้อมๆ กันกับ ศิษย์ชายทั้งแปดคนที่เหลือเพราะความจริงที่เลือกมากันกับ อาจารย์ไป๋เซียง ก็เพราะชื่นชอบในตัวของอาจารย์ล้วนๆ ยิ่งมาร่วมกับ ศิษย์สาวๆ แห่งสำนักฟ้าพิสุทธ์ด้วย ก็ได้แต่ดวงตาหื่นกระหายกระจายออกมาแบบปิดไม่มิด
“ พวกเขาล้วนแล้วแต่เป็คนดี อาจารย์ิไม่ต้องเป็ห่วง” อาจารย์ไป๋เซียงได้แต่รีบเอ่ยแทน แต่ก็อดเสียหน้าไม่ได้
“ ไม่เป็ไร แค่ได้เดินทางร่วมกับศิษย์ของ เทพโอสถเทียนซาน พวกเราก็อุ่นใจแล้ว” อาจารย์ิเยว่ เอ่ยแบบไม่สนใจ ศิษย์บุรุษหน้าหม้อทั้งหลาย แค่มากับอาจารย์ไป๋เซียงก็เพียงพอแล้ว
การเดินทางเส้นทางที่แปดนั้น เป็เส้นทางที่เป็ทางเดินที่มีต้นไม้ขึ้นสองข้างทางหนาทึบ บนถนนทางเดิน กลับเป็ถนนที่ทำจากหิน ดูสวยงาม เหมือนกับว่ามีคนคอยดูแลมาตลอดเวลา ความสงสัยมากมายจนอยากจะเอ่ยคำถาม แต่ไม่ทันได้ถาม ข้างหน้าก็พบศพคนตายเป็จำนวนมาก ทั้งหมดคล้ายกับเป็คนของราชสำนักแต่ไม่รู้ว่าเป็ผู้ใด จนมีองครักษ์คนหนึ่งยังไม่ตายแต่ก็หายใจรวยริน อาจารย์ไป๋เซียง เลยใช้วิชาฝังเข็ม เพื่อช่วยให้เืที่ติดอยู่ที่คอหอยหายไป
“ ช่วยองค์ชายสามของพวกเราด้วย” องครักษ์เอ่ยได้เพียงเท่านี้ ก็ขาดใจตายไปเพราะาแที่ได้รับนั้นสาหัสเกินไป
“ เกิดอะไรขึ้น ยังไม่ทันเจอของมีค่าอะไร ก็ฆ่ากันตายแล้วรึ?” อาจารย์ิเยว่เอ่ยขึ้นมาลอยๆ แล้วมองไปรอบๆ สถานที่เกิดเหตุ หาฆาตกรที่สังหารคนเหล่านี้
มีซากศพองครักษ์ขององค์ชายสามกระจัดกระจายไปทั่ว แต่ไม่พบกับอีกฝ่ายแม้แต่คนเดียว
“ ดูจากาแของพวกมัน น่าจะถูกสังหารโดยผู้เยี่ยมยุทธ์ระดับปรมาจารย์ ไม่น้อยกว่าเจ็ดคน แต่ละคนล้วนเชี่ยวชาญอาวุธ ทุกคนล้วนตายด้วยาแเดียวทั้งนั้น”
อาจารย์ไป๋เซียงเอ่ยขึ้นมาอย่างหวาดหวั่น ทุกๆ คนได้ฟังถึงกับตะลึงลาน พวกกลุ่มไหนกันที่สามารถรวมตัวตนระดับปรมาจารย์ได้มากกว่า 5 คน แล้วฆ่าคนระดับองครักษ์องค์ชายสามตายไปถึง 30 คนในาแเดียว แล้วหากพบเจอจริงๆ จะไม่มีใครสามารถรอดชีวิตจากการโจมตีของพวกมันได้......