ฉันกลับห้องมาแล้วก็มานอนกลิ้งไป กลิ้งมา เพราะคิดถึงคำพูดของเ้าแมวอ้วนจนหงุดหงิด เพราะมันดูไม่สมเหตุสมผลเลยย้อนแย้งกันไปหมด
ถ้าดยุกรู้ ทำไมเขานิ่งเฉยได้ขนาดนั้นล่ะ … แล้วถ้าเขารู้ ตอนฉันไปแอบดูเขาอาบน้ำ เขาก็คิดน่ะสิว่าฉันมันผู้หญิงโรคจิต
กรี้ดดดด อะไรเนี้ย สับสน มึนงงไปหมดแล้วเ้าแมวบ้านั่น รอบหน้าจะเค้นคำตอบให้หมดเปลือกเลย
เช้าวันต่อมาฉันคาบปลาไว้เต็มปาก ไปรอเ้าแมวเ้าเล่ห์ที่สวนเหมือนเดิมแต่ไม่มีวี่แววเ้านั่นเลย หายไปไหนนะ คิดจะล้อเล่นแล้วหนีไปหรอ ถ้าจับตัวได้ล่ะก็แม่จะแจกยันต์ห้าแถวให้ดู
“แหม แหม แหมข้าไม่คิดว่าข้าจะเนื้อหอมถึงขั้นมีแมวสาวมารอข้าั้แ่เช้าแบบนี้”
“ ฉันไม่ได้พิสวาสอะไรแบบนั้นหรอกน่ะแค่อยากจะรู้อะไรอีก โดยเฉพาะที่คุณว่าเมื่อวาน..”
“ เ้าไม่คิดว่าข้าจะโกหกเ้าหรอ”
“คิด แต่บนโลกใบนี้ มีแค่คุณที่รู้เื่ฉันจะยังไงฉันก็ต้องฟังไว้ก่อน”
“ 0.0 “
เ้าแมวไม่ตอบ ได้แต่นั่งทำหน้าตุ้ยนุ้ยจ้องฉันเหมือนคิดอะไรอยู่
“ วันนี้สงสัยอะไรอีกล่ะ”
“เมื่อวานที่พูดน่ะ … หมายความว่าไง”
“ เื่เป็มนุษย์น่ะหรอ”
“อืม”
“นอกจากข้า ก็มีแค่ดยุกที่รู้ แถมรู้ ‘ทุกอย่าง’ซะด้วย”
เ้าแมวเน้นคำว่า ‘ทุกอย่าง’ก่อนจะมองฉันหัวจรดเท้า
“ทุกอย่างหรอ.. หมายความว่าไงทุกอย่าง”
“...”
“แล้วทำไมเขาไม่บอกฉัน”
“จะไปรู้เรอะ ถามเ้านายเ้าเองสิ”
“=.=” ไอ้แมวบ้านี่
“แล้วคุณ รู้เื่นี้ได้อย่างไง”
“ ดัชเชลเล่าให้ฟัง ”
“ดะ ดัชเชลหรอ ผีน่ะหรอ”
“อ่าฮะ แถมตอนนี้นางอยู่ข้างหลังเ้าด้วย”
หลังจบคำพูดตัวฉันแข็งทื่อเป็ตอไม้ ร่างกายไม่ขยับแถมขนค่อยๆฟู พ่อคุณแม่คุณขาชีวิตนี้ไม่เคยได้ยินใครมาบอกว่ามีผีอยู่ข้างหลังเลย ฉันควรทำยังไงต่อไปดีล่ะ
“ข้าล้อเล่นน่ะ”
“...อยากตายหรอ”
“ข้าน่ะ มี 9 ชีวิต ส่วนเ้าที่ไม่ใช่แมวแท้หรือพูดง่ายๆ คือมีชีวิตเดียว จะเสี่ยงจริงหรอ”
“ขู่ฉันหรอ”
“เปล่า แค่เตือนไว้… ว่าจะทำอะไรให้คิดให้ดี”
“....”
“อีกอย่าง… เื่ที่ข้าว่าดัชเชลบอกน่ะคือเื่จริง เพราะนางไม่ได้ไปไหน และมีเฉพาะข้าเท่านั้นที่จะมองเห็นนาง”
เ้าแมวเ้าเล่ห์บอกก่อนจะวิ่งมาคาบปลาและโดดหายไปในโพรงหญ้า
ปะ แปลว่า ที่แม่บ้านเมาส์มอยว่าดัชเชลยังวนเวียนอยู่ที่ตึกฝั่งใต้ก็เป็จริงน่ะสิ บรึ้ยยย ลุงป๋องช่วยด้วยค่าาาา
ด้วยความกลัวฉันก็รีบวิ่งออกมาจากสวนและกลับห้องนอนทันที
เช้าวันต่อมาฉันไปดักรอเ้าแมวนั่นที่เดิมอีก วันนี้ต้องถามเื่ที่คาใจให้หมด หลังถึงสวนฉันก็ไม่เจอเ้าแมวเ้าเล่ห์นั่นเลย ทั้งคาบปลามาเพิ่มก็แล้ว ร้องเรียกก็แล้วไม่มีวี่แววจะโผล่มา จนเกือบเย็น ฉันเลยถอดใจกลับห้อง ระหว่างทางผ่านหน้าตึกตะวันตก ฉันก็เอาแต่ตั้งคำถามที่ไม่มีคนตอบ
“ถ้าที่เ้าแมวนั่นพูดเป็จริง…ทำไมต้องเป็ฉันล่ะคะ ดัชเชล”
ฉันนั่งจ้องประตูไม้เก่าบานใหญ่อยู่นานในจังหวะที่กำลังจะลุกเดินออกมา จู่ๆ ประตูที่ถูกปิดล็อคอย่างดีก็ได้ก็เปิดออกอย่างปริศนา
แกร๊ก แอ้ดดดดด~
ฉันที่ปกติเป็พวกตาขาวกลัวผีเป็ชีวิตจิตใจอยู่แล้ว ก็ขนลุกจนตัวพองฟู่ ก่อนที่จะค่อยๆย่องถอยหลังเพื่อเตรียมหนี
ถ้าเป็ที่โลกนั้นล่ะก็ฉันจะโทรฟ้องลุงป๋องแน่เ้าผีบ้า อร้ายยยย
‘เดี๋ยวสินี่อาจจะเป็…โอกาสให้เราไปหาคำตอบอะไรเพิ่มเติมก็ได้นะ…’
จู่ๆ จิติญญานักสู้ในตัวฉันก็ถูกปลุกขึ้น
ฉันหันไปเผชิญหน้ากับศูตรที่มองไม่เห็น (ผี)
ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อรวบรวมความกล้าและย่องเข้าไปอย่างช้าๆ
ถึงภายนอกจะเป็ตึกเก่าแต่ข้างในกลับสะอาดเหมือนถูกทำความสะอาดทุกวัน เฟอร์นิเจอร์สวยงาม มากมายหลายชิ้นถูกคลุมด้วยผ้าขาวบางกันฝุ่นอย่างดี มีรูปภาพวาดหญิงสาวผู้หนึ่งที่แสดงท่าทางหลากหลายอริยบถ ใส่กรอบสีทองแกะลายสลักอย่างสวยงามแขวนเรียงรายจนเต็มผนังห้อง
พอฉันเข้าไปใกล้ๆร่างกายฉันชาจนหยุดนิ่งเหมือนถูกหยุดเวลาไว้ เพราะใบหน้าหญิงสาวที่ฉันเห็นในภาพคือคนเดียวกันกับหญิงสาวที่ฉันเห็นใต้น้ำก่อนตาย…
อะ อะไรกัน ทะ ทำไม ผู้หญิงคนนี้ถึง….
ร่างกายฉันก็เย็นเฉียบทุกสรรพสิ่งหยุดนิ่งราวถูกหยุดเวลาไว้ หู้อื้อจนไม่ได้ยินเสียงแมลงข้างนอกหัวใจเต้นแรงจนได้ยินเสียงชัด ประหนึ่งว่ามันกำลังจะหลุดออกมา และร่างกายที่เหมือนจะค่อยๆ เติบโตจนรู้สึกได้
ฉันเห็นเงาสะท้อนจากตู้กระจกด้านหน้าแสดงร่างกายอันเปลือยเปล่า ไร้เสื้อผ้าปกคลุม ผมยาวสลวยสีขาวร่างเล็กที่ดูบอบบางและสีผิวที่ขาวราวหิมะนั่น ดวงตาฉันจ้องมองด้วยหลากหลายความคิดความรู้สึก และ
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด…”