หนึ่งปีผ่านไป บัดนี้ศิษย์รุ่นสิบเก้าสามารถรับภารกิจที่หอสำนักได้ ซีห่าวตื่นเเต่เช้าตรู่ตรงไปยังหอสำนัก เดินไปที่ป้ายประกาศสายตากวาดมองดูกระดาษบนกระดานกวาดสายตามองจนทั่ว ภารกิจที่หอสำนักมอบให้จะเเบ่งความยากง่ายไปตามระดับ ยิ่งยากค่าตอบเเทนยิ่งมากตาม เเบ่งความยากเป็สามระดับหนึ่ง สอง สาม เรียงจากตำ่ไปสูง ฝีมือของซีห่าวในตอนนี้ยังจัดได้ว่าไม่เข้าขั้น จะเลือกสองระดับสูงเลยมันก็จะเกินกำลังของเขาไปสักหน่อย จึงเลือกมองดูภารกิจระดับหนึ่งที่ค่าตอบเเทนมากหน่อย 'ปราบกองโจรเงาทมิฬค่าตอบเเทนยี่สิบตำลึงทอง' ต้องนี้เเหละปราบพวกโจรจะยากสักเเค่ไหนกันเชียว! พลันดึงกระดาษประกาศออกเร่งเดินทางไปยังหมู่บ้านที่กำกับไว้ในใบประกาศ
ทางทิศเหนือของอาณาจักร มีหลายหมู่บ้านเล็กๆตั้งอยู่หลายสิบหมู่บ้าน หมู่บ้านหนึ่งมีประชากรราวๆยี่สิบสามสิบครัวเรือนอาศัยอยู่ พื้นที่ทางเเถบนี้ที่นี้ทำอาชีพเกษตรกรเป็หลักเพราะดินที่นี้นี้ปลูกอะไรก็ขึ้นออกผลิตผลงอกงามขายได้กำไร เเต่ราวครึ่งปีก่อนปรากฏกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งออกมาโจมตีปล้นสะดม ปล้นฆ่าชิงทรัพย์ ฉุดคราสตรีชาวบ้าน พวกมันเรียกตัวเองว่า ‘เงาทมิฬ’ ทางการเคยส่งคนมาจัดการเื่นี้เเล้วเเต่ก็ถูกมันสังหารสิ้นเนื่องจาก คนที่พวกมันขนานนามว่าหัวหน้า เป็ผู้บ่มเพาะพลัง ไหนเลยคนธรรมดาจะจัดการได้ จึงต้องตั่งค่าหัวเงินรางวัลนำจับขอร้องไปยังสี่สำนักหลักเเห่งจักรวรรดิให้ลงมาจัดการเื่นี้ ไหนว่าเป็ภารกิจระดับหนึ่งไงไฉนมีผู้บ่มเพาะพลังมาเกี่ยวข้องด้วยเล่า? หากเป็กองโจรธรรมดาๆเด็กหนุ่มคงไม่รีรอรีบบุกฝ่าทะลวงเข้าไปนำหัวพวกมันมาขึ้นรางวัลนำจับเป็เเน่เเท้ เเต่ถ้าหากเป็เช่นนี้คงต้องวางเเผนกันใหม่
ซีห่าวไม่ได้เปิดเผยตัวตนเพียงเเต่ปลอมตัวเป็ผู้สัญจรที่ผ่านทางมาเท่านั้นหลังจากถามไถ่รายละเอียดจากชาวบ้านเเล้วก็ทำทีขอค้างเเรมสักสองสามวันอ้างว่ายังไม่มีที่ไปชาวบ้านเเถบนี้ก็ไม่ใช่คนใจร้ายไส้ระกำอะไรเห็นคนลำบากจึงยื่นมือช่วยเหลือ หาบ้านเก่าๆหลังหนึ่งให้เด็กหนุ่มใช้เป็ที่พัก ซีห่าวไม่ลืมที่จะประสานมือคำนับขอบคุณในนำ้ใจของชาวบ้าน จากคำบอกเล่าคาดว่าพวกกลุ่มโจรคงจะมาในอีกสองวันข้างหน้าเพื่อมารับสินกำนัน ซีห่าวจึงถือโอกาสนี้สังเกตุการณ์ดูพวกมันก่อนหากไม่วางเเผนให้รอบคอบอาจจะเสียท่าให้พวกมันได้ เมื่อเข้ามาในบ้านเก่าๆหลังหนึ่ง ในบ้านไม่ใหญ่มากตรงกลางห้องจัดวางโต๊ะอาหารขนาดยาวที่กินพื้นที่ไปเกือบทั้งห้อง ห้องทางขวาเหมือนจะเป็ห้องไว้ใช้หลับนอน ส่วนทางซ้ายน่าจะเป็ห้องครัว ดูจากสภาพฝุ่นที่เกาะบนโต๊ะคงจะไม่มีการใช้งานมานานมากเเล้ว จึงใช้เวลานานกว่าครึ่งชั่วยามเพื่อทำความสะอาดจนใช้พักอาศัยได้ จากนั้นจึงนั่งขัดสมาธิบนเตียงไม้เก่าๆเพื่อเดินลมปราณ
พรบค่ำเสียงเคาะประตูดังขึ้น ซีห่าวลืมตาขึ้น ลุกขึ้นจากเตียงไม้เดินไปเปิดประตู เมื่อเปิดประตูออกก็ปรากฏชายชราอายุราวห้าสิบเศษที่ใครๆในหมู่บ้านเรียกว่า ผู้นำหมู่บ้าน เเละยังมีเด็กสาวหน้าตาหมดจดคนหนึ่งยืนอยู่ข้างๆในมือถือตระกล้ามาใบหนึ่งมีหมั่นโถวอยู่ราวสิบกว่าลูกพร้อมกับยื่นให้เด็กหนุ่ม "กลัวเ้าจะหิวหมั่วโถวนี้เป็นำ้ใจจากพวกเรา หมู่บ้านเราไม่ปลอดภัยไม่ควรรั้งอยู่นาน"
ซีห่าวประสานมือคำนับเพื่อขอบคุณพร้อมกับยื่นมือไปรับตระกร้าหมั่นโถวใบนั้น "ขอบคุณท่านผู้นำที่เป็ห่วง ข้าจะระวัง"
ได้ยินเช่นนั้นทั้งสองก็พยักหน้าตอบให้กัน ผู้นำหมู่บ้านกับเด็กสาวจึงได้หมุนตัวจากไป ทางด้านซีห่าวก็ปิดประตูกลับไปนั่งบนม้านั่งวางตระกล้าหมั่นโถวไว้บนโต๊ะคอยๆหยิบมันออกมากินที่ละชิ้น
วันต่อมา ซีห่าวออกไปเดินเล่นรับลม ระหว่างย่างเท้าผ่านก็เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี้ไม่ต่างจากตนเองสมัยก่อน ใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุขทุกคนมีรอยยิ้ม เเต่รอยยิ้มพวกนนี้คงอยู่ไม่นานในอีกวันข้างหน้า พวกกองโจรจะมาเรียกสินกำนันจากชาวบ้านเเถบนี้ ซีห่าวยังต้องเตรียมรับมือ ไม่อาจเดินรับลมอย่างสบายใจได้ ย่างเท้าห่างมาจากหมู่บ้านสักระยะหนึ่ง ก็ใช้ยันต์สองใบที่กำกับว่า 'ล่องหน'กับ'บิน'ออกมาใช้งาน ทันทีที่เเปะยันต์ลงบนร่าง ร่างของเขาก็โปร่งใสขึ้นมาทันที ยันต์ล่องหนนี้สามารถใช้พรางตาคนทั่วไปกับผู้บ่มเพาะพลังขั้นไม่สูงนักได้เเต่มีเวลาเเค่ชั่วก้านธูปเท่านั้น จากคำบอกเล่า กองโจรของพวกมัน อยู่บนเขาห่างจากหมู่บ้านไปเพียงไม่กี่ลี้ ซีห่าวจึงใช้เวลาชั่วก้านธูปอย่างคุ้มค่ารีบทะยานร่างบินออกไปเพื่อสำรวจเขาโจร ใช้เวลาเพียงเเค่ชั่วครู่ก็บินมาถึงเขารังโจร ซีห่าวคอยๆบินลงอย่างช้าๆลงสู่พื้นเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตุ เดินเท้าอีกสักหน่อยก็มาถึงสถานที่ตั้งของค่ายโจรบนูเา เพราะอยู่ในสภาวะล่องหนเหล่าพวกโจรทั่วไปจึงไม่อาจเห็นร่างของซีห่าว ซีห่าวจึงคอยๆย่างเท้าเข้าไปอย่างเงียบๆเพื่อที่จะสอดเเนม เข้ามาในค่ายได้สำเร็จ ค่ายโจรนี้ก็เหมือนค่ายโจรทั่วไปมีกำลังคนราวๆเกือบร้อยคน เเต่ละคนรูปร่างกำยำถืออาวุธเดินไปเดินมาภายในค่าย มีทั้งการเล่นการพนัน หรือชกต่อยกันเป็เื่ปกติของพวกมันสังเกตุการดูรอบๆ ก็เห็นภายในค่ายมีอาคารใหญ่อยู่หลังหนึ่งคาดว่าพวกตัวหัวหน้าอาจจะกบดานอยู่ในนั้น ซีห่าวจึงได้เเอบลอบเข้าไป จึงได้เห็นภาพในห้องหนึ่ง เหล่าสตรีไม่ว่าเด็กหรือรุ่นที่ถูกพวกมันชิงตัวมาจากหมู่บ้านเเต่ละนางอยู่ในสภาพอิดโรยหมดเเรง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพวกนางถูกพวกมันจับมาเป็ของเล่นใต้หว่างขา ซีห่าวเห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้าก็เกิดอารมณ์โทสะขึ้นมาบ้างเเต่เพียงไม่อาจวู่วามลงมือตอนนี้ได้ เเถมยังหาตัวหัวหน้าไม่เจอจึงยิ่งไม่อาจวู่วามได้ จึงได้เเต่กำหมัดเเน่นย่างเท้าผ่านไป อย่างเงียบๆ ตรวจสอบโดยรอบอาคาร ในที่สุดก็พบเจอห้องๆหนึ่งเป็ห้องกว้างเหมือนเป็ห้องประชุมของพวกมันในนั้นมีคนอยู่ราวๆสิบกว่าคนกำลังนั่ง ถกเถียงกัน เสียงพวกมันดังมากจนได้ยินทะลุออกมานอกห้องเหมือนว่าพวกมันกำลังทะเลาะกันเื่เเบ่งอาณาเขตปกครอง
"พี่รองท่านทำเเบบนี้ไม่ถูกนะ" ชายรูปร่างอ้วนที่ดูจากภายนอกก็รู้ว่ามีนำ้หนักมากกว่าร้อยชั่งะโดั่งลั่นพร้อมทุบมือลงบนโต๊ะ
"พี่สามใจเย็นก่อน" ชายหนุ่มที่ท่าทางสุขุมเหมือนบัญฑิตเอ่ยปากห้ามปราบเ้าอ้วน
"ทำไมกันก็ข้าทำงานหนักสุดข้าก็ควรได้มากหน่อยใช่หรือไม่" ชายฉกรรจ์หัวโล้นลักลายพยัคฆ์ั ที่เเขนทั้งสองข้างลุกขึ้นทุบโต๊ะหลังได้ยินคำพูดไม่เข้าหูของเ้าอ้วน
หัวโต๊ะมีชายวัยสามสิบเศษผู้หนึ่ง ท่าทางเหมือนเป็ผู้นำ นั่งกอดอกฟังพวกมันที่เหลือกำลังถกเถียงกัน ทันใดนั้นชาวคนดังกล่าวก็ทุบฝ่ามือลงบนโต๊ะอย่างดัง เพื่อให้พวกมันทั้งสามหุบปาก "เงียบ!!"
ได้ยินพี่ใหญ่ของพวกมันพูดเช่นนั้นพวกมันทั้งสามถึงกับนิ่งเป็เป่าสาก ไม่เอ่ยคำพูดใดๆ
"กัดกันอย่างกับลูกสุนัขช้างรำคาญเสียนี้กระไร"
"เเต่ว่าพี่ใหญ่?"
ในขณะที่เ้าอ้วนกำลังจะเอ่ยว่า คนที่พวกมันเรียกขานว่าพี่ใหญ่ก็เอ่ยหนึ่งประโยค
"อย่าลืมซะละว่าที่พวกเ้าทำตัวกำเเหงได้เพราะใครหากไม่มีข้าสักคนค่ายโจรถึงทางการล้างบางไปเเล้ว ่นี้กระทำการใดอย่าให้มันเอิกเกริกนักทางจักรวรรดิเริ่มได้กลิ่นข้าเเล้ว หากพวกมันส่ง ผู้บ่มเพาะพลังมาจัดการ คงต้านทานได้ยาก"
พวกมันทั้งสามไม่เปร่งคำทำตัวนิ่งเงียบ
"เอาล่ะ ข้าจะไม่พูดมากความหลังจากนี้ข้าจะเก็บตัวฝึกบำเพ็ญ เตาหลอมฝึกคู่ของข้าที่ข้าอยากได้เ้าได้สรรหามารึยัง"
"เรียนพี่ใหญ่ ข้าได้จัดสรรหาไว้ให้ท่านเรียบร้อยเเล้ว เป็บุตรสาวของผู้นำหมู่บ้าน นางผู้นี้มีหน้าตาหมดจดยังไม่ผ่านการเฉาะเเตง จะไปรับตัวมาในอีกหนึ่งวันข้างหน้า" คนที่มีท่าทางคล้ายบัญฑิตซึ่งถูกเรียกว่าเ้าสี่ พูดขึ้น
"ถ้าเป็เื่ผู้หญิงคงต้องให้เ้าจัดการ" เ้ารองพูดขึ้น
ห่างไปที่ด้านนอกประตูซีห่าวที่ได้ฟังความเช่นนั้นได้คิดเเผนการณ์ขึ้น นี้ก็จะครบเวลาหนึ่งก้านธูปควรรีบออกไปก่อนจะถูกจับได้ สำรวจดูจากตาเปล่าพี่ใหญ่ผู้นั้นอย่างมากเขตขั้นก็สูงกว่าเขาหนึ่งขั้นเเม้จะเอาชนะได้ไม่ยากเเต่กำลังคนพวกมันมากกว่า เมื่อสอดเเนมจนได้ผลลัพธ์ก็เร่งรุดออกจากรังโจร
ยามพรบคำ่ หลังจากกลับมาจากสอดเเนมรังโจรเเล้วก็นั่งคิดวางเเผนเเฝงตัวเข้าไปภายในจากที่พวกมันถกเถียงกันภายในห้องคาดว่าเด็กสาวที่จะถูกนำตัวไปเป็เตาหลอมฝึกคู่คงหนีไม่พ้นเด็กสาวหน้าตาหมดจดลูกของผู้นำหมู่บ้านเป็เเน่ ซีห่าวจึงคิดวางเเผนในการปลอตัวเป็นางเพื่อเเฝงตัวเข้าไป
วันต่อมา เหล่าพวกโจรก็มาตามที่พวกมันได้เอ่ยปากไว้ มารับสินกำนันจากหมู่บ้าน โดยมีเ้าสี่คอยบัญชาการ ทั้งเงิน ทั้งเสบียง ถูกพวกมันรีดไถ่ไปถึงเจ็ดในสิบส่วน ถึงเเม้จะไม่ใคร่ยอมเเต่ทั้งหมู่บ้านมีเเต่เด็กเเละคนชราจะเอากำลังใดไปสู้กับพวกชายฉกรรจ์เหล่านี้
เมื่อครั้งพวกโจรบุกมาครั้งเเรกเหล่าชายหนุ่มหาญกล้าในหมู่บ้านที่ไม่สมยอมก็ถูกพวกมันสังหารจนสิ้น
"รีบไปเอาตัวเด็กนั้นมาจะได้กลับค่าย" เ้าสี่สั่งการลงไปยังเหล่าลูกสมุนของมันให้ไปนำตัวเด็กสาวมา
เห็นลูกสาวที่เลี้ยงดูมาเเต่เล็กกำลังถูกชิงตัวไปผู้นำหมู่บ้านทำได้เเต่ร่ำไห้ออกมา "อวี้เอ๋อๆไม่นะ"
หลังจากลูกสมุนของมันพาเด็กสาวออกไปก็บังคับม้าหมุนตัวกลับค่าย ระหว่างทางเ้าสี่ที่มีท่าทีของบัญฑิตมากที่สุดในสี่พี่น้องเเต่มันกลับเป็คนที่มากตัณหาราคะมากที่สุด มันชายตามองไปยังเด็กสาวที่ถูกขังอยู่ในกรง มองไปยังเอวเล็กคอดกิ้ว ใบหน้าหมดจด เเละเนินอกที่คอยๆโตขึ้นตามวัยมันพลันกลืนนำ้ลายลงคอหนึ่งอึกคิดว่า หากเด็กสาวคนนี้ไม่ถูกพี่ใหญ่หมายตาไว้ละก็ตัวมันเองนี้เเหละจะเป็คนพรากพรหมจรรย์ของเด็กสาวผู้นี้ไปเอง
ภายในกรงที่เด็กสาวถูกคุมขังอยู่นั้นนางไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิดเอาเเต่นั่งจ้องมองสายตาของเ้าสี่ที่มองมา
"เ้าบ้ากามนี้ส่งสายตาหื่นกระหายมาไม่หยุดเลย" เเท้จริงเเล้วเด็กสาวก็คือซีห่าวปลอมตัวมาโดยใช้ยันต์ 'ปลอมเเปลง' ในการปลอมตัว ยันต์ปลอมเเปลงนี้สามารถปลอมเเปลงเป็ผู้อื่นได้เเทนจะหมดจด เเต่เป็ยันต์ที่มีราคาค่างวด เป็ยันต์ที่ฉกมาจากพวกชุดดำ เ้าสี่ยังคงทอดสายตามองมายังซีห่าวในร่างเด็กสาวอย่างไม่หยุดหย่อนเกรงว่าตอนนี้ในหัวของมันคงคิดเื่ไม่ดีอยู่เต็มไปหมด สายตานั้นทำให้ซีห่าวรู้สึกสั่นสะท้านขนลุก
ในที่สุดพวกมันก็เดินทางมาถึงค่าย พากันเเยกย้ายขนของไปเก็บส่วน ซีห่าวก็ถูกเ้าสี่พาตัวไปยังห้องของพี่ใหญ่
"พี่ใหญ่ข้าพานางมาเเล้ว"
พูดจบประโยคเ้าสี่ก็หมุนตัวเดินจากไป
พี่ใหญ่คอยๆลืมตาขึ้นชมมองหน้าตาเเละร่างของเด็กสาวตรงหน้า จากการคาดเดาตัวมันเองก็คงไม่ต่างจากเ้าสี่นักที่มักมากในตัญหาราคะ ทุกการเก็บตัวฝึกบำเพ็ญของมันเเต่ละครั้งจะเข้าฝึกนานหลายวันรึหลายเดือนมักให้ลูกสมุนไปคว้านหาตัว สตรีที่งดงามหน่อยมาเป็เตาฝึกคู่ให้เเก่มัน พลังหยินเสริมพลังหยาง เหล่าสตรีที่ถูกขังอยู่ในห้องนั้นส่วนใหญ่ก็เป็เช่นนี้ทุกครั้งที่ออกจากการบำเพ็ญก็ใคร่เบื่อเเล้วไม่พ้นโยนให้พวกลูกสมุนได้กินต่อ
ซีห่าวในร่างเด็กสาวตอนนี้เพื่อไม่ให้ถูกจับสงสัยได้เพียงเเต่เเสร้งทำตามนำ้ไป
"นายท่าน ปล่อยอวี้เอ๋อไปเถอะ"
เห็นท่าทีอรชรอ้อนเเอ่นของเด็กสาวในใจมันยิ่งนึกคึกคะนอง เอ่ยออกไปว่า "ไม่ต้องกลัวเด็กน้อยข้าเป็พวกนิยมถนอมปุปผาเข้ามานี้สิ"
มันยกมือขึ้นพร้อมกับกระดิกนิ้วเรียกให้ซีห่าวไปนั่งข้างๆมัน ซีห่าวได้เเต่เพียงทำตามนำ้ คอยๆย่างเท้าด้วยท่าทีกุลสตรีไปข้างกายของมัน เมื่อเห็นเด็กสาวย่างเท้ามานั่งข้างกายมันก็โอบกอดร่างของเด็กสาวโดยทันที พร้อมกับสูดดมกลิ่นกายของเด็กสาว
"กลิ่นกายของเด็กสาวช่างหอมโดยเเท้ หึหึ"
.......