“พลอย หยุดทำไม รีบเดินเข้าเถอะ ตะวันจะขึ้นสูงแล้ว” จักรธรหันมาเร่งเมื่อเห็นหญิงสาวยืนนิ่งไม่ขยับ
“หรือว่าเจ็บอะไรตรงไหน” จักรธรถามอย่างเป็ห่วง เขาจึงรีบเดินย้อนกลับมาหา
“หยุด! อย่าขยับ” พลอยแท้ะโเสียงหลงและทำมือแบบปางห้ามญาติไม่ให้เขาขยับตัว
จักรธรชะงักขาค้าง เขาจ้องมองเธอด้วยสีหน้าใสุดขีด “อะไร? เธอเห็นตัวอะไร หรือว่า...งู?” เหงื่อกาฬเริ่มแตกพลั่ก ๆ
พลอยแท้ส่ายหน้ารัว “ไม่ใช่ ไม่ใช่ แต่นายค่อย ๆ วางเท้านะ ห้ามวางเท้าเหยียบต้นสีเขียว ๆ พวกนี้เด็ดขาด หากนายเหยียบแม้แต่ต้นเดียว ฉันเอานายตายแน่” พลอยแท้พูดสั่งการพร้อมก้มลงมองต้นหญ้าที่มีความสูงแค่ข้อเท้าและมีใบสีเขียวเข้มขีดแดงเ่าั้ด้วยสายตาคล้ายคนที่เจอรักแรกพบก็ไม่ปาน
จักรธรเริ่มเข้าใจ เขาค่อย ๆ วางเท้าแทรกไปตามพื้นที่ว่างเล็ก ๆ แล้วถามขึ้น “สมุนไพรหรือ” เขาถามพลางเงยหน้ามองโดยรอบ แล้วก็พบว่าต้นชนิดเดียวกันนี้ขึ้นอยู่เต็มพื้นที่ของเนินเขาเล็ก ๆ ข้างหน้า ดูแล้วน่าจะกินพื้นที่กว้างประมาณห้าไร่ได้
“อืม คิดว่าเป็ต้นเติ้งกุย” เธอค่อย ๆ นั่งคุกเข่าและใช้เสียมขุดขึ้นมาหนึ่งต้นเพื่อพิสูจน์ หญิงสาวขุดไปโดยรอบลำต้นอย่างระมัดระวังและสามารถขุดขึ้นมาได้ทั้งราก ต้นนี้ถึงลำต้นจะเล็ก แต่รากกลับใหญ่โตเหลือเชื่อ ดูไปแล้วคล้ายกับต้นโสมก็ไม่ปาน
พลอยแท้ยิ้มกว้างเมื่อเห็นรากของมัน ใช่ต้นเติ้งกุยจริง ๆ
จักรธรเดินเข้ามานั่งมองอยู่ด้านข้าง “แล้วมันต่างจากสมุนไพรอื่นยังไง”
“ต่างกันตรงที่ราคา ในสมัยเรา ต้นเติ้งกุยตากแห้งนี่ราคาโลละเป็แสนเลยนะ” พลอยแท้พูดไปด้วยขณะที่มือก็ค่อย ๆ ปัดดินออกจากรากของเติ้งกุยอย่างเบามือ
จักรธรหันขวับไปมองต้นเ่าั้ที่ขึ้นเบียดเสียดกันไปทั่วเนินเขาอย่างตื่นตะลึง หากขายทั้งหมดนี่ เงินไม่ทับพวกเขาตายไปเลยหรือ?
“โลละเป็แสนแบบนี้ก็รวยตายเลยสิ” เขาพึมพำ
“แสนบาทน่ะตอนปี 2567 ตอนนี้คงราคาไม่ถึงขนาดนั้น แต่ก็คงไม่ถูก อย่ามัวแต่พูดสิ ช่วยกันขุด ขุดแต่ต้นที่มีเส้นสีแดงขึ้นตรงใบครบทุกใบนะ จะแก่จัดได้ราคาดี ต้นอ่อนทิ้งไว้ก่อน รอแก่ค่อยมาขุด แล้วตอนขุดระวังนะ อย่าให้รากขาด”
“เธอนี่รู้เื่สมุนไพรเยอะเหมือนกันนะ ขนาดไม่ได้คลุกคลีด้วยจริง ๆ จัง ๆ” จักรธรเอ่ยปากชมพร้อมกับใช้เสียมขุดต้นแก่จัดที่อยู่ใกล้มือไปด้วย
“มันผ่านตาทุกวันนี่ โดยเฉพาะต้นนี้ ฉันจำได้ติดใจเลย เพราะมันทำให้ฉันโดนพ่อเตะจนสลบไปหนึ่งวันเต็ม ๆ ที่เผลอไปชนกระถางปลูกเติ้งกุยล้ม”
แม้น้ำเสียงของพลอยแท้ไม่ได้แฝงด้วยความเสียใจ แต่จักรธรก็อดมองอย่างเห็นใจไม่ได้ “เสียใจด้วยนะ” เขาตบบ่าเธอเบา ๆ
“ไม่เป็ไร มันผ่านไปแล้ว ตอนนี้ฉันไม่ได้เป็ลูกเขาแล้ว ไม่มีอะไรให้เสียใจอีก”
“ถ้ามันปลูกลงกระถางได้ ทำไมถึงราคาแพงอีก” จักรธรเปลี่ยนเื่ถาม
“มีแต่พยายามปลูกแต่ไม่เคยเห็นใครปลูกให้โตสำเร็จ พ่อฉันพยายามซื้อต้นอ่อนที่เขาขุดจากแหล่งมาหลายต่อหลายรอบ ราคาต่อต้นเป็หมื่น ๆ ดูแลและบำรุงแทบตายสุดท้ายก็คอพับคออ่อนเหี่ยวตายไปหมด เหมือนเอาเงินไปทิ้ง”
“ยากขนาดนั้นเชียว”
“โคตรยากเลยล่ะ เติ้งกุยชอบขึ้นในเขตป่าลึกและไม่ชอบเปลี่ยนที่ ถ้าได้ขึ้นตรงไหนก็จะขึ้นตรงนั้นซ้ำ ๆ เคยมีคนขนดินตรงจุดที่ขึ้นไปปลูกที่อื่น เติ้งกุยก็ยังไม่รอด เลยใช้วิธีไปนั่งเฝ้าในป่าลึกแทน รอแก่จัดถึงขุดมาขาย เราโชคดีมากเลยนะที่เจอมันง่าย ๆ แบบนี้”
“แปลกจัง ทำไมไม่มีชาวบ้านคนไหนเอะใจขุดไปก่อนหน้าเรา”
“คงเพราะไม่มีใครรู้จักน่ะสิ ไม่งั้นจะเหลือถึงมือเราหรือ” พลอยแท้คาดเดาความเป็ไปได้
“ถ้าเราขุดเดินถือไปตอนนี้ชาวบ้านไม่ถามกันแย่หรือ จะตอบยังไง”
“เออ...จริง...งั้นขุดเอาไปให้อุ่นใจสักยี่สิบต้นก่อน เอาซ่อนไว้ในตะกร้าข้างหลัง ค่อยไปคุยกับย่าอีกทีว่าจะทำไงต่อ”
ทั้งคู่พากันขุดไปจนเกือบเต็มตะกร้า แล้วเอาหญ้าฟางแถวนั้นคลุม้าเพื่อพรางสายตาชาวบ้านก่อนพากันเดินกลับบ้านด้วยความตื่นเต้น
“แน่ใจนะว่าดูไม่ผิด ถ้าเอาไปขายแล้วไม่โดนแจ้งจับจนติดคุกติดตะรางแน่นะ” คำพาถามอย่างไม่มั่นใจหลังจากฟังสองหนุ่มสาวเล่าเื่นี้ให้ฟังทั้งหมด
“ไม่หรอกย่า ผมเชื่อใจพลอย”
พลอยแท้อมยิ้มน้อย ๆ
แต่คำพาก็ยังลังเล ไม่ใช่เธอไม่เชื่อใจพลอยแท้ แต่เธอไม่เชื่อใจในสรรพคุณสมุนไพรชนิดนี้ต่างหาก ไม่มั่นใจว่าตัวยาข้างในมีคุณภาพดีพอที่จะขายให้คนอื่นได้ เธอกลัวหลาน ๆ จะโดนกล่าวหาว่าเป็คนหลอกลวง
เพราะคลุกคลีด้วยมาหลายเดือน จักรธรพอจะเข้าใจในสีหน้าลังเลแบบนี้ เขาจึงเอ่ยต่อ “ผมจะลองต้มรากนี้ดื่มดูเอง แล้วพรุ่งนี้จะมาบอกว่าได้ผลไหม”
“ไม่ได้” ไม่ใช่เสียงห้ามจากคำพาแต่อย่างใด แต่เป็พลอยแท้ที่นั่งอยู่ด้านข้าง
“อ้าว ทำไมล่ะ จะได้รู้สรรพคุณมันไง หรือว่าแม้แต่พลอยก็ไม่มั่นใจ”
“ไอ้ที่มั่นใจน่ะมั่นใจอยู่แล้ว แต่พลอยว่าธรอย่าลองเลย” หญิงสาวเอ่ยปากห้ามอีกรอบ
“ทำไมล่ะ”
พลอยแท้อึกอักอยู่นาน “เติ้งกุยสรรพคุณเด่นคือเพิ่มพลังทางเพศ มันเลยขายได้ราคาดี” หญิงสาวตอบเสียงเบาพร้อมใบหน้าที่แดงระเรื่อขึ้นมา
จักรธรใบหน้าแดงก่ำ ขณะที่คำพาหัวเราะออกมาเบา ๆ
จักรธรเริ่มลังเลขึ้นมาบ้างแล้ว แต่สุดท้ายความอยากรู้อยากลองก็ชนะ เขาจึงไม่สนใจฟังคำทัดทานของเธออีก