บทที่13 เจออีกครั้ง
การมาคลับดอกไม้งามรอบนี้ทุกคนแต่งตัวกันอย่างจัดเต็ม ส่วนหวังเฟิงใส่เสื้อยืด เกงเกงยีนส์แบบปกติเพียงแต่ถ้าเป็คนที่มีความรู้เื่เสื้อผ้าสักหน่อย จะรู้ว่าทั้งเสื้อและกางเกงของหวังเฟิงนั้นล้วนเป็ของแบรนด์เนมไห่ชิงหยุนที่ค่อนข้างชอบแฟชั่นจึงรู้ดีถึงระดับราคาของเสื้อผ้าที่หวังเฟิงสวมใส่ จึงคิดขึ้นในใจว่า
‘ดูเหมือนกิจการโรงฝึกของเหล่าต้าจะใหญ่โตพอควร’
ตามปกติโต๊ะด้านในฟลอร์เต้นของคลับดอกไม้งามจะต้องถูกจองล่วงหน้าลูกค้าที่ทั่วไปที่เดินเข้าร้านมาอย่าหวังว่าจะมีโต๊ะว่างให้แต่แน่นอนเื่นี้ย่อมมีข้อยกเว้น ในเมื่อพ่อของไห่ชิงหยุนเป็หนึ่งในผู้ถือหุ้นก็ย่อมมีโต๊ะพิเศษสำหรับผู้ถือหุ้นอยู่แล้ว
“คุณชายไห่โต๊ะเตรียมไว้แล้วครับ”
เพราะไห่ชิงหยุนโทรมาบอกล่วงหน้าทางคลับดอกไม้งามจึงจัดบริกรออกมาต้อนรับ ไห่ชิงหยุนเห็นดังนั้นก็เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเดินนำขบวนรูมเมทของตัวเอง พร้อมตอบกลับไปว่า “นำทางพวกเราไปหน่อย”
เมื่อทั้งสี่มาถึงที่โต๊ะก้นที่นั่งลงบนเก้าอี้ยังไม่ทันอุ่น ก็พบว่ามีคนกลุ่มนึงกำลังเดินตรงมาคนที่เดินนำหน้าสุดดูคุ้นหน้าคุ้นตาเป็อย่างดี เพราะไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเป่ยซานคู่แค้นของไห่ชิงหยุน ด้านหลังของเป่ยซานยังมีบอดี้การ์ดรูปร่างสูงใหญ่อีกสองคนเดินตามมา
“คุณชายเป่ยซานยังมีหน้ามาที่นี่อีก?” ไห่ชิงหยุนทักทายพร้อมรอยยิ้มเหยียดสูงขึ้น
เป่ยซานเืขึ้นสีหน้าพูดโต้กลับอย่างดุดัน “ทำไมฉันจะมาไม่ได้ พ่อฉันก็เป็หุ้นส่วนที่นี่เหมือนกัน”
ก่อนหน้านี้ไห่ชิงหยุนเคยเล่าให้รูมเมทฟังแล้วรอบหนึ่งตระกูลไห่ กับตระกูลเป่ย แข่งขันกันมานาน ไม่ว่าตระกูลไหนขยับตัวทำอะไรถ้าไม่คอยขัดแข้งขา ก็จะหาทางกอบโกยหาผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเองด้วยอย่างคลับดอกไม้งามนี้ก็เช่นกัน และก็ด้วยสาเหตุนี้เป่ยซานเลยพาสาวมาเลี้ยงที่คลับดอกไม้งามบ่อย ๆ เพราะนอกจากจะได้ส่วนลดแล้วเงินทองก็ไม่ไหลไปไหนอีกด้วย
วันนี้เป่ยซานก็กะว่าจะมาหิ้วสาวกลับไปนอนเหมือนเดิมเพียงแต่เห็นไห่ชิงหยุน และไอหน้าหล่อเดินมาจึงรีบเข้ามาทวงหน้าที่โดนขายไปกลับคืน เป่ยซานพกความมั่นใจมาอย่างเต็มที่บอดี้การ์ดที่พามาด้วยเคยเป็ทหารรับจ้างมาก่อน แม้แต่คนก็เคยฆ่ามาแล้ว !
“แล้วจะเอายังไง? จะแยกกันนั่งดี ๆ หรือจะเคลียร์ให้รู้เื่”ไห่ชิงหยุนเองก็ไม่พอใจเช่นกัน วันนี้กะจะมาเที่ยวสนุก ๆ ดันมาเจอปัญหาได้
เป่ยซานสูดลมหายใจเข้าจนลึกสงบสติอารมณ์ จากนั้นก็ชี้ไปที่หน้าของหวังเฟิง “วันนี้ฉันมีธุระกับเ้านี่”
หวังเฟิงเอียงคอเล็กน้อยถามอย่างสงสัย “มีเื่อะไรจะคุยกับฉันละ ?”
“ตรงนี้ไม่ค่อยเหมาะ ตามฉันไปคุยที่หลังร้าน”
ไม่รอให้หวังเฟิงตอบเป่ยซานโบกมือหนหนึ่ง บอดี้การ์ดทั้งสองคนที่ติดตามมาก็เดินมาล้อมหวังเฟิงไว้ มองแล้วหากจะไม่ไปก็คงไม่ได้ไห่ชิงหยุนคิดจะออกปากห้าม แต่เมื่อเห็นหวังเฟิงส่งสายตาห้ามไว้ จึงไม่พูดอะไรจึงเดินตามไปด้วย เผื่อมีอะไรเกิดขึ้นมาอย่างน้อย เป่ยซานก็ต้องเห็นแก่หน้าตนเองบ้าง
ที่หลังร้านเป็ซอยที่มีความกว้างประมาณสามเมตรมีไฟสลัวเลือนลางพอให้เห็นทางได้เท่านั้น ที่ประตูหลังร้านนอกจากจะมีพนักงานประจำอยู่แล้วยังมีพนักงานเฝ้าประตูหลังอยู่ด้วย
“คุณชายเป่ยคุณชายไห่” พนักงานเฝ้าประตูทั้งสองคนร้องทักพอเห็นทั้งสองคนเดินมาด้วยกันก็รู้ว่าเื่ราวคงไม่ง่าย เพราะทุกคนที่ทำงานในคลับดอกไม้งามล้วนรู้ดีว่าคุณชายทั้งสองไม่ถูกกัน
“พวกนายมีอะไรทำก็ไปทำเถอะ”
ถึงเป่ยซานจะสั่งแบบนั้นมาแต่พนักงานเฝ้าประตูทั้งสองคนก็ไม่ได้ไปไหน ยังคงยืนอยู่ตรงประตูทางเข้าด้านหลังอยู่อีกอย่าง หากเกิดเหตุอะไรขึ้นมาพวกมันทั้งสองคนจะได้เข้าห้ามทันเวลา ไม่อย่างนั้นเกิดลูกหลานเ้านายเป็อะไรขึ้นมาพวกมันคงรับผิดชอบไม่ไหว
หวังเฟิงยืนเผชิญหน้ากับเป่ยซานพร้อมกับมีบอดี้การ์ดของเป่ยซานยืนขนาบซ้าย ขวาส่วนรูมเมททั้งสามคนยืนห่างจากด้านหลังหวังเฟิงไปราวสี่ก้าว
“มีเื่อะไรก็ว่ามาเถอะฉันไม่อยากเสียเวลา แต่ไม่ว่านายจะทำอะไรขอให้รู้ไว้ว่าต้องรับผิดชอบผลที่ตามมาได้นะ”
เป่ยซานได้ยินเสียงเฉื่อยชาของหวังเฟิงก็เริ่มรู้สึกเสียหน้าเพราะไอ้หน้าหล่อคนนี้ขนาดโดนทหารมืออาชีพล้อมไว้ยังทำปากดีได้อยู่“ปากเก่งเข้าไปเถอะ จัดการมัน !”
ในมุมมองของเป่ยซานแล้ว ถึงคราวก่อนตัวมันจะพลาดท่าให้กับไห่ชิงหยุนไปแต่ฝีมือของอีกฝ่ายก็ไม่เท่าไหร่ เทียบไม่ได้กับหวังเฟิง ไอ้หน้าหล่อคนนี้เพราะขนาดบอดี้การ์ดมืออาชีพยังไม่ใช่คู่มือของอีกฝ่าย ด้วยเหตุนี้เป่ยซานจึงเสียเงินเพิ่มจ้างทหารมืออาชีพมาเป็บอดี้การ์ดให้โดยเฉพาะ ไม่สิจ้างมาเพื่อจัดการไอ้หน้าหล่อคนนี้ต่างหาก หากจัดการไอ้หน้าหล่อได้ไห่ชิงหยุนก็ไม่ต่างอะไรกับลูกไก่ในกำมือ
เพียงแต่ว่าทุกอย่างดูเหมือนจะซ้ำรอยเดิมเป่ยซานไม่เห็นว่าหวังเฟิงลงมือยังไง เพียงแค่มันเพียงกระพริบตาหนึ่งครั้งบอดี้การ์ดที่เป็ทหารมืออาชีพทั้งสองคนก็ล้มลงไปนอนกองกับพื้นแล้ว
“ยังอยากจะคุยอะไรกับฉันอีกไหม?” หวังเฟิงพูดพร้อมกับเดินก้าวขึ้นหน้าด้วยท่าทางสบายๆ
เป่ยซานเห็นดังนั้นก็ผงะถอนเท้าถอยหลังโดยไม่รู้ตัว“ยะ… อย่าเข้ามา”
“ทำไม ? กลัวขึ้นมาแล้วสิ ?” หวังเฟิงเดินขึ้นหน้าไปอีกก้าว
“ถ้าแกกล้าทำอะไรฉัน อย่าหวังว่าจะยังอยู่ที่เมืองหลวงได้อีกต่อไป”เป่ยซานพูดขู่
หวังเฟิงคลี่ยิ้มสะบัดฝ่ามือไปหนึ่งครั้งเป่ยซานรู้สึกเพียงแค่ว่าสายลมวูบหนึ่งพัดผ่าน จากนั้นพื้นดินกับท้องฟ้าก็หมุนคว่ำพลิกตลบ จากนั้น… ไม่มีจากนั้นอีกแล้ว เพราะมันได้สลบไปแล้ว ไม่รับรู้เื่ราวอะไรอีก
“ฝากจัดการที่เหลือด้วยนะครับ”หวังเฟิงพูดกับพนักงานเฝ้าประตูหลังที่ยืนอ้าปากค้างอยู่
ส่วนไห่ชิงหยุน โจวมู่หลาง โม่เฟย ก็เพิ่งได้สติตอนนี้เองนี่มันจะน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว ในใจของทั้งสามตอนนี้หวังเฟิงเปรียบได้ดั่งกับพี่ใหญ่ในวงการนักเลง พูดหนึ่งไม่มีสองแม้แต่ทหารอาชีพก็ไม่ระคายมือ ไม่รู้ว่าหวังเฟิงฝึกมาแบบไหน ถึงเก่งได้ขนาดนี้!
หวังเฟิงเดินนำทุกคนออกมา เพราะมีคนก่อกวน ทั้งสี่จึงไม่ได้กลับไปที่คลับดอกไม้งามอีกแต่เลือกที่จะไปเดินเล่นถนนคนเดินตอนกลางคืนที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลแทน ระหว่างทางไห่ชิงหยุนก็คิดขึ้นได้ว่าหวังเฟิงมีฝีมือต่อสู้เก่งกาจก็จริง แต่อำนาจของตระกูลเป่ยก็จะดูถูกไม่ได้ จึงพูดขึ้นว่า
“เหล่าต้าไม่ต้องห่วง เป่ยซานมันก็ดีแต่พูดไปแบบนั้น หรือต่อไป ถ้าเหล่าต้ามีปัญหาอะไรก็มาบอกฉันได้”
หวังเฟิงยิ้มรับ“ขอบใจ”
ถนนคนเดินเวลานี้เต็มไปด้วยผู้คน ยิ่งดึกดื่น คนเดินยิ่งคึกคักหวังเฟิงเดินนำรูมเมทมาตลอดทาง แวะชิมอาหารริมถนนซ้ายที ขวาที มีบางทีก็ได้พวกไห่ชิงหยุนกับโจวมู่หลางเป็คนแนะนำร้าน ส่วนโม่เฟย เป็ผู้ได้รับผลประโยชน์สูงสุดเพราะได้เหล่าต้าเป็คนเลี้ยงของอร่อยตลอดทาง
พอกลับมาถึงห้องพักทุกคนต่างนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงตัวเอง เพราะอิ่มเกินกว่าจะขยับตัวทำอะไรได้ แถมพรุ่งนี้ยังตรงกับวันหยุดก็เลยว่าจะนอนตื่นสายกันสักหน่อยเว้นแต่หวังเฟิงที่มีนัดกับแม่พรุ่งนี้เช้าที่ร้านรถ 4S*แห่งหนึ่งในเมืองหลวง
หวังเฟิงเองก็เป็ผู้ชายคนหนึ่งจึงอยากมีรถสักคันเป็ของตัวเองเอาไว้ขับ เวลาไปไหนจะได้สะดวกไม่ต้องคอยให้คนขับรถมารับ เพียงแต่จะให้เอารถจากโรงจอดที่บ้านมาใช้ก็ใช่ที่เพรารถแต่ละคันในนั้นล้วนแต่ผลิตมาแบบจำกัด เอามาขับในชีวิตประจำวันไม่ค่อยได้
เก้าโมงเช้าหวังเฟิงนั่งรถแท็กซี่มาที่ร้านรถ 4S ร้านนี้ถือว่าเป็ร้านระดับไฮเอนด์ตั้งอยู่ในเขตธุรกิจที่สองของเมืองหลวงรถที่ขายทุกคันล้วนเป็รถนำเข้าราคาหลายแสนหยวนดังนั้นพนักงานขายแต่ละคนจึงได้รับการอบรมมาเป็อย่างดี รู้จักสังเกตรู้จักพฤติกรรมของลูกค้าว่ามีความ้าแบบไหน
ด้วยความที่ยังเช้าอยู่ เหล่าพนักงานขายจึงยังตื่นไม่เต็มตามากนักพนักงานขายบางคนยังจัดเตรียมเอกสารอยู่เลย ในตอนที่หวังเฟิงเปิดประตูร้านเข้ามาจึงมีพนักงานขายมาต้อนรับเพียงคนเดียวเท่านั้น
“สะ...สวัสดีค่ะ” พนักงานขายสาวสวยอึ้งไปราวสามวินาที ไม่คิดว่าลูกค้าคนแรกจะเป็วัยรุ่นหนุ่มหล่อขนาดนี้
“ผมมาดูแอสตันมาร์ตินครับ” หวังเฟิงพอจะมีแบรนด์ที่จะซื้อในใจแล้ว จึงบอกพนักงานขายทันที
‘ลูกค้ากระเป๋าหนัก!’พนักงานสาวคิดในใจพร้อมเผยรอยยิ้มกว้าง “เชิญทางนี้ได้เลยค่ะ”
แอสตันมาร์ติด เป็แบรนด์รถยนต์อีกแบรนด์ที่ร้าน 4S แห่งนี้ทำการตลาด จึงมีโซนสำหรับรถแบรนด์นี้โดยเฉพาะ พอเดินมาถึงก็มีรถสีดำคันหนึ่งที่สะดุดตาหวังเฟิงมากที่สุด รถคันนี้เป็รถสองประตูสีดำดีไซน์โฉบเฉี่ยวมาก ราวกับว่ามันพร้อมจะพุ่งทยานไปข้างหน้าแม้ตัวรถจะจอดนิ่งสนิทอยู่
“คันนี้คือแอสตันมาร์ติน รุ่น ดีบีเอส ซุปเปอร์เลจเจร่า ศูนย์ศูนย์เจ็ด อิดิชั่น ผลิตมาจำนวนจำกัดแค่หนึ่งร้อยคันทั่วโลกคันที่คุณผู้ชายเห็นอยู่ตรงนี้รันหมายเลขเป็คันที่แปดค่ะ คุณลูกค้าโชคดีมากรถคันนี้เพิ่งจะเข้าศูนย์เราเมื่อคืนสดๆ ร้อน ๆ เลย”
“ขอผมดูด้านในหน่อยครับ”
พนักงานสาวเปิดประตูรถข้างคนขับออก หวังเฟิงก็ได้เห็นแผงคอนโซลสีดำดุดันถึงจะไม่ได้ดูล้ำสมัยมาก แต่มันก็ดูลงตัวเข้ากับรถดี เมื่อเข้าไปนั่งเบาะคนขับก็กระชับเข้ากับสรีระยิ่งได้ลองจับพวงมาลัยก็ยิ่งถูกใจ
“ผมเอาคันนี้ครับ”
ได้ยินลูกค้าหนุ่มหล่อตัดสินใจซื้อพนักงานสาวยิ้มรับทันที ถ้าขายคันนี้ได้อย่างน้อยๆ ก็ได้ค่าคอมมิชชั่นหลายหมื่น รีบผายมือบอกลูกค้าสุดหล่อไปว่า“เชิญคุณลูกค้ากรอกเอกสารทางนี้ได้เลยค่ะ”
พนักงานสาวพาหวังเฟิงเดินมายังส่วนรับรองของลูกค้า เพื่อทำเอกสารขั้นตอนการซื้อรถใน่เวลานี้เองประตูร้านก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง พนักงานสาวที่เป็คนดูแลหวังเฟิงพอเห็นคนที่มาก็ตาโต‘นั่นคุณชายน้อยตระกูลเป่ย เป่ยซานนี่ สงสัยวันนี้มาซื้อรถอีกแล้วถ้าเขามาช้ากว่านี้หน่อยนะ ไม่แน่วันนี้เราอาจจะได้ต้อนรับเขาก็ได้’
พนักงานสาวคนอื่นที่ว่างอยู่พอเห็นลูกค้าประจำเดินเข้ามาก็รีบพุ่งเข้ามาต้อนรับเป่ยซานถึงสามคน“ยินดีต้อนรับคุณชายเป่ยซานค่ะ”
เสียงเจื้อยแจ้วของพนักงานสาวสวยช่วยให้จิตใจที่หม่นหมองของเป่ยซานฟูฟ่อง มุมปายกเผยรอยยิ้มที่ตัวมันซักซ้อมหน้ากระจกอยู่นาน“วันนี้ฉันมาซื้อรถให้พ่อ มีรุ่นไหนที่ขับสบาย พาฉันไปดูหน่อย ใครแนะนำได้ถูกใจฉันมีรางวัลให้” พูดจบก็เดินนำหน้าพนักงานที่กุลีกุจอมาต้อนรับสายตาของมันกวาดตาไปทั่วทั้งร้านจนกระทั่งสะดุดเข้ากับใบหน้าหนึ่งใบหน้านี้เป็ใบหน้าที่เป่ยซานจดจำได้เป็อย่างดี
พนักงานสาวสวยทั้งสามคนพอรู้ว่ามีรางวัลพิเศษก็ยิ้มหวานกว่าเดิมเพียงแต่ขณะที่กำลังเดินตามคุณชายเป่ยซานเพื่อพาไปดูรถนั้น พนักงานสาวสวยทั้งสามก็สังเกตเห็นว่าสีหน้าอีกฝ่ายดูผิดปกติคล้ายกับว่าเหมือนจะปวดท้อง ?
“คุณชายเป่ยซาน เป็อะไรไปหรือเปล่าค่ะ ?”
“มะ...ไม่มีอะไร วันหลังฉันค่อยมาซื้อใหม่” พูดจบเป่ยซานก็รีบหันหลังวิ่งกลับออกไปจากร้านทันที
พนักงานสาวทั้งสามคนต่างมองหน้ากันแววตาปรากฏความงุนงงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อกี้เห็นอยู่ว่าจะมาซื้อรถชัดๆแต่ผ่านไปไม่กี่วินาทีดันไม่ซื้อแล้วคงไม่ใช่เพราะว่าวันนี้คุณชายเป่ยซานลืมพกบัตรเครดิตมาหรอกนะ ?
*ร้าน 4S : ร้านตัวแทนจำหน่ายรถยนตร์ที่มีบริการแบบครบวงจร ทั้งการขาย ซ่อมให้คำแนะนำ สำรวจ บริการต่างๆ