ตอนที่ 4 ใต้หน้าผา (4)
หลังจากการจากไปของผู้าุโหลงฝานและองค์หญิงหลงซูโหรว พวกเขาข่มขู่ทุกคนที่นี่ว่าห้ามพร่างพรายการมาเยือนขององค์หญิง “์มีั์ตา ใครอยากลองดีก็เชิญ!!” วาจานี้ดุจดั่งสายฟ้า์ผ่าลงมากลางฝูงชน พวกเขาล้วนแยกย้ายกันไปด้วยความรู้สึกหวาดสะพรึงกลัวจับจิต พลังอำนาจของราชวงศ์ัยิ่งใหญ่ไพศาล การจะลบเมืองบงกชขาวนั้นง่ายดายดุจพลิกฝ่ามือ โก่วหานที่ทราบฐานะแท้จริงของหลงซูโพรว บุรุษหนุ่มไม่เพียงท้อแท้สิ้นหวัง บนใบหน้าของเขากลับปรากฏความตื่นเต้นท้าทาย
ราชวงศ์ันั้นองอาจสูงส่งจนมิอาจเอื้อม บุคลิกภาพของหลงซูโหรวใกล้เคียงคำพูดของชาวบ้าน “ความห้าวหาญแสนเด็ดขาด” ช่างยากจะเชื่อได้สนิทใจว่าหญิงสาวที่เพิ่งจะอายุสิบห้าปีครองความเด็ดเดี่ยวดุจจักรพรรดิได้เช่นไร อย่างไรก็ตาม การเปิดเผยศักดิ์ฐานะของหลงซูโหรวได้เป็เชื้อเพลิงสำคัญแก่ชายหนุ่มอย่างถึงที่สุด ในภาพจำราชวงศ์ัเปรียบประหนึ่งไท่ซานมหาบรรพต แต่ทว่า โก่วหานพึงตระหนักรู้ว่า ตนเองนั้นอยู่ห่างจากเขาไท่ซานเพียงไม่กี่ก้าว
ขอให้ความมุมานะเป็ตัวตั้งที่เหนือกว่าเสมอ เช่นนั้น ชายหนุ่มมั่นใจยิ่ง การจะไปยืนอยู่บนยอดเขาไท่ซานมหาบรรพตย่อมไม่ใช่เื่เพ้อฝันอีกต่อไป หลังจากโก่วหานเดินออกมาจากกลุ่มคนจำนวนมาก ผู้ติดตามของเขาคนหนึ่งเป็มีผู้บรรลุในมรรคายุทธขั้นสอง แกร่งกล้ามิใช่น้อย โก่วหานหยิบของบางสิ่งออกจากชายเสื้อ มันเป็กล่องสีแดงเล็กๆใบหนึ่ง “เ้าจงลอบติดตามเ้าขยะนั่นไป แล้วนำของในกล่องนี้ไปวางไว้ดักไว้ในเส้นทางที่เ้าขยะนั่นเดินกลับ”
ผู้ติดตามเปิดกล่องตรวจสอบ ทันใด สีหน้าของเขากลับกลายเป็ซีดขาวดุจกระดาษในฉับพลัน “นายน้อย---สิ่งนี้เกี่ยวพันถึงผู้าุโฝ่ายในของหนึ่งในแปดสำนักใหญ่ัมหาธรณี… ท่านประมุขทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนเอาไว้ ใช่ว่านายน้อยจะไม่ทราบเื่นี้…” ในกล่องใบเล็กสีแดง มันเป็แก่นชีวิตขั้นสามที่มีความบริสุทธิ์สี่ส่วน ทางฝั่งผู้าุโภายในได้จ่ายค่าตอบแทนสูงลิ่วเพื่อให้ได้มาซึ่งแก่นชีวิตนี้
“แก่นชีวิต” วัตถุทรงกลมก้อนเล็กเท่าลูกปัด มันดำรงอยู่ในทุกชีวิตรวมไปถึงมนุษย์ด้วย แก่นชีวิตหาได้พบในทุกชีวิตที่หาได้ตกตายไม่ โอกาสที่จะพบแก่นชีวิตจากการสังหารสิ่งมีชีวิตนั้นน้อยอย่างยิ่งยวดเปรียบประหนึ่งเต่าตาบอดในมหาสมุทร ทุกๆสิบปี มันจะโผล่พ้นน้ำครั้งหนึ่ง บนผิวมหาสมุทรนั้นมีแอกซึ่งมีช่องเดียว เต่าตาบอดต้องสอดคอให้เข้าไปในแอกซึ่งมีช่องเดียวนี้
นี่คือมูลค่าของ “แก่นชีวิต” และยิ่งเป็แก่นชีวิตที่มีระดับขั้นสูง มูลค่านั้นยากจะประเมินได้ เนื่องจากมันมีพลังฟ้าดินอัดแน่นเต็มเปี่ยม ช่วยเร่งรัดการฝึกฝนได้เป็อย่างดี โดยไม่ะเืรากฐาน เป็การรุดหน้าในขอบเขตพลังที่ไม่มีข้อเสียใดๆ ยกเว้น มันผู้นั้นจะแบกรับพลังฟ้าดินในแก่นชีวิตมิไหว กายาต้องะเิออกแน่นอน
“แก่นชีวิตขั้นสาม” วัตถุอันเป็สมบัติตระกูลโก่วที่ตกทอดกันมาถึงเจ็ดสิบปี ต้นตระกูลกำชับไว้ว่า ให้ใช้มันในยามจำเป็เท่านั้น ไม่ว่าจะเพื่อโอกาสอันรุ่งโรจน์ในภายภาคหน้า หรือเพื่อดึงตนขึ้นมาจากปากเหว ประมุขโก่วนั้นนำสมบัติตระกูลออกมาขายเพื่อหาเงินทุนให้กับโก่วหาน ชายหนุ่มจะกลายเป็ัทะยานฟ้า ด้วยศักยภาพของเขาจะต้องเป็คนใหญ่คนโตได้แน่
การแลกเปลี่ยนซื้อขายนี้เกิดขึ้นเมื่อสี่เดือนก่อน ตระกูลโก่วถึงจะเป็ตระกูลใหญ่ในเมืองบงกชขาว ทว่าหากเทียบกับสำนักใหญ่ในัมหาธรณี ต่อให้จะเป็แค่ผู้าุโฝ่ายนอกยังนับว่าร่ำรวยกว่าอยู่อักโข ตระกูลโก่วจึงไม่ต่างอันใดไปจากตระกูลยาจก ในตอนนั้น โก่วหานศักยภาพโดดเด่นทุบทำลายประวัติศาสตร์ของอัจฉริยะในตระกูลโก่วทั้งหมด ประมุขมองการณ์ไกล เหล่าผู้าุโมองการณ์ไกล เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับโก่วหาน พวกเขานำสมบัติตระกูลออกมาทอดขายสู่ตลาด!!
ยิ่งในวันพิธีกรรมตรวจสอบพร์ โก่วหานนั้นโบยบินได้สูงกว่าผู้ใด พร์เป็รองเพียงองค์หญิงแห่งราชวงศ์ั!! และเป็รองแค่จักรพรรดิั!! ประมุขโก่วและเหล่าผู้าุโได้ทราบข่าว พลันรู้สึกว่าการตัดสินใจขายแก่นชีวิตขั้นสามนี้ถูกต้องอย่างถึงที่สุดแล้ว
“ไม่ต้องเป็กังวล ขยะชูฉินเพิ่งเดินทางเมื่อครู่ ทิศทางของมันคงจะตรงกลับกระท่อมท่านจูเก้อ พลังกายข้ากับมันต่างกันดุจฟ้าเหว พินิจจากท่าทางของมันคงดำดิ่งผิดหวัง นกตกจากที่สูงไม่ตายก็สาหัส ผนวกกับคงกลัวท่านจูเก้อผิดหวังในตัวของมัน ไม่เดินเอ้อระเหยเหม่อลอยย่อมไม่กล้าไปพบเจอท่านจูเก้อสักพัก เ้านั่นจะไม่เดินทางไปถึงกระท่อมท่านจูเก้อในเร็วนี้แน่จนกว่าจะทำใจได้ ข้าจะไปที่บริเวณกระท่อมท่านจูเก้อให้ถึงก่อนมัน แสร้งปรึกษาเกี่ยวกับสมุนไพรที่ช่วยบำรุงกายาชั้นดีเพื่อเตรียมสู่การหลอมกายา หากนี้เป็หนึ่งในกลอุบาย จากนั้น เ้าที่ติดตามมันไปจึงค่อยนำวัตถุในกล่องไปวางดักไว้ ต้องมั่นใจด้วยว่ามันจะพบเจอของสิ่งนี้ เรียบง่ายเพียงนี้ เ้าเข้าใจหรือไม่?” โก่วหานอธิบาย
ผู้ติดตามสดับฟังรายละเอียดก็พบว่าเป็งานที่เรียบง่ายจริง สำหรับผู้บรรลุมรรคาขั้นสอง การลอบติดตามคนธรรมดาไม่ให้อีกฝ่ายล่วงรู้นับว่าง่ายดายดั่งการกะพริบตา เนื้องานเพียงแค่วางของเอาไว้ หากเขาเอ่ยถามอยากทราบที่มาถึงเหตุผล “ถ้านายน้อย้าจะทำให้มันพินาศสิ้นโดยอ้างว่ามันขโมยของสำคัญ เช่นนี้ ท่านจะให้เหตุผลกับทางผู้าุโคนนั้นอย่างไร ท่านจะไม่กลายเป็ตัวตลกในสายตาของเขาหรือ ท่านประมุขจะลงโทษท่านโหดร้ายขนาดไหน ข้าไม่เห็นด้วยกับแผนการครั้งนี้ ชื่อเสียงของท่านกำลังทะยาน์ เหตุใดต้องทำให้ป่นปี้เพราะขยะ คุ้มค่าหรือนายน้อย”
สีหน้าของโก่วห่านเด็ดเดี่ยว ราวกับปัญหาที่ผู้ติดตามชี้แนะไม่อยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย “เ้าอย่าได้ถามให้มากความ ข้าสั่งการสิ่งใดจงกระทำตามเช่นนั้น ที่เหลือข้าจัดการเอง”
เขาอยู่ร่วมกับโก่วหานมาั้แ่ยังเล็ก ความผูกพันค่อนข้างสูงยิ่ง เขารู้สึกหวาดหวั่นทุกครั้งที่นายน้อยของตนกระทำการบุ่มบ่าม ถึงคอยห้ามปรามล้วนไม่คิดเชื่อฟัง ตนเองนั้นยังคิดไม่ตก ว่านายน้อยจะอ้างเหตุผลอันใดต่อหน้าผู้าุโแห่งสำนักใหญ่ นอกจากคำว่า “ข้าเผลอทำมันตก” แต่ถ้าอ้างแบบนั้นต่อหน้าตัวตนระดับชั้นแนวหน้าของัมหาธรณี เทพเซียนจะไม่พิโรธเอาหรือ… แล้วชื่อเสียงของเขาจะพังทลายลงเพียงใด คนหนึ่งนึกคำสบถด่าขึ้นมาได้เลย “หยกในมือรักษาไว้ไม่ได้ จะกลายเป็ผู้นำคนที่ยิ่งใหญ่ได้เช่นไร”
“บัดนี้ ชีวิตของมันตกต่ำขีดสุดแล้ว ข้าไม่เข้าใจ เหตุใดนายน้อยนำชื่อเสียงตนมาเดิมพัน”
โก่วหานถอนหายใจยาว เห็นแก่ที่ติดตามเขามานานปี ชายหนุ่มยอมร่ายคำอธิบาย “มันยังตกต่ำจริง หากข้า้าให้มันทุกข์ทรมานยิ่งกว่าดั่งตกนรกทั้งเป็ อยู่รอดเหมือนตกตาย มันชิงซูโหรวของข้าไป มันสนิทกับซูโหรวของข้า นับว่าไม่เกรงกลัวทัณฑ์์! การลงมือครั้งนี้เพื่อปูทางสู่เส้นทางล่มสลายของมัน!!”
ั์ตาของผู้ติดตามซับซ้อนกังวล ความกังวลที่ปิดไว้ไม่มิดนี้ มีหรือที่โก่วหานจะไม่รับรู้ เขาหันขวับเบี่ยงกายออกไป แผ่นหลังที่สง่างามของบุรุษหนุ่มปรากฏในสายตาผู้ติดตาม รัศมีบารมีไม่เหมือนกับคนอายุสิบห้าปี เอ่ยอย่างเบื่อเหนื่อยว่า “ถึงข้าไม่ได้รังเกียจคนโง่ แต่ยังคล้านจะอธิบายให้มากความ ข้าจะยอมเพียงครั้งนี้หนึ่งครั้ง การไปเยือนกระท่อมท่านจูเก้อนั้นเพื่อให้ท่านจูเก้อมาเป็สักขีพยานยามเกิดเื่ ว่าข้าไปที่นั่นจริง เมื่ออ้างทำของตกจะได้มีตัวพยานที่ดีที่สุด ข้าจะป้ายสีขยะชูฉินที่เป็บุตรบุญธรรมเขา ซึ่งบิดากลับมาเป็พยานเสียเอง เวลาเกิดข้อถกเถียง ถือว่าสร้างน้ำหนักให้แก่ฝ่ายเราได้มาก ยืนยันว่าเราไปเยือนที่นั่นจริง”
กล่าวใน่ต้น บนใบหน้าของผู้ติดตามพลันซีดเผือดไร้โลหิต เขาอยู่กับโก่วหานมานาน มีหรือจะไม่ทราบในความมุทะลุของเขา นายน้อยของตนกำลังจะอ้างกับท่านประมุขและผู้าุโจากสำนักใหญ่ว่า “ทำของตก” จริงๆ ! ! !
โก่วหานล้วนตระหนักดีว่าชายผู้นี้เป็กังวลในเื่อะไร เขาเพิกเฉยไม่สนใจ กล่าวต่อ “ข้าไม่ได้จะทำเหมือนสิ่งที่เ้ากล่าว ข้าไม่ได้จะอ้างว่ามันขโมยของ เพียงจะบอกว่า เราทำตกไว้จริงๆ แน่นอน ชื่อเสียงของข้าย่อมเสื่อมเสียหนัก อย่างไรเสีย ตอนนี้ข้ากำลังเป็ัทะยานฟ้า ผู้าุโกับท่านพ่อไม่เอาเื่ข้าหรอก อีกอย่าง มันคงดีใจที่ในภายภาคหน้ามีโอกาสได้เกาะัเกาะหงส์ด้วยซ้ำ ถึงข้าจะคาดเดาไว้อยู่แล้วว่ามันคงสรรหาวิธีมาเพื่อให้ข้าติดบุญคุณ ด้วยพร์ของข้า อนาคตไร้ขีดจำกัดเปรียบดั่งเกาะผ้าเซียนขึ้น์ ข้าจะโน้มน้าวให้ผู้าุโแปดสำนักใหญ่ไปเยือนที่นั่น ก่อนจะเดินทางถึงกระท่อมข้าจะแนะนำท่านจูเก้อให้ชายผู้นี้รู้จัก รวมถึงบอกว่า ราชวงศ์ัหมายตาจะรับไว้เป็แพทย์หลวงส่วนตัวจักรพรรดิ เช่นนี้ ข้าจะได้ยืมดาบฆ่าคน ถ้าเขาได้รู้จักกับท่านจูเก้อ แพทย์เทวะเก่งกาจสามารถ ซึ่งเป็ผู้บรรลุมรรคาขั้นสอง เ้าคิดว่า ผู้าุโผู้บรรลุระดับทะยานฟ้าขั้นหกจะกระทำการอันใด”
สีหน้าของผู้ติดตามยิ่งแตกตื่นตกตะลึงลาน เขาเหงื่อแตกพลั่ก ค่อนข้างรู้สึกว่าแผนการของโก่วหานนั้นล้ำลึกอย่างมาก ได้ฟังมาถึงจุดนี้จึงเข้าใจ ในระดับชั้นแนวหน้าของัมหาธรณี การแข่งขันของแปดสำนักใหญ่และราชวงศ์ัค่อนข้างสูงมาก แต่ทว่า ราชวงศ์ัเป็ขุมกำลังที่ทรงพลังอำนาจอย่างแท้จริง ผู้นำของทั้งแปดสำนักใหญ่ประสานพลังกันก็มิอาจยับยั้งจักรพรรดิั หากเื่เมื่อหลายสิบปีก่อน จักรพรรดิัมีบุตรีหนึ่งพระองค์เป็ที่รักและหวงแหนมาก อีกทั้งนางยังฉายแววพร์เลิศล้ำทัดเทียมบิดา แต่ลิขิตฟ้าเล่นตลก นางเป็โรคร้ายที่รอคอยเพียงความตาย
และถ้าโก่วหานแนะนำจูเก้อให้กับผู้าุโภายในได้รู้เื่ว่าเป็แพทย์เทวะเก่งกาจสูงสุด รักษาโรคหายากที่รักษาไม่ได้ ควบรวมกับคำบอกว่า จูเก้อจะกลายเป็แพทย์หลวงส่วนตัวจักรพรรดิ ผู้าุโคนนี้ย่อมรู้เจตนาหลักของราชวงศ์ัในทันที พวกมัน้าจะหาวิธีรักษาองค์หญิงผู้นั้น!! หนึ่งัอย่างจักรพรรดิัก็ทรงอำนาจพอแล้ว ถ้าปล่อยให้ัอีกตนที่ทัดเทียมกำเนิดขึ้นมา เกรงว่าชาตินี้สำนักใหญ่ต้องตามหลังราชวงศ์ัไปอีกหลายหมื่นปี!!
“นายน้อย---ท่านมีเจตนาสังหารแพทย์เทวะ…” ผู้ติดตามปรากฏความเหลือเชื่อสูงสุด ผู้คนรับรู้ในความใจบุญของแพทย์เทวะ รักษาไม่คิดค่าใช้จ่าย เป็คนสมถะถ่องแท้ ปลูกผักหาผลไม้กินเองกับบุตรชายสองคน เสื้อผ้าก็ถักเองจากไหมและหาวัตถุดิบเอง เก่งกาจครบเครื่อง คุณงามความดีของจูเก้อ ขนาดจอมโจรที่เลวทรามต่ำช้ายังไม่คิดทำให้แพทย์ผู้นี้เืออก…
ยุทธภพเปลี่ยนแปลงให้คนผู้หนึ่งกลายเป็คนเลวร้ายสุดขั้วได้ถึงเพียงนี้…
ผู้ติดตามย่อมเพียงโศกเศร้าในใจ หากเขาทำได้แค่สนับสนุนนายน้อยของตนในทุกเส้นทางที่เขาเลือกเดิน
“์เข้าข้างท่านยิ่งนัก ตอนนี้ ผู้าุโคงอยู่ที่จวนตระกูลโก่วแล้ว ชื่อเสียงของท่านคงทราบไปถึงผู้าุโ ทว่า ทั้งที่องค์หญิงหนึ่งในตัวแปรสำคัญกลับอยู่ที่นี่เช่นกัน ช่างบังเอิญที่นางบังคับมิให้ชาวบ้านแพร่งพรายการดำรงอยู่ ดูจากหน้าชาวบ้านล้วนเกรงกลัวเป็เต่าหัวหด ข่าวไม่ทราบถึงผู้าุโเป็แน่” ผู้ติดตามอธิบายเชิงวิเคราะห์เช่นกัน
“์ย่อมเข้าข้างบุตรแห่ง์”
ถ้อยคำจองหอง อากัปกิริยาเรียบเฉยไม่สนใจดั่งจักรพรรดิทอดมองโลกหล้า ผู้ติดตามเกิดความเลื่อมใสขึ้นมา มุมมองของเขาต่อนายน้อยพลิกผันครั้งยิ่งใหญ่ “ยินดีรับสั่งขอรับ นายน้อย…”
…………………………………………………..
ชูฉินสืบเท้าตรงกลับไปยังบ้านกระท่อม ปกติแล้ว ร่างกายของชูฉินที่ครบถ้วนสมบูรณ์แถมยังแข็งแรงดีใช้เวลาในการเดินทางมาบ้านกระท่อมประมาณยี่สิบนาทีเท่านั้น แต่ทว่า หลังเกิดเื่ขึ้น ชายหนุ่มเพิ่งจะเห็นกระท่อมซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณสามร้อยเมตร มาถึงจุดนี้ เขาใช้เวลาไปประมาณสามชั่วโมง นึกคิดพะวงหวาดกลัวหนักหน่วง กลัวบิดาจะผิดหวังร้ายแรง… บิดาเป็ถึงแพทย์เทวะผู้สูงส่งผู้คนเคารพทั่วแดนดิน ขนาดยังเกือบจะถูกเทียบเชิญให้ไปเป็แพทย์ในวังหลวงฝ่ายใน บุตรชายกลับเป็สุนัขตนหนึ่ง ไม่สิ… ต่ำต้อยเสียยิ่งกว่าสุนัข…
ชายหนุ่มนึกอยากจะหนีไปจากที่นี่ให้พ้นๆไป หนีไปให้ไกลจากความจริงอันโหดร้าย แต่ทว่า นึกย้อนถึงบุญคุณที่บิดาช่วยเขาเอาไว้ตั้งมากมาย การจะทิ้งหายไปแบบนี้ เกรงว่าจะโหดร้ายเกินไปหน่อย คิดเช่นนั้นชูฉินถึงกัดฟันแน่นรวบรวมความกล้าทั้งชีวิตเดินเท้ากลับมาทางกระท่อม แสงอาทิตย์แผ่สาดส่องคราวหนึ่ง ทันใดนั้น แสงประกายวิบวับดุจดาราแผดแสงเข้าตาส่องสว่างจ้าชั่วอึดใจ ยามแสงตะวันหายไปอย่างรวดเร็ว แสงประกายนี้จึงดับไป…
ชูฉินถูกประกายแสงสวยงามที่ปรากฏขึ้นในชั่วพริบตาดึงดูดเข้า มันกลับตราตรึงใจประทับจิต มันเป็ความงดงามที่ยากจะสรรหาคำใดมาบรรยาย มันอยู่เหนือจินตนาการของผู้คนมาก ถ้าจะให้เปรียบความสนใจยามแรกเห็นที่ชูฉินมีต่อประกายแสงเมื่อครู่ ราวกับโลกทั้งใบได้หม่นหมองลงเมื่อทาบเทียบกับแสงสีดังกล่าว ชายหนุ่มวิ่งตรงไปทางจุดที่เกิดแสงนั้นอย่างรวดเร็ว แฝงมาด้วยความสนใจยิ่งยวด พึงค้นพบวัตถุบางสิ่งที่จมไปในพื้นดินครึ่งหนึ่ง ขนาดลักษณะละม้ายคล้ายคลึงกับลูกปัดอย่างมาก มันเป็ลูกปัดหลากสีแปลกตา ชายหนุ่มไม่ลังเลเลยที่จะขุดมันขึ้นจากผืนดิน
เพียงสามลมหายใจ ลูกปัดแสนงามก็มาอยู่ในฝ่ามือ หนึ่งมือจับลูกปัดมองดูละเอียดยิบ ลวดลายที่สลักเอกลักษณ์ประณีตบรรจงล้วนสร้างความประหลาดใจขีดสุด “เป็ลูกปัดที่สวยงามยิ่งนัก ท่านพ่อจะต้องชอบมันแน่” คล้ายลืมเลือนเื่ที่ตนไม่มีคุณสมบัติเป็ผู้ฝึกตนเสียสนิท คนจวนใกล้จะถึงกระท่อมพลันวิ่งรี่หวังถึงจุดหมายโดยไว คิดอวดของในมือตน ใน่เวลานั้นเองที่ฝ่าเท้าของชูฉินหยุดชะงักลงที่กระท่อม สายตาที่มองบานประตูฟางเคลื่อนมองมายังลูกปัดที่ดึงดูดใจก่อนกลับมองไปที่บานประตูฟางอีกครั้งพลันออกแรงเปิดประตู
เมื่อภาพเบื้องหน้าปรากฏ สายตาสุกใสบริสุทธิ์ไร้มลทินของบุรุษหนุ่มจำต้องมืดมนในทันตา ลมหายใจขาด่… ตรงกลางห้อง มันเป็ร่างของบุคคลที่เขาคุ้นเคยที่สุดชั่วชีวิต บิดาของเขากำลังนอนจมกองเืแดงฉาน…
“ทะ---ท่านพ่อ!!”