เกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก

    บทที่ 59

    “เจ้าเป็นอะไรไป เกิดอะไรขึ้นหรือ” ภามถามเมมี่ อย่างอดสงสัยไม่ได้ เมื่อเห็นคนตรงหน้าทำสีหน้าเครียดขรึม“คือ.. คือว่า.. คือ ข้า...” เมมี่มองภามเขม็ง แต่กลับพูดจาอึกๆ อักๆ“มีอะไรก็พูดมาตรงๆ ได้เลย ไม่ต้องกลัว” ภามใช้น้ำเสียงสบายๆ พูดขึ้น เพื่อให้เมมี่หายประหม่า“...คือ ข้าทราบว่าท่านออกจะมีนิสัยไม่เหมือนใคร แต่ข้ามีเรื่องที่จำเป็นต้องเตือนท่านเล็กน้อย” เมมี่ที่เหมือนจะหาความกล้าพบแล้ว จึงกัดฟันเอ่ยขึ้น“เตือนอะไรหรือ?” ภามถามอย่างสงสัย“คือวันนี้ข้าตื่นขึ้นมาพบบางอย่าง ข้าคิดว่ามันตั้งอยู่ในจุดที่ไม่เหมาะสมนัก” เมมี่กล่าว พร้อมกับหันตัว เดินกลับเข้าไปในบ้าน ภามมองตามเมมี่อย่างงงๆ ก่อนจะตัดสินใจเดินตามนางเข้าไปในบ้าน ระหว่างเดินตามก็อดที่จะคิดไปด้วยไม่ได้ว่าอะไรที่วางในจุดที่ไม่เหมาะ แอร์? แต่มันก็ตั้งไว้เหนือหน้าต่าง ไม่น่าจะไม่เหมาะ หรือตู้เย็น? แต่ตู้เย็นปกติก็วางในครัว ข้างโต๊ะเตรียมของทำกับข้าว ก็น่าจะเหมาะดีแล้ว หรือเครื่องซักผ้า? อืม... น่าจะเป็นไปได้ วางอยู่ตรงนั้นอาจจะเกะกะเกินไป เมมี่เดินมาหยุดอยู่หน้าตู้เย็น ภามจึงหยุดตาม มองตู้เย็น และมองตำแหน่งที่มันวางอยู่ แต่ไม่ว่าจะมองอย่างไร ก็ไม่เข้าใจว่ามันไม่เหมาะสมตรงไหน “คือ ข้าคิดว่า โลงเย็นเก็บศพเช่นนี้น่ะ”“อะไรนะ! โลงอะไร” ภามถามขัดอย่างตกใจ พร้อมกับชี้ไปที่ตู้เย็น“โลงเย็นที่เอาไว้เก็บรักษาศพไงเจ้าคะ ท่านซื้อมาไม่รู้จักมันหรือ ของแบบนี้ไม่ควรวางไว้ในบ้าน มันเป็นลางไม่ดีนะเจ้าคะ” เมื่อได้พูดออกไปแล้วสักประโยค ท้อยคำตักเตือนถัดมาก็ดูเหมือนจะกล่าวได้อย่างลื่นไหลมากขึ้น“...” ภามเงียบ จ้องมองเมมี่สลับกับ ‘โลงเย็นเก็บศพ’ อย่างไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี“แต่ท่านไม่ต้องกังวลไป ไม่รู้ย่อมไม่ผิดเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้ากับอลันจะช่วยกันยกออกไปไว้ด้านนอกไกลๆ ตัวบ้านหน่อยเอง” เมมี่กล่าวปลอบใจ เมื่อเห็นภามเงียบแล้วยังทำสีหน้าประหลาดอีก“เอ่อ... ยังไม่ต้องขนออกไป ...ข้าว่าถึงเวลาพาแนะนำของใช้อีกรอบแล้วล่ะ” ภามกล่าวต่อในที่สุด หลังเหตุการณ์ชวนขำไม่ออก ร้องไห้ไม่ได้ ภามจึงเรียกทุกคนมารวมตัวกันในห้องครัว เหตุการณ์เดินแนะนำการใช้งานเครื่องใช้ต่างๆ ในบ้านเหมือนวันแรกที่พาครอบครัวอลันมาที่บ้าน จึงกลับมาอีกครั้ง “เอาล่ะ พอดีวันนี้ข้าซื้อของมาใหม่หลายอย่าง จะสอนพวกเจ้าใช้ก่อนละกัน” ภามเอ่ยขึ้น เมื่อทุกคนมายืนกันพร้อมหน้าแล้ว ภามยืนอยู่หน้าตู้เย็น จากนั้นจึงเปิดฝาตู้เย็นออก ไอเย็นจากด้านในแผ่กระจายออกมา จนอลันที่ยืนอยู่ด้านหน้าก้าวถอยหลังไปสองก้าว “น่ะ.. นี่มัน..” อลันพูดพร้อมกับชี้มาที่ตู้เย็นด้วยมือสั่นๆ“นี่เรียกว่า ตู้เย็น มันสร้างความเย็นออกมา มีไว้สำหรับเก็บถนอมอาหารให้อยู่ได้นาน เหมือนห้องเย็นใต้ดินที่เราเคยขุดกันด้านนอกนั่นแหละ” ภามรีบเอ่ยขัด ก่อนที่จะมีคนคิดชื่อพิศดาลให้ของตรงหน้านี้อีก“จริงหรือขอรับ แต่มันเหมือน...” อลันยังคงกล่าวต่อ พร้อมกับทำสีหน้าไม่ไว้วางใจเท่าไรนัก“เอาละ ไม่ว่ามันจะเหมือนอะไรก็ตาม แต่เชื่อข้าเถอะว่ามันมีไว้เก็บรักษาอาหารให้อยู่ได้นานขึ้น มีมันแล้วชีวิตจะสะดวกสบายขึ้นเยอะ ...ต่อไปเวลามีเนื้อสด ก็นำมาเก็บไว้ในนี้ มันจะช่วยให้เก็บเนื้อสดไว้ได้นานกว่าสัปดาห์เลยทีเดียว” ภามอธิบายต่อไป“โห จริงหรือเจ้าคะ ของวิเศษเช่นนี้ต้องใช้พลังเวทย์เยอะหรือไม่” เมมี่ถามอย่างตื่นเต้น เมื่อรู้ถึงประโยชน์ของตู้เย็น“เอ่อ.. มันไม่ได้ใช้พลังเวทย์ มันใช้พลังงานไฟฟ้า”“ไฟฟ้า?” ทุกคนกล่าวออกมาอย่างสงสัย“เป็นพลังงานอย่างหนึ่ง เหมือนที่เจ้าใช้ตอนเปิดพัดลม หรือเครื่องทำน้ำอุ่นนั่นแหละ” ภามอธิบายเพิ่มเล็กน้อย ทุกคนพยักหน้ารับ แม้ว่าจะยังไม่เข้าใจนักก็ตาม ภามเห็นว่าทุกคนดูเหมือนจะหมดคำถามกับตู้เย็นแล้ว ภามจึงเดินนำมาที่ข้างหน้าต่าง หยิบรีโมทแอร์ที่ติดอยู่บนผนังมาถือไว้ในมือ พร้อมกับชี้ขึ้นไปที่ด้านบนหน้าต่าง “สิ่งนี้เรียกว่า แอร์ เวลาจะใช้งานก็กดเปิดปิดที่ปุ่มนี้” ภามอธิบาย พร้อมกับชี้ไปที่ปุ่มบนรีโมท พร้อมกับทดลองกดเปิดแอร์ให้ดู“มีลมออกมาเหมือนพัดลมเลยขอรับ” อามินกล่าวอย่างกระตือรือร้น“ใช่ คล้ายๆ กัน แต่สิ่งนี้ให้ความเย็นที่มากกว่า เวลาจะเปิดแอร์พวกเจ้าต้องปิดประตูหน้าต่างให้สนิทก่อนด้วย” ภามอธิบายต่อ“ขอรับ/เจ้าค่ะ” ทุกคนตอบรับอย่างพร้อมเพรียง“อ้อ ส่วนปุ่มที่มีรูปลูกศรชี้ขึ้นลงนี้ เอาไว้ปรับอุณหภูมินะ หากหนาวเกินไป พวกเจ้าก็กดปุ่มที่ลูกศรชี้ขึ้น แต่หากร้อนเกินไป อยากให้อากาศเย็นลง ก็กดปุ่มลูกศรที่ชี้ลง” ภามอธิบายเพิ่ม พร้อมกับชี้แต่ละปุ่มให้ดู เมื่ออธิบายวิธีการใช้แอร์เสร็จแล้ว และไหนๆ ก็เปิดแอร์แล้ว ภามจึงให้ทุกคนช่วยกันปิดประตูหน้าต่าง ปล่อยให้แอร์ทำงานต่อไป ก่อนจะเดินนำทุกคนออกมาจากห้องครัว เดินไปยังเครื่องซักผ้าที่ตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่งของทางเดินระหว่างห้องครัวกับห้องนั่งเล่น “สิ่งนี้เรียกว่าเครื่องซักผ้า มันมีไว้...”“มีไว้ทำอะไรหรือขอรับ” อลันถามขึ้น เมื่อเห็นว่าอยู่ๆ ภามก็หยุดพูด พอจะอธิบายถึงวิธีการใช้งานเครื่องซักผ้า ภามก็พบปัญหาบางอย่าง นั่นก็คือ เขาไม่มีผงซักฟอกกับน้ำยาปรับผ้านุ่ม!! ทุกวันนี้เมมี่ที่เป็นคนซักเสื้อผ้าให้ทุกคน โดยใช้น้ำด่างจากขี้เถ้า หรือก็คือน้ำที่ได้จากการนำขี้เถ้ามาต้ม แล้วทิ้งไว้ให้ตกตะกอน จากนั้นนำมาใช้เป็นน้ำแช่ผ้าสลายคราบสกปรกก่อนนำไปทุบหรือขยี้ “เอ่อ... เครื่องนี้เอาไว้ก่อนก็แล้วกัน ตอนนี้อุปกรณ์ยังไม่ครบ มันยังใช้งานไม่ได้” หลังจากนั่งไปสักพัก ภามจึงกล่าวต่อ“ขอรับ/เจ้าค่ะ” ทุกคนตอบรับกลับมาอย่างงงๆ“จริงๆ ยังมีของบนดาดฟ้า กับกังหันน้ำที่ลำธารหลังบ้าน แต่ของพวกนั้นพวกเจ้าไม่ต้องใช้งานอะไร ไว้จะได้ใช้ข้าค่อยมาอธิบายอีกที ตอนนี้แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ตัวเองก่อนได้เลย” ภามบอกให้ทุกคนแยกย้ายได้ เมื่อตัดสินใจว่าจะยังไม่อธิบายเรื่องการผลิตไฟฟ้าของเครื่องต่างๆ ที่เพิ่งซื้อมา หลังจากนั้นทุกคนจึงแยกย้ายกันไปทำงานตามกิจวัตรของตนเอง เมมี่กลับไปทำอาหารเช้าในครัว อลันออกไปรดน้ำต้นไม้ ส่วนอามิน และแอนเน่ออกไปให้อาหารม้า เช้านี้ภามดูเหมือนจะว่างที่สุด จึงตัดสินใจออกไปช่วยอลันรดน้ำต้นไม้ ทั้งสองคนช่วยกัน จึงใช้เวลาน้อยกว่าปกติก็รดน้ำจดเสร็จ ส่วนอามินกับแอนเน่ใช้เวลาครู่เดียวก็ให้อาหารม้าเสร็จ จึงเข้าไปนั่งรอทานอาหารอยู่ในครัวก่อนแล้ว ภาม และอลันแวะล้างมือล้างเท้าที่ก๊อกหน้าบ้าน ก่อนจะพากันเดินตามกลิ่นอาหารที่ลอยมาตามสายลมเข้าไปในครัว เมื่อเข้ามาในครัวก็พบว่า อาหารถูกวางไว้บนโต๊ะพร้อมแล้ว ภามกับอลันจึงนั่งลงในตำแหน่งประจำของตน จากนั้นทุกคนจึงเริ่มลงมือทานอาหารเช้าตรงหน้า

    คล้ายกับเรื่องเกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก ที่คุณอ่าน