การตามหาอุปกรณ์ลำดับที่สี่กินเวลาทั้งบ่าย
ซันทิ้งข้อมูลพิกัดคร่าวๆ ไว้ในเครื่องก่อนจะถูกมิร่าพากลับไป อาเรียกับมิวเลยต้องไล่เก็บส่วนที่เหลือเอง กับรายชื่อเขตที่ซันส่งไว้ให้ ค่อยๆ และใช้สัญชาตญาณการััเวทมนตร์ของมิวก็ทำให้สามารถระบุบพิกัดได้
แต่สมาธิของอาเรียไม่ได้อยู่กับงานเลยสักนิด
มันลอยกลับไปที่เบาะหลังรถตู้ทุกครั้งที่เธอเผลอ — ไปที่ร่างของซันที่ทรุดลงหมดแรง ไปที่มือของมิร่าที่กดไหล่เขาไว้ ไปที่ประโยคที่ยังค้างอยู่ในหูเธอ
"คิดว่ามีใครในนี้เข้าใจอาการของพี่ชายเท่าหนูไหมล่ะ"
เธอสะบัดความคิดทิ้ง แล้วยกโทรศัพท์ขึ้นโทรออก
สายต่อติดที่เสียงต่ำหนักของผู้ชายวัยกลางคน
"ลุงนากพูด"
อาเรียรายงานตามจริง เื่ที่ซันสรุปว่าอุปกรณ์เชื่อมกันเป็เครือข่าย เื่ที่คนทำน่าจะมีสองมือสองระดับ เื่ที่พวกเขาถูกกลุ่มคนลอบโจมตีในที่สาธารณะตอนที่เธอแยกออกไป
ปลายสายเงียบฟังจนจบ แล้วถอนหายใจ
"ฟังดูไม่ใช่เื่เล็กแล้วสินะ" ลุงนากพูด "แต่ปัญหาคือ ่นี้หน่วยสืบเวทยุ่งมาก มีเคสใหญ่ค้างอยู่หลายอัน เคสแบบของพวกเธอ พูดตรงๆ นะ มันยังไม่ด่วนพอจะให้ฉันสั่งเ้าหน้าที่ลงทันที"
"แล้วเมื่อไหร่ถึงจะลงได้"
"อีกสักสี่ห้าวัน พอเคลียร์ของที่ค้างอยู่ได้ ฉันจะดันเื่นี้ขึ้นมา" เขาหยุดนิดหนึ่ง "ระหว่างนี้อย่าเพิ่งบุ่มบ่าม ถ้าอีกฝ่ายเริ่มส่งคนมาแล้ว แปลว่าพวกมันเริ่มระแวงแล้ว คนแบบนั้นแหละที่อันตรายที่สุด"
"เข้าใจค่ะ"
เธอวางสาย
มิวที่เดินอยู่ข้างๆ มองเธอด้วยสายตาสงสัย
"ว่าแต่...เธอมีเบอร์ของเขาได้ไง จอมเวทแรงค์ S ระดับนั้นไม่ใช่ใครจะโทรหาได้ง่ายๆ นะ"
"เขาเป็คนขอเบอร์ฉันเองเมื่อ 5 ปีก่อน" อาเรียตอบ เรียบ ไม่ขยายความ
มิวเปิดปากจะถามต่อ แต่อะไรบางอย่างในน้ำเสียงของอาเรียทำให้เธอกลืนคำถามนั้นลงไป
พวกเขาเดินไปเรื่อยๆ จนแสงเริ่มเปลี่ยนเป็สีเย็น
"อาเรีย" มิวเอ่ยขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เสียงจริงจังกว่าเดิม "ฉันว่ามันแปลกมากเลยนะ ทั้งซัน ทั้งเด็กที่อ้างตัวว่าเป็น้องสาวนั่น"
"เธอพูดอย่างนี้มาตลอดเลยนะ"
"ฉันพูดจริงนะ" มิวหยุดเดิน "ััเวทมนตร์ของฉันมันบอกอะไรไม่ชัดเจน แต่ฉันกังวลว่ามันจะเกี่ยวกับพวกของเล่นพวกนั้น"
อาเรียหยุดเดิน
"พลังเวทของมิร่ามันมีส่วนคล้ายกัน" มิวพูดต่อ เสียงเบาลง "ฉันรู้ว่ามันฟังดูบ้า แต่ทุกครั้งที่ฉันอยู่ใกล้เด็กคนนั้น ฉันรู้สึกเหมือนตอนยืนใกล้อุปกรณ์ในแลปเลย"
เงียบไปครู่หนึ่ง
"….. ฉันว่าไม่เป็ไรหรอก" อาเรียพูดในที่สุด
"อาเรีย…."
"ซันน่ะคือคนที่มีไหวพริบที่ดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมานะ" อาเรียมองเพื่อนของตัวเอง "ถ้ามันเป็อย่างที่เธอคิด เขาก็ต้องรู้แต่แรกอยู่แล้ว"
ไม่ใช่ว่าอาเรียไม่เคยกังวล
เธอกังวลมาตลอด เื่ที่ซันใช้เวทน้อยผิดปกติ เื่ที่เขารู้จักตรอกย่านโคมแดงดีเกินไป เื่ที่เขาลังเลทุกครั้งที่เข้าใกล้มิร่า เื่ที่หน้าของเด็กคนนั้นคุ้นจนเธอนอนคิดไม่ตก มีหลายอย่างที่น่าสงสัย
แต่เธอเลือกแล้วว่าจะเชื่อใจ ไม่ใช่เพราะไม่เห็นพิรุธ แต่เพราะเห็นแล้วยังเลือกเขาอยู่ดี นั่นคือความหมายของมัน
เธอพูด ครึ่งหนึ่งให้มิว อีกครึ่งให้ตัวเอง
"ฉันเลือกเขา และเขาก็เลือกฉัน ส่วนนั้นต่างหากที่สำคัญที่สุด"
มิวมองเธอ แล้วก็ไม่พูดอะไรต่อ
ชั่วโมงเร่งด่วน รถไฟฟ้าจึงแน่นจนแทบขยับไม่ได้
อาเรียเลือกมันแทนการะโไต่ตึกกลับ — ไม่ใช่เพราะทำไม่ได้ แต่เพราะวันนี้เธอไม่อยากจะเจอตำรวจ เธอไม่อยากเพิ่มข้อหา "ใช้เวทเกินข้อกำหมดในที่สาธารณะ" เข้าไปอีก
มิวยืนเบียดอยู่ข้างๆ ไม่ยอมแยกกลับบ้าน อ้างว่าเป็ห่วงซัน อยากแวะดูให้เห็นกับตาว่าเขาโอเค
ระหว่างที่รถไฟฟ้าแล่นผ่านเมืองที่ไฟเริ่มติด อาเรียก็เพิ่งรู้ตัวว่า — หนึ่งเดือนที่คบกันมา นี่เป็ครั้งแรกที่เธออยู่ห่างซันนานขนาดนี้
ไม่กี่ชั่วโมงที่ ไม่ได้เห็นหน้า ไม่ได้ยินเสียงเหน็บแนมกวนๆ ของเขา ไม่ได้เถียงกันเื่ไร้สาระสักเื่
และมันทำให้เธอรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่เธอไม่เคยยอมรับกับตัวเองมาก่อน ว่าเธอติดเขา ติดมากกว่าที่คิด คนที่เคยยืนคนเดียวได้สบายมาตลอดชีวิต ตอนนี้ใช้เวลาทั้งวันคิดถึงผู้ชายคนเดียว จะทำอะไรก็คิดถึงเขา
ก่อนถึงคอนโด เธอแวะร้านที่ซันชอบ ซื้อข้าวกล่องเมนูที่เขาสั่งประจำติดมือกลับไปด้วย
เผื่อเขาหิวหลังตื่น เผื่อจะได้กินด้วยกัน เผื่อจะได้เล่าให้เขาฟังว่าวันนี้เจออะไรมาบ้าง
เธอกดลิฟต์ขึ้นชั้นบนด้วยใจที่เต็มไปด้วยความโหยหาที่เพิ่งยอมรับ มิวเดินตามมาข้างหลัง
แล้วเธอก็เปิดประตูห้อง