เมื่อเอกลับมาเขาก็เจอมาริน่าที่ออกมาจากหลังร้านและกำลังชวนสองสาวไปเที่ยวตลาดสองสาวเลยตกลงที่จะไปด้วยและเนื่องจากที่เอต้องไปร้านเกราะรูริเธอเลยจะไปชวนฟิราทไปด้วยกัน เมื่อรูริเรียกแม่ให้มาเฝ้าร้านพวกเราเลยยกขบวนกันไปยังร้านตรงข้ามหลังจากที่ริรูชวนฟิราทไปเที่ยวตลาดเขาได้ตอบตกลงทันทีก่อนที่จะวิ่งหายไปหลังบ้านแล้วกลับมาพร้อมกับแม่ที่จะมาเฝ้าร้านต่อจากเขา และเขาจึงสังเกตุเห็นเอ
“เออ คุณฟิราทผมขอดูเกราะ lv.10 หน่อยครับ”
“ครับคุณเอ อันนี้ดีไหมครับ ตัวนี้เป็ตัวท็อปของรุ่นนี้เลยครับเพิ่มเกราะมากกว่าปกติและยังเหมาะสำหรับป้องกัน่ลำตัว”
Scale Vest(ปกติ lv10)
ระดับ:ฟ้า
พลังป้องกันกายภาพ : 15
พลังป้องกันเวทย์ : 0
ความเร็วในการเดิน: -3%
ระดับความทนทาน : 200/200
คำอธิบาย: เกราะที่ถูกออกแบบให้เหมือนกับซิกแพคของคน โดยการเย็บแผ่นเกราะติดเข้ากับเสื้อกั๊ก สามารถปกป้อง่ลำตัวได้เป็อย่างดี สร้างจากปรมาจารย์ช่างทำเกราะ แค่นั้นแหละ
“ราคาเท่าไหร่ครับ”
“ตัวนี้ราคา 45 เหรียญเงิน แต่่นี้มีโปรพิเศษลดเหลือ 35 เหรียญเงิน”
“งั้นผมเอาตัวนี้แหละครับ” หลังจากที่เอเดินเอาเกราะไปไว้แล้วนั้นพวกเราทั้งห้าคนก็พากันออกไปเดินตลาดอย่างสนุกสนานก่อนที่จะเดินกลับมาตอนเที้ยงวันหลังจากที่กินข้าวเสร็จแล้วเอจึงบอกเอเลน่ากับมาริน่าว่าเขาจะต้องไปทำเควสไกล
“พี่ต้องรีบกลับมานะ”
“ได้พี่จะกลับมาก่อนที่เธอจะรู้ตัวซะอีกตัวเล็ก”
“สัญญาแล้วนะ”
“จ้า สัญญา” เอลูบหัวของมาริน่าก่อนที่จะมองไปยังเอเลน่า
“ผมไปก่อนนะ”
“ไปดีมาดีนะ” เอกล่าวก่อนที่จะหันหลังจากมา
14.00 ณ บริเวณค่ายทหารของเมือง
ผู้คนมากมายมายังค่ายทหารของเมืองที่ตั้งอยู่ชานเมืองซึ่งตัวค่ายได้ลอมด้วยกำแพงขนาดใหญ่ทำให้มองไม่เห็นบริเวณด้านในสิ่งที่สังเกตุเห็นก็มีเพียงอาคารขนาดใหญ่สูงตระหง่านเท่านั้นที่เอมองเห็นได้จากกำแพง เอซึ่งตอนนี้มานั่งแอนหลังรออยู่ใต้ต้นไม้ข้างทางเข้าค่ายกำลังกัดผลแอปเปิลมองดูผู้คนมากมายที่มาพร้อมกันกับเพื่อนบ้าง มาพร้อมกับกิลบ้างมีทั้งกิลที่กำลังประกาศหาคนเข้ากิลก็มีว่าถึงกิลแล้วเมื่อเอสงสัยเขาเลยถามคนข้างๆว่ากิลมันมีเงื่อนไขอะไรที่จำเป็ในการสร้าง ด้วยความสงสัยเขาเลยถามคนที่เข้ามานั่งหลบแดดด้วยกันกับเขา
“มันต้องใช้แต้มบุญต่างๆรวมกันให้ได้ 10000 แต้ม”
“แล้วมันหาจากไหนละพี่”
“ก็นั้นนะสิตอนนี้ไม่ว่าจะทำเควสหรือฆ่ามอนเตอร์ก็ยังไม่มีใครได้แต้มบุญซักแต้ม”
“สงสัยเราคงต้องรอดูหลังจบเควสนี้ละมั่งครับ”
“ก็ต้องรอดูต่อไปเอาละจวนจะได้เวลาแล้วไปกันเถอะ”
“ปะไปกันเถอะ” พวกเขาสองคนเริ่มเดินไปต่อแถวเข้าค่ายทหารเมื่อเอ เขามาแล้วเขาก็พบกับกองทหารมากมายที่ยืนประจำที่ของตัวเองพร้อมทั้งเขาเห็นแม้กระทั่งผลปืนที่ถือปืนเหมือนกับปืน Lee-Enfield ปืนไรเฟิลที่ใช้ในาโลกครั้งที่หนึ่งพวกเขาแต่ตัวด้วยเกราะที่ปกคลุมส่วนสำคัญของร่างกายดูกลายๆจะเหมือนหุ่นเหล็กถือปืนอย่างไรอย่างนั้นและแล้วเมื่อพวกนักพจนภัยถูกจัดหมวดหมู่โดยทหารที่ต้อนพวกเรานักพจนภัยไปยังบริเวณที่จัดไว้แล้วไม่นานเอก็เห็นชายร่างสูงล่ำเดินออกมายังหน้าลานที่เป็เหมือนเวทีคอนเสิร์ท เขาคนนั้นหยุดนิ่งก่อนที่จะเอ่ยออกมาด้วยเสียงอันทรงพลังแต่ก็อ่อนโยนในเวลาเดียวกัน
“สวัสดีผู้กล้าทุกท่านที่อยู่ ณ ที่ตรงนี้และไม่ได้อยู่ ณ ที่ตรงนี้”
“นานมาแล้วพวกเราได้สูญเสียครอบครัว พี่น้อง ญาติสนิทมิตรสหายให้เหล่าอสูรร้ายเ่าั้”
“ข้าเชื่อว่ามันเป็ความทรงจำที่เลวร้ายที่ยากจะลบสำหรับหลายๆคนรวมถึงข้าด้วย”
“เรายอมนิ่งเฉยมานานร่วม 20 ปีเพื่อวันนี้”
“วันนี้คือจุดเริ่มต้นของจุดจบของเหล่าอสูรร้าย”
“จุดจบของอสูรพลากทุกอย่างไปจากเรา”
“ด้วยกองกำลังของพวกเราในตอนนี้”
“จะนำจุดจบมาสู่เหล่าอสูร” เมื่อเขาพูดเสร็จเขาก็ยกมือที่กำหมัดแน่นขึ้นก่อนที่จะเปล่งเสียงออกมาดังๆ
“ฆ่า”
“ฆ่า”
“แก้แค้นให้แก่พี่น้องเรา”
“ฆ่า”
“แก้แค้นให้แก่พ่อแม่เรา”
“ฆ่า”
“ฆ่ามันเพื่อกษัตริย์ของเรา”
“ฆ่า”
“ฆ่ามันเพื่อองค์ริชาร์ด”
เสียงตอบรับก้องกังวาลไปไกลทั่วอาณาจักรภูริอันเนื่องจากได้มีการส่งสัญญาณภาพและเสียงไปทั่วอาณาจักรและในขณะนั้นเองฝาครอบของอาคารด้านหลังกษัตริย์ริชาร์ดก็ค่อยๆเปิดออกเผยให้เห็นถึงอากาศยานรูปร่างเหมือนเรือเหาะขนาดใหญ่
“ไปกันเถอะผู้กล้าทั้งหลายสู่าล้างแค้นของพวกเรา” เมื่อพระองค์พูดเสร็จก็หันหลังและเดินไปทางเรือเหาะและในขณะนั้นประตูหน้าของเรือเหาะก็ค่อยๆเปิดออกมารับพระองค์เมื่อพระองค์หลับตาไปกองทัพก็ทยอยขึ้นเรือเหาะไปและปิดท้ายด้วยเหล่านักพจนภัยที่นำทีมโดยกิลมาสเตอร์ที่มาั้แ่ตอนไหนก็ไม่รู้ก่อนที่เรือเหาะที่เหมือนยานอินฟินิตี้ในเกมฮาโลจะค่อยๆลอยขึ้นไปสู่า าล้างแค้นที่จะมอบชื่อให้แก่กษัตริย์ริชาร์ด เป็ริชาร์ด ผู้ทำลายล้าง