ตอนที่ 15 เสี่ยวหงผู้น่าสงสาร (4)
ซย่าเสี่ยวฉานพยักหน้า กล่าวว่า “พี่หญิง วันนี้ข้าจะต้องพาท่านไปให้ได้ พี่หญิง หลังจากนี้ข้าจะไม่ทำให้ท่านทุกข์ทรมานอีก”
ั้แ่เล็ก ภายใต้การยุยงของซย่าเสี่ยวจี๋ ลูกผู้พี่หญิงตระกูลลุงซย่า ซย่าเสี่ยวฉานมักจะถูกฝางซื่อมารดาตระกูลซย่ายกกระบองอันใหญ่ไล่ตี หลายต่อหลายครั้งก็ถูกตีจนเดินแทบไม่ได้ ขาทั้งคู่มีรอยเืเป็จ้ำ ทุกครั้งล้วนเป็พี่สาวผู้นี้ที่คอยหาข้าวหาน้ำมาให้นาง ดูแลด้วยความเอาใจใส่
ในตระกูลซย่าก็มีเพียงพี่สาวผู้อ่อนโยนผู้นี้ที่ดีต่อตนที่สุด
ซย่าเสี่ยวหงได้ยินซย่าเสี่ยวฉานบอกว่าจะต้องพานางไปให้ได้ น้ำตาก็ไหลราวกับน้ำพุทันที
ซย่าเสี่ยวฉานเห็นว่าพื้นเย็นจึงยื่นมือไปจับแขนของซย่าเสี่ยวหง คิดจะพยุงนางขึ้นมา ไหนเลยจะรู้ว่าเพิ่งออกแรง ใบหน้าของซย่าเสี่ยวหงก็ปรากฏความเ็ปอย่างถึงที่สุดออกมาทันที ซย่าเสี่ยวฉานใ มองที่แขนของนางจึงพบว่ามีแผลใหญ่ยาวเป็แถบ บ้างก็เป็แผลเป็แล้ว บ้างก็กำลังเืออก
นี่เป็เพียงาแบริเวณแขน เกรงว่าาแที่อื่นที่มองไม่เห็นจะทำให้คนหวาดกลัวยิ่งกว่า
แม่ลูกสกุลชุยคู่นี้ช่างใจดำอำมหิตยิ่งนัก ไม่มีจิตสำนึกเลยแม้แต่น้อย
ซย่าเสี่ยวฉานไม่อยากอยู่แม้แต่วินาทีเดียว พูดออกไปทันทีว่า “พวกท่านปรึกษากันดีแล้วหรือยัง หากปรึกษาเสร็จแล้ว พวกเราก็ไปที่หมู่บ้านหลักเพื่อเป็สักขีพยาน ข้าจะได้พาพี่สาวข้าไป”
ดวงตาสามเหลี่ยมชั่วร้ายของชุยกวงกุ้นพิศมองซย่าเสี่ยวฉานั้แ่ศีรษะจรดปรายเท้า ตอนนี้เอง เ้าเด็กทึ่มก็ขยับตัวขวางหน้าคนผู้นั้น ปกป้องซย่าเสี่ยวฉานไว้ข้างหลังทันที
ในใจซย่าเสี่ยวฉานรู้สึกอบอุ่นอย่างอดไม่ได้
ยามนี้ ชุยกวงกุ้นหัวเราะอย่างน่าหวาดกลัว กล่าวว่า “เ้าจะซื้อเด็กชั่วคนนี้ไปใช่หรือไม่ ได้ ข้าขายให้พวกเ้าได้ แต่ว่าราคาต้องไม่น้อยกว่าห้าสิบตำลึง ขาดไม่ได้แม้แต่ตำลึงเดียว”
หลังจากที่ได้ฟัง แม้จะรู้ว่าครอบครัวเลวทรามเช่นนี้ต้องตั้งราคาสูงเสียดฟ้าแน่นอน แต่ก็ยังคงหลุดหัวเราะ ‘พรืด’ ขบขัน
ซย่าเสี่ยวฉานหัวเราะเย้ยหยัน เอ่ยว่า “ชุยกวงกุ้น ท่านฝันไปหรืออย่างไร ฝันไม่ตื่นหรือ” เมื่อเห็นความมืดมนบนใบหน้าของชุยกวงกุ้นกับมารดาของเขา นางก็เอ่ยเสียงเรียบ “พวกท่านรู้หรือไม่ว่าห้าสิบตำลึงเป็เงินเท่าไร ห้าสิบตำลึงสามารถซื้อหมั่นโถวได้กี่ลูก ห้าสิบตำลึงสามารถใช้ได้นานเพียงใด ตลาดมืดข้างนอก ห้าสิบตำลึงสามารถซื้อเด็กสาวมีน้ำมีนวลได้ทั้งคน ท่านดูสิว่าพี่สาวข้าถูกท่านทรมานจนมีสภาพไม่เหมือนมนุษย์ไม่เหมือนผีเช่นนี้ จุ๊ๆ อย่าว่าแต่ห้าสิบตำลึงเลย ห้าตำลึงเกรงว่าจะซื้อไม่ได้ด้วยซ้ำ มีห้าตำลึงนั้น เหตุใดข้าถึงไม่ไปซื้อแม่นางน้อยที่สดใสนุ่มนวลนั้นแทนเล่า ทำไมข้าถึงต้องจ่ายเงินห้าตำลึงซื้อหญิงชราที่แก่หงำเหงือกไร้ซึ่งความงามผู้หนึ่งด้วย”
แม่เฒ่าชุยผู้นั้นหัวเราะอย่างน่าพรั่นพรึง แค่นเสียง ‘เพ้ย’ หนึ่งคำ แล้วกล่าวอย่างโหดร้าย “ไม่มีเงินก็ไม่ต้องมาซื้อคน เฮอะ พวกยาจก ไสหัวไป โอ้เอ้ตรงนั้นอยู่ครึ่งค่อนวัน ไม่ใช่เอาเงินออกมาไม่ได้หรอกหรือ นางตัวดี ข้าจะบอกอะไรเ้าให้ หากเ้าจะซื้อก็ต้องเอาเงินมาห้าสิบตำลึง มิเช่นนั้น พรุ่งนี้ข้าจะให้นางตัวดีนี่ไปรับแขก”
ความอาฆาตในแววตาของซย่าเสี่ยวฉานกะพริบผ่าน รอยยิ้มไม่เปลี่ยน ซ้ำยังหวานยิ่งขึ้น
ซย่าเสี่ยวฉานพูดว่า “แม่เฒ่าที่รัก จะรีบร้อนไปทำไม พวกเราเป็ญาติสนิทกัน การค้าต้องค่อยๆ เจราจา ท่านดูสิ ท่านอายุปูนนี้แล้ว หากบัลดาลโทสะจนล้มป่วยคงไม่ดีมิใช่หรือ”
แม่เฒ่าชุยเหลือบมองนางอย่างน่ากลัวแวบหนึ่ง เอ่ยว่า “ห้าสิบตำลึง ห้ามขาดแม้แต่ตำลึงเดียว”
ซย่าเสี่ยวฉานส่ายหน้า “ห้าตำลึง!”
“ห้าตำลึงหรือ ให้เงินไล่ขอทานหรืออย่างไร ไป! อีกเดี๋ยวข้าจะให้ลูกชายมัดภรรยาเขาไว้ คืนนี้นางต้องรับแขก!”
เห็นหญิงผู้นี้เหลือกตา สีหน้าชั่วร้าย ดูจากแววตาของนางแล้วซย่าเสี่ยวฉานพบว่าหญิงผู้นั้นพูดจริง คิดไม่ถึงว่านางคิดจะมัดพี่เสี่ยวหงรับแขกจริงๆ