อีกด้านหนึ่ง
.
.
ณ ถนนในเขตป่าสงวน เวลา 14:30 นาฬิกา
- เคย์ talk -
"เฮ้ย ไปไหนของมันวะ?" ขณะนี้ผมกำลังขี่มอเตอร์ไซค์คันโปรดตามหลังรถแท็กซี่คันหนึ่งซึ่งคาดว่ามีเ้าคนโหลยโท่ยนั่งอยู่ในนั้น แต่แทนที่รถคันนั้นจะเลี้ยวเข้าเมืองกลับมาอีกทางซึ่งต้องผ่านเขตอนุรักษ์ธรรมชาติที่มีแต่ป่าเต็มไปหมด ยิ่งขับออกไปเท่าไหร่อีกห่างไกลจากตัวเมืองมากขึ้น ไม่รู้ว่าคนขับแท็กซี่พามาทางลัดหรือ้าจะทำอะไรกันแน่?
"ลองโทร...ไม่สิ เราไม่มีเบอร์หมอนั่นนี่หว่า (-*-)" พอคิดจะโทรหาอีกฝ่ายเพื่อซักถามก็นึกขึ้นได้ว่าตนไม่ได้ขอเบอร์ติดต่อเอาไว้ ช่องทางสื่อสารอื่นก็ไม่มี ได้แต่ขับตามมาเรื่อยๆแบบนี้มันเสียเวลาชะมัด ทำยังไงดีวะ!
"หืม? ทำอะไรของมัน?" ในระหว่างนั้นเองก็เห็นปลายนิ้วเล็กๆเขียนอะไรสักอย่างบนกระจกด้านหลังรถด้วยความเร่งรีบ ฮาจิมะใช้ริมฝีปากเป่าลมใส่กระจกให้เกิดฝาพร้อมบรรจงเขียนอักษรบางอย่าง ซึ่งผมไม่สามารถแปลความหมายได้เนื่องจากอยู่ไกลเกินไป จึงค่อยๆเร่งเครื่องเข้าไปดูใกล้ๆและสามารถจับใจความได้ว่า...
[หนี ไป มี โจร]
"ฮะ! พูดจริงปะเนี่ย?" เมื่ออ่านจนจบก็ต้องลดความเร็วเล็กน้อยเพื่อถอยห่างจากรถแท็กซี่คันนั้นอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ดูน่าสงสัย แต่คำถามมากมายเกิดขึ้นในหัวเต็มไปหมด ทำไมหมอนั่นเจอโจรอีกแล้ววะ? เมื่อกี้ก็พึ่งโดนทำร้ายไปหมาดๆตอนนี้ก็มาโดนปล้นอีก ทั้งที่โอกาสการเกิดเื่แบบนี้น้อยมากๆในชีวิตประจำวัน แต่หมอนั่นกลับเจอติดกันสองครั้งในวันเดียว โคตรดวงซวยจริงๆ
"แล้วจะให้หนีไปเนี่ยนะ! บ้าหรือเปล่าวะ" ขับตามมาตั้งนานแล้วจู่ๆเปลี่ยนเส้นทางตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วเว้ย เข้ามาซะลึกจนจะถึงเส้นทางใหม่อยู่แล้ว อีกอย่างถ้าเกิดหมอนั่นโดนปล้นจริงๆแล้วใครจะช่วยมัน? ก็ต้องเป็ผมนะสิถูกมั้ย!
"หาเื่ให้ตลอดเลยเว้ย!"
.
.
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
.
.
ณ ที่ไหนสักแห่ง เวลา 15:30 นาฬิกา
- ฮาจิมะ talk -
"ลงไป" เมื่อคนร้ายในคราบคนขับรถแท็กซี่ทำการจอดรถได้สำเร็จ เขาก็รีบเปิดประตูพร้อมจ่อปืนเพื่อให้ผมเดินออกมาโดยเร็วที่สุด แน่นอนว่าผมไม่สามารถขัดขืนได้ จึงจำเป็ต้องยกมือขึ้นพร้อมเดินคอตกลงมาจากรถแต่โดยดี
"จะทำอะไร?"
"เงียบๆแล้วเดินไป!" ทางคนร้ายยังคงปกปิดเป้าหมายที่แท้จริงก่อนจะเข้ามาผลักให้ผมรีบๆเดินเข้าไปในอาคารร้างแห่งหนึ่ง ที่นี่คาดว่าเคยเป็อาคารสำหรับปฏิบัติการลับอะไรสักอย่างเพราะแค่ทางเข้าก็รู้สึกวังเวงอย่างบอกไม่ถูก ภายในอาคารมีแต่เศษซากปรักหักพังซึ่งคาดว่าไม่ได้รับการดูแลมาเป็ปี ระหว่างที่พวกเราเดินเข้าไปก็ได้ยินเสียงฝีเท้ากระทบพื้นตามจังหวะการเดิน บ่งบอกว่าที่นี่ไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่นอกจากพวกเราแน่นอน
แอ๊ด~
"เฮ้ย! พาตัวมันมาละ"
"โถ่เอ้ย! ช้าชะมัด"
"ทำไงได้ละ ดันมีตำรวจอยู่ในพื้นที่ด้วย เลยใช้เวลานานกว่าที่คิด"
"เออๆช่างมัน ว่าแต่หมอนี่เหรอหลานของไอ้แก่นั่น?"
"('~')" ผมได้แต่ยืนมองหน้าชายแปลกหน้าสองคนที่เอาแต่พูดเื่ที่ผมไม่เข้าใจ ชายคนใหม่ที่พึ่งเจอหน้าเดินเข้ามาหาผมเพื่อสำรวจรูปร่างหน้าตาอย่างพินิจพิจารณา ก่อนที่เขาจะกดร่างของผมให้นั่งลงกับเก้าอี้ตัวใหญ่โดยมีคนถือปืนเล็งไว้ไม่ห่างตัว พวกเขากระซิบกระซาบกันอยู่สองคนโดยมีการเอาเชือกเส้นใหญ่มามัดข้อมือของผมไว้กับพนักพิง ก่อนจะใช้ถุงพลาสติกสีดำคลุมศีรษะของผมไว้จนไม่เห็นรอบด้าน และหลังจากนั้นผมก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นนอกจากเสียงกระซิบที่ได้ยินเพียงเล็กน้อย
"แน่ใจนะว่าไม่มีคนตามมา?"
"อืม ตอนออกจากโรงงานก็เห็นแวบๆว่ามีมอเตอร์ไซค์ตามมาคันหนึ่ง แต่ไม่รู้หายไปไหน"
"ช่างมัน คงเป็พวกเดินป่า รีบๆจัดการให้จบๆเถอะ"
"อืม ตั้งกล้องเลย" ผมได้ยินบทสนทนาเพียงแค่นั้นก่อนจะได้ยินเสียงเครื่องไม้เครื่องมือกระทบกระเทือนรอบๆตัว ซึ่งใช้เวลาไม่นานพวกเขาก็ทำการติดตั้งอุปกรณ์ได้สำเร็จ ก่อนจะดำเนินการตามแผนที่วางเอาไว้
พรึบ!
"เฮ้ย! ไอ้แก่ขี้เหนียว หลานมึงอยู่ในมือกูแล้วเว้ย ถ้าไม่อยากให้หลานมึงเป็อะไรไปก็ส่งเงินมาสิบล้านภายในเที่ยงคืนนี้ เงินสดเท่านั้น เอาไปวางไว้บนยอดเขาซากะแล้วกูจะปล่อยหลานมึงไป แล้วอย่าเล่นตุกติกละ ไม่งั้นจะไม่จบแค่หลานของมึง" คนร้ายในคราบคนขับแท็กซี่เป็ฝ่ายเดินมาดึงถุงดำออกจากศีรษะของผมก่อนจะพูดข่มขู่ผ่านทางกล้องวิดีโอที่พวกเขาติดตั้งเมื่อสักครู่ ซึ่งจากที่ฟังจับใจความได้ว่าพวกเขามีความแค้นกับคุณลุงของผม แล้วคง้าเงินจำนวนมากจึงใช้วิธีนี้เพื่อล้างแค้นในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยได้ ผมที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ก็พลอยเดือดร้อนไปด้วย แล้วแบบนี้เื่ราวจะเป็ยังไงต่อไปละเนี่ย
ปึก ปึก
'มีใครอยู่มั้ย!'
"เฮ้ย! / เชี่ย! ใครวะ" โดยไม่ทันตั้งตัวจู่ๆก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นฉับพลัน ทำให้คนร้ายสองคนแตกตื่นกันยกใหญ่ก่อนจะโยนงานให้อีกคนเป็ฝ่ายรับหน้าแทน
"มึงออกไปดิ"
"ไม่! มึงนั่นแหละออกไป เดี๋ยวจะเอาตัวประกันไปซ่อนก่อน"
"เดี๋ยวกูทำเอง มึงออกไปเลย"
"ไม่! กูไม่ไป" พวกเขาเถียงกันไปมาเหมือนเด็กๆจนเสียงข้างนอกเริ่มดังมากขึ้นจนสุดท้ายคนขับแท็กซี่ก็ทนไม่ไหวเป็ฝ่ายออกไปรับหน้าแทนโดยมีอีกคนรีบดึงตัวผมหลบมาอยู่หลังเสาก่อนจะตั้งใจฟังสิ่งที่พวกเขาคุยกัน
แอ๊ด~
'หืม? คุณเป็ใคร?' แค่ได้ยินน้ำเสียงที่คุ้นเคยก็พอเดาได้แล้วว่าใครกำลังสนทนาด้วย ต้องเป็นายเคย์แน่ๆเลย โถ่เอ้ย! บอกให้หนีไปยังจะตามมาอีกนะ
'เอ่อ...ผมแค่มาหามุมถ่ายภาพครับ'
'ถ่ายภาพในที่แบบนี้นะเหรอ?'
'ครับ พอดีผมชอบธรรมชาติครับ'
'คุณรู้ไหมว่าที่นี่เขาไม่ให้เข้าโดยพลการนะ'
'ผมไม่รู้จริงๆต้องขอโทษด้วยครับ เดี๋ยวผมจะรีบเก็บของแล้วไปเลยครับ'
'ดี ว่าแต่...เห็นผู้ชายรูปร่างเล็กแถวนี้บ้างมั้ย?' เมื่อถึงคำถามนี้ก็เกิดความเงียบฉับพลัน ผมไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้นแต่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายอยู่สักพักจนอีกคนที่อยู่ด้วยกันรีบออกไปสมทบอีกแรง นั่นจึงเป็โอกาสให้ผมได้ดิ้นรนจากพันธนาการโดยเร็วที่สุด แต่พยายามเขย่าตัวออกจากเก้าอี้เท่าไหร่ก็ไม่หลุดออกไปสักที บ้าชะมัด! พวกมันต้องกลับมาก่อนแน่ๆ
"เฮ้ย"
"เห้ย! ใหมด (-0-)" ในระหว่างนั้นเองก็มีเสียงร้องทักขึ้นใกล้ๆตัวทำให้ผมสะดุ้งโหยงเพราะนึกว่าโดนจับได้ที่พยายามจะดิ้นหนี แต่กลายเป็พ่อหนุ่มเคย์นั่นเองที่เป็ฝ่ายเข้ามาหา เขาเป็คนจัดการเ้าโจรกระจอกเพียงคนเดียวโดยยอมลงทุนแต่งเป็คุณตำรวจที่ไม่รู้ไปเอาชุดมาจากไหน เขาใช้มีดสั้นอันเดิมตัดเชือกเส้นใหญ่ให้ขาดก่อนจะรีบดึงให้ผมลุกขึ้นเพื่อออกจากที่นี่ทันที
"นี่มึงไปก่อวีรกรรมอะไรไว้ฮะ!"
"พวกนั้นมันตั้งใจจะเรียกค่าไถ่จากคุณลุง ก็เลยจับฉันที่เป็หลานของเขามาเป็ตัวประกัน"
"โถ่...ไอ้ลูกคุณหนูเอ้ย! อยู่กับมึงมีแต่เื่ให้ปวดหัวทั้งวันเลยเว้ย"
"ก็ไม่ได้อยากให้เกิดเื่สักหน่อย"
"ไม่ต้องพูดแล้วรีบเดิน--"
ปัง!
"เคย์!!" ในระหว่างที่พวกเรากำลังก้าวเท้าออกจากที่นี่ คนร้ายอีกคนที่ยังได้สติรีบคว้ากระบอกปืนใกล้ๆตัวเหนี่ยวปืนมาทางพวกเราโดยกระสูนทะลุเข้าต้นแขนของเคย์เต็มๆ ผมได้แต่ร้องเสียงหลงมองกองเืจำนวนมากกำลังหลั่งไหลออกมาจากปากแผล เคย์กัดฟันแน่นไม่ส่งเสียงใดๆออกมาขณะยกมือปิดแผลให้สนิทก่อนจะเดินไปเตะปากคนร้ายคนนั้นให้นอนสลบไปอีกครั้ง
"เวรเอ้ย! มีปืนด้วยเหรอวะ!"
"นะ นายพักก่อนมั้ย? เดี๋ยวเรียกรถพยาบาลให้"
"ไม่ต้องยุ่ง ของแค่นี้จิ๊บๆ" ไม่ว่าเปล่าเคย์หาไม้แหลมๆตามพื้นมางัดเอากระสูนออกเองหน้าตาเฉย ทำให้ปากแผลฉีกมากขึ้นจนผมไม่กล้าดูอีกต่อไปจึงเบี่ยงหน้าไปทางอื่น เขากัดฟันทนความเ็ปขณะใช้ไม้แคะลูกกระสูนออกได้สำเร็จ ก่อนจะฉีกเสื้อตัวเองมาพันแผลเพื่อให้เืหยุดไหลชั่วคราว จากนั้นเขาก็เดินตัวปลิวกลับไปที่รถอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"เฮ้อ...ครั้งแรกเลยนะที่ให้คนอื่นขึ้นรถ ดังนั้นอย่าทำเบาะเลอะเด็ดขาดจำเอาไว้"
"เดี๋ยว! จะไปไหน?"
"กลับบริษัทดิถามได้"
"เอาจริงดิ! นี่นายไม่ไปหาหมอจริงเหรอ?"
"ไม่เอา เดี๋ยวแผลก็หายเอง ช่างมันเหอะ"
"แต่--"
"จะมาไม่มาฮะ! ไม่งั้นทิ้งไว้นี่นะเว้ย!" เพราะคำขู่ของเคย์ทำให้ผมได้แต่ปิดปากเงียบก่อนจะค่อยๆขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์สุดรักสุดหวงของเขา โดยที่สายตายังคงจับจ้องไปที่าแด้วยความเป็ห่วง แต่เ้าตัวยืนกรานว่าจะไม่ไปโรงพยาบาลท่าเดียว เอาไงดี...
"ถ้าไม่ไปโรงพยาบาลงั้นต้องยอมให้ทำแผลนะ"
"ก็บอกว่าไม่ต้องมายุ่ง เดี๋ยวมันก็หายเอง"
"กว่าจะหายแผลเน่าพอดี อย่างน้อยเหยาะยาสักหน่อยจะได้บรรเทาอาการได้"
"ตอนนี้ก็ไม่ได้เจ็บอะไร"
"ก็ตอนนี้มันชาอยู่ ถ้าหายชาเมื่อไหร่ได้ร้องจ๊ากแน่"
"ใครร้องจ๊ากกันแน่? เมื่อกี้น้ำตาเล็ดแล้วไม่ใช่หรือไง"
"ไม่ใช่สักหน่อย จำผิดแล้ว (-_-)" พวกเราเถียงกันไปมาโดยผ่านเส้นทางธรรมชาติหลายกิโล แต่น่าแปลกที่คนๆหนึ่งซึ่งพึ่งเจอหน้ากันกลับประสบพบเจอปัญหาร่วมกันและแก้ไขปัญหาพร้อมกัน และตอนนี้มานั่งพูดคุยกันทั้งที่ตอนแรกผลักไสกันจะเป็จะตาย ทำไมถึงกลายเป็แบบนี้ไปได้นะ...
.
.
.