ในเวลากลางคืนที่เงียบสงัดภายใต้ชายคาจวนของเ้ากรมคลัง จะมีเพียงสองแม่ลูกที่อยู่ภายในห้องเก่าๆซอมซ่อท้ายจวน แต่สองแม่ลูกก็อยู่กันอย่างมีความสุข ถึงแม้ว่าเรือนใหญ่จะดูหรูหราโอ่อ่ากว่า แต่สองแม่ลูกก็ไม่เคยคิดอยากจะย่างกรายเข้าไปอาศัยอยู่ที่นั้นแม้แต่นิดเดียว
“ท่านแม่นอนได้แล้วเ้าค่ะ เลิกเย็บเสื้อผ้าของข้าเสียทีเดี่ยวข้าจัดการเอง”
เยว่เล่อไม่อยากอยากให้แม่ของตนต้องมานั่งหลังขดหลังแข็งทำอะไรเพื่อตนเองแบบนี้
“เดี๋ยวแม่เย็บตรงนี้ให้เสร็จก่อนค่อยนอนก็ได้ ลูกไปนอนก่อนแม่เถิด”
นางบอกบุตรสาวของนาง
“ไปนอนเถิดนะท่านแม่นะ นะ เชื่อข้าเถิดท่านอย่าดื้อเลย”
เยว่เล่อรีบไปจัดแจงท่านแม่ของตนโดยจัดการเอาเสื้อผ้าที่นางเย็บอยู่ไปเก็บที่อื่น แล้วพยุงแม่ของตนขึ้นไปเตียงนอนของนางทันที
“เ้านี่เป็อย่างไรก็เป็อย่างนั้นั้แ่เล็กจนโตมิยอมที่จะให้แม่ต้องมาลำบากเพราะเ้า”
“ก็ข้ามีท่านแม่เพียงคนเดียวอย่างไรเล่า ข้าจะไม่ยอมให้ท่านต้องมาลำบากเพราะข้าอีกต่อไปแล้ว ดูซิตอนนี้ข้าโตพอที่จะดูแลท่านได้แล้วนะ”
นางพูดพร้อมกับยืนขึ้นแล้วยกมือทั้งสองผายออกให้แม่ตนเห็นว่านางนั้นโตขึ้นเพียงไร
“เอาล่ะแม่รู้แล้วว่าลูกของแม่เป็เด็กดีแค่ไหน แม่รักลูกนะเยว่เล่อ”
พูดกับลูกสาวของตนด้วยความเอ็นดูแล้วนางก็ล้มตัวลงนอน ส่วนเยว่เล่อก็รีบไปห่มผ้าให้แม่ของตน พอดับไฟแล้วก็ออกจากห้องนอนแม่ของตนมาอย่างรวดเร็ว
กลางดึกที่เงียบสงัดชาวบ้านต่างก็หลับใหลจนเมืองทั้งเมืองเงียบสนิทจะมีก็เพียงหญิงสาวชุดดำที่มีรูปร่างผอมเพรียวบาง นางได้ปิดบังใบหน้ามิให้ใครเห็น บัดนี้นางได้ใช้วิชาตัวเบาวิ่งไปตามหลังคาบ้านอย่างคล่องแคล่วว่องไว โดยวิ่งสลับกับกระโดอย่างคุ้นชิน ครั้นเมื่อมาถึงบ้านเศรษฐีคนหนึ่งนางก็เข้ามาได้อย่างง่ายดาย โดยนางหลบสายตาของเวรยามที่เดินตรวจตาดูอยู่ภายในบ้านหลังอย่างมืออาชีพ ครั้นเมื่อถึงห้องที่เป็เป้าหมายนางก็เข้าไปทันทีโดยสิ่งที่้าก็คือเงินจำนวนหนึ่ง แต่บ้านของเศรษฐีคนนี้เป็คนที่คอยขูดเืขูดเนื้อชาวบ้านโดยการปล่อยเงินกู้และเก็บดอกที่มากกว่าเงินต้นหลายเท่าจนบางครั้งมีชาวบ้านต้องฆ่าตัวตายเพราะเขา เพราะหากไม่จ่ายเงินต้นตามที่เขากำหนดเขาจะยึดบ้านยึดที่นาเสียจนหมดสิ้น ครั้นเมื่อหญิงสาวชุดดำนั้นได้เงินตามที่้าแล้วนางก็รีบออกจากห้องนั้นทันที แต่ทันใดนั้นก็มีเวรยามที่เดินตรวจตราแถวนั้นเห็นนางเข้าอย่างจัง
“มีขโมยเร็วเข้ามีขโมย”
ชายฉกรรจ์หลายคนก็รีบวิ่งเข้ามาล้อมนางไว้แต่ก็ไม่สามารถที่จะหยุดนางได้ นางจัดการพวกมันเสียราบคาบก่อนที่จะใช้วิชาตัวเบาเหาะขึ้นไปบนหลังคาแล้วหนีไปอย่างรวดเร็ว ในระหว่างที่สาวชุดดำนั้นกำลังวิ่งไปตามหลังคาบ้านก็มีชายชุดดำอีกคนหนึ่งโผล่มา โดยเขานั้นก็ได้วิ่งตามนางไปบนหลังคาอย่างคุ้นชิน
“หยุดก่อน หยุดก่อน รอข้าด้วย”
เสียงของชายชุดดำเรียกนาง
“อ้าวเ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้ามาที่นี่”
“ข้าจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเ้าคิดเช่นไร ข้าอยู่กับเ้ามาตั้งกี่ปี”
“เ้าช่างแสนรู้นักนะเฝิ่นลู่...”
นางกระซิบเบาๆที่ข้างหูของเขา แล้วนางก็รีบวิ่งสลับกับะโวิ่งไต่ไปบนตามชายคาอย่างรวดเร็วจนเฝิ่นลู่ต้องรีบตามนางไปอย่างไม่รีรอ
“เดี๋ยวๆข้าไม่ใช่สุนัขนะจะมาแสนรู้ได้อย่างไรรอข้าด้วยๆ”
“ไม่รอเก่งจริงก็ตามข้ามาให้ทัน”
ทั้งสองก็วิ่งตามกันไปอย่างสนุกสนาน หญิงสาวชุดดำนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนางก็คือเยว่เล่อ นางรู้สึกว่าตนเองมีอิสระมากกว่าอยู่ในจวนเสียอีกหากเป็ไปได้อยากจะออกมาจากจวนนั่นเสีย หากออกมาใช้ชีวิตตามประสาแม่ลูกอยู่ข้างนอกดั่งเช่นชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งก็คงจะดีไม่น้อย ไม่นานเยว่เล่อมาหยุดที่กระท่อมเก่าๆซอมซ่อที่อยู่กลางป่าหลังหนึ่ง ภายในกระท่อมนั้นก็มีเสียงไอของหญิงชรานางหนึ่งที่ดังออกมาไม่ขาดสาย เยว่เล่อเปิดประตูเข้าไปทันที และทันทีที่หญิงชรานั่นเห็นนางก็ไม่ได้เกรงกลัวแต่อย่างใดกลับแสดงท่าทีดีใจออกมา
“นังหนูเ้าเป็อย่างไรบ้างข้าไม่เห็นเ้าเสียหลายวัน”
“ข้าสบายดี...ท่านยายอาการเป็อย่างไรบ้างดีขึ้นไหม”
“ตามประสาคนแก่นั่นแหล่ะเ้าไม่ต้องกังวลกับข้าหรอก”
เยว่เล่อนางก็หยิบถุงผ้ายื่นให้หญิงชราคนนั้นไป
“ท่านยายเอาไว้ไปหาหมอซื้อยามากินเสียนะ เดี๋ยวข้าจะมาเยี่ยมท่านใหม่”
เฝิ่นลู่ที่มากับนางเห็นอย่างนั้นก็อดที่จะชื่นชมนางเสียมิได้ที่เห็นนางทำเช่นนี้
“นังหนูข้าไม่เอาเงินนี่แล้ว เ้าเอามาให้ข้าเยอะเกินไป...”
“รับไว้เถิดท่านยาย หากไม่รับไว้จะทำให้ข้าเป็ห่วงท่านนะ”
พูดจบนางก็จับถุงเงินถุงนั้นยัดใส่มือหญิงชรานั่นอย่างไวแล้วนางก็รีบลากลับเพราะตอนนี้ใกล้จะรุ่งสางแล้ว
“เ้าจงรักษาตัวของเ้าให้ดีนะนังหนู”
เสียงของหญิงชรานั่นร้องตามหลังนางมา นางหันกลับไปพยักหน้าให้กับหญิงชราแล้วก็รีบวิ่งกลับไปจวนของนางทันที ส่วนเฝิ่นลู่นั้นก็ตามส่งนางจนถึงจวน
“เ้ากลับไปได้แล้วเฝิ่นลู่ ขอบใจเ้ามาก”
“เ้าก็รีบไปพักผ่อนบ้างข้ากลัวว่าพรุ่งนี้เ้าจะตื่นทำงานไม่ไหว”
“คนอย่างข้านะเหรอทนทายาดเ้าไม่ต้องห่วง”
นางพูดแล้วก็เอามือตบที่อกตัวเองให้เขาดู ส่วนเฝิ่นลู่รู้สึกเอือมระอากับนาง ที่นางไม่เคยจะนึกถึงตัวเองเสียเท่าไหร่ หากนางใช้ร่างกายเช่นนี้เขากลัวว่านางจะคงไม่ได้แก่ตายเป็แน่
“เ้ารีบเข้าไปเถอะให้เ้าเข้าไปก่อนข้าถึงจะกลับ”
เขาบอกให้นางรีบเข้าไปส่วนนางนั้นก็ไม่รอช้ารีบกระโดข้ามกำแพงไปอย่างรวดเร็ว โดยที่มีเขายืนมองด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุขเมื่ออยู่กับนาง
ณ กระท่อมกลางป่าลูกศิษย์สองคนกำลังง่วนอยู่กับการฝึกวรยุทธ ต่างก็ไม่มีใครยอมใครเยว่เล่อกับเฝิ่นลู่พวกเขาประลองฝีมือกันอย่างเอาเป็เอาตาย เฝิ่นลู่นั้นถึงแม้จะเป็ชายอกสามศอกรูปร่างสูงโปร่ง และหน้าตาก็ดูหล่อเหล่า แต่เขาก็ไม่เคยที่จะชนะกับเยว่เล่อเลยสักครา สาเหตุที่เขาอยากจะชนะนางได้บ้างสักครา ก็เพราะอยากแสดงให้เห็นว่าในอนาคตเขาจะเป็คนที่คอยปกป้องนางเอง แต่เยว่เล่อนางไม่ได้้าให้เฝิ่นลู่มาคอยตามดูแล เพราะนางถือว่านางก็สามารถดูแลตัวเองได้โดยที่ไม่ต้องคอยเป็ภาระใคร และเยว่เล่อก็ไม่ค่อยอยากจะรับรู้ถึงความรู้สึกที่เฝิ่นลู่มีต่อตนเสียเท่าไหร่ ในระหว่างที่ท่านผู้เฒ่านั่งตกปลาสบายใจอยู่ข้างริมแม่น้ำข้างๆกระท่อมนั้น ก็มีเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งมุ่งหน้ามาที่กระท่อมของตน แต่ท่านผู้เฒ่ากลับมิได้สะทกสะท้านแต่อย่างใด ก็จะมีเพียงศิษย์ทั้งสองของตนที่กำลังตั้งท่าจะรับมือกับคนกลุ่มใหญ่เ่าั้ ครั้นเมื่อคนกลุ่มนั้นมาถึงที่หน้ากระท่อม พวกเขาก็พากันยืนเรียงแถวกันอย่างเป็ระเบียบ และเปิดทางให้กับใครคนหนึ่งที่กำลังลงมาจากรถม้า เขาคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน เขาก็คือฮองเต้ของแคว้นฉินหนานที่บัดนี้เขาอยู่ในชุดธรรมดาซึ่งหากใครเห็นก็มองว่าเป็ชาวบ้านธรรมดา แม้กระทั้งยอดฝีมือที่ติดตามมาก็ยังแต่งตัวแบบชาวบ้านธรรดาเพื่อไม่เป็ที่สังเกต ฮองเต้ได้เดินตรงดิ่งไปหาท่านผู้เฒ่าที่กำลังนั่งตกปลาอย่างสบายใจ แต่ท่านผู้เฒ่าก็ไม่ได้หันไปมองฮองเต้แต่อย่างไรกลับใจจดใจจ่ออยู่กับเบ็ดตกปลาของเขา ส่วนศิษย์ทั้งสองก็รีบมายืนอยู่ข้างอาจารย์เพื่อคอยป้องกันหากมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากล
“พวกเ้าคาราวะศิษย์พี่ของพวกเ้าเสียเถิด”
ทั้งสองมองหน้ากันเลิ่กลั่กเพราะไม่รู้มาก่อนว่าอาจารย์ของตนจะมีลูกศิษย์คนอื่นที่มิใช่พวกตนทั้งสอง
“คาราวะศิษย์พี่เ้าค่ะ คาราวะศิษย์พี่ขอรับ”
“ข้าน้อยคาราวะอาจารย์”
เมื่อศิษย์น้องทั้งสองทำความเคารพเขาแล้วศิษย์พี่คนนั้นก็รีบกล่าวทักทายอาจารย์ ซึ่งการมาของฮองเต้ครั้งนี้ไม่ได้มาอย่างเป็ทางการแต่เป็การมาแบบส่วนตัวมิได้้าให้ใครรู้ แม้กระทั้งเยว่เล่อกับเฝิ่นลู่ยังไม่รู้เลยว่าเขามีฐานะเป็อะไร
“ไม่เจอกันตั้งนานเ้าเป็อย่างไรบ้าง”
“ข้าก็งานยุ่งเหมือนเดิม.... ข้าอยากจะมาคาราวะอาจารย์ตั้งนานแต่ก็ไม่ได้มาจนล่วงเลยไปก็หลายปี”
“ข้าเข้าใจ......งานของเ้านั้นมิได้เหมือนคนอื่น กว่าเ้าจะมีเวลามาหาข้ามันไม่ใชเื่ง่าย”
ครั้นฮองเต้ก็สนทนาอยู่กับอาจารย์ของเขาด้วยความคิดถึง ต่างก็คุยสัพเพเหระกันอยู่อย่างนั้นเพราะไม่ได้เจอกันก็กินเวลาไปหลายปี ส่วนเยว่เล่อก็รีบไปชงชามาให้ศิษย์พี่อย่างรู้งาน จะว่าไปแล้วฮองเต้เห็นนางก็รู้สึกถูกชะตาอย่างบอกไม่ถูกสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้าของเขานั้นเหตุใดช่างหน้าตาคุ้นชินเสียเหลือเกิน
“ศิษย์น้องตอนนี้เ้าอายุเท่าไหร่แล้วหล่ะ”
“ข้าอายุ20ปีแล้วเ้าค่ะ เหตุใดท่านถึงถามอายุของข้า”
“เ้าอยากจะไปทำงานกับข้าหรือไม่”
เยว่เล่อได้ฟังเช่นนั้นนางก็ดีใจแทบจะตัวลอย
“อยากไปซิเ้าคะงานอะไรข้าทำหมด”
“ดีๆข้ารู้สึกถูกชะตากับเ้ามาก ถ้าอย่างนั้นอีกสามวันข้าจะให้คนมารับเ้าที่นี้”
เยว่เล่อนางไม่ได้สนใจหรอกว่าเขาจะให้ทำงานอะไร สิ่งที่นางคิดก็คืออยากหนีออกจากจวนนรกนั่นให้พ้นๆไปเสียที หากนางไปไหนคนในจวนก็ไม่ได้สนใจใยดีนางอยู่แล้วที่นางห่วงก็จะมีแต่ท่านแม่ของนาง แต่ท่านแม่ของนางก็นับว่าเป็อนุคนหนึ่งหากแต่นางเอ่ยปากก็คงไม่มีใครจะกล้าที่จะรังแกนางเสียเท่าไหร่ แต่ความเป็จริงท่านแม่ของเยว่เล่อมักจะไม่ค่อยถือสาคนอื่นเสียเท่าใดจึงมักถูกรังแก และก็จะมีบ่าวไพร่บางคนในจวนที่ยังเคารพท่านแม่ของนางอยู่และก็คอยช่วยเหลือท่านแม่ของนางบ้างเมื่อโดนรังแกเวลาที่นางไม่อยู่ และนางคิดไปไกลจนถึงว่าวันหนึ่งจะสามารถพาท่านแม่ของตนออกมาจากจวนนั่นให้เร็วที่สุด ส่วนท่านผู้เฒ่าก็ได้แต่นั่งยิ้มอยู่อย่างนั้นเพราะเหมือนจะรู้ว่าอนาคตของนางกำลังจะสดใสเพราะศิษย์พี่ของนาง ครั้นเฝิ่นลู่ได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ยอมที่จะให้เยว่เล่อไปคนเดียวก็อาสาขอตามไปทำงานด้วย ฮองเต้ก็ไม่ว่าอะไรกลับยินดีที่จะได้ศิษย์น้องทั้งสองมาช่วยงาน แต่ศิษย์น้องทั้งสองของตนกลับยังไม่รู้ถึงฐานะที่แท้จริงของตนเลย เขาก็คิดใจในว่าจะเอาอย่างไรดีหรือไว้ค่อยบอกวันที่มารับพวกเขาทั้งสองก็แล้วกัน เขาก็นึกอยากจะตำหนิอาจารย์ของเขาสักหน่อยที่ไม่ยอมช่วยเปิดเผยฐานะของเขาให้ทั้งสองรู้ กลับนั่งยิ้มอย่างมีความสุขอยู่อย่างนั้น