บทที่ 2 ชื่อเสียงในค่ายทหารไม่ดี
จางวั่งยืนอยู่ข้าง ๆ มองดูภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง
ก่อนหน้านี้ตอนเจียงเยว่อยู่ในค่ายทหาร เธอหยิ่งยโสและชอบรังแกคนอื่น ทำให้เหล่าภรรยาทหารคนอื่น ๆ หวาดกลัว
ผู้บังคับบัญชาระดับสูงถึงกับเคยเรียกผู้บังคับกองพันไปคุยหลายครั้ง แต่ผู้พันกลับไม่เคยตำหนิพี่สะใภ้เลย
จางวั่งที่เคยชินกับท่าทางเอาแต่ใจของพี่สะใภ้ พอมาเห็นท่าทางแบบนี้ก็อดตัวสั่นไม่ได้
เจียงเยว่ร้องไห้อยู่พักหนึ่งก็สงบลง เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับลู่อวี้
เมื่อเห็นแววตาลึกซึ้งของเขา หัวใจเธอสั่นไหวเล็กน้อย พอเห็นว่าตัวเองกอดเขาอยู่
ก็รีบผละออก
“เกิดเื่อะไรขึ้น บอกผมได้ไหม?” ลู่อวี้ถามเจียงเยว่ น้ำเสียงอ่อนโยน
พอได้ยินคำพูดอ่อนโยนของเขา ใบหน้าเจียงเยว่พลันแดงเรื่อ
เธอพยายามสงบสติอารมณ์
ผ่านไปครู่หนึ่งถึงพูดออกมาว่า
“ลู่อวี้ ฉินเซียงหายตัวไป กระเป๋าของฉันก็หายไปด้วย”
หายไปเหรอ?
ลู่อวี้เข้าใจแล้ว เจียงเยว่นั่งรถไฟมากับฉินเซียง
แค่เขานึกถึงฉินเซียง ความรังเกียจก็ผุดขึ้นมาในใจ
ตอนเพิ่งแต่งงานกันใหม่ ๆ ภรรยาไม่ได้เกลียดเขา แต่ฉินเซียงกลับพูดจาไร้สาระกรอกหูภรรยา ไม่นานภรรยาก็เริ่มโวยวายว่าจะหย่ากับเขา
เขาไม่ยอม
ภรรยาเลยก่อเื่วุ่นวายในค่ายทหารมากมายเพื่อจะหย่ากับเขา
เจียงเยว่เล่าเื่ราวทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเงยหน้ามองลู่อวี้เล็กน้อย
ครั้งอดีต หลังเธอหย่ากับลู่อวี้ เธอก็เห็นฉินเซียงเดินเคียงคู่กับเขาอย่างสนิทสนม จากนั้นฉินเซียงก็มาหาเธอ บอกว่าท้องลูกของลู่อวี้ ทว่าทั้งหมดเป็เื่ที่ฉินเซียงสร้างขึ้นมาหลอกเธอ
ความจริงแล้วลู่อวี้ไม่ได้แต่งงานกับฉินเซียง ไม่เคยแม้แต่จะแตะต้องฉินเซียงด้วยซ้ำ
“พอกลับไปที่ค่ายแล้วผมจะโทรศัพท์บอกให้คนช่วยตามหา คุณไม่ต้องกังวลนะ”
ลู่อวี้ปลอบโยนภรรยา
เจียงเยว่พยักหน้าอย่างว่าง่าย
พอก้มหน้าลงก็เห็นมือลู่อวี้กุมมือเธออยู่ หัวใจของเธอเต้นเร็วขึ้นอย่างห้ามไม่ได้
“สวัสดีครับพี่สะใภ้” เสียงของจางวั่งดังขึ้น
เจียงเยว่สะดุ้งใ ชักมือกลับอย่างลนลาน แต่ลู่อวี้กลับจับมือเธอไว้ไม่ปล่อย
ลู่อวี้ตวัดตามองจางวั่ง สายตาเ็า จางวั่งเข้าใจความหมาย
“ขอโทษครับพี่สะใภ้”
เขาเสียงดังเกินไป ทำให้พี่สะใภ้ใแล้ว
“ไม่เป็ไรค่ะ”
เจียงเยว่ยิ้มบาง
ลู่อวี้มองเจียงเยว่ด้วยความประหลาดใจ
เธอแปลกไป เมื่อก่อนตอนเธอมองเขา สายตาของเธอมักจะเ็า รังเกียจ และห่างเหิน แต่วันนี้กลับไม่มีความรู้สึกเ่าั้
เจียงเยว่ชักมือกลับ ภายในใจของเธอยังคงสับสนอยู่เล็กน้อย
พอมือว่าง ลู่อวี้ก็ก้มมองมือตัวเองราวกับกำลังเสียดาย แล้วพูดขึ้น
“ขึ้นรถเถอะ”
เจียงเยว่ตอบรับเบา ๆ เขารีบเปิดประตูรถให้เธอ พอเธอขึ้นนั่งเรียบร้อย ก็ได้ยินเสียงของลู่อวี้พูดว่า
“ขยับเข้าไปข้างในอีกหน่อยครับ”
เจียงเยว่เงยหน้ามองลู่อวี้ที่อยู่นอกรถ
เขาเองก็กำลังมองเธอ แววตาร้อนแรงจนใบหน้าของเธอร้อนผ่าว
เจียงเยว่ขยับไปนั่งที่เบาะข้าง ๆ
แล้วลู่อวี้ก็เข้ามานั่ง
เจียงเยว่รู้สึกได้ว่าเบาะยุบยวบลง เบาะหลังที่เคยกว้างขวางคับแคบขึ้นมาเล็กน้อย
แล้วลู่อวี้ก็ยื่นลูกอมรสนมให้เธอ
ลู่อวี้มองเจียงเยว่ด้วยแววตาคาดหวัง และพอเธอรับลูกอมนมมา เขาก็ดีใจมาก
เจียงเยว่แกะลูกอมแล้วเอาเข้าปาก กลิ่นหอมของนมและรสชาติหวาน ๆ ทำให้รู้สึกดีขึ้น ก้มหน้าลง แล้วเคี้ยวเล็กน้อย
เธอกำลังกลัว
กลัวว่าทั้งหมดนี้จะเป็แค่ความฝัน
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง รถก็มาถึงค่ายทหาร
“ท่านผู้พัน พี่สะใภ้ เราถึงแล้วครับ”
ได้ยินเสียงจางวั่ง เจียงเยว่เงยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างรถ
ลู่อวี้ลงจากรถแล้ว เขาถือถุงสองใบของเธออยู่ในมือ มองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน
เจียงเยว่ก้มหน้าลงแล้วรีบลงจากรถ
“ขอบคุณมาก” ลู่อวี้พูดกับจางวั่ง
“ขอบคุณมากนะคะ วันหลังเชิญมาทานข้าวที่บ้านนะ”
จางวั่งได้ยินคำพูดของเจียงเยว่ก็มองเธอด้วยความประหลาดใจ
ก่อนหน้านี้พี่สะใภ้ไม่ชอบให้พวกเขาไปกินข้าวที่บ้าน เธอบอกว่าพวกเขาเสียงดัง
ไร้มารยาท ตัวเหม็นกลิ่นเหงื่อ กลิ่นบุหรี่
“ด้วยความยินดีครับ”
เจียงเยว่มองค่ายทหารที่ทั้งคุ้นเคยและไม่คุ้นเคย
หัวใจเต้นเร็ว ทุกย่างก้าวเหมือนกับกำลังเหยียบอยู่บนก้อนเมฆ
ั้แ่ลู่อวี้เห็นเจียงเยว่ที่สถานีรถไฟ เขารู้สึกว่าของเธอแปลกไป เขากังวลมาก แต่ถ้าถาม เขาก็กลัวภรรยาจะโกรธแล้วหนีไป…
ตอนนี้ยังมีคนเดินไปมาอยู่ที่ลานบ้าน พอเห็นลู่อวี้หลายคนก็ทักทาย
“ผู้พันลู่”
ทว่าพอเห็นเจียงเยว่ที่อยู่ข้าง ๆ ลู่อวี้ พวกเขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยทัก
“สวัสดีครับพี่สะใภ้”
เจียงเยว่มองพวกเขา รู้สึกแค่ว่าพวกเขาหน้าตาคุ้น ๆ แต่ก็นึกไม่ออกว่าเป็ใคร เธอเลยได้แต่ยิ้มบาง ๆ แล้วทักทายตอบ
“สวัสดีค่ะ”
ได้ยินเธอพูดแบบนี้ คนในลานบ้านพลันตกตะลึง
ชื่อเสียงของเจียงเยว่ในค่ายทหารไม่ค่อยดี เธอขึ้นชื่อว่าเป็คนเย่อหยิ่ง เอาแต่ใจ อวดดี ชอบทำร้ายคนอื่น แถมยังตีเด็กด้วย
ปกติเวลาเจียงเยว่เห็นพวกภรรยาทหารคนอื่น เธอจะเชิดหน้าขึ้น ท่าทีแสดงออกว่าดูถูก ไม่คิดเลยว่าวันนี้เธอจะยิ้มแย้มทักทายตอบ
เธอไม่ได้ถูกผีเข้าใช่ไหม?
เมื่อเห็นสีหน้าของทุกคน เจียงเยว่ก็ก้มหน้าลง เื่ราวในอดีตย้อนกลับมาในหัว บนใบหน้าเลยปรากฏความละอายใจ
จริง ๆ แล้วเธอไม่ใช่คนแบบนั้น เพียงแต่เธออยากหย่ากับลู่อวี้ถึงได้ก่อเื่วุ่นวาย
พอลู่อวี้เห็นเจียงเยว่ทักทายทุกคน เขาดีใจมาก
ภรรยาของเขาเปลี่ยนไปจริง ๆ
ลู่อวี้เปิดประตูแล้วมองไปที่เจียงเยว่
เจียงเยว่รีบเดินเข้าไปข้างใน
“คุณพักผ่อนอยู่ที่บ้านก่อนนะ ผมจะไปโทรศัพท์”
เจียงเยว่ตอบรับเบา ๆ
หลังจากลู่อวี้ออกไป เธอมองสำรวจไปรอบ ๆ ห้อง
ห้องยังคงเป็เหมือนในความทรงจำ สะอาดสะอ้าน ข้าวของจัดวางอย่างเป็ระเบียบ โต๊ะชาปูด้วยผ้าปูโต๊ะสีขาวที่เธอซื้อ วางแจกันไว้หนึ่งใบ แต่ไม่มีดอกไม้เสียบ
ตรงกลางห้องแขวนรูปภาพของครูฝึก ข้างกำแพงมีตู้เล็ก ๆ วาง บนกำแพงติดคำขวัญอยู่สองสามประโยค
เจียงเยว่เดินไปที่ห้องนอน ห้องนอนขนาดใหญ่ ข้างหน้าต่างมีโต๊ะวางอยู่หนึ่งตัว บนโต๊ะมีกระจกและครีมทาผิวสองสามกระปุก ลิปสติกหนึ่งแท่ง น้ำมันหอมทาผิว และเครื่องสำอางนำเข้าอีกสองสามอย่าง
เธอมองตัวเองในกระจก
ผิวขาวเนียน คิ้วเข้ม ตากลมโต ผมหนาและยาว จมูกโด่ง ปีกจมูกเรียวเล็ก ใบหน้าสวยคม เวลายิ้มน่ารักมาก แต่พอไม่ยิ้มก็ออกจะเ็าเล็กน้อย
พอมองใบหน้าที่สมบูรณ์แบบของตัวเองในกระจก เธอก็ร้องไห้ออกมา