เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เล่มที่3 ตอนที่ 86 : คุณทำตัวดีขึ้นนะ

            สุดท้ายหยางเฉินก็ต้องกลับบ้านเพียงคนเดียวส่วนแผนการเลี้ยงอาหารตอบแทนที่ถังถังเตรียมขึ้นกลับกลายเป็นเรื่องราวที่วุ่นวายนอกจากนั้นเด็กสาวที่น่าสงสารยังโดนสลับตัวระหว่างเข้าห้องน้ำแถมยังโดนขโมยเสื้อผ้าไปอีก หยางเฉินได้แต่หวังว่าเธอควรจะลืมเรื่องเลี้ยงข้าวไปได้ก็ดี

    เขาขับรถกลับบาร์โรสเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            เมื่อมาถึงบาร์โรสที่นี่เริ่มมีลูกค้าเข้ามาบางส่วนแล้วบรรยากาศที่นี่ไม่นับว่าหรูหราแต่ก็มีบรรยากาศที่เงียบสงบมากกว่าบาร์อื่นๆ

            ที่ทำให้หยางเฉินประหลาดใจคือเฉินหรงซึ่งกำลังเสิร์ฟเครื่องดื่มให้แขกอยู่หลังจากอาบน้ำชำระร่างกายเรียบร้อยแล้วและเมื่อสวมใส่เครื่องแบบโมโนแทนขาวดำของร้านผิวกายของเธอที่ขาวผ่องดั่งหิมะก็เผยออกมาให้เห็นมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งใบหน้าสวยบริสุทธิ์ของเธอที่เรียบเนียน และอ่อนโยนเหมือนกลีบดอกไม้

            เมื่อเห็นหยางเฉินเดินเข้ามาเฉินหรงก็ทักทายอย่างอายๆ ว่า

            "พี่ใหญ่หยาง"

            หยางเฉินรู้ว่าเฉินหรงยังไม่คุ้นเคยจึงพูดติดตลกว่า

            "ถ้าเสี่ยวจ้าวและคนอื่นๆรังแกเธอละก็บอกพี่นะพี่จะเล่นงานพวกนั้นเอง"

            เสี่ยวจ้าวและคนอื่นๆได้ยินดังนั้นก็ตะโกนออกมาด้วยความคับแค้นใจว่า

            "พี่ใหญ่หยางพวกเราจะกล้าทำแบบนั้นได้ยังไงเธอเป็นเด็กเส้นพี่และบอสยังให้ความอุปถัมภ์อีกด้วยพวกเราทำได้เพียงประจบประแจงเธอเท่านั้นแหละ"

            ในขณะที่เฉินหรงเองก็ยิ้มกล่าวอย่างเอียงอายว่า"ขอบคุณค่ะ"แล้วรีบวิ่งหนีไปทันที

            เมื่อเห็นเฉินหรงลับสายตาไปแล้วหยางเฉินเขาก็เดินไปด้านหลังบาร์เขาไม่รู้ว่าเฉียงเวยต้องการคุยเรื่องอะไรแต่ตอนนี้ความอยากอาหารของเขาก็มาถึงขีดสุด

            เมื่อเข้ามาในห้องหยางเฉินได้กลิ่นหอมจางๆ ของเรือนร่างหญิงสาวที่โชยเข้าจมูกแต่ภายในห้องกลับว่างเปล่า ด้วยประสาทสัมผัสที่แหลมคมของหยางเฉินเขาได้ยินเสียงน้ำไหลจากภายในห้องน้ำ

            เธอกำลังอาบน้ำอยู่งั้นหรือ!

            หยางเฉินรู้สึกว่าบางทีเธออาจต้องการความช่วยเหลือบางอย่างก็เป็นได้อย่างเช่น การทำความสะอาดช่วงล่างที่ไม่สามารถก้มถึง นวดผ่อนคลายในน้ำหรือแม้กระทั่งศึกษาวิธีอาบน้ำของเธอ

            หยางเฉินรู้สึกว่ามีหลากหลายเหตุผลในการเข้าไปในห้องน้ำเหลือเกิน

            เมื่อคิดได้ดังนั้นหยางเฉินก็ไม่รอช้าเขาค่อยๆ เดินย่องเข้าไปในห้องน้ำอย่างเงียบเชียบ ภายในห้องน้ำมีแสงสะท้อนของกระจกให้ความรู้สึกที่รุนแรงแต่อบอุ่นเบาบาง และสดชื่นซาบซ่า ทำให้เขาเพลิดเพลินไม่น้อย

            ในขณะที่กำลังจะจู่โจมแบบเฉียบพลันนั้นหยางเฉินก็รับรู้ถึงสิ่งผิดปกติบางอย่าง เพราะถึงแม้ว่าฝักบัวจะเปิดอยู่แต่หยางเฉินรู้สึกว่าไม่มีคนใช้มันอยู่

            นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!!

            และเมื่อหยางเฉินหันหลังกลับไปดังคาดเขาเห็นเฉียงเวยหย่อนตัวลงตรงหน้าประตูพร้อมรอยยิ้มซุกซน

            ผู้หญิงคนนี้เหิมเกริมขึ้นทุกวันหยางเฉินรู้สึกหัวร้อนอยู่ภายใน แต่ไม่ได้แสดงออกมาให้เห็นเขาเดินไปปิดฝักบัวพร้อมกล่าวว่า

            "เฉียงเวยที่รักทำไมคุณไม่รักษ์โลกเลยล่ะ เมื่อไม่ใช้น้ำก็ควรปิดมันสิ"

            เฉียงเวยได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมาดังลั่นจนตัวงอเหมือนกุ้ง

            "ในที่สุดฉันก็ชนะคุณดูเหมือนว่าวิธีที่ดีที่สุดในการจัดการคุณ คือวิธีที่ใช้จัดการกับพวกบ้ากาม"

            "อย่างที่ผมพูดเราควรห่วงกับเรื่องการอนุรักษ์น้ำเสียบ้าง" หยางเฉินไม่อาจหาข้อแก้ตัวอย่างอื่นเขารีบกล่าวเปลี่ยนเรื่องทันที "ผมยังไม่ได้ทานข้าวเย็นเลย"

            เฉียงเวยได้ยินดังนั้นก็เท้าคางเอ่ยขึ้นว่า"คุณจะลองชิมอาหารที่ฉันทำไหมล่ะ"

            "คุณทำอาหารเป็นด้วยงั้นหรือ?"หยางเฉินรู้สึกไม่มั่นใจเล็กน้อยในฝีมือปลายจวักของหัวหน้ามาเฟีย

            เฉียงเวยกลอกตาพลางเดินไปที่กำแพงสีขาวออกแรงผลักจนผนังยุบลงไป กลายเป็นประตูไม้ เผยให้เห็นห้องครัวขนาดเล็กห้องหนึ่ง

            หยางเฉินเห็นดังนั้นก็อ้าปากค้าง

            "ผมไม่คิดเลยว่าจะมีที่แบบนี้ในนี้"

            "ทุกครั้งที่คุณมาหาฉันคุณก็มักจะทำแต่เรื่องไม่งาม แล้วคุณจะรู้ได้ยังไงว่ามีห้องแบบนี้อยู่"

            เมื่อถูกว่าอย่างนี้หยางเฉินก็เหงื่อตก เป็นความจริงที่ว่าเขาไม่ใส่ใจหัวหน้าแก๊งมาเฟียนางนี้เท่าที่ควร

            เฉียงเวยรีบเปลี่ยนหัวข้ออย่างชาญฉลาด

            "ที่รักคุณอยากกินอะไรเหรอคะ"

            

            "อะไรก็ได้ที่ทำให้อิ่มท้องน่ะครับ"

            ทักษะการทำอาหารของเฉียงเวยนั้นเกินความคาดหมายของหยางเฉินเมนูข้าวหน้าเนื้อชุ่มฉ่ำฝีมือเธอ นั้นทำให้หยางเฉินน้ำลายไหล

            นอกจากนี้เฉียงเวยยังทำซุปผักเสฉวนให้อีกหนึ่งชามอาหารชุดนี้แม้จะง่าย แต่มันก็นับว่าดีมากสำหรับหยางเฉินที่ทำงานตรากตรำมานาน

            เมื่อทานเสร็จเฉียงเวยก็เช็ดปากให้เหมือนภรรยาสาวน่ารักเช็ดปากให้สามีที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานในครอบครัวที่แสนอบอุ่นธรรมดาๆ

            เมื่อเก็บกวาดโต๊ะเสร็จเรียบร้อยหยางเฉินก็เปิดทีวีดูข่าวเฉียงเวยก็เก็บปิดผนังห้องลับกลับไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นจากนั้นก็หย่อนตัวนั่งลงช้าๆ ข้างหยางเฉิน ร่างกายที่มีเสน่ห์ของเธอในชุดราตรีค่อยๆ โน้มตัวลงซบอกหยางเฉิน เธอหาตำแหน่งที่สบายที่สุด ดูข่าวเงียบๆ ข้างหยางเฉิน

            "ขอบคุณ"เธอพึมพำขึ้นมาหลังจากผ่านไปไม่นาน

            "ขอบคุณทำไม"หยางเฉินเอ่ยถาม

            "ฉันขอบคุณที่วันนี้คุณอยู่เคียงข้างฉันทานอาหารที่ฉันทำจนหมด นั่งดูทีวีในขณะที่ฉันล้างจานวันนี้ฉันไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเลย คุณทำให้ฉันมีความสุขมากจริงๆ"

            หยางเฉินลูบไล้ใบหน้าขาวเนียนของเธอพลางกล่าวว่า

            "ผมชอบมันเช่นกันถึงแม้ว่ามันจะดีกว่านี้หากคุณทำอาหารชุดใหญ่"

            "ฉันหวังว่าทุกวันจะเป็นแบบนี้แต่มันคงเป็นไปไม่ได้"

            "ผมจะทำมันให้ได้ผมไม่ให้คำสัญญากับใครง่ายๆ หรอกนะ เชื่อผมสิ"

            "แล้วทำไมตอนที่คุณยอมรับฉันท่าทีของคุณถึงเปลี่ยนไปล่ะคะ?" เฉียงเวยมองหยางเฉินด้วยสายตาสับสน"ในอดีต คุณไม่เคยบอกให้ฉันเชื่อใจคุณเพราะคุณกลัวฉันงั้นหรือ กลัวที่จะสูญเสียฉันไป?"

            หยางเฉินส่ายหัวกล่าวว่า"ในโลกนี้ผู้ชายไม่กลัวผู้หญิงหรอกนะมีแต่ผู้ชายที่เคารพผู้หญิง"

            "แต่ลูกน้องผู้ชายของฉันต่างก็กลัวฉันกันทั้งนั้น"เฉียงเวยจ้องมองไปที่หยางเฉิน

            "นั่นเพราะว่าพวกเขาไม่ใช่ผู้ชายของคุณไงคุณคือผู้หญิงของผมรู้ไหม" หยางเฉินตอบ

            เฉียงเวยยิ้มหวานกล่าวว่า"ฉันชอบคำตอบของคุณจัง"

            หยางเฉินบีบจมูกเธอพลางกล่าวว่า

            "คุณได้ฟังในสิ่งที่อยากฟังไปแล้วคราวหน้าก็พูดสิ่งที่ผมอยากทำบ้างนะ ผมไม่เชื่อว่าวันนี้คุณนัดผมมาเพื่อหยอดคำหวานหรอกนะ"

            "คุณไม่ให้ฉันมีเวลาหาความสุขเลยจริงๆนะคะ" เฉียงเวยกล่าวด้วยอารมณ์น้อยใจ"พ่อของฉันเชิญฉันไปร่วมงานเลี้ยงของเขา"

            "พ่อ?ซีถูหมิงซื่อน่ะเหรอ" หยางเฉินกล่าวอย่างสับสน"ไม่ใช่ว่าเธอกับพ่อตัดขาดกันแล้วหรือไง"

            เฉียงเวยยิ้มอย่างเจ็บปวดพร้อมกล่าวว่า

            "ต่างจากงานเลี้ยงครั้งก่อนๆตรงที่ครั้งนี้มีแขกพิเศษมาด้วย"

            "ใคร?"

            "โจวกวางเหนียน และลูกชาย"

            หยางเฉินพยายามสืบค้นข้อมูลในหัวว่าโจวกวางเหนียนเป็นใคร

            ถ้าจะกล่าวว่าพันธมิตรตะวันตกและแก๊งหนามแดงต่างเป็นใหญ่ในเขตตะวันตก แต่ฝั่งตะวันออกดูเหมือนจะสงบสุขมากกว่าเพราะชื่อ 'ปลาดุกเฒ่า'นั้นโด่งดังไปทั่วเขตตะวันออกจากการครองตลาดค้าอาวุธและยาเสพติดจนชนะคู่แข่ง และก้าวขึ้นมาอยู่ในอันดับหนึ่ง โดยใช้ชื่อแก๊งว่า ตงซิ่ง

            เมื่อหลายปีก่อนเมื่อครั้งที่พันธมิตรตะวันตกยังไม่แยกกลายเป็นสองนั้นทั้งสองแก๊งต่างคานอำนาจกันอยู่แต่สถานการณ์ในปัจจุบันถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่ายแล้วนั้นทำให้โจวกวางเหนียนไม่เป็นพันธมิตรตะวันตกและแก๊งหนามแดงก็ไม่อยู่ในสายตาอีกด้วย

            หยางเฉินรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันใดเอ่ยถามว่า "แล้วคุณคิดจะทำอย่างไรต่อ"

            "ฉันไม่มีทางเลือก"เฉียงเวยฝืนยิ้มออกมา "ด้วยความแข็งแกร่งของเราตอนนี้เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเอาชนะแก๊งตงซิ่งและถึงจะใช้วิธีเดียวกับที่จัดการกับเฉินเต๋อไห่จับโจรต้องจับหัวหน้าถึงจะทำอย่างนั้นได้จริงพรรคพวกของแก๊งตงซิ่งก็เหนียวแน่นเกินไป ถ้าพวกมันรู้ว่าหัวหน้าถูกจัดการล่ะก็พวกที่เหลือจะต้องมาแก้แค้นแน่ๆ ถึงแม้พวกเราจะไม่เป็นไรแต่พี่น้องของฉันต้องบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมากแน่ๆ"

            "ในเมื่อเป็นเช่นนั้นคุณยังจะเข้าถ้ำเสืออีกงั้นหรือ"หยางเฉินเอ่ยถาม

            เฉียงเวยได้ยินดังนั้นก็เผยรอยยิ้มลี้ลับโน้มตัวกระซิบที่หูหยางเฉิน

            "คุณนี่มันจิ้งจอกชัดๆแล้วยังไม่ยอมรับอีก"

            เฉียงเวยกอดแขนหยางเฉินพลางกล่าวว่า

            "เมื่อเวลานั้นมาถึงคุณต้องมากับฉันด้วยห้ามปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียวเด็ดขาด"

            ในขณะนั้นเองหน้าอกของเฉียงเวยก็กระทบถูกแขนหยางเฉินด้วยกามารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ก่อนแล้วนั้นหยางเฉินก็ล้วงมือเข้าไปในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่ก่อนที่จะทำอะไรนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ

            หยางเฉินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยสีหน้าบูดบึ้งแต่เมื่อเห็นว่าเป็นป้าหวัง หยางเฉินก็นึกได้ว่าเธออาจมีเรื่องสำคัญจริงๆเขาจึงกดรับโดยไม่ลังเล

    คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน