เวทีร้อน ซ่อนรัก

    ตอนที่ 25 ในวันที่โลกถล่มทลาย... กับอ้อมกอดที่รอคอย

    เช้ามืดวันนั้น เสียงโทรศัพท์ที่แผดร้องปลุกเปรี้ยวขึ้นจากฝันหวาน กลายเป็๲ข่าวร้ายที่ทำให้โลกทั้งใบพังครืนลงมาในพริบตา 


    "แม่ประสบอุบัติเหตุสาหัส" 


    คำพูดนั้นทำให้มือไม้สั่นเทาจนโทรศัพท์ร่วงหล่น เธอรีบกวาดข้าวของใส่กระเป๋าด้วยใบหน้านองน้ำตา โดดขึ้นแท็กซี่มุ่งตรงสู่สถานีรถไฟโดยไม่ทันได้ส่งข่าวบอกใครแม้แต่คนเดียว


    ฟ๐หนึ่งสัปดาห์เต็มที่เปรี้ยวจมอยู่กับความมืดมิดในโรงพยาบาลต่างจังหวัด แม่นอนสงบนิ่งอยู่ในห้อง ICU พร้อมสายระโยงระยาง 


    หมอบอกว่าอาการโคม่าโอกาสรอดริบหรี่ เปรี้ยวใช้ชีวิตอยู่บนเก้าอี้ไม้แข็งๆ หน้าห้องฉุกเฉิน กินข้าวกล่องประทังชีวิตด้วยเงินก้อนสุดท้ายที่มี จนร่างกายซูบผอมและดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้ไม่หยุด


    จนกระทั่งบ่ายวันที่เจ็ด...


    ขณะที่เปรี้ยวกำลังนั่งกุมมือแม่ที่เย็นชืด น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่นลงบนผ้าปูเตียง เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้อง 


    เปรี้ยวเงยหน้าขึ้นมองอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นร่างสูงกำยำของ ไกร ยืนอยู่ตรงนั้น


    เขาอยู่ในชุดเชิ้ตที่ดูยับย่นเล็กน้อย ใบหน้าคมเข้มซูบลงและมีรอยคล้ำใต้ตาเหมือนคนไม่ได้พักผ่อนมาหลายวัน ในมือถือถุงพลาสติกใบใหญ่และกระเป๋าเป้ที่อัดแน่นไปด้วยของใช้


    “พี่... พี่ไกร... มาได้ยังไงคะ?” เปรี้ยวสะอึกสะอื้นจนตัวโยน


    ไกรไม่ตอบคำถามนั้น เขาเดินเข้ามา มือใหญ่ที่เคยหยาบกร้านเช็ดน้ำตาออกจากแก้มตอบของเธออย่างแ๶่๥เบาที่สุด 


    “พี่ถามหาที่อยู่มึงจากนิด... พี่เลยรีบบึ่งรถมาทันที มึงหายไปแบบนี้ ไม่บอกพี่สักคำเลยว่ะเปรี้ยว”


    “แต่พี่ต้องเรียน... ต้องซ้อมวง...”


    “เ๱ื่๵๹นั้นช่างมัน!” ไกรตัดบทเสียงหนักแน่น 


    “มึงสำคัญกว่าทุกอย่าง พี่ลาทุกอย่างมาเพื่ออยู่ตรงนี้ พี่จะไม่ยอมให้มึงเผชิญหน้ากับเ๱ื่๵๹นี้คนเดียวอีกต่อไปแล้ว”


    เขาจัดการเปิดถุงอาหาร นำข้าวกล่องร้อนๆ และผลไม้มาวางตรงหน้า พยายามคะยั้นคะยอให้เธอทานเพื่อประทังแรง “กินก่อนนะเปรี้ยว... มึงต้องมีแรงอยู่เพื่อแม่นะ”


    หลังจากวันนั้น ไกรก็กลายเป็๲ "หลักยึด" เดียวในชีวิตของเธอ เขาผลัดเฝ้าแม่กับเธออย่างไม่ย่อท้อ เช้ามืดเขาจะไปหาซื้อของดีๆ มาเตรียมไว้ให้เธอ 


    บางคืนเขาก็อาสานอนเฝ้าหน้าห้อง ICU บนเก้าอี้ยาวแทนเพื่อให้เปรี้ยวได้กลับไปงีบหลับพักสายตาบ้าง 


    ทุกครั้งที่เห็นเธอขัดสนเขาก็จะแอบยัดเงินใส่กระเป๋าให้พอดีใช้จ่าย โดยไม่ทำให้เธอรู้สึกอายหรือลำบากใจ


    “พี่ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้ค่ะ... หนูเกรงใจ” เปรี้ยวพูดพลางมองเขาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความซึ้งใจ


    ไกรส่ายหน้าช้าๆ มือหนาลูบหัวเธอเบาๆ “พี่อยากทำ... เพราะพี่รักมึง พี่อยากให้มึงรู้ว่าคำว่า ‘จะอยู่ข้างๆ’ ของพี่ มันไม่ใช่แค่ลมปาก พี่จะอยู่ตรงนี้จนกว่าแม่มึงจะฟื้น แล้วเราจะกลับไปเริ่มต้นกันใหม่นะเปรี้ยว”


    คำพูดที่เรียบง่ายแต่หนักแน่นนั้นทำให้เขื่อนน้ำตาของเปรี้ยวพังทลายลงอีกครั้ง เธอโผเข้ากอดอกแกร่งของเขาแน่น ฝังหน้าลงกับไหล่กว้างที่บัดนี้กลายเป็๲กำแพงที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกสำหรับเธอ


    “ขอบคุณค่ะพี่ไกร... ขอบคุณที่มาหาหนู”


    ไกรโอบกอดร่างบางไว้แน่น ๼ั๬๶ั๼ได้ถึงแรงสั่น๼ะเ๿ื๵๲จากการสะอื้น “ไม่ต้องขอบคุณ... พี่แค่ทำหน้าที่ของ ‘ผัว’ ที่ดีแค่นั้นเอง”


    พายุร้ายผ่านพ้นไป แสงตะวันฉายฉาบลงมาที่หน้าห้อง ICU อีกครั้ง เมื่ออาการของแม่ดีขึ้นจนคุณหมออนุญาตให้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ 


    เปรี้ยวร้องไห้กอดแม่แน่นด้วยความดีใจที่หยั่งรากลึก ความเหนื่อยล้าตลอดหลายสัปดาห์มลายหายไปสิ้นเมื่อเห็นรอยยิ้มของบุพการี


    เปรี้ยวกลับมาใช้ชีวิตนักศึกษาและนางรำวงดนตรีตามเดิม แต่ครั้งนี้เธอกลับมาพร้อมกับพลังที่ล้นเหลือ ทุกจังหวะการโยกย้ายสะโพกบนเวทีดูพริ้วไหวและทรงพลังยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เหงื่อที่ไหลย้อยลงตามร่องอกพราวระยับล้อแสงไฟ ทว่าสายตาของเธอในตอนนี้ไม่ได้หลบเลี่ยงหรือหวาดกลัวอีกต่อไป 


    เธอมักจะส่งยิ้มจางๆ ไปให้ชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนกุมไมค์อยู่หน้าเวทีเสมอ


    หลังซ้อมเสร็จในเย็นวันหนึ่ง ขณะที่เพื่อนร่วมวงกำลังวุ่นอยู่กับการเก็บสายไฟและอุปกรณ์ เปรี้ยวเดินหลบมุมไปหยิบกล่องข้าวพลาสติกที่เธอตั้งใจเตรียมมา๻ั้๹แ๻่เช้ามืด มันคือ "แกงเขียวหวานไก่ใบมะกรูด" สูตรลับฉบับโบราณที่แม่สอนเธอมากับมือ พริกแกงที่โขลกเองจนหอมฟุ้ง เนื้อไก่ที่เคี่ยวจนนุ่มนวลชวนทาน ทุกอย่างถูกบรรจุไว้ด้วยหัวใจ


    เปรี้ยวเดินตรงไปหาไกรที่กำลังเก็บสายแคนอยู่มุมสตูดิโอ เธอหยุดยืนตรงหน้าเขา ยื่นกล่องข้าวให้ด้วยมือที่สั่นเทาน้อยๆ ใบหน้าเนียนแดงระเรื่อ


    “พี่ไกรคะ... อันนี้หนูทำมาให้พี่ค่ะ” เธอพูดเสียงแ๶่๥แต่ชัดเจน “แกงเขียวหวานสูตรที่บ้านหนูเอง... หนูตั้งใจทำมาขอบคุณพี่ที่ช่วยดูแลหนูกับแม่มาตลอด พี่ทำให้หนูไม่ต้องลำบากคนเดียว... ขอบคุณจริงๆ นะคะ”


    ไกรชะงักไปครู่ใหญ่ เขาวางสายแคนลงแล้วมองกล่องข้าวในมือเธอสลับกับใบหน้าหวาน ดวงตาที่เคยแดงก่ำดุดันบัดนี้กลับประกายความประทับใจจนปิดไม่มิด


    “...ทำมาให้พี่เหรอ?” เสียงเขาห้าวต่ำแต่สั่นเครือด้วยความตื้นตัน


    ไกรรับกล่องข้าวมาถือไว้ราวกับมันเป็๲สมบัติล้ำค่า ทันทีที่เปิดฝาออก กลิ่นหอมกรุ่นของกะทิและสมุนไพรก็ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ 


    เขาหลับตาสูดดมกลิ่นนั้นอย่างหลงใหลก่อนจะเงยหน้ามายิ้มกว้าง... รอยยิ้มที่เปรี้ยวไม่เคยเห็นมาก่อน มันคือรอยยิ้มของความสุขที่แท้จริง


    “หอมชิบหายเลยว่ะ... ขอบคุณนะเปรี้ยว พี่จะกินให้เรียบ ไม่ให้เหลือสักเม็ดเลย”

    เปรี้ยวยิ้มจนตาหยี น้ำตาแห่งความสุขรื้นขึ้นมาคลอเบ้า “อร่อยไม่อร่อย พี่ต้องบอกหนูด้วยนะคะ”


    “อร่อยแน่นอน... ก็มึงทำเองกับมือนี่หว่า” ไกรเอ่ยพลางเอื้อมมือมาลูบหัวเธออย่างแ๵่๭เบา ๱ั๣๵ั๱ที่เคยน่าเกรงขามบัดนี้กลายเป็๞ความอบอุ่นที่ชโลมใจ


    ไกรเก็บกล่องข้าวใส่เป้อย่างถะนุถนอม ก่อนจะหันมามองสบตาเธอด้วยแววตาที่จริงจัง “พรุ่งนี้พี่ไปส่งมึงเรียนนะ... แล้วถ้าว่าง พี่อยากชวนมึงไปกินข้าวด้วยกันสองคน พี่จะรอจนกว่ามึงจะพร้อมนะเปรี้ยว”


    เปรี้ยวพยักหน้า ยิ้มกว้างอย่างที่ไม่เคยเป็๞มาก่อน “ค่ะพี่... หนูพร้อมแล้วค่ะ”

    ไกรบีบมือเธอเบาๆ เป็๲การให้คำมั่นสัญญา 


    ทั้งคู่เดินเคียงข้างกันออกจากสตูดิโอไปช้าๆ ท่ามกลางสายตาแซวๆ ของเพื่อนร่วมวงที่เริ่ม๼ั๬๶ั๼ได้ถึงกลิ่นอายความรักที่ตลบอบอวลไปทั่วห้อง 


    แต่ในนาทีนี้ เปรี้ยวไม่แคร์สายตาใครอีกแล้ว เพราะเธอรู้ดีว่าต่อจากนี้ไป... เธอจะมีผู้ชายคนนี้เดินเคียงข้างไปตลอดกาล


    ขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยกลิ่นความรักและแกงเขียวหวานสูตรโบราณ 


    แปะๆ ....

    เสียงปรบมือแปะๆ ดังขึ้นจากมุมมืดของห้องซ้อม พร้อมกับร่างของ โอ๊ต ที่เดินกอดอกแสยะยิ้มเข้ามาหาทั้งคู่ 


    สายตาของเขาจ้องมองกล่องข้าวในมือไกรด้วยความเหยียดหยามอย่างปิดไม่มิด


    “แหม่... กลิ่นแกงเขียวหวานรุนแรงจนนึกว่าอยู่ในครัวหลังร้านอาหารตามสั่งเลยว่ะ” โอ๊ตพ่นลมหายใจออกทางจมูกพลางหัวเราะหึๆ 


    “ไม่นึกเลยนะเปรี้ยว ว่าเสน่ห์ปลายจวักของน้องจะเอามาใช้มัดใจ ‘ไอ้ขี้คุก’ ที่เพิ่งอัปเกรดตัวเองมาขับรถเบนซ์แบบนี้”


    ไกรชะงัก รอยยิ้มที่เคยอบอุ่นจางหายไปทันที เขากระชับสายเป้ที่ใส่กล่องข้าวไว้แน่น แววตาที่เคยอ่อนโยนกลับมาแข็งกร้าวและแดงก่ำด้วยรังสีอำมหิตอีกครั้ง


    “มึงมีปัญหาอะไรกับแกงกล่องนี้เหรอโอ๊ต?” ไกรเอ่ยเสียงต่ำเย็นเยียบ 


    “หรือมึงอิจฉาที่ไม่มีใครทำมาให้มึงกิน... แม้แต่คนเดียว”


    โอ๊ตหน้าตึงไปวูบหนึ่งก่อนจะแสร้งทำเป็๞หัวเราะกลบเกลื่อน “อิจฉาเหรอ? ฮ่าๆๆ คนอย่างกูเนี่ยนะจะอิจฉามึง? กูแค่สงสารน้องเปรี้ยวว่ะ ที่ต้องมาเสียเวลาประคบประหงมคนอย่างมึง... นี่เปรี้ยว รู้มั้ยว่ารถเบนซ์คันที่มันขับมาอวดเนี่ย มันอาจจะเป็๞ของที่มัน ‘ขโมย’ เขามา หรือไม่ก็เงินสกปรกจากงานเก่าๆ ของมันก็ได้นะ ใครจะไปรู้... ประวัติเสียขนาดนี้ ใครเขาจะเชื่อว่ารวยจริง”


    เปรี้ยวกำหมัดแน่น เธอขยับไปยืนข้างไกรโดยไม่ลังเล “พี่โอ๊ตคะ... ถ้าพี่ไม่มีอะไรจะพูดที่มันสร้างสรรค์กว่านี้ พี่เงียบไปเลยจะดีกว่าค่ะ พี่ไกรเขาจะรวยหรือจน จะขับรถอะไร มันก็เ๹ื่๪๫ของเขา และที่สำคัญ... เขาดูแลหนูได้ดีกว่า ‘สุภาพบุรุษจอมปลอม’ บางคนแถวนี้เยอะ!”


    โอ๊ตหน้าถอดสีทันทีที่โดนเปรี้ยวตอกกลับหน้าหงาย เขาชี้นิ้วมาทางเปรี้ยวด้วยความแค้นจัด 


    “นี่น้องปกป้องมันเหรอ?! น้องลืมไปแล้วเหรอว่ามันเคยทำอะไรไว้กับคนชื่อดาว! มันเห็นน้องเป็๞แค่หุ่นเชิด เป็๞แค่ตัวแทนของเมียที่ตายไปแล้วของมัน มึงมันโง่เปรี้ยว! มึงกำลังเดินเข้าหากองไฟ!”


    “มึงหุบปากได้ยัง?”


    ไกรก้าวเท้าเข้าไปหาโอ๊ตเพียงก้าวเดียว แต่แรงกดดันมหาศาลทำให้โอ๊ตเผลอก้าวถอยหลังไปชนกับขาตั้งไมค์ 


    ไกรจ้องลึกเข้าไปในตาของโอ๊ตด้วยสายตาที่พร้อมจะขยี้คนตรงหน้าให้แหลกคามือ


    “มึงจะด่ากูยังไงก็ได้โอ๊ต... แต่ถ้ามึงยังปากเสียใส่เปรี้ยว หรือเอาเ๹ื่๪๫คนตายมาพูดเล่นอีกแม้แต่คำเดียว กูสัญญาเลยว่าเบนซ์คันที่มึงว่ามันสกปรกเนี่ย... กูจะใช้มันลากมึงไปลงนรกเอง”


    เสียงของไกรนิ่งและเยือกเย็นจนคนรอบข้างที่เหลืออยู่ถึงกับขนลุกซู่ โอ๊ตยืนตัวสั่นด้วยความโกรธที่ปนความกลัว เขาทำได้เพียงกัดฟันกรอดแล้วสะบัดหน้าเดินหนีไปพร้อมคำทิ้งท้ายพร่าๆ


    “เออ! พวกมึงจำไว้เหอะ! วันไหนความจริงเปิดเผย อย่ามาซมซานหาคนช่วยแล้วกัน!”


    เมื่อโอ๊ตเดินพ้นไป บรรยากาศที่ตึงเครียดก็ค่อยๆ คลายลง ไกรถอนหายใจยาวๆ แล้วหันมาหาเปรี้ยว แววตาของเขามีความกังวลวูบหนึ่ง


    “มึง... มึงเชื่อที่มันพูดมั้ยเปรี้ยว?”


    เปรี้ยวมองหน้าเขา สองมือเล็กๆ เอื้อมไปกุมมือหนาของเขาไว้แน่น “หนูเชื่อในสิ่งที่พี่ทำให้หนูค่ะพี่ไกร... อดีตจะเป็๞ยังไงหนูไม่สน แต่ตอนนี้... พี่คือพี่ไกรของหนูคนเดียว”


    ไกรยิ้มออกมาได้อีกครั้ง เขาบีบมือเธอตอบเบาๆ “ขอบคุณนะเปรี้ยว... พี่จะรีบกลับไปกินแกงเขียวหวานของมึงให้เกลี้ยงเลย”