ได้ทีชิงเถานางเดินเล่นสำรวจทำเลที่ตั้งใหม่สำหรับเป็นที่อยู่ของชาวบ้านจากเมืองที่ใกล้ภูเขาไฟไม่ทราบว่ามันจะเป็นเพียงที่พักพิงชั่วคราว หรือจะกลายเป็นแบบถาวรกันแน่ ต่องดูสถานการณ์ต่อไปเสียก่อน
“ปกติที่นี่มีสัตว์อะไรอาศัยอยู่บ้างหรือเชี่ยนเชี่ยน”ชิงเถาเดินที่รอบทุ่งหญ้าที่ยังไม่มีเส้นทางเดินนางเดินบุกหรือหลบไปมาหากตรงหน้าหญ้ารกเกินที่นางจะฝ่าไปได้
‘ตรงนี้เป็นทุ่งหญ้าป่าโล่ง หลักๆก็เป็นพวกสัตว์ตัวเล็กๆ เหมือนที่เจ้าเห็นมาตลอดทางนั้นแหละตัวใหญ่ขึ้นมาหน่อยก็พวกหมูป่า วัวป่า หรือพวกกวาง’เชี่ยนเชี่ยนเอ่ยตอบออกมา นางไม่ได้รู้ได้เองหรอกแต่ต้องใช้ความสามารถอยู่เช่นกันแต่นางนั้นประสาทสัมผัสดีกว่ามนุษย์เป็นไหนๆบวกกับความเป็นไปได้ของพื้นที่นี้ด้วยจึงได้ตอบคำถามชิงเถาได้
“มีสัตวต์กินพืชแล้วสัตว์กินเนื้อหละ” นางยังถามต่อ มีอาหารหลายชนิดก็ต้องมีผู้ล่าอยูไม่ไกลสิ
‘ก็พวกงู หมาป่า อะไรเถือกๆนั้นแหละ’
“แล้วมีเสือหรือเปล่า”ชิงเถาถามอย่างสงสัยปนตื่นเต้นแต่นางว่าคงไม่มีหรอกตั้งแต่มาถึงวัวป่าสักตัวนางยังไม่เห็นเลยจะมีสัตว์นักล่าได้อย่างไร หรือว่าพวกสัตว์ตัวใหญ่จะหนีเข้าไปลึกกว่าเดิมก็เป็นได้ที่นางถามถึงเสือนั้นก็ลองถามๆดูไปเท่านั้น ไม่ว่าโลกไหนก็ยังมีคำบอกขู่เด็กว่าเข้าป่าระวังเสืออยู่แต่ชิงเถานางว่าไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดนั้นหรอกที่จะเจอเสือตัวเป็นๆได้ในป่าถ้าเจอไม่รู้วันนั้นจะเป็นโชคดีมากหรือร้ายมากกันแน่ เพราะโอกาสเจอเสือในป่าได้นั้นมีน้อยยิ่งกว่าถูกรางวัลใหญ่เสียอีก
‘ก็อาจจะมี มันซ่อนตัวเก่งออกนะ ไม่มาให้เห็นได้ง่ายๆหรือก’ เชี่ยนเชี่ยนไม่ได้บอกว่ามีหรือไม่มีนางบอกเป็นกลางๆก่อนจะบินหนีชิงเถาไปเมื่อขี้เกียจตอบคำถามชิงเถาแล้ว
‘ข้าไปบินเล่นดีกว่า รำคาญเจ้าแล้วถามไม่หยุด’แล้วเชี่ยนเชี่ยนก็บินหนีเข้าไปในป่าลึกที่อยู่ห่างออกไปหลายลี้มองดูไกลๆแล้วรกทึบกว่าตรงที่ชิงเถาอยู่มากทีเดียวเชี่ยนเชี่ยนนางไปดูลาดเลาเพื่อความปลอดภัยของชิงเถานั่นแหละ ชิงเถานางรู้ดีจึงได้แต่ยิ้มส่งไปให้ไม่ได้นึกโกรธที่เชี่ยนเชี่ยนบอกว่ารำคาญนาง
“ถึงปากจะบ่นแต่ก็ยังใจดีเป็นห่วงข้านั่นแหละ” ชิงเถาเอ่ยถามหลังเชี่ยนเชี่ยนไปยิ้มๆแล้วนางก็เดินสำรวจรอบๆ ต่อคนเดียว แบบคนเดียวจริงๆ ไม่มีใครอยู่คุยกับนางเลยนะ
“มีสมุนไพรเยอะเหมือนกันนะเนี่ยเก็บกลับไปให้หมดเลยดีกว่า” ชิงเถาที่เดินเล่นนางไม่ได้เดินเปล่า นางเจอสมุนไพรรดับต่ำพวกที่หาได้ไม่ยากอะไรแล้วก็เป็นสมุนไพรที่รักษาได้เพียงอาการทั่วๆไปเท่านั้นดีที่ชิงเถาพอจะเรียนรู้มาจากพี่สาวบ้างจึงได้รู้จักสมุนไพรอยู่หลายชนิดเนื่องจากบางตัวมันก็มีปลูกไว้ที่บ้านนางเช่นกัน
“อย่างน้อยก็เก็บไว้เผื่อชาวบ้านเจ็บป่วยก็แล้วกัน”ตอนนี้ชิงเถานางกำลังสนุกกับการเก็บสมุนไพรอยู่บางครั้งนางยังได้ต้นที่เป็นผักหรือเครื่องเทศที่ใช้ทำอาหารอีกด้วยนี่มันสวนหลังบ้านของใครหรือเปล่าเนี่ย ทำไมมีให้นางเก็บเยอะขนาดนี้สงสัยคงเป็นเพราะว่าที่ตรงนี้ยังไม่มีผู้ตนเข้ามาบุกรุกเท่าไหร่เป็นแน่ แต่ต่อไปนางก็ขอโทษเหล่าสัตว์ร่วมโลกที่เคยอยู่ที่นี่ด้วยก็แล้วกันนะที่ต่อไปจะถูกแย่งที่อยู่อาศัย หรือก็อาจจะต้องถูกล่ามาเป็นอาหารด้วยเป็นแน่
‘ชิงเถาๆ’เสียงเจ้าหลันเฟยดังมาไม่นานตัวมันก็บินมาเกาะที่ไหล่ชิงเถาเป็นการบอกว่ามันกลับมาแล้วหรืออาจจะบอกว่ามันบินเล่นเหนื่อยแล้วจึงได้กลับมาก็เป็นได้
“เป็นไงบินเล่นสนุกไหมป่ะกลับที่พักกัน ชาวบ้านก็เริ่มมาถึงแล้ว เราก็เตรียมทำอาหารเถอะ”ชิงเถาเอ่ยกับหลันเฟยอย่างอารมณ์ดีแล้วก็เดินพาเจ้าหลันเฟยกลับที่พักที่นางสั่งให้เอ้อฉงนายทหารผู้ดูแลนางไปจับจองไว้ให้ทันที
“คุณหนูกลับมาแล้วข้าว่าจะออกไปตามพอดีถ้าหากยังไม่เห็นกลับมาเสียก่อน”เอ้อฉงเห็นชิงเถาเขาจึงเอ่ยรองทัก ถ้าหากชิงเถาเลือกจะพักตรงที่ห่างออกมาตรงนี้เขาก็ต้องจัดการพื้นที่รอบๆ ให้เหมาะเป็นที่พักเช่นกัน ไหนจะหญ้ารอบๆที่เขาพึ่งจะกำจัดไปหมด หรือม้านั่งตรงหน้ารถม้าของชิงเถาที่เขาหาท่อนไม้ง่ายๆมาทำไว้ให้นางได้นั่งพักส่วนตัวเขาเองก็ต้องเฝ้านางอยู่ไม่ห่างเช่นกันจึงต้องทำที่นอนง่ายๆอยู่ไม่ห่างจากรถม้าชิงเถานัก ถึงอย่างไรเขาก็ต้องดูแลนางให้ดีสมกับที่ใต้เท้าเจียงไว้ใจเขา
“เจ้าค่ะข้ากลับมาแล้ว เรามาทำอาหารกันเถอะ” ชิงเถาเอ่ยบอกยิ้มๆแต่เอ้อฉงฟังแล้วรู้สึกร่างกายเหนื่อยล้าขึ้นมาเสียดื้อๆทั้งๆที่ยังไม่ได้ทำอะไรด้วยซ้ำการชวนทำอาหารของชิงเถานั้นเขารู้ได้เลยว่านางต้องทำปริมาณมากๆ เป็นแน่ เพราะหากนางทำกินเองนางก็จะทำคนเดียวไม่ชวนเขาแบบนี้
“ขอรับแล้วไม่ทราบว่าคุณหนูจะทำอะไรบ้าง”เอ้อฉงเอ่ยถามพร้อมถกแขนเสื้อเตรียมเป็นลูกมือทันที นอกจากงานดูแลความปลอดภัยชิงเถาเขายังได้เรียนรู้วิชาการทำอาหารจากนางด้วยสงสัยกลับบ้านไปรอบนี้ต้องลองทำอาหารให้ลูกๆและภรรยาที่บ้านได้ลองกินเสียแล้ว
“ข้าวต้มแล้วกันทำง่ายๆ แต่ต้องทำเยอะหน่อย”ชิงเถาเอ่ยบอกแล้วเริ่มนำอุปกรณ์ออกมาเตรียมลงมือทันทีส่วนด้านเอ้อฉงรู้หน้าที่ตัวเองเขารีบเดินเก็บไม้แห้งมาเป็นฟืนใช้ก่อกองไฟให้ชิงเถาได้ทำอาหารทันที
“คนเยอะขนาดนี้ต้องทำอาหารเยอะขนาดไหนนะ”ชิงเถาเอ่ยกับตัวเอง นางกะปริมาณการกินของคนจำนวนมากว่าต้องทำอาหารขนาดไหนเอาจริงๆ นางเพียงคนเดียวคงทำไม่ไหวหรอก แต่ก็ไม่อยากเรียกใช้งานคนอื่นๆเพราะพวกเขาก็เหนื่อยเช่นกันจะให้มาทำงานตามใจนางก็ใช่ที่เอาเป็นว่านางจะทำเท่าที่ตัวเองทำได้ก็แล้วกัน ข้าวต้มเป็นอาหารง่ายๆ ใช้ข้าวไม่เยอะเท่าไหร่นางจะทำไว้ตามหม้อที่มีก็แล้วกัน อย่างน้อยๆ ก็คงกินได้หลายร้อยคนอยู่
ชิงเถาลงมือนำข้าวสารออกมาหลายกระสอบดีที่นางเป็นผู้ฝึกยุทธ์ทำให้น้ำหนักของกระสอบข้าวสารไม่ทับตัวนางตายไปเสียก่อนต้องขอบคุณครอบครัวนางที่ทุกคนเป็นห่วงว่านางจะกินอยู่อย่างอดอยากจึงพากันเตรียมของให้นางเยอะแยะแบบที่เตรียมใครเตรียมมันจึงทำให้ชิงเถานำมาแบ่งให้คนอื่นกินได้แบบไม่ต้องเสียดายเท่าไหร่นัก แต่ก็นานๆทีนางคงทำอาหารเลี้ยงตลอดไม่ไหว
“ข้าวต้มเนื้อหมูตากแห้งก็แล้วกัน”ชิงเถาเริ่มนำเนื้อหมูเค็มตากแห้งออกมาเป็นสิบจิน มาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆเตรียมไว้เนื้อนางก็ต้องเก็บไว้กินเช่นกัน ไม่รู้ว่าต้องอยู่ที่นี่อีกนานเท่าไหร่ใส่ไปเท่านี้ก็แล้วกัน
“คุณหนูน้ำเดือดแล้วขอรับ”เอ้อฉงร้องบอก เขาเฝ้าอยู่หน้าเตาแทนชิงเถาที่ต้องเตรียมวัตถุดิบ
“เอาข้าวลงเลยเจ้าค่ะไม่ต้องใส่เยอะมากเกือบครึ่งหม้อก็พอ” ชิงเถาร้องสั่งไปข้าวสารกว่าจะสุกก็คงเต็มหม้อพอดี
ชิงเถากับเอ้อฉงใช้เวลาทำอาหารอยู่กว่าหนึ่งชั่วยามในที่สุดข้าวต้มหม้อสุดท้ายก็ถูกยกลงมาจากเตาที่ทำจากหินที่หาได้แบบง่ายๆแล้ว ตอนนี้ชาวบ้านเดินทางมาถึงหมดแล้วทุกคนมีสีหน้าเหนื่อยล้าจากการเดินทางพอสมควรบางคนมาถึงก็จับจองที่ตั้งปูเสื่อนอนพักนั่งพักบ้างก็พากันเดินไปทางแม่น้ำที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงสองลี้เพื่ออาบน้ำหรือนำน้ำกลับมาใช้ดื่มกินบ้างก็เริ่มหุงหาอาหารกันแล้วเช่นกัน หรือแม้แต่บางคนที่ยังมีแรงเหลืออยู่มากก็ชักชวนกันเข้าป่าเพื่อล่าสัตว์มาทำอาหารกันแล้วพวกเขาช่างไม่รู้จักการพักจริงๆ
“พี่สาวข้าวต้มหอมมากๆ เลยเจ้าค่ะ” เด็กหญิงคนหนึ่งยืนแอบมองชิงเถาวุ่นกับการงานครัวอยู่พักหนึ่งแล้วนางเอ่ยออกมาเสียงเบาๆแบบกล้าๆกลัวๆแต่ชิงเถานางหูดีมากจึงรู้ตั้งแต่ว่าเด็กน้อยมาแอบมองแล้วเด็กหญิงเนื้อตัวมอมแมมถึงแม้จะได้รับสิทธิพิเศษได้นั่งรถม้าแทนการเดินแต่ก็มีเค้าความเหนื่อยล้าอ่อนแรงไม่ต่างจากผู้ใหญ่อยู่ดีดูจากเสื้อผ้านางแล้วถึงอยู่ที่เมืองก็คงลำบากไม่น้อยทีเดียวก
“ถ้าหอมก็นำถ้วยชามมาใส่ข้าวต้มไปกินเร็วเข้า” ชิงเถาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มใจดี
“ได้หรือเจ้าคะ”เด็กน้อยยังถามออกด้วยความไม่แน่ใจ ด้วยเด็กหญิงรู้ว่าชิงเถาเป็นคนที่มากับคนของทางการจึงคิดว่าตรียมอาหารไว้ให้เหล่าทหารเป็นแน่
“ได้สิไปบอกคนอื่นๆ ด้วยล่ะ ว่าตรงนี้มีอาหารให้นำถ้าชามมาใส่ได้แต่เจ้าต้องรีบมาก่อนใครล่ะ” ชิงเถาเอ่ยสั่งงานเด็กน้อยไปด้วย ก่อนที่ประโยคสุดท้ายจะเอ่ยกับเด็กหญิงไปเบาๆเหมือนให้รู้กันแค่สองคน
“ได้เจ้าค่ะข้าจะรีบกลับมา” เด็กหญิงพยักหน้ารับรู้ด้วรอยยิ้ม แล้วรีบวิ่งหนีหายไปทันที