“ไม่น่าเชื่อว่าเ้าจะใช้ข้าเป็ตัวล่อ ดีนะข้ารีบชิ่งออกมาก่อนที่ผู้หญิงพวกนั้นจะเห็นข้า หลายคนในนั้นเคยเจอข้าตอนมาเลี้ยงต้อนรับข้าซะด้วยสิ”
ผู้พูดคือองค์ชายเอียน สวมชุดดุภูมิฐาน แต่ไม่ใช่ในรูปแบบองค์ชาย ดูไปเหมือนบุตรชายเศรษฐีมากกว่า
“ใครคะ?”...เรอาถามอลัน
“องค์ชายลำดับ 3 องค์ชายเอียนน์ไงล่ะ”...อลันทำท่าเอามือทาบอกแล้วคำนับเป็การถวายพระพร
“ถ....ถ.ถ.ถวายพระพรเพคะ!!!”...เรอารีบประสาทมือที่หน้าตักแล้วย่อตัวถอนสายบัว
สำหรับเมืองบ้านนอกไกลความเจริญแบบซเปลแล้ว ขุนนางระดับเคาน์ถือว่าใหญ่คับฟ้าแล้ว อย่าว่าแต่มาร์ควิสที่นานๆ จะได้พบเจอ ซึ่งเอาจริงๆคนในซเปลยุคปัจจุบันนี้เคยเจอมากสุดก็ไวเคาน์พ่อของแอนแค่นั้น ถ้าเจอระดับองค์ชายด้วยแล้ว ยิ่งหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูก
“ดูสิ พอรู้ว่าข้าคือองค์ก็กลัวกันขนาดนี้ ข้าไปทำอะไรพวกเ้าั้แ่เมื่อไหร่กัน ฮึ?”...เอียนน์ถามเรอา
เรอาไม่กล้าตอบ
“ข้าถามเ้าอยู่น่ะ”..เอียนน์ย้ำ
“พ..เพ..คะ..!!”...เรอาสะดุ้งเฮือก
“องค์ชายจะถามนางในสิ่งที่นางตอบไม่ได้และไม่กล้าตอบไปทำไมพระเ้าข้า แล้วเมื่อสักครู่ในร้านผ้า กระหม่อมไม่ทราบจริงๆ ว่าองค์ชายเสด็จผ่านมา โปรดประทานอภัยฯ ..”...อลันทำทีท่านอบน้อม แต่น้ำเสียงหนักแน่นเข้มแข็งแสดงความไม่ยอมสยบ
“เ้ากล้าต่อกรกับชนชั้นสูงด้วย?”
“มิบังอาจพระเ้าข้า กระหม่อมเพียงแค่ยอมในระดับที่ยอมได้ เพราะองค์ชายยกพลมาช่วยชาวเมืองซเปลไว้พวกเราถึงรอดมาได้ ไหนเลยกระหม่อมจะกล้าบังอาจล่วงเกิน”
“จะบอกว่าที่ยอมข้าไม่ใช่เพราะยำเกรง แต่เพราะบุญคุณที่ข้าช่วยเมืองเ้าไว้?”
“อันที่จริง มันคือเมืองของพวกพระองค์ท่าน...เวอร์รากีอุส...นายของข้าก็แค่รักษาดินแดนของพวกท่านไว้ให้นายจ้าง พระองค์ท่านและเหล่าราชวงศ์สมควรปกป้องดินแดนของพวกท่านเองแต่แรก และกระหม่อมก็เป็คนต่างโลก จึงไม่นับว่าติดค้างอะไรพวกพระองค์ท่านในนามส่วนตัวเลย”...อลันเปลี่ยนจากงอคอเป็ยืดอกยืนตรงคุย
“ท...ท..ท่านอลัน..”...เรอาเขย่าแขนอลันเป็เชิงห้ามปรามด้วยความกลัว
“อื้ม...อื้ม...อันที่จริงไม่มีใครจะมาช่วยหรอก ฎีกาที่พวกเ้าร่างกันมา โดนเหล่าขุนนางฝ่ายพี่ชายข้าทั้ง 2ตีตกในท้องพระโรง มีข้าที่ขอให้เสด็จพ่อพิจารณาอย่างน้อยก็สรุปบทลงโทษ เสด็จพ่อเห็นข้าค้านเื่การเมินเฉยต่อซเปล ท่านเชื่อว่าข้าจะต้องมีความคิดอะไรสักอย่าง จึงตัดปัญหาการคัดค้านในที่ประชุมขุนนางแล้วมอบหมายให้ข้าจัดการเื่ในฎีกาฉบับนี้แบบเงียบๆแทน แต่ต้องไปจัดการด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัว”...เอียนน์บอก
“ห๊ะ...จะบอกว่าองค์ชายมานี่ ด้วยกำลังทรัพย์ส่วนพระองค์งั้นเหรอ!!?”...อลันใถาม
“จะว่างั้นก็ไม่ผิด ข้ามีช่องทางการค้าหลายทาง ตลอดหลายปีมานี้ข้ามีเงินมากกว่าใครในพี่น้ององค์ชายทั้งหมด ขาดก็แต่กำลังรบ พอดีว่าท่านมาร์ควิสที่กำลังลังเลว่าจะยกพลมาช่วยพวกเ้าดีมั้ย ก็ได้ข้ามาสนับสนุนเค้าให้ลงมาช่วยพวกเ้าพอดี และข้าเห็นสภาพการณ์พวกเ้าแล้ว ทีแรกยึดทรัพย์พวกปีศาจและยึดทรัพย์บารอนทรยศมาแล้วจะเอามาคืนทุนก็ลงเอยที่มอบให้นายหญิงของเ้าที่ดูท่าจะขาดแคลนทุนทรัพย์ไปซะดีกว่า”
“ถ้าหากเป็เช่นนั้น กระหม่อมขอบพระทัยแทนเลดี้แอนของกระหม่อมด้วยพระเ้าข้า”...อลันก้มหัวเอามือทาบอก แล้วเงยหน้าถามต่อ
“แล้วถ้างั้น เหตุใดพระองค์จึงตัดสินใจลงมาช่วยพวกเราล่ะพระเ้าข้า?”
“ขุนนางราชสำนักและพวกองค์ชายคนอื่นๆถ้าไม่ชิงบัลลังก์ ก็เสพสุขสบายไปวันๆ ขนาดศึกปีศาจที่มีผลกับมนุษย์ชาติ ยังเอาแต่รักษาทีท่า ไม่ได้คิดถึงส่วนรวมและราษฎรเลย....ใช่!..ที่ทุกตารางนิ้วในอาณาจักรเป็ของเราราชวงศ์เวอร์รากีอุส แต่พอมีภัยบุกเข้ามาทำลายราษฎรของเวอร์รากีอุสพวกมันกลับเพิกเฉย พวกมันมันแต่รักษาเสถียรภาพของพวกพ้องตนเอง!!!”
...เอียนน์ตอบด้วยสีหน้าขุ่นเคือง แต่หาได้ขุ่นเคืองพวกอลันที่เป็คู่สนทนา เป็ขุ่นเคืองเหล่าองค์ชายและขุนนาง!
“และเ้าก็กล้าต่อกรกับเหล่าชนชั้นสูงซะด้วย...วีรบุรุษอลัน”
อลันจ้องมององค์ชายเอียนน์
[ไอ้หมอนี่...!....แววตาแบบนี้มันของจริง มันไม่ได้โกหก ออร่าจับจังหวะการเต้นของหัวใจแล้ว เ้านี่มัน้าช่วยคนและแค้นเคืองชนชั้นสูงจริงๆ เรารู้สึกได้เลย]…อลันกับทั้งสายตาและเสียงของหัวใจ
“องค์ท่าน้าให้กระหม่อมช่วยอะไร?”
“เป็กำลังให้ข้า เปิดโปงความชั่วของผู้ที่อาศัยราชสำนักหาผลประโยชน์แล้วจับพวกมันมาลงโทษ!!”
“กระหม่อมจะรู้ได้อย่างไรว่าพระองค์ไม่ได้หลอกใช้กระหม่อม!”
“การกระทำของข้าทั้งหมด!! และถ้าข้าไม่ใช่คนอย่างที่เ้าหวัง ด้วยฝีมือของเ้า จะฆ่าข้าทีหลังเมื่อถึงตอนนั้นก็ยังได้!”
“เราจะเริ่มยังไง?”
“เริ่มจากเ้าพูดกับข้าแบบเป็กันเองก่อน จะได้คุยกันสะดวกขึ้น และงานที่ต้องทำตอนนี้ คือบำรุงเมืองซเปลให้เสร็จสิ้นก่อนหินมะจะมา”
“เอ่อ...ข้า..”...เรอาเพิ่งรู้สึกว่าตัว นางไม่ควรยืนฟังเื่พวกนี้อยู่ตรงนี้ั้แ่แรก
“อ้อ .. เ้าเองก็ไม่ต้องใ เพื่อนของอลันต่อไปก็เหมือนเพื่อนของข้า ขาดเหลืออะไรบอกข้าได้ แค่ห้ามเอาเื่ที่ข้าตกลงกับอลันไปพูดที่ไหน”...เอียนน์ยิ้มมองมาทางเรอา
“พ..เพคะ”
“เดี๋ยวๆ ข้ายังไม่ทันตอบตกลงท่านเป็จริงเป็จัง ไว้ขอข้าคิดดูก่อน เพราะข้าเองก็มีภารกิจที่ต้องไปทำหลังจากช่วยดูแลจัดการเมืองเสร็จด้วย”
“ตามสบาย สหาย...แล้วตอนนี้เ้าจะไปไหนต่อ?”
“ค่ารถม้าแพงมาก จะหาถูกกว่านี้มีมั้ยนะ?”
“ถ้าไปซื้อร้านนี้ที่ทำสำเร็จ ยังไงก็แพง พวกเ้าต้องไปร้านช่างที่ทำตัวรถแล้วสั่งทำ จากนั้นค่อยไปติดต่อช่างที่ทำเครื่องเรือนตกแต่งภายใน ให้เขามาติดตั้งเบาะ ม่านอะไรต่างๆ ในรถ แล้วก็ค่อยไปซื้อม้า รวมๆ แล้วจะถูกกว่า”...เอียนน์แนะนำ
[อย่างกับคอมฯ ซื้อประกอบเลยแฮะ]…อลันคิด แล้วกล่าวต่อ
“ขอบคุณท่านมากเอียนน์ ข้าจะติดต่อร้าน สั่งทำแล้วค่อยนัดวันมาเอา ว่าแต่ท่านรู้เยอะจริงๆองค์ชายที่นี่นี่มากความสามารถจัง”
“อย่าลืม .. ข้าทำการค้า ไม่ใช่พวกที่ชี้นิ้วสั่งอย่างเดียว”...เอียนน์ยิ้ม
จากนั้นเอียนน์พาเดินเจรจาสั่งทำสิ่งต่างๆสำหรับรถม้า และไปจองม้าสำหรับใช้ลากรถ
ขากลับมายังซเปล อลันไปส่งเรอาที่โรงแรม
“ไว้ตัดชุดให้เลดี้แอนแล้ว ข้าจะตัดชุดให้เ้าบ้าง เป็ค่าตอบแทนที่ช่วยเหลือวันนี้”
“อย่าเลยค่ะ มันสิ้นเปลือง ข้าไม่กล้ารับผ้าจากบ้านท่านแอนหรอก”
“อ่ะ ไว้ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน ถ้าไม่เอาเสื้อ เป็ข้าเลี้ยงอาหารสักมื้อแล้วกัน”
พออลันจากมา เมดสาวโรงแรมกับเพื่อนบ้านใกล้ๆ ต่างพากันเข้ามาถามเรอายกใหญ่ว่าไปไหนกันมากับอลัน แล้วทำอะไรกันมาบ้าง
อลันหอบผ้าและอุปกรณ์ตัดเย็บลงจากรถม้าและจ่ายค่าจ้างให้ไพน์ แล้วเข้าตัวตึกเรือน
“นายหญิงล่ะ นางรับมื้อเย็นรึยัง?”...อลันถามพวกเมด
“ยังค่ะท่านอลัน นายหญิงบอกจะรอท่านอลันค่ะ”
“อา.. ขอบใจนะ เ้าไปพักได้แล้ว อ้อ รบกวนพวกเ้าเอาพวกนี้ไปที่ห้องข้าด้วย”...จากนั้นอลันเดินมาที่ห้องทำงาน
ก๊อกๆ
ข้าเองครับนายหญิง
“อลัน!”...แอนวิ่งมาเปิดประตู ด้วยท่าทีดีใจ
“ทำไมยังไม่ทานมื้อเย็นอีกครับ?”
“ข้ารออลันน่ะ เป็ห่วงเห็นไปตั้งนาน”
“ไม่ได้นะครับ ทีหลังเมื่อถึงเวลาทานอาหาร ก็ต้องทาน จะทานมากทานน้อยก็แล้วแต่ แบบนี้ข้าจะไปไหนก็จะต้องคอยกังวลว่าถ้ากลับไม่ทันนายหญิงจะไม่ทานอะไร”
“ค่ะ”...แอนก้มหน้าจ๋อยๆ ไป
“เฮ้อ..เอาเถอะ ข้ากลับมาแล้ว เชิญนายหญิงไปโต๊ะอาหารครับ”
“จ้ะ”...แอนรีบเดินเร็วไปที่โต๊ะอาหาร
[เฮ้อ อย่างกับเด็กๆ แหน่ะ]…อลันขมวดคิ้วแบบยิ้มๆ