ตอนที่ 24 ความเ็ป... 2
ห้างสรรพสินค้าในตัวเมืองเชียงใหม่อีกสองวันต่อมา
“ครับ คุณอา”น้ำฟ้าเดินคุยโทรศัพท์พร้อมกับเดินไปเรื่อย ๆ ในห้างสรรพสินค้า “ใช่ครับอาขอบคุณคุณอามากเลยนะครับ”
“ไม่เป็ไรหรอกเดี๋ยวอากับเพื่อน ๆ จัดการให้” ปลายสายตอบมาด้วยน้ำเสียงอย่างเป็กันเอง“ว่าแต่เราสบายดีนะ”
“ครับน้ำสบายดีครับ”
“โอเคดีแล้วถ้าอย่างนั้นก็แค่นี้ก่อนละกันนะพอดีอามีธุระด่วน”
“ครับ”
น้ำฟ้าวางสายโทรศัพท์แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะกวาดสายตาไปรอบ ๆ ที่นี่ช่างคุ้นเคยแม้เวลาจะผ่านไปแต่ภาพความทรงจำเก่า ๆของเขาก็ยังไม่เคยลืมเลือน
น้ำฟ้าเดินผ่านร้านกระเป๋ายังมีภาพความทรงจำของพี่สาวในร้านขายกระเป๋าร้านนั้นพี่สาวของเขาเป็คนเลือกซื้อกระเป๋าใบใหญ่ให้
“นี่เราต้องใช้ใบนี้นะ”
“ผมเอาใบอื่นไม่ได้เหรอครับ”
“ไม่ได้ ใบนี้แหละใส่เสื้อผ้าได้เยอะ”
“นี่น้ำต้องแบกกระเป๋าใบใหญ่ ๆ นี่เหรอครับ โธ่ อายคนเขาแย่”
“นี่ไม่ต้องบ่นเลยนะ”
“...”
น้ำฟ้ายิ้มคนเดียวกับภาพความทรงจำเก่าๆ ระหว่างเขากับพี่สาวแม้กระทั่งเดินมาถึงร้านหนังสือก็ยังมีภาพแห่งความทรงจำปรากฏขึ้นมาอีก
“อะไร น้ำ” เนตรดาราพี่สาวยิ้ม “ซื้อหนังสืออ่านทั้งทีทำไมมันถึงได้มีแต่ภาพละตัวหนังสือมีอยู่หน่อยเดียว”
“ก็น้ำไม่อยากอ่านเยอะนี่ครับ หนังสือเรียนก็มากอยู่แล้ว”
“นี่ ถ้าไม่อ่านหนังสือ แล้วเราจะมีความรู้ได้อย่างไรละ”
“น้ำเอาเล่มอื่นก็ได้ครับ”
น้ำเสียงที่หมดหวังของน้ำฟ้าในภาพแห่งความทรงจำสร้างรอยยิ้มให้กับตัวเองในปัจจุบันเขายิ้มก่อนจะลดสายตาลงต่ำที่พื้นแต่ถึงกระนั้นก็ยังมีภาพแห่งความทรงจำเกิดขึ้นอยู่ดี
“นี่น้ำ เดินช้า ๆ ลงหน่อยและก็ไม่ต้องเสียงดังดัวยเห็นไหมคนอื่นเขามองน้ำกันหมดแล้ว”
“ไม่เห็นเป็ไรนี่ครับพี่เนตร”
“ไม่เป็ไรได้ไง รบกวนคนอื่น” พี่สาวเอามือเท้าสะเอว“แล้วนั่นจะวิ่งทำไมละ”
“โธ่ พี่เนตร”
น้ำฟ้ายิ้มเดินตามทางเดินไปเรื่อยๆ กับภาพความทรงจำตรงทางเดินน้ำฟ้าวิ่งนำหน้าพี่สาวที่เดินตามไปช้า ๆแต่น้องชายก็กวนพี่สาววิ่งไกลออกไปแล้ววิ่งใกล้เข้ามาหยอกล้อพี่สาวตลอดทางเดินจนกระทั่งมาถึงร้านไอศกรีม
“พี่เนตรนี่ไง ถึงแล้วร้านโปรดของพี่”
“...” เนตรอารีนิ่งเงียบมองหน้าน้ำฟ้าด้วยแววตาจริงจังจากร่างกายที่เป็เด็กสาวก็กลายเป็หญิงสาวแล้วยิ้มให้กับน้ำฟ้าในความทรงจำก่อนจะเอ่ยปากพูด
“ถึงแล้วนะ น้ำ”
แล้วภาพความทรงจำของน้ำฟ้าก็จางหายไปในทันทีพร้อมกับสายลมระลอกหนึ่งพัดเข้าประทะกับใบหน้าของเขา
“ถึงแล้วนะ น้ำ”
เสียงของเนตรดารายังดังก้องน้ำฟ้าหยุดนิ่งค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
“...” น้ำฟ้านิ่งเงียบเมื่อเห็นร้านไอศกรีมที่เคยมาวิ่งเล่นกินไอศกรีมกับพี่สาวเปลี่ยนไปแล้วแต่ความเปลี่ยนแปลงของร้านไม่ได้ทำให้เขานึ่งอึ้งมากไปกว่าภาพของเ้าสาวที่ตั้งอยู่ด้านหลังกระจกใสบานใหญ่ของร้านเวดดิงน้ำฟ้านิ่งอึ้งอยู่ครู่ใหญ่
เ้าสาวคนนั้นก้มหน้าเหนียมอายเล็กน้อยส่วนเ้าบ่าวยิ้มแต่เพียงน้อยแล้วยื่นใบหน้าเข้าใกล้เ้าสาวของเขาจนหน้าฝากแตะกันอย่างใกล้ชิดแต่ทว่าใบหน้ารูปนั้นน้ำฟ้าเองก็เคยใกล้ชิดเช่นกัน เขาเคยจูบประทับมันด้วยซ้ำริมฝีปากเล็กบางนั่นเขาก็เคยได้ััมาก่อน กลิ่นอายของหล่อนเขายังจดจำมันได้เป็อย่างดีเวลาที่ได้อยู่ใกล้ๆ เขายังจดจำทุกอย่างเกี่ยวกับหล่อน รอยยิ้ม หยดน้ำตา แววตาที่สื่อถึงความห่วงใยและแววตาที่เคียดแค้นชิงชังที่ทำให้ตัวเขาเองรู้สึกเ็ปตอนนี้ทุกอย่างกำลังจะกลายเป็ของผู้ชายคนนั้นเ้าบ่าวของหล่อนผู้ชายของหล่อนยิ่งนึกเช่นนั้นเขาก็ยิ่งเ็ปร่างกายเหมือนต้องมนต์บางอย่างให้แข็งทื่อเหมือนรูปปั้นยืนตรงอยู่หน้าร้านเวดดิง
“สวัสดีค่ะ”
“ครับ”น้ำฟ้าสะดุ้งตื่นเล็กน้อย
“แวะดูข้างในร้านก่อนได้นะคะทางร้านมีหลายแบบเลยค่ะ” ยิ้มหวานของพนักงานสาวที่ร้าน
“อ้อไม่เป็ไรครับ” น้ำฟ้ายิ้มก่อนจะรีบเดินจากร้านไป...
ไร่องุ่นเทพธาวัลย์
ประตูห้องเปิดออกอย่างช้าๆน้ำฟ้าค่อยๆ ก้าวเข้าห้องนอนอย่างเหนื่อยอ่อนเขาทิ้งตัวลงบนที่นอนมองดูเพดานห้องสีฟ้าอ่อนแล้วหลับตานอนนิ่งแต่เพียงไม่นานน้ำตาก็เริ่มเอ่อท้นไหลผ่านหางตาสองข้างเขานอนนิ่งอยู่อย่างนั้นต่อครู่หนึ่งก่อนจะลุกจากเตียงมานั่งที่โต๊ะอ่านหนังสือที่มีภาพถ่ายของพี่สาวเหมือนยืนยิ้มให้เขาอยู่ตลอดเวลาที่เขาหันไปมองภาพนั้นเขาหยิบภาพถ่ายมาดูใกล้ ๆ
“พี่ครับทุกอย่างมันวิ่งวนอยู่ในหัวของน้ำ ภาพความทรงจำแปลก ๆ พวกนั้น น้ำสับสนเหลือเกินทำไมน้ำถึงจำอะไรตอนนั้นไม่ได้เลยละครับ”น้ำฟ้านิ่งเงียบจ้องมองภาพถ่ายของพี่สาวครู่หนึ่ง“ไม่ใช่แต่เพียงความสับสนเท่านั้นที่ผมหาทางออกไม่ได้ความเ็ปน้ำเองก็ไม่รู้จะทำยังไงกับมันดีครับพี่”
หลังจากที่นั่งจมอยู่กับความสับสนและความเ็ปที่ไม่อาจฝืนใจตนเองได้น้ำฟ้าตั้งสติอยู่เพียงไม่นานสีหน้าของเขาก็เริ่มดีขึ้นเขาลุกจากเก้าอี้แล้วตรงไปที่ตู้เก็บเสื้อผ้าพร้อมกับลูกกุญแจในมือขวาแล้วปลดลอกแม่กุญแจก่อนจะเปิดบานตู้เสื้อผ้าออกเมื่อได้เห็นบางอย่างที่เก็บอยู่ในตู้เสื้อผ้า เขายิ้ม...
ไร่ส้มธิตาการ
ดวงตะวันสีแดงกลมโตค่อยๆ เลื่อนต่ำแต่ยังไม่พ้นแนวเขาเบื้องตะวันตกของไร่ส้มไอสีขาวเลื่อนลอยเพียงบางเบาเป็แนวสีขาวจางๆ สายลมพัดพลิ้วแ่เย็นเป็ระลอกเรือนแก้วของรินอารีโดดเด่นในแนวไม้สีเขียวแม้มองผ่านมาแต่ไกลรินอารียืนอยู่ตรงระเบียงของเรือนแก้วเหม่อมองไปยังต้นส้มที่ขึ้นเขียวกว้างไกลมีเพียงสายลมที่เด่นชัดในความรู้สึกเสมือนว่าหล่อนกำลังพูดคุยกับพี่ชายที่ได้จากไปแล้วก่อนจะถึงวันที่สำคัญที่สุดในชีวิตของหล่อน
“พี่วาพรุ่งนี้แล้วนะคะ พรุ่งนี้รินจะแต่งงานแล้วนะ”
เสียงของรินอารีคละเคล้ากับสายลมเหมือนได้ส่งสารถึงพี่ชายแต่ทว่าความหมายของคำพูดกับทำให้ตัวของหล่อนเองรับรู้ถึงความหมายของคำพูดและความรู้สึกที่มีต่อความหมายในคำพูดนั้น“แต่งงาน” หล่อนกำลังจะออกเรือนไปอยู่กับคนที่เป็สามีของหล่อนหล่อนกำลังจะจากที่นี่ไปอยู่กับเขา
“พี่วา รินกลัวค่ะ”น้ำเสียงที่เริ่มสั่นสะอื้นของรินอารีแอบดังขึ้นอยู่เงียบ ๆ เพียงลำพัง“รินอยากจะได้ความทรงจำระหว่างรินกับพี่ภัทรกลับมาจริง ๆ นะคะ สักนิดก็ยังดี” รินอารีสะอื้นเบา ๆ “มันสำคัญกับรินมากนะคะ”
สายลมระลอกหนึ่งพัดผ่านเข้ามาอย่างแ่เบาแต่ในความรู้สึกของรินอารีมันเด่นชัดเหลือเกินในสายใยของบางอย่างมันทั้งแ่เบาและอบอุ่นคล้ายกับเสียงกระซิบของคนที่หล่อนรอคอยจะพูดคุยด้วยมากที่สุดในตอนนั้นเหมือนสายลมกำลังพูดกับหล่อนว่า
... “ไม่เป็ไรนะ ทุกอย่างมันจะผ่านไปด้วยดี” ...
“นั่นเสียงของพี่วา”รินอารีหลับตาแล้วยิ้มพร้อมกับถอนหายใจลึก ๆ “เอาละ ฉันจะคิดถึงมันเป็ครั้งสุดท้ายกับความทรงจำจอมปลอมอันนั้น”
รินอารีหลับตาหายใจเข้าออกลึกๆ ยาว ๆ แล้วภาพความทรงจำต่าง ๆ ระหว่างหล่อนกับน้ำฟ้าก็ปรากฏขึ้นเป็ภาพั้แ่ครั้งแรกที่หล่อนกับเขาได้พบกัน
...รองเท้าของเ้าหญิง...
ภาพน้ำฟ้าผมยาวๆ แบบศิลปินแหงนหน้ามองดูหล่อนแล้วยิ้มเป็รอยยิ้มนั่นเองที่สร้างความประทับใจครั้งแรกระหว่างเขากับหล่อนรอยยิ้มนั้นยังติดตาตรึงใจของหล่อนจนถึงวันนี้แต่รอยยิ้มนั้นเป็รอยยิ้มที่เสแสร้งแกล้งทำเพื่อหวังที่จะมาทำร้ายคืนนี้รอยยิ้มนั้นจะจางหายไปจากความรู้สึกของหล่อน
“รินอารี รอยยิ้มนั้นเป็สิ่งเสแสร้งเธออย่าหลงเชื่อนะ” รินอารีบอกกับตัวเองในความทรงจำที่หล่อนระลึกมันขึ้นมา “แววตาเศร้า ๆของเขาก็เป็การแกล้งทำ ทุกอย่างเกี่ยวกับเขา มันหลอกลวงนะรินอารี”
“...” จบคำพูดของตัวเองในความรู้สึกรินอารียังหลับตายืนนิ่งคล้ายกับกับทำสมาธิและเพียงไม่นานหล่อนก็ลืมตา
“รินอารี พรุ่งนี้จะเป็งานแต่งของเธอแล้วนะต่อไปเธอจะคิดถึงคนอื่นไม่ได้นะนอกจากพี่ภัทรของเธอสำหรับความทรงจำที่ไม่คืนกลับมาก็ไม่เป็ไรต่อไปเธอกับพี่ภัทรจะสร้างมันขึ้นมาใหม่ถึงแม้ไม่มีความทรงจำเก่าๆแต่เธอกับพี่ภัทรจะสร้างมันขึ้นมาใหม่”
แม้รินอารีจะพยายามพูดให้ดูสดใสแต่ก็ยังสั่นเครืออยู่ในน้ำเสียงท่ามกลางสายลมไอหมอกจางๆ และเมื่อดวงอาทิตย์คล้อยต่ำแสงไฟก็สว่างไสวเป็แนวยาวตามทางเดินจากตรงที่หล่อนยืนอยู่สามารถมองเห็นดวงไฟเกือบทุกดวงในไร่ส้มธิตาการที่หล่อนคุ้นเคยแทบทุกตารางนิ้วมันดูอบอุ่นและเพลิดเพลินมีความสุขทุกครั้งที่ได้มองเห็นดวงไฟเ่าั้
“พรุ่งนี้ ทุกอย่างจะดีขึ้นนะรินอารี เธอต้องเชื่อฉัน”...