ตอนที่16 บันทึกลับของเสี่ยวเจี๋ย
หยางจุ้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาแม่อย่างรู้สึกกังวลใจเล็กน้อยเหตุผลมาจากครอบครัวที่้าให้เขาหมั้นหมายกับหญิงสาวสวยคนหนึ่ง ซึ่งเป็ลูกสาวคนเดียวของตระกูลหลินที่ร่ำรวยแห่งเมืองหลวงนั่นคือ หลินอี้เฟย
ทั้งนี้หลินอี้เฟยเป็น้องสาวของหลินอี้เฟิงอดีตสามีของเสิ่นลี่อิงในชาติก่อนนั่นเอง
ฟางหวงหลานหญิงวัยกลางคนผู้เป็แม่ของหยางจุ้น เธอรับโทรศัพท์ลูกชายอย่างยินดีพลางบ่นให้เขาเล็กน้อยด้วยความห่วงใยว่า
“เสี่ยวจุ้นโทรมาเสียทีแม่กำลังคิดจะไปแจ้งความคนหายอยู่พอดีเลย เมื่อไหร่กล้บบ้านละลูก?”
หยางจุ้นยิ้มมุมปากอย่างมีความสุขที่ได้ยินเสียงแม่เขาตอบคำถามแม่อย่างยินดีพร้อมสอบถามเกี่ยวกับที่อยู่ของใช้ส่วนตัวซึ่งบางอย่างแม่เป็คนเก็บรวบรวมไว้เมื่อเขาเรียนจบมหาวิทยาลัยชิงหวาแล้วว่า
“ผมว่าจะกลับพรุ่งนี้เช้าครับพอดีว่าจะไปค้นหาโน้ตเก่าสมัยเรียนแม่เก็บของเก่าผมไว้ที่ห้องใต้หลังคาเหมือนเดิมไหมครับ?”
“ยังอยู่เหมือนเดิมของเสี่ยวเจี๋ยก็อยู่เหมือนเดิม”
ฟางหวงหลานตอบกลับลูกชายที่เหลือเพียงคนเดียวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยเนื่องจากน้องชายของหยางจุ้นเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อหกปีก่อนด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างไม่มีใครคาดคิดทำให้เวลานี้ตระกูลหยางเหลือหยางจุ้นเป็หลานชายและลูกชายคนเดียวของตระกูลหยางที่ทรงอิทธิพลทางทหารเพียงหนึ่งเดียว
หยางจุ้นรับรู้ความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ของแม่ที่มีต่อน้องชายเป็อย่างดีทว่าเขาไม่รู้จะปลอบใจอย่างไรจึงนิ่งเงียบไปสักพัก
พอฟางหวงหลานรู้สึกดึขึ้นแล้วจึงกล่าวถึงการทำอาหารโปรดไว้รอลูกชายกลับบ้านว่า
“ถ้าเสี่ยวจุ้นมาพรุ่งนี้แม่จะทำเสี่ยวหลงเปาที่ลูกชอบไว้รอนะ อยู่กินด้วยกันกับแม่ก่อนกลับด้วยล่ะ”
“ตกลงครับ”หยางจุ้นรับปากแม่อย่างอบอุ่นหัวใจ
..........
รุ่งเช้าหยางจุ้นเดินทางออกจากคอนโดมิเนียมหรูที่ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจซึ่งใกล้บริษัทตนเองเขาขับรถเรนจ์โรเวอร์อีโวครุ่นใหม่กลับบ้านโดยไม่กล้าขับรถสปอร์ตหรูไปเพราะไม่อยากตอบคำถามที่พ่อแม่อาจสงสัยถึงที่มาของรายได้เกินตัว
ทั้งนี้เขาเป็เด็กอัจฉริยะของโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งเมืองหลวงซึ่งสามารถสอบจบข้ามชั้นเรียนในระดับชั้นมัธยมปลายปีสามเมื่อมีอายุเพียงสิบสี่ปี
จากนั้นเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยชิงหวาทั้งที่มีมหาวิทยาลัยดังระดับโลกส่งหนังสือเชิญให้เขาไปเรียนทว่าหยางจุ้นกลับเลือกเรียนมหาวิทยาลัยในประเทศแทน
อีกทั้งเขาเรียนจบปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ด้วยคะแนนสูงสุดเป็ประวัติศาสตร์ของคณะนี้รวมทั้งมีผลงานสิ่งประดิษฐ์และวิจัยมากมาย ทว่าเขายังไม่พบคณะหรือสาขาที่้าเรียนต่อในระดับสูงขึ้น
เขากลับไปถึงบ้านใน่สายก่อนที่จะขึ้นไปค้นหาโน้ตย่อที่เคยบันทึกไว้สมัยเรียนมัธยมปลายยังห้องใต้หลังคา
“แม่ครับ.....ผมกลับมาแล้วเดี๋ยวขึ้นไปหาโน้ตย่อก่อนนะครับ แล้วจะลงมากินอาหารด้วย”
หยางจุ้นส่งเสียงทักทายแม่แล้วรีบขึ้นไปยังห้องใต้หลังคาในทันทีโดยไม่รอฟังเสียงตอบรับจากแม่ที่รีบออกมาจากห้องครัว ซึ่งมีคำพูดหนึ่งหากเขาได้ยินจะต้องรีบออกจากบ้านทันทีนั่นคือ
“เสี่ยวจุ้นมาแล้วหรือ?พอดีเลย.....พ่อเขาชวนบ้านโน้นมากินข้าวด้วย อ้าว!หายไปไหนแล้วละ?”
ฟางหวงหลานมองซ้ายขวาก่อนส่ายหน้าให้กับพฤติกรรมของลูกชายที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเนื่องจากหยางจุ้นเป็ลูกชายคนโตและเป็หลานชายคนแรกของตระกูลที่ได้รับความรักมากเกินไปจากสมาชิกในครอบครัว
เมื่อได้รับความรักมากไปจนส่งผลเสียต่อชายหนุ่มทำให้เขากลายเป็คนเอาแต่ใจและไม่สนใจความรู้สึกคนอื่น
ฟางหวงหลานกลับเข้าห้องครัวไปทำอาหารต่อเพื่อต้อนรับแขกจากครอบครัวหลินที่จะมากินอาหารกลางวันร่วมกันอย่างผ่อนคลาย
ขณะที่หยางจุ้นกำลังค้นหาโน้ตย่ออยู่นั้นพลันพบเข้ากับเอกสารลับที่หล่นออกจากสมุดบันทึกส่วนตัวของน้องชาย
“เอ๋! กระดาษอะไรอยู่ในบันทึกของเสี่ยวเจี๋ย?” หยางจุ้นอุทานด้วยความประหลาดใจ
เขาหยิบขึ้นมาอ่านดูแล้วพบว่าเป็ลายมือของน้องชายตนเองจริงทว่าข้อความที่เขียนไว้นั้นเป็การเขียนเหมือนการใบ้คำมากกว่าเหตุเพราะประโยคทั้งหลายไม่สามารถอ่านได้ใจความเหมือนประโยคปกติ เรียกความสนใจจากเขาเป็อย่างยิ่ง
“เสี่ยวเจี๋ยบันทึกอะไรไว้? ส่งไปให้เสี่ยวเฉินถอดรหัสรอดีกว่า”
หยางจุ้นตัดสินใจให้ลูกน้องช่วยถอดรหัสไปพลางเพราะเขา้าหาโน้ตย่อให้เจอโดยเร็วโดยเขารู้สึกสังหรณ์ใจว่าอาจมีเื่ทำให้ไม่สบายใจจึง้าออกจากบ้านไปก่อนถึงเวลากินอาหารกลางวัน
จากนั้นหยางจุ้นถ่ายรูปกระดาษข้อความลับของน้องชายแล้วส่งเข้ากลุ่มแชตสตาร์โดยตรงทำให้สมาชิกในกลุ่มมองเห็นอย่างชัดเจน
ก่อนที่หยางจุ้นจะโทรหาหลีอี้เฉินทำให้รับรู้ว่าตนส่งเข้ากลุ่มใหญ่ไปแล้ว แต่เขาไม่เป็กังวลใจมากนักเพราะคิดว่าคงไม่มีใครรู้เื่ข้อความและสามารถถอดรหัสได้จึงสั่งการหลีอี้เฉินอย่างสงสัยถึงข้อความในบันทึกลับว่า
“เสี่ยวเฉินนายถอดรหัสจากข้อความที่ฉันส่งเข้าในกลุ่มให้ที ตอนนี้ฉันยังไม่ว่าง”
“ได้ครับหัวหน้าว่าแต่เป็ข้อความมาจากที่ไหนหรือครับ?” หลีอี้เฉินสอบถามถึงที่มาด้วยความสงสัยใคร่รู้
“อ้อ! เป็ของเสี่ยวเจี๋ยนั่นซีฉันเห็นมันหล่นลงมาจากในบันทึกพอดี แต่ยังไม่มีเวลาถอดรหัสถ้านายไม่มีงานสอนตอนนี้ก็ถอดรหัสให้ก่อนละกัน”
หยางจุ้นตอบคำถามลูกน้องตามจริงเขาเชื่อมั่นในสัญชาตญาณตนเองว่าบันทึกของน้องชายที่เคยถูกเก็บซ่อนไว้อย่างดีแต่วันนี้ถูกเขาพบโดยบังเอิญนั้น จะต้องมีความสำคัญอย่างแน่นอนจึง้าถอดรหัสให้ได้
“เข้าใจแล้วครับเดี๋ยวผมจะถอดรหัสตอนนี้เลย” หลีอี้เฉินตอบรับอย่างเข้าใจ
เมื่อหยางจุ้นค้นพบโน้ตย่อของตนครบถ้วนทั้งหกวิชาแล้วไม่ว่าจะเป็วิชาภาษาจีน ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา
เขารีบลงมาจากห้องใต้หลังคาแล้วขับรถออกไปจากบ้านทันทีโดยที่ไม่ได้เข้าไปบอกลาแม่สักคำ
หลังจากหยางจุ้นจากไปไม่นานนักครอบหลิน นำโดยหลินอี้จาง รุ่นน้องมหาวิทยาลัยชิงหวาของหยางอัน ชายผู้เป็พ่อของหยางจุ้น
หลินอี้จางมาพร้อมกับลูกชายหญิงและภรรยาเพื่อหวังพูดคุยเื่งานมงคลของสองครอบครัวอย่างยินดี
เมื่อฟางหวงหลานมาตามลูกชายที่ห้องใต้หลังคาแล้วเธอพบว่าไม่มีร่างของลูกชายอยู่ในห้องนั้นมีเพียงคำบอกเล่าของคนรับใช้แจ้งให้เธอรับรู้ว่า
"อ้อ! คุณชายหยางหรือครับ? เพิ่งออกไปไม่นานนี่เองสงสัยจะมีงานด่วนมั้งครับ เพราะเห็นหอบเอกสารไปหลายอย่างเลยทีเดียว"
“อ้าว! ไปแล้วหรือ?ทำไมไม่มาบอกฉันสักคำ?ลูกคนนี้นี่....หนีไปอีกแล้ว ช่างนกรู้เสียจริง”
ฟางหวงหลานอุทานด้วยความผิดหวังเธอส่ายหน้าให้กับพฤติกรรมของลูกชายที่คล้ายกับล่วงรู้ว่าจะมีครอบครัวหลินมา
ร่วมกินอาหารกลางวันด้วยทำให้เธอถอนหายใจยาวเพราะต้องคิดหาคำพูดไปเจรจากับอีกฝ่ายเพื่อไม่ให้เกิดความบาดหมางระหว่างกัน
……….
เสิ่นลี่อิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูใน่เรียนวิชาภาคเช้าเสร็จสิ้นเธอพบว่าอาจารย์ของหลีอี้เฉินยังไม่ตอบกลับผลการตรวจแบบทดสอบทั้งหกวิชาทำให้เธอรู้สึกกังวลใจว่าตนทำผิดหรือสร้างไม่พอใจให้กับอีกฝ่าย
อย่างไรก็ตามขณะที่กินอาหารกลางวันใกล้อิ่มเธอสังเกตเห็นไอดีัดำส่งภาพบางอย่างเข้าในกลุ่มแชตสตาร์ พอกินข้าวอิ่มแล้ว จึงเปิดอ่านด้วยความงุนงงที่จู่ๆ มีภาพปริศนาจากอาจารย์ของหลีอี้เฉินโผล่ขึ้นมา
“เอ๋!ท่านอาจารย์ส่งอะไรเข้ากลุ่ม?” เสิ่นลี่อิงพึมพำอย่างสงสัย
เสิ่นลี่อิงจ้องมองภาพที่ถูกโพสต์เข้าในกลุ่มแชตสตาร์ด้วยความสนใจสักพักหนึ่งเธอนึกถึงเกมปริศนาในรายการเกมโชว์ที่โด่งดังในอนาคตอีกสองปีข้างหน้า
พลันตาโตเมื่อนึกถึงวิธีถอดรหัสของนักเรียนอัจฉริยะคนหนึ่งที่เข้าร่วมรายการเกมโชว์ครั้งนั้นได้
โดยนักเรียนคนดังกล่าวได้แสดงทักษะการถอดรหัสที่รายการเกมโชว์นำขึ้นเป็โจทย์ในภายหลังเขาได้อธิบายว่าเป็เทคนิคลับที่ใช้ในการสื่อสารระหว่างกลุ่มเด็กเฉพาะที่มีปัญหาด้านการสื่อสาร
เสิ่นลี่อิงกลับต้องรู้สึกใมากกว่าเมื่อเธอถอดรหัสออกมาแล้วกลายเป็ข้อความที่ทำให้ไม่อยากเชื่อว่าเป็ความจริง
“ฮ้า!เป็ความจริงหรือเนี่ย?!”
เสียงอุทานดังลั่นของเสิ่นลี่อิง ทำให้เพื่อนนักเรียนนั่งกินข้าวอยู่ข้างเธอ ต่างตื่นใเพราะคิดว่าเธอมีปัญหาร้ายแรง
กงเจียหลิงเขย่าไหล่เสิ่นลี่อิงพลางสอบถามด้วยความห่วงใยว่า
“อิงเอ๋อร์!.....เธอเป็อะไร? ะโเสียงดังลั่นเลย”
เสิ่นลี่อิงกระพริบตาปริบเมื่อรู้ว่าตนเผลอแสดงกิริยาตื่นใจนทำให้เพื่อนเป็กังวลจึงตอบอย่างกำกวมว่า
“ไม่มีอะไรหรอกฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ พอดีปวดท้องกะทันหัน”
“อ้าว!แล้วเื่สอนการบ้านละ?” เพื่อนนักเรียนคนหนึ่งโพล่งถามเสิ่นลี่อิงขึ้นมาอย่างกังวลใจ
“ไปรอที่ห้องเลยเดี๋ยวฉันตามไป” เสิ่นลี่อิงตอบกลับพร้อมกับยกถาดอาหารไปวางในที่จัดเก็บ
เธออยากที่จะพิมพ์ข้อความบอกในกลุ่มแชตสตาร์เนื่องด้วยเธออยากให้ใครหลายคนช่วยกันตรวจสอบข้อมูลที่เพิ่งถอดรหัสได้ พลางคิดว่าเป็เื่ด่วนที่สำคัญซึ่งต้องมีการตรวจสอบให้ชัดเจนโดยเร็ว