และแล้ววันที่ใครหลายคนรอคอยมาถึงยกเว้นหญิงสาวที่นอนกลิ้งไปกลิ้งมาถูกปลุกด้วยฝีมือแม่ผู้ให้กำเนิด องศายืนกอดอกหัวเราะชอบอกชอบใจจนรักจังต้องลุกขึ้นนั่งขยี้ตาแต่เช้าตรู่มองนาฬิกาก่อนหงายท้องโน้มลงบนเตียงแต่ถูกดึงแขนไว้
“จะนอนไปถึงไหน เร็วเข้า เดี๋ยวรถติดไม่ได้แถวหน้า” ภัคดึงแขนลูกสาวลุกขึ้นอย่างตื่นเต้นแต่งองค์ทรงเครื่องครบชุดรวมทั้งแท่งไฟที่คาดผมล้วนเป็ของริเวอร์ไม่เว้นแม้แต่เสื้อที่ใส่บ่งบอกความคลั่งไคล้
“อ้าก คุณ..นายเจ็บนะ ค่อยไปก็ได้” รักจังจำใจลุกขึ้นมองหน้าภัคที่เท้าเอวมองค้อน
“ค่อยไปได้ยังไงกัน รถติดด้วยวันนี้ ไปแต่งตัวเร็วๆ” ภัคพยายามผลักตัวลูกสาวขี้เซาของตนเข้าห้องน้ำ
“ไม่ได้อยากไปสักหน่อย ขอนอนก่อนนะแม่จ๋า” รักจังหมุนตัวกลับกระโจนขึ้นเตียง
“ว้าย พูดอะไรแบบนั้นเป็แฟนคลับไม่ใช่หรือไง” เสียงภัคทำรักจังเด้งตัวราวกับติดสปริงเบิกตาโตก้าวหันมององศาที่ยกมือปิดปากกลั้นขำ
“อะไรใครพูด อะไร วันนี้งานคอนเสิร์ตเหรอ”
“ใช่ แกรีบไปแต่งตัวเหอะ รถติดแน่ๆ คนเยอะมากแฟนคลับทยอยกันไปรอแล้ว” องศากอดอกบอกสมทบ
“เหอะ เหอะ ไปเปิดประตูหรือไง”
“มัวพูดอยู่นั่นแหละ” ภัคยกมือขู่พร้อมฟาดมือลงไหล่รักจังไล่ตีเข้าห้องน้ำ
“โอ๊ยๆๆ คุณนาย”
“ฮ่ะ ฮ่า ฮา รีบๆ เลย” องศาป้องปากะโบอกพร้อมมองประตูห้องน้ำปิดลงด้วยฝีมือภัคที่ยกมือปาดเหงื่อกับลูกสาวตัวแสบของเธอ รักจังเปิดประตูโผล่หน้าออกมาพร้อมยกมือห้ามปรามผู้เป็แม่ที่กำลังหันมายกมือตีไล่เข้าห้องน้ำอีกครั้ง
“เดี๋ยวๆๆๆ ฟังก่อนคุณนาย”
“ลีลาเยอะจริงๆ ถ้าประตูปิดละก็น่าดู” ภัคชี้นิ้วขู่ลูกสาวที่ยิ้มแห้งๆ
“ไม่ปิดหรอกน่า องศาแกไปกับคุณนายภัคแล้วกันเอาบัตรฉันไป” รักจังยื่นข้อเสนอ
“ได้ไงแกเป็ตัวตั้งตัวตี”
“ฉันมีบัตรสตาฟเข้าหลังงานได้เพราะฉะนั้นจะเข้าเมื่อไหร่ก็ได้ กุญแจรถอยู่ข้างล่าง เอารถไปไม่ต้องหวงฉัน” รักจังขยิบตามองหน้าองศาที่พยักหน้ารับก่อนมองหน้าภัคที่ชี้นิ้วขู่
“เอาตามนั้นก็ได้ แต่ไม่ไปไม่ได้” องศาตอบตกลงพร้อมย้ำเตือนรักจังที่ยกมือทำท่าตกลงปลงใจฉีกยิ้มแป้นแล้วมุดหน้าเข้าห้องน้ำปิดประตูทันที ภัคส่ายหน้าไปมาเดินนำองศาออกจากห้องพร้อมอุปกรณ์ประดับตัวมากมายที่ขนมาให้ลูกสาวใส่
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่รักจังแต่งตัวออกจากโฮมออฟฟิศนั่งรถแท็กซี่แวะไปโรงพยาบาลอย่างไม่สนใจว่างานคอนเสิร์ตที่ต้องไปนั้นเริ่มกี่โมงเธอเดินมายืนอยู่หน้าห้องผู้ป่วยพิเศษก่อนบิดลูกบิดเข้าไปด้านในมองเพื่อนสาวสองคนยืนกอดอกอยู่ข้างเตียงคนไข้ที่นั่งเข้าเฝือกขยับเต้นแต่ท่อนบนตามซีดีที่เปิดฟังเมื่อเห็นรักจังจึงหยุดชะงัก
“อ้าวพี่รักจังทำไมมาอยู่ที่นี่ วันนี้งานคอนพี่ควรอยู่ที่งานสิ คนเยอะนะ” เมจิมองตาปริบๆ ด้วยความสงสัยเมื่อรักจังเดินเข้ามาชนิดไม่รู้ร้อนรู้หนาวไม่ใส่ใจ
“เออจริง รุ่นพี่ที่ทำข่าวบันเทิงบอกว่าวันนี้รถติดมาก” กันตาสมทบต่อมองหน้ารักจังอย่างสงสัย
“จะรีบไปทำไมเล่าฉันมีบัตรสตาฟจะเข้าประตูหน้าหรือประตูหลังก็ได้ยิ่งกว่าวีไอพี” รักจังล้วงหยิบบัตรขึ้นมาโชว์อวดสามคนที่มองค้างโดยเฉพาะเมจิที่ตาลุกวาวปรบมือยกนิ้วโป้งให้ด้วยความตื่นเต้น
“แสดงว่าคนในคลิปของคุณเยวอนก็คือพี่จริงๆ” เมจิยกมือแตะริมฝีปากก่อนชี้มาทางรักจังที่นั่งปลายเตียงพยักหน้าดีดนิ้ว
“ใช่แล้ว สวยขนาดนี้ไม่ใช่ได้ไง”
“นี่เพื่อนฉันไปไกลขนาดใกล้ชิดคนดังเลยหรือเนี้ย ต้องเตรียมขอลายเซ็นก่อนเลยไหม” เมเม่เท้าขอบเตียงจับเฝือกเมจิที่เอียงหน้ามองขาตนเองอย่างระแวงพี่สาว
“อีกไม่นานแผนการฉันต้องสำเร็จ อย่าว่าแต่กางเกงในของอีตาซาลาเปาเลยหัวนมฉันก็ถ่ายให้ได้ โฮ่ะ โฮ่ะ โฮ่ะ”
“เป็เอามากเพื่อนแก” เมเม่หันไปบอกกันตาที่เลิกคิ้วยิ้มแหยๆ ตอบกลับ
“เพื่อนฉันก็เพื่อนแกเหมือนกันแหละ”
“พี่รักจังสู้ๆ ถ่ายหัวนมเปาเปามาให้ดูด้วยนะคะ” เมจิปรบมือตาลุกวาวชอบอกชอบใจ
“นั่นก็น้องแก” กันตาย้อนกลับส่งสายตาให้เมเม่ที่แบะปาก
“พอกันทั้งคู่ แล้วนี่แกจะไปตอนไหน”
“จะรีบไปไหนเล่า” รักจังตอบด้วยสีหน้าบึ้งตึงเดินไปเปิดตู้เย็นหาของดื่ม
“ถ้าแกไม่รีบไปน้องฉันจะได้รูปหัวนมเปาเปาไหม” เมเม่ฉีกยิ้มประชดมองหน้ารักจังพร้อมจับเฝือกของเมจิที่ลอบกลืนน้ำลายลงคอ
“เออ มีเหตุผล ไปก็ได้รอเลยเมจิ” รักจังขยิบตาบอกเมจิพร้อมลงจากเตียงเดินไปทันที เมเม่ส่ายหน้าไปมามองหน้าเมจิที่ยิ้มแห้งๆ ค่อยๆ ขยับตัวนอนหลับตาเลี่ยงการสบตาพี่สาว กันตามองตามถึงกับผ่อนลมหายใจยาวให้กับคนตรงหน้าและคนที่ออกไป
รักจังออกจากลิฟต์เดินออกมานอกโรงพยาบาลมองหารถแท็กซี่เพื่อโบกเรียกที่ป้ายด้านหน้าริมข้างทางพร้อมหยิบบัตรสตาฟขึ้นมาคล้องคอ
บรืนนน...ซ่าาาา!
ยังไม่ทันไรน้ำกระเซ็นเข้าเต็มตัวรักจังที่กำลังก้าวถอยหลังเมื่อมีรถหรูขับผ่านอย่างรวดเร็วเหยียบน้ำที่เจิ่งนองอยู่ริมถนน
“ให้ตายเถอะ! ขับรถแบบนี้ เออดีจะได้มีข้ออ้างไม่ต้องไปคอนเสิร์ตแม้จะไม่คุ้มเท่าไหร่” รักจังก้มมองตัวเองก่อนมองรถคันดังกล่าวแล่นผ่านไปแล้วขับถอยหลังกลับมาจอดตรงหน้าเธออย่างพอเหมาะพอดี รักจังขมวดคิ้วมองกระจกรถลดระดับลงเผยให้เห็นชายสวมแว่นกันแดดกับแจ็คแก็ตหนังสีดำถอดแว่นออกมองหน้ารักจังด้วยรอยยิ้ม
“ไงคนขับรถสาวไปงานคอนใช่ไหมคนสวย” เสียงทะเล้นเอ่ยขึ้นพร้อมขยิบตาส่งตาหวานให้เธอที่เท้าเอวจ้องเขา
“สภาพแบบนี้ไปได้หรือไง งานจะเริ่มอยู่แล้วมาขับรถเล่นแบบนี้ไม่กินแรงไปหน่อยหรือไง”
“กำลังไปอยู่นี่ไง เราไปทางเดียวกันควรขึ้นคันเดียวกันนะ”
“ไม่เห็นสภาพฉันหรือไงเป็คนทำแท้ๆ ยังยียวนอยู่ได้” รักจังกอดอกทำหน้าบึ้งหมุนตัวกลับ
“เดี๋ยวสิไปด้วยกันเถอะ ที่งานมีชุดให้เปลี่ยนหรืออาบน้ำก็ได้มีห้องอยู่” อี้เหยียนะโขัดทันทีเมื่อเห็นเธอจะก้าวเดินออก รักจังหยุดชะงักถอนหายใจยาวหมุนตัวกลับมามองหน้าคนที่อยู่ในรถอีกครั้ง
“ไม่ดีกว่าค่ะ ยังไงฉันก็ได้เจอหนึ่งในริเวอร์แล้ว แค่นี้ก็อิ่มใจสุดๆ” รักจังฉีกยิ้มแกมประชดประชันบอกเขาแล้วรีบหันกลับก้าวขาเดิน
“ไม่เอาน่า คุณทำผมสายแล้วนะจะให้ผมลงไปคุกเข่าขอโทษตรงนั้นหรือคุณจะขึ้นมาเอาคำขอโทษในรถที่ผมเป็คนทำให้เป็สภาพแบบนั้น”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ไม่ได้สำคัญ คุณรีบๆ ไปเถอะขาดไปหนึ่งที่เหลือคงลำบากแย่ที่ต้องมาแก้ต่างหาเหตุผลว่าสมาชิกอีกคนไปไหน” รักจังหันกลับมามองคนในรถที่ไม่ได้อยู่ในรถลงมายืนมองเธอตรงหน้า
“ต้องเป็ที่สนใจมากแน่ๆ ข่าวอาจลงเสียหายได้นะ” อี้เหยียนโน้มหน้าลงมากระซิบข้างหูของรักจังที่ถลึงตาโตจ้องหน้าเขาก่อนยกมือปิดหูก้าวถอยห่าง
“นี่คุณ!” เธอยกมือชี้หน้าเขาอย่างใ
“ว่าไงสนใจไปงานคอนด้วยกันไหม” อี้เหยียนยิ้มมุมปากต้อนเธอจนมุม รักจังมองซ้ายมองขวามองผู้คนที่เดินผ่านหันมองเธอเป็ตาเดียวพร้อมหยิบมือถือขึ้นมากดถ่ายรูปเธอกับผู้ชายตรงหน้า
“อะไรเนี้ย” รักจังยกมือปิดหน้ารีบจ้ำอ้าวไปขึ้นรถอย่างไม่มีทางเลือก อี้เหยียนยิ้มกว้างยกมือทักทายคนที่ถ่ายรูปตนเองก่อนหมุนตัวกลับไปขึ้นรถ