ยุคมืดเป็คำสแลงสำหรับใช้เรียก ‘อดีตอันน่าอับอาย’ จนอยากเหยียบให้มิด
จูซูฮยอกพระเอกของเพลย์มาโกผู้เพียบพร้อมทั้งด้านความนิยม มันสมอง รูปร่างหน้าตาและทรัพย์สิน เรียกได้ว่า เป็อัจฉริยะที่สมบูรณ์แบบมากๆ คนหนึ่ง แต่เขาเองก็มี ‘ยุคมืด’ไม่ต่างจากคนอื่นๆ
ในวันที่จูซูฮยอกและอันดาอินเรียนคาบแรกด้วยกัน
อันดาอินที่ได้พบกับคิมยูรีเพื่อนสนิทของเธอในชั้นเรียนรวมของคาบ ‘ฝึกซ้อมการต่อสู้สำหรับเพลเยอร์1’ ก็เผยรอยยิ้มที่สว่างสดใสเป็ครั้งแรกนับั้แ่เข้าโรงเรียน
จูซูฮยอกที่ได้เห็นรอยยิ้มดังกล่าวเต็มสองตาถึงกับเสียอาการอย่างรุนแรงหากไม่ใช่เพราะเขาคือเพลเยอร์ละก็ตัวเขาที่ล้มหงายหลังคงหมดสติหรือไม่ก็กระดูกหักไปแล้ว ชั่วขณะนั้นเขากลายเป็เพียงนักเรียนม.ปลายธรรมดาคนหนึ่งที่ถึงกับเข่าทรุดเมื่อได้เห็นรอยยิ้มของหญิงสาวที่ตนตกหลุมรักั้แ่แรกพบ
อันดาอินไม่ใช่คนที่ยิ้มบ่อยๆรอยยิ้มส่วนใหญ่เป็รอยยิ้มเย็นๆ ที่ยกมุมปากแค่เล็กน้อย…จึงเป็ธรรมดาที่จูซูฮยอกจะกลายเป็บ้า
ไม่เพียงเกิดขึ้นต่อหน้าอันดาอินเท่านั้นแต่ยังมีกล้องถ่ายทอดสดกับสักขีพยานอีกนับร้อย
ในภายหลังเขาต้องดวลกับอันดาอินด้วยสภาพจิตใจที่ว้าวุ่น จนพ่ายแพ้อย่างยับเยินแม้แต่อันดาอินก็ประหลาดใจกับสภาพอันย่ำแย่ของจูซูฮยอกพระเอกของเราที่ได้เห็นสีหน้านั้นของเธอจึงรู้สึกทรมานใจยิ่งกว่า
นี่คืออีเวนต์หลักในคาบเรียนวิชาแรก
ห้านาทีก่อนจะเริ่มคาบ
ในที่สุดเด็กปีหนึ่งห้องศูนย์ก็เดินมาถึงโรงยิมสำหรับเด็กปีหนึ่งโดยเฉพาะเพราะคิมยูรีพูดว่า อาจจะมีเพื่อนร่วมห้องคนอื่นๆ มาเข้าเรียนเพิ่มพวกเราจึงอยู่รอจนใกล้ถึงเวลา แต่สุดท้ายนักเรียนปีหนึ่งห้องศูนย์ที่มาเรียนในวันนี้ก็ยังคงมีแค่ฉัน ฮวังจีโฮ คิมยูรีและฮันอี พวกเราสี่คนเดินมาพร้อมกัน แต่ทันทีที่มาถึงฉันก็แสร้งเดินแยกออกมาเพื่อเดินสำรวจโรงยิม และตีเนียนมายืนอยู่ข้างหลังจูซูฮยอก
“ยูรี!”
อันดาอินที่เห็นคิมยูรีก็ะโทักทายอย่างร่าเริงภาพของเด็กสาวที่มักถูกใครๆ เรียกว่าเ้าหญิงน้ำแข็งกำลังโบกไม้โบกมือพร้อมกับรอยยิ้มสดใสดูเลิศเลอราวกับบุปผานับร้อยบานสะพรั่งทำเอาบรรดานักเรียนที่ได้เห็นรอยยิ้มนั้นต่างพากันตกตะลึงจนอ้าปากค้าง ในขณะที่คิมยูรีกับอันดาอินง่วนอยู่กับการพูดคุยกันจนไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
หมับ!
ฉันช่วยพยุงจูซูฮยอกที่ล้มหงายหลัง
ล้มอีท่าไหนกันฝ่าเท้าของเขาถึงแทบไม่ติดพื้นเลย ถ้าไม่ได้ฉันช่วยรับไว้พระเอกของเราคงล้มก้นจ้ำเบ้าจนมีสภาพน่าสมเพชไปแล้วแน่ๆ
“ไม่เป็อะไรใช่ไหม”
“อะ…อื้อ ขอบคุณมาก ฉันไม่เป็ไร”
จูซูฮยอกที่เอนหลังมาพิงไหล่ฉันเผยสีหน้าว่างเปล่าถึงแม้แววตาจะล่องลอย แต่เพราะเป็ใบหน้าของจูซูฮยอก มันจึงดูสง่างามราวกับภาพวาดนักเรียนบางคนที่กำลังมองจูซูฮยอกจากด้านข้างต่างพากันทำหน้าตกตะลึงยิ่งกว่าเ้าตัวเสียอีก
“ไม่เป็ไรแน่นะ คาบนี้นายต้องฝึกกับอันดาอิน…มีแค่นายที่คะแนนสูสีกับเธอ”
“หือ…? อื้อ…ฉันไม่เป็ไร”
สีหน้าดูดีทีเดียว
แต่ทันทีที่ได้ยินคำว่า‘อันดาอิน’ แก้มของจูซูฮยอกก็เริ่มแดงระเรื่อก่อนพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์แม้จะเสียอาการอย่างหนักเพราะรักแรกพบ แต่เขาก็คือพระเอกของเกมฝั่งนี้สภาพของเขาจึงไม่ได้ย่ำแย่เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นในเกมอีกแล้ว
แค่นี้ก็คงพอ
ขณะที่ฉันเตรียมจะเดินจากไปจูซูฮยอกก็พูดขึ้น
“ขอบคุณมาก โจอึยชิน”
จูซูฮยอกรู้จักชื่อฉัน?เป็ความรู้สึกที่แปลกใหม่มากเมื่อได้ยินพระเอกของเกมเรียกชื่อตัวเอง
“รู้จัก…ชื่อฉันด้วย?”
“โรงยิมที่ฉันสอบภาคปฏิบัติติดกับโรงยิมของนาย หลังจากเหตุการณ์นั้นระหว่างที่ทุกคนกำลังไปโรงพยาบาล ฉันเห็นหน้ากับป้ายชื่อของนายพอดี…นายก็รู้จักชื่อฉันเหมือนกันไม่ใช่เหรอ”
จูซูฮยอกพูดด้วยรอยยิ้มเริงร่าไม่หลงเหลือท่าทางล่องลอยแบบเมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย
ความจำดีจริงๆ
ในสถานการณ์อลหม่านแบบนั้นจูซูฮยอกยังจำหน้ากับชื่อของคนอื่นได้อีก?งั้นคงจำจางนัมอุกกับยูซังฮุนได้ด้วยเหมือนกัน
“ในหมู่เด็กปีหนึ่งไม่มีใครไม่รู้จักจูซูฮยอกกับอันดาอินหรอกนะ”
“ฮะฮะ…ถ้าจะพูดแบบนั้น ซูเปอร์โนว่าไร้นามก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่”
จูซูฮยอกพูดคุยกับฉันอย่างเป็กันเองเขาถนัดจริงๆ เื่สร้างรอยยิ้มและบรรยากาศที่อบอุ่นให้คู่สนทนา
ในตอนที่ได้เห็นผ่านหน้าจอมือถือฉันนึกว่าเขาแค่เป็คนง่ายๆ
แต่ในความเป็จริงจูซูฮยอกมีเสน่ห์ดึงดูดผู้คน แถมยังรู้จักพูดจารักษาน้ำใจ
คงเป็เหตุผลที่บรรพตระกูลยื่นมือไปหาจูซูฮยอก…
เมื่อเสียงกริ่งเริ่มคาบดังขึ้นเราสองคนหยุดพูดทันที
“คาบเรียนเริ่มแล้ว…”
เครื่องสายและเครื่องเป่าเริ่มบรรเลงบทเพลงไปตามสายลมสร้างการสั่นพ้องอันไพเราะเสนาะหู
เครื่องเป่าทองเหลืองเครื่องเป่าไม้ และเครื่องสาย ผสมผสานกันเพื่อสร้างท่วงทำนองที่มีชีวิตชีวา
เพื่อไม่เป็การรบกวนบรรดานักเรียนที่้าฟังเพลงเสียงพูดคุยจึงค่อยๆ เบาลง
“ฝีมือบรรเลงของเด็กโรงเรียนเรางั้นเหรอ เพลงอะไรนะเหมือนฉันเคยได้ยินมาก่อน”
“พอมพ์ แอนด์ เซอร์คัมสแทนซ์ หมายเลขหนึ่ง คีย์ดี เมเจอร์ประพันธ์โดยเอ็ดเวิร์ด·เอลการ์…สุดยอดเรียบเรียงใหม่แบบสองห้องด้วย”
“คงเพราะเป็คาบแรกของปีการศึกษา ชมรมเครื่องสาย ชมรมเครื่องเป่า และออร์เคสตราถึงได้จับมือกันบรรเลงเพลงประชันกันแบบนี้”
“เพลงเพราะมาก…ฉันโหลดเก็บไว้แน่!”
บทเพลงยังคงดำเนินต่อไปเสียงพูดคุยจึงค่อยๆ เบาลง ก่อนเข้าสู่ความเงียบอีกครั้งบรรดานักเรียนมากมายต่างพากันง่วนกับการเปิดหน้าต่างโฮโลแกรมเพื่อดาวน์โหลดเพลง
สำหรับโรงเรียนม.ปลายอึนกวังกริ่งเปลี่ยนคาบเรียนจะเปลี่ยนไปทุกชั่วโมงและทุกวันโดยทั้งหมดนี้อยู่ในความดูแลของชมรมดนตรีประเภทต่างๆ ซึ่งประกอบด้วยชมรมเครื่องสาย ชมรมเครื่องเป่า ชมรมออร์เคสตรา ชมรมเปียโน ชมรมซามุลโนรี (ดนตรีพื้นเมือง)ชมรมวงดนตรี ชมรมขับร้อง ชมรมร้องประสานเสียง และชมรมประพันธ์เพลงที่จะคอยปรึกษาหารือกันเพื่อกำหนดเพลงที่จะใช้บรรเลงใน่เปลี่ยนคาบเรียน
ดังนั้นกริ่งเปลี่ยนคาบเรียนจะเป็เพลงอะไรก็ได้ตามแต่นักเรียนเ่าั้จะกำหนดไม่ว่าจะเพลงคลาสสิกเหมือนในตอนนี้ หรือเพลงบัลลาดยอดนิยม หรือเคป็อปหรือแม้แต่เพลงช้ากับพันโซรีก็ถูกนำมาบรรเลงเป็ครั้งคราว
เพลงกริ่งเปลี่ยนคาบเรียนทั้งหมดที่รังสรรค์จากฝีมือนักเรียนชมรมดนตรีจะถูกอัปโหลดไว้บนหน้าหลักของฝ่ายกระจายเสียงแม้เสียงกริ่งเปลี่ยนคาบเรียนจะดังแค่หนึ่งนาทีแต่ทุกคนก็สามารถดาวน์โหลดเพลงเต็มได้บนเว็บไซต์
วันนี้เราจะดาวน์โหลดเพลงแล้วก็บริจาคเงินให้กับพวกเขาด้วย
แม้จะโหลดเวอร์ชันเต็มของเพลงได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่ถ้าใครสนใจก็สามารถบริจาคเพื่อสนับสนุนนักดนตรีได้เช่นกัน
เมื่อครบหนึ่งนาทีหลังจากเพลงเริ่มครูประจำชั้นต่างทยอยปรากฏตัวท่ามกลางเสียงเพลงที่ค่อยๆ เบาลง
จูซูฮยอกและฉันที่หยุดคุยกันเพื่อฟังเพลงจึงตัดสินใจแยกย้ายกลับไปประจำที่
“อึยชิน ไว้คุยกันใหม่”
“อื้อ”
จูซูฮยอกเดินไปทางกลุ่มของเด็กห้องสองส่วนฉันเดินไปทางกลุ่ม (?)ของเด็กห้องศูนย์
พวกนักเรียนจำนวนหนึ่งร้อยสี่คนพากันตั้งแถวตามห้องที่ตนเองอยู่โดยแบ่งออกเป็ห้องละสองแถว เมื่อจัดแถวเสร็จครูสามคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าจึงเริ่มแนะนำตัวเองสั้นๆ
ฮัมกึนฮยองครูประจำชั้นปีหนึ่งห้องศูนย์
คิมชินรกครูประจำชั้นปีหนึ่งห้องหนึ่ง
โนยองมีครูประจำชั้นปีหนึ่งห้องสอง
ฮัมกึนฮยองคือตัวละครเล่นได้ส่วนโนยองมีเป็ NPC แต่กับคิมชินรก ฉันเพิ่งเคยเห็นเขาเป็ครั้งแรก
หากเป็ในเกมครูประจำชั้นของปีหนึ่งห้องหนึ่งจะเป็ ‘เดนนรก’ ที่ชื่อชเวพยอนดึก
[ตัวละครนี้ไม่ได้ลงทะเบียนในฐานข้อมูลท่านไม่สามารถเรียกดูข้อมูลส่วนบุคคลได้]
แม้แต่เมนูพิเศษก็ไม่มีข้อมูล
ครูประจำชั้นของปีหนึ่งห้องหนึ่งที่อันดาอินเรียนอยู่นั้นนับว่าสำคัญต่อเนื้อเื่มากแต่กลับเป็ตัวละครที่ไม่ได้ลงทะเบียน?
ชเวพยอนดึกยังมีชีวิตอยู่…ทำไมถึงเปลี่ยนครูประจำชั้นล่ะ
จนกระทั่งได้เห็นใบหน้าคิมชินรกอย่างใกล้ชิดฉันจึงเริ่มรู้สึกคุ้นเคย
ครูคุมสอบของทีมสิบสาม…!
ระหว่างการสอบภาคปฏิบัติเขาคือครูคุมสอบที่มีสภาพร่อแร่ ผู้ะโบอกพวกเราว่า ‘หนีไป’
ตามเนื้อเื่เดิมเขาถูกเผ่าหมีจู่โจมจนาเ็สาหัส จากนั้นก็ถูกโยนเข้ามาในโรงยิมพร้อมกับเอเนมี…สุดท้ายก็ตายไปพร้อมกับเด็กสี่คนนี้
เพราะคนคนนั้นคือคิมชินรกครูประจำชั้นปีหนึ่งห้องหนึ่ง ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ชเวพยอนดึกจะมาสอนแทนคิมชินรกในเกม
“อรุณสวัสดิ์ ยินดีต้อนรับสู่คาบแรกอย่างเป็ทางการของโรงเรียนม.ปลายอึนกวัง…ฝึกซ้อมการต่อสู้สำหรับเพลเยอร์ 1”
โนยองมีครูประจำชั้นปีหนึ่งห้องสอง รับหน้าที่ควบคุมคาบเรียน
“อาจมีพวกเธอบางคนพยายามเลี่ยง หรือไม่สนใจการต่อสู้เลยนั่นเป็เื่ที่เข้าใจได้ เพราะเพลเยอร์ไม่จำเป็ต้องโจมตีต่างมิติเสมอไปมีนักเรียนหลายคนที่ตัดสินใจไม่เข้าร่วมทีมโปรฯ หลังจากเรียนจบ แต่เลือกเป็แพทย์ทนายความ พนักงานบริษัท ข้าราชการ หรือครูอย่างเราแทน”
เมื่อได้ยินคำพูดของโนยองมีนักเรียนหลายคนก็แสดงสีหน้าเ็ปออกมาโดยไม่ปิดบังเด็กเ่าั้ไม่ได้สอบเข้ามาเพื่อเป็เพลเยอร์โจมตีต่างมิติแต่สอบเข้ามาด้วยเหตุผลแค่ว่า ที่นี่คือโรงเรียนอันดับหนึ่งของเกาหลี
เหมือนกับจางนัมอุก
แม้จะเกิดเหตุการณ์ปะทะระหว่างมิติแต่ชาวเกาหลีใต้ยังคงยึดติดกับชื่อเสียงของสถาบันไม่เปลี่ยน
“ทว่า…เราไม่มีทางรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับโลกบ้างไม่ว่าในสำนักงานของพวกเธอ หรือโรงแรมที่ไปพักร้อนทุกที่สามารถเกิดรอยแยกที่ส่งเอเนมีมาจากต่างมิติได้ตลอด”
คำพูดของโนยองมีดำเนินต่อไป
“มีเพียงเพลเยอร์เท่านั้นที่ต่อกรกับเอเนมีได้ เพื่อปกป้องตัวเอง ครอบครัวเพื่อนฝูง เพื่อนบ้าน หรือใครก็ตามที่อยากปกป้องเพลเยอร์ทุกคนจึงจำเป็ต้องขัดเกลาสกิลต่อสู้พื้นฐานเอาไว้”
เด็กทุกคนที่นี่คือมือใหม่ที่เพิ่งอายุสิบเจ็ดปีที่ในอดีตไม่อาจใช้แสงประทับได้จึงอยู่ในสถานะ ‘ผู้ถูกปกป้อง’ แต่เมื่ออายุครบสิบเจ็ดปีทางสมาคมจะอนุญาตให้เป็เพลเยอร์เต็มตัว เมื่อได้ยินคำพูดโนยองมีฉันจึงรู้สึกได้ทันทีว่า สถานะของพวกเราเปลี่ยนจาก ‘ผู้ถูกปกป้อง’ไปเป็ ‘ผู้ปกป้อง’ แล้ว
“และหนึ่งในข้อกำหนดของเรียนโรงเรียนม.ปลายอึนกวัง คือ ‘ต้องมีสกิลต่อสู้อย่างน้อยหนึ่งชนิด’ และ ‘ต้องเปิดเผยสกิลนั้น’ เพื่อให้เหล่าคณาจารย์ของโรงเรียนสามารถช่วยพัฒนาสกิลดังกล่าวให้เฉียบคมยิ่งขึ้นได้”
หลังจากโนยองมีส่งสัญญาณฮัมกึนฮยองกับคิมชินรกก็ดึงรถเข็นที่เต็มไปด้วยการ์ดไอเท็มออกมา
“นี่คือการ์ดไอเท็มประเภทอาวุธซึ่งถูกเตรียมไว้ให้ตามสกิลต่อสู้ที่ทุกคนกรอกไว้ในใบสมัครสอบเข้า…ทั้งหมดเป็ระดับความหายาก R”
พอได้ยินแบบนั้นนักเรียนหลายคนก็ชูมือขึ้นทันที
“ครูครับ! ผมเตรียมการ์ดไอเท็มมาเองแล้ว!”
“ผมด้วย!”
ดูเหมือนว่าไอเท็มระดับความหายาก Rจะไม่เป็ที่น่าพึงพอใจนักสำหรับนักเรียนที่พกการ์ดระดับความหายาก SRหรือ SSR ที่หามาด้วยกำลังทรัพย์ของผู้ปกครอง
โนยองมีส่ายหน้า
“สิ่งที่ครูอยากเห็นในวันนี้ คือทักษะในการใช้สกิลของทุกคน”
เป็เื่ปกติที่ครูประจำชั้นซึ่งต้องคอยดูแลนักเรียนตลอดหนึ่งปีเต็มจะอยากเห็นฝีมือคร่าวๆ ของนักเรียนในห้องไว้ล่วงหน้าและที่ต้องเรียนรวมกันสองห้องก็เพื่อให้ครูทุกคนสามารถเห็นภาพรวมของบรรดานักเรียนได้ครอบคลุมที่สุดเพราะปัจจัยสำคัญในทีมโจมตีต่างมิติ คือความเข้ากันได้ของสกิลคนในทีมแม้หลายคนจะทำหน้าไม่พอใจ แต่โนยองมียังคงกล่าวต่อไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ครูประจำชั้นของแต่ละห้องจะแจกการ์ดไอเท็มให้ทุกคนไว้กลับมารวมกันใหม่หลังจากเตรียมตัวเสร็จ”
ฉันไม่อยากเปิดเผยสกิลของตัวเอง
เมนูพิเศษ? พลังแห่งโชคชะตา?เชื่อมต่อกับจักรวาลเหนือรูป?
พวกมันคงเป็สกิลที่ฉันมีคนเดียวบนโลกถ้าเกิดรั่วไหลออกไปมีหวังคงไม่แคล้วถูกรัฐบาลหรือสมาคมเพลเยอร์จับไปทดลอง แต่โรงเรียนม.ปลายอึนกวังมีกฎบังคับว่านักเรียนต้องเปิดเผยสกิลสายต่อสู้อย่างน้อยหนึ่งสกิลนี่สิ
เราเปิดเผยได้แค่สกิลเดียวจริงๆ
และมันคือสกิลต่อสู้หนึ่งเดียวของฉัน
‘สารพันศัสตรา’ คือสกิลที่ช่วยให้ฉันใช้อาวุธรวมถึงอุปกรณ์ป้องกันได้ทุกชนิด
“นี่ของอึยชินหมดเลยเหรอ สุดยอด!”
คิมยูรีกล่าวด้วยน้ำเสียงชื่นชมเมื่อเห็นจำนวนการ์ดที่ฉันได้รับในขณะที่นักเรียนเกือบทุกคนจะได้รับการ์ดแค่คนละหนึ่งใบเท่านั้น
แต่นี่มัน…ไม่มากไปหน่อยหรือไง
สิ่งที่อยู่ในมือในฉันตอนนี้คือกล่องพลาสติกที่อัดแน่นจนแทบล้นด้วยการ์ดไอเท็มจำนวนสามร้อยใบซึ่งเรียกเสียงฮือฮาให้กับคนรอบข้างได้เป็อย่างดีในขณะฮวังจีโฮที่ยืนถือการ์ดอยู่ข้างๆ มองฉันด้วยดวงตาเป็ประกาย
“แม้แต่ในหมู่บรรพตระกูล สกิล ‘สารพันศัสตรา’ ก็ยังถือว่าเป็ของหายาก…น่าทึ่งมาก โจอึยชิน”
เขาต้องได้อ่านใบสมัครสอบเข้าที่ฉันยื่นล่วงหน้าแล้วแน่ๆถึงได้รู้ว่าฉันมีสกิลนี้
เสือเหลืองการละคร
แถมยังเป็พวกไร้ยางอายที่ปลอมตัวเป็นักเรียนอายุสิบเจ็ดทั้งที่อายุจริงปาเข้าไปห้าพันกว่าปีแล้ว
“ใจจริง ทางเราอยากให้เธอได้ลองอาวุธให้ครบทุกชนิดแต่เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่มีนักเรียนสกิลสารพันศัสตราเราจึงรวบรวมมาได้แค่นี้”
ฮัมกึนฮยองมองกล่องพลาสติกที่มีการ์ดวางอยู่เต็มกล่องด้วยสายตาฉายแววผิดหวัง
“ตอนนี้สกิลของเธอยังเลเวลหนึ่งอยู่ จำเป็ต้องใช้อาวุธให้หลากหลายที่สุดเพื่ออัปเลเวลโดยเร็ว…”
“สกิลเลเวลหนึ่งเหรอ ก็แค่ขยะนี่…”
มีเสียงดังมาจากทางปีหนึ่งห้องสอง