โปรดอ่านอย่างมีวิจารณญาณ
หลังอาหารมื้อใหญ่ อิ่มอาหารคาวแล้ว ต้องต่อด้วยของหวานที่รอคอย เฟยหลงตัดสินใจไม่ถูกว่าจะกินหมาข่าหลงรสชาติไหนดี คิดอยู่นานจนท่านแม่เสนอว่าให้ตัดแบ่งครึ่งกับท่านแม่ จะได้กินได้หลากหลาย ท่านแม่ช่างเก่งและเข้าใจเขาเป็ที่สุด
หมาข่าหลงอีก 6 รสชาติ จึงเป็ของหวานตบท้ายในมื้อเย็นนี้ หลานเหมยจือชื่อ เอ้าลี่เอ้า เจียวถาง โยว่จึ เซียงเฉ่าและผลไม้รวม มีแต่คำที่เขาไม่คุ้นเคย ท่านแม่ใจดีอธิบายให้เขาฟังอย่างละเอียด ทุกรสชาติอร่อยและมีความเป็เอกลักษณ์เฉพาะตัว
เหลือเฉาเหมยและชาเขียวที่ยังไม่ได้ลิ้มลอง แต่ตอนนี้พุงตึงยิ่งนัก ท่านแม่บอกว่าพรุ่งนี้เช้าค่อยกินอีก ขนมอยู่ได้ถึง 3 วัน เขาเลยโล่งใจ
นอกจากปิ่งกันของท่านแม่แล้ว หมาข่าหลงก็คือขนมโปรดที่สุด ยกให้เป็อันดับหนึ่งร่วมกันไปเลย
“อร่อยยิ่งนักขอรับ ข้าอยากให้ท่านตาหนาน ท่านยายตง ท่านยายถาง ท่านลุงเจี้ยน และสหาย ได้กินเหมือนข้า” เฟยหลงกล่าวอย่างใจดี นึกถึงสหายที่สถานศึกษา ท่านตา ท่านยาย ท่านลุงที่ใจดีกับตน
เฟยฮวาซื้อแจกทุกคนได้อยู่แล้ว เพราะตอนนี้นางรวยมาก แต่ขนมชนิดนี้ถือว่าราคาสูง ท่านลุง ท่านป้าย่อมไม่มีปัญหาเพราะไม่พูดเื่นางอยู่แล้ว แต่หากมีคนรู้ว่านางเอาไปแจกเด็ก คงพูดกันไปทั่ว ตอนนี้คงต้องตัดสหายของบุตรชายออกไปก่อน ยังไงเด็กก็ชอบไปเอาเื่ราวที่สถานศึกษาไปเล่าให้คนที่บ้านฟัง เสี่ยงต่อการกระจายข่าว นางยังไม่อยากเป็ดาวเด่น
“เฟยหลงช่างเป็คนจิตใจดี ได้กินของอร่อยก็นึกถึงคนอื่น การรู้จักแบ่งปันเป็สิ่งที่ดี แต่ขนมชนิดนี้ราคาค่อนข้างสูง ที่มีอยู่ตอนนี้เราแบ่งไปให้ท่านตา ท่านยาย ท่านลุงได้ แต่หากนำไปแบ่งสหาย คงต้องรอแม่เก็บตำลึงเพิ่มก่อน” เฟยฮวาอธิบาย บุตรชายจิตใจดี ยังไงก็ต้องสนับสนุนความคิด
จะให้นางสั่งเองจากระบบเอาไปแจก แล้วบอกว่าทำเอง เป็สิ่งที่ไม่คิดจะทำ เพราะผู้นั้นนำไปทำขายแล้วก็ถือว่าเป็เ้าของ เล่นเกมเดียวกันต้องให้เกียรติกัน อยากกินก็ไปซื้อ ตำลึงมีตั้งมาก ถือว่าอุดหนุนสหายที่มีชะตาคล้ายกัน
“ขอรับท่านแม่ ข้าจำที่ท่านแม่สอนได้ เราควรแบ่งปันผู้อื่น แต่ต้องไม่ทำให้เรานั้นลำบาก” เฟยหลงตอบกลับอย่างเข้าใจ สหายเขามีหลายคนนัก ต้องใช้ตำลึงเป็จำนวนมาก ท่านแม่ไม่เคยผิดคำพูด ในวันหน้าสหายต้องได้กินของอร่อยเหมือนกันแน่นอน
“เก่งมากเด็กดี” เฟยฮวาลูบหัวกลม ๆ ของบุตรชาย
“ข้าขอเลือกขนมให้ท่านตา ท่านยาย ท่านลุงเองนะขอรับ” เฟยหลงเสนอตัวช่วยเหลือ
“ได้สิ เ้าเลือกเลย คนละ 3 ชิ้น กำลังพอดี แม่หาโหลแก้วมาใส่ให้”
เฟยหลงตั้งใจเลือกรสชาติขนมให้ทุกคนอย่างตั้งใจ จนขนมที่มีลดลงไปเกือบครึ่ง ไม่ได้รู้สึกแย่อะไร อยากให้คนที่ใจดีกับตนได้กินของอร่อย
“ท่านแม่ขอรับ วันไหนท่านลุงทหารจะมาส่งจดหมายหรือขอรับ” เฟยหลงถามขึ้น หลังจากจัดขนมเสร็จ
เฟยฮวานึกคำนวณวันในใจ บุตรชายนางช่างถามได้ถูกเวลา เพราะเป็วันพรุ่งนี้พอดี
“วันพรุ่งนี้ เ้ามีอันใดรึ”
“ข้าอยากฝากจดหมายให้ท่านพ่อขอรับ ไปขอให้ท่านอาจารย์ช่วยสอนเขียนมา”
“ได้สิ เ้าเขียนเรียบร้อยหรือยังเล่า”
“เรียบร้อยแล้วขอรับ ข้าไปนำมาให้ท่านแม่ดู” เขารีบลุกไปหากระดาษที่ตนเขียนไว้
“นี่ขอรับท่านแม่ ดูให้ข้าทีว่าลายมือสวยไหม หากยังไม่สวยข้าจะไปคัดใหม่”
เฟยฮวารับมาดู ตัวหนังสือยึกยักตามประสาเด็กเขียน ถือว่าอ่านง่าย ไม่มีคำผิด ทำได้ขนาดนี้เป็อันว่าใช้ได้ แต่ประโยคที่เขียนนั้น นางอ่านแล้วรู้สึกหน่วง
‘ข้าคิดถึงท่านพ่อที่สุด’
‘ขอให้ท่านสุขภาพแข็งแรง’
‘อยากให้ท่านพ่อรีบกลับมาหาข้าและท่านแม่’
‘ข้ารักท่านแม่และท่านพ่อ’
“ลูกเขียนถูกต้องทุกคำ ลายมืออ่านง่าย ท่านพ่อได้อ่านคงปลื้มใจ ลูกเก่งมาก”
“ข้าจะตั้งใจเรียน อยากเขียนให้ท่านพ่อเยอะ ๆ ขอรับ!” เฟยหลงดีใจมาก ในที่สุดเขาก็เขียนตัวอักษรได้เป็ประโยคส่งจดหมายให้ท่านพ่อได้แล้ว ต่อไปเขาจะเขียนให้เต็มหน้ากระดาษเลย
“ดี งั้นวันนี้ลูกรีบนอนหน่อยเล่า พรุ่งนี้เช้าจะได้เจอท่านลุงทหาร”
“งั้นข้าไปอาบน้ำและเข้านอนก่อนนะขอรับ พรุ่งนี้จะมาส่งจดหมายด้วยตนเอง” พูดจบก็ไปเลย นางได้แต่หัวเราะ แล้วคิดว่าเมื่อไหร่เขาจะกลับมาหาบุตรชายกัน เป็่วัยที่บุตรกำลังน่ารักแท้ ๆ พลาดแล้วที่ไม่ได้เลี้ยง
เขียนจดหมายเองบ้างดีกว่า ถือว่าบอกกล่าวเ้าของตำลึงในการสร้างเรือน
‘อีกไม่ถึง 5 วันเรือนจะสร้างเสร็จแล้ว’
เขียนเท่านี้แหละ ไม่รู้จะเขียนอะไร เขาเขียนมาสั้นนางก็ตอบสั้น ถือว่าหายกัน
เฟยฮวาตื่นแต่เช้ามาทำอาหารให้บุตรชาย วันนี้มีภารกิจพิเศษ ทำปิ่งกัน จะเอาไปฝากคนที่โรงประมูลเหิงเยว่ ท่านลุงท่านป้า นายทหารและฝากสหายน้อยของบุตรชายที่สถานศึกษา ยังเลี้ยงหมาข่าหลงไม่ได้ ก็กินปิ่งกันไปก่อน วันนี้ทำรสชาติเดียวคือรสนมสด ปกติแล้วนางทำขนมให้เฟยหลงเอาไปแบ่งสหายสัปดาห์ละ 1 ครั้ง คิดว่าเป็จำนวนที่กำลังพอดี
“จ้าวฮูหยิน จดหมายมาส่งขอรับ” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น ไม่ทันที่นางจะตอบกลับ
“ท่านลุงทหารมาแล้ว” เฟยหลงออกไปต้อนรับ ไม่ลืมที่จะถือซองจดหมาย ท่านแม่ใส่ซองให้เป็อย่างดี
เฟยฮวาถือห่อผ้าปิ่งกันเดินตามบุตรชาย
เฟยฮวารับจดหมายตามปกติ
“ข้ารบกวนฝากจดหมายให้ท่านพ่อขอรับ” เฟยหลงกล่าวพร้อมยื่นห่อจดหมายให้
“คุณชายเขียนเองหรือ”
“ใช่ขอรับ ข้าเรียนมาจากสถานศึกษา” กล่าวอย่างตาเป็ประกายภูมิใจกับจดหมายฉบับแรกที่เขาเขียนให้ท่านพ่อ
“นายท่านคงดีใจ ข้าจะรีบนำส่งให้”
“ขอบคุณขอรับ รบกวนท่านลุงบอกให้ท่านพ่อเขียนตอบกลับข้าด้วย ข้าจะได้เขียนตอบ เราจะได้คุยกันตลอด” เด็กชายกล่าวด้วยความสดใส แต่ผู้ใหญ่ทั้งสองคนที่ได้ยินรู้สึกสะท้อนใจ
“หากนายท่านได้จดหมายคุณชาย ต้องตอบกลับทุกฉบับแน่นอนขอรับ”
“ขอบคุณท่านลุงขอรับ”
“ขอบคุณท่านเ้าค่ะ นี่ปิ่งกันรสนมสด” เฟยฮวาส่งห่อผ้าให้
“ขอบคุณขอรับจ้าวฮูหยิน”
คุยกันอีกหลายประโยคจนได้เวลาแยกย้าย
“เดินทางปลอดภัยขอรับท่านลุงทหาร!”
“ขอบคุณขอรับคุณชาย ท่านก็ตั้งใจเรียน”
เฟยหลงยิ้มอย่างยินดี ไม่ได้เจอท่านพ่อแต่เจอคนรู้จักท่านพ่อก็ทำให้เขามีความสุขแล้ว
ไม่นานท่านลุงเจี้ยนก็มารับสองแม่ลูก บนรถม้าอัดแน่นไปด้วยสิ่งของ จนเฟยฮวาเอ่ยปากว่าวันนี้ขอจ่ายพิเศษให้เพราะเกรงใจทั้งคนและม้าเหลือเกิน ส่งบุตรชายพร้ะกร้าปิ่งกันกองโต ที่เ้าตัวยืนยันว่าถือไหว เขาแข็งแรงมากส่งคนเล็กเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็ไปส่งคนแม่ต่อที่โรงประมูลเหิงเยว่
เมื่อรถม้าเฟยฮวาเข้าสู่เขตโรงประมูล มีคนออกมาต้อนรับทั้งที่รถม้ายังไม่จอดสนิท เหมือนรอคอยการมาของนาง
“ข้ามาช่วยขนของขอรับ”
ผู้มาต้อนรับที่รถม้า คราแรกมาคนเดียว แต่เมื่อเห็นของในรถม้าแล้วถึงกับชะงัก ต้องเรียกคนมาช่วยเพิ่ม
ห่อผ้าขนาดใหญ่ 5 กองวางเรียงราย ในนั้นอัดแน่นไปด้วยชุด ขนมาทั้งเรือน ในตู้เสื้อผ้ามีชุดหรูหรานับสิบชุดกก็ว่าเยอะแล้ว เมื่อค้นความทรงจำพบว่ายังมีเก็บในหีบอีก รวมแล้ว 50 ชุดได้ ไม่แปลกใจที่เ้าของร่างใช้ตำลึงทองไปมากมาย แต่ละชุดใหม่กริบ และตัดเย็บอย่างหรูหรา ความจริงคิดจะใส่หีบผ้ามา แต่ก็ลำบากตอนขนกลับ และหีบนั้นก็มีน้ำหนักมากด้วย เมื่อคืนเลยนึกถึงโรงงานทอผ้าในเกม เรียกขอผ้าดิบขนาดใหญ่จากพี่ชายระบบมาห่อชุดเป็กองเสียเลย ไม่ต่างกับตอนห่อปิ่งกัน…
“ขอบคุณเ้าค่ะ ส่วรตะกร้านี่ไม่เป็ไร ข้าถือเอง” เฟยฮวาเอ่ยขอบคุณผู้ที่มาช่วยขนของ และจะมาช่วยถือตะกร้านางด้วย ตะกร้าสานหวาย บุผ้าอย่างดี พร้อมมีฝาปิด ใบโปรดที่ใช้เป็ประจำ ขนาดใหญ่สะใจ ของตกทอดจากเ้าของร่าง เป็สิ่งที่เ้าของร่างซื้อไว้แล้วเป็ประโยชน์กับนางที่สุดแล้ว คล้ายกับตะกร้าปิกนิกที่นางรู้จัก แต่ชิ้นนี้ผ้าบุด้านในหรูหรา คุณภาพดี นางใช้หอบทุกสิ่ง นำไปตลาดด้วยทุกครั้งที่ไป
ภายในตะกร้าเต็มไปด้วยห่อขนมและกล่องเครื่องประดับขนาดกลาง เรียกได้ว่าขนมาแทบทั้งเรือน อันไหนที่คิดว่าคงไม่มีโอกาสได้ใช้ ล้วนอยู่ในกล่องนี้ทั้งสิ้น ที่เรือนเหลือชิ้นเล็กชิ้นน้อยอยู่เพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น เพราะเ้าของร่างนั้นชอบงานอลังการ ต่างจากนาง ผู้หญิงยังไงก็ชอบของสวยงาม แต่รูปแบบความชอบนั้นล้วนแตกต่างกัน ไม่คิดเสียดายค่อยไปหาซื้อใหม่ที่เหมาะสมกับตนเอง
“ยินดีต้อนรับท่านหญิงขอรับ” ผู้ดูแลและผู้ประเมินคนที่เจอเมื่อวาน มาโค้งต้อนรับตรงประตูเข้าทางอาคาร เฟยฮวาโค้งทักทายกลับ
“ผ้า 5 กองนี้เป็ชุดที่ข้านำมาขายเ้าค่ะ” เฟยฮวาบอกกล่าว เพราะเมื่อวานไม่ได้คุยเื่นี้กับสองคนนี้
“นายท่านฮุยบอกข้าไว้แล้วขอรับ เดี๋ยวข้าให้คนนำไปประเมินราคาให้ แล้วไปแจ้ง เชิญท่านที่ชั้น 5 เลยขอรับ นายท่านรออยู่” ชายผู้ประเมินราคาผายมือเชิญให้เฟยฮวาเดินตามเขา
ขึ้นบันได 5 ชั้น… ชั้น 5 สำหรับผู้มีเกียรติเท่านั้น เพียงแค่เห็นขั้นบันไดรู้สึกเหนื่อยขึ้นมาทันที รู้สึกไม่อยากรับเกียรติเลย เมื่อเห็นสายตาที่ยินดีของผู้ประเมินและผู้ดูแลแล้วก็ต้องยิ้มสู้ ถือว่าออกกำลังแล้วกัน
บันไดทางขึ้นปูพรมสีแดง ให้ความรู้สึกหรูหราและป้องกันอันตราย เมื่อถึงชั้นที่้า ต้องเดินแยกออกไปถึงจะเห็นบรรยากาศของชั้นนั้น ให้ความเป็ส่วนตัวมาก คนช่างสังเกตเช่นนางจึงอดสำรวจ ทำได้เพียงตั้งใจขึ้นบันได เกือบตายที่ชั้นสี่ ขนาดเดินเยอะทุกวัน แต่การขึ้นบันไดนั้นมันต่างจากการเดินปกติ
เมื่อถึงชั้น 5 เฟยฮวาถอนหายใจด้วยความเหนื่อย เดินตามผู้ประเมินและผู้ดูแลไป ให้ความรู้สึกร่มเย็นมากบรรยากาศคือที่สุดตรงกลางสวนน้ำตกจำลองขนาดใหญ่ เสียงน้ำไหลให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ต้นไม้น้อยใหญ่นานาชนิดเหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ สวนคือจุดศูนย์กลาง รายล้อมไปด้วยห้องมากมาย กวาดสายตาดูแล้วเห็นประตู10 ห้อง คนสร้างสมกับที่มาจากโลกเดียวกับนาง ที่สำคัญมีรสนิยมดี
“เชิญท่านหญิงห้องนี้ขอรับ” ชายผู้ประเมินพานางเข้าไปในห้อง ส่วนผู้ดูแลรอด้านนอก
“ท่านมาแล้ว เชิญนั่งก่อน” ชายชรากำลังอ่านหนังสือ เมื่อเห็นนางก็ลุกขึ้นให้การต้อนรับ
เฟยฮวาโค้งทักทาย พร้อมนั่งที่เก้าอี้ ต้องนี้ให้ความรู้สึกเรียบง่าย เต็มไปด้วยหนังสือตำรามากมาย คงเป็ต้องทำงานส่วนตัวของชายชรา
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
เฟยฮวาไม่ให้เสียเวลา หยิบกล่องเครื่องประดับในตะกร้าออกมาเปิด
“ข้านำมาให้ทั้งหมดแล้ว อัญมณีสีแดงมี 45 ชิ้น มีเครื่องประดับอื่นมาด้วยนิดหน่อย ฝากประเมินด้วยนะเ้าคะ”
…
…
ชายสองคนตกตะลึง เมื่อวานนางบอกว่ามีมากกว่า 20 ชิ้น คิดว่าคงเกินที่พูดนิดหน่อย ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้
“ข้าขอดูสักครู่” ชายชรากล่าว พร้อมหยิบอัญมณีมาวางเรียงบนโต๊ะ ตัวเขายังคงปกติเพราะผ่านประสบการณ์มามากแต่ชายผู้ประเมินราคานั้นมองเห็นด้วยความตกตะลึง แหวนที่ประดับมณีแดงลูกเท่ามะนาว สร้อยที่ประดับมณีแดงหลายสิบเม็ด น้อยใหญ่ปนกันไป หลายอย่างในกองนี้น่าสนใจมาก แต่ละชิ้นมักเป็ทับทิมขนาดใหญ่เพราะรสนิยมของเ้าของร่างคือเน้นเด่นและอลังการไว้ก่อน
“ท่านก็ลองจับสักชิ้นดูเถิด” ชายชราหันไปบอกชายผู้ประเมิน
“มณีแดงที่แหวนวงนี้งามมากขอรับ ประมูลได้ราคาดีแน่นอน” เขาจับแหวนด้วยมือที่สั่นเล็ก ๆ
เฟยฮวาดูแล้วเฉย ๆ สำหรับคนที่ไม่ชอบก็เช่นนี้
เมื่อสำรวจดูจนครบแล้ว ล้วนเป็ของแท้ทั้งสิ้น โรงประมูลเหิงเยว่สาขานี้ย่อมมีหน้ามีตาอย่างทวีคูณแน่นอน
“อัญมณีกองนี้ที่ไม่ใช่มณีแดง ข้าให้ 2,000 ตำลึงทอง”
“ข้าตกลงเ้าค่ะ” ราคาไม่ต่างจากที่เ้าของร่างซื้อมา
“เ้าไปจัดการเื่อัญมณีกองนี้ก่อน แล้วนำตำลึงจากการขายชุดมาด้วยเลย” เขาหันไปสั่งการชายผู้ประเมิน
“ได้ขอรับนายท่าน” กล่าวแล้วก็ไปทำหน้าที่ตอนตนเอง
“อัญมณีสีแดงพวกนี้ข้ารับทั้งหมด เราทำสัญญาประมูลกันเลยไหม” ชายชราเอ่ย
“ได้เ้าค่ะ”
“ท่าน้าหาคนที่ไว้ใจได้ มาช่วยมาอ่านสัญญาหรือไม่” เขากล่าวเพราะสตรีส่วนมากน้อยคนนักจะรู้ตัวอักษร
“ข้าทำสัญญาเองได้เ้าค่ะ”
ชายชราลูบเครา พยักหน้าเล็ก ๆ สตรีผู้นี้ทั้งรู้จักพูด มีความเฉลียวฉลาด และรู้หนังสือ ชอบสร้างความแปลกใจให้เขาได้ตลอด จึงรู้สึกสนุกตอนได้พูดคุยด้วย
เขาบรรจงเขียนสัญญา เรียบร้อยแล้วก็ส่งให้เฟยฮวา ทุกอย่างเขียนข้อตกลงไว้อย่างชัดเจน แต่สิ่งที่ประหลาดใจยอดมัดจำที่นางจะได้รับในวันที่ทำสัญญา
“ท่านคิดว่าการประมูลในครั้งนี้ จะได้ราคาสูงหรือเ้าคะ ถึงจะจ่ายมัดจำให้ข้า 1 ล้านตำลึงทอง” เฟยฮวาอ่านถึงประโยคนี้แล้วสงสัย คาดเดายอดประมูลสูงถึงขนาดนั้นเชียวหรอ
#มารดาอ้วนตัวร้าย
〰️ 〰️ 〰️ ·̩͙ ₊ ᨦ ♡ ᨩ ₊ ·̩͙ 〰️ 〰️ 〰️
หมาข่าหลง = มาการอง
หลานเหมยจือชื่อ = บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก
เอ้าลี่เอ้า = โอริโอ้
เจียวถาง = คาราเมล
โยว่จึ = ส้มยูสุ
เซียงเฉ่า = วนิลลา
ปิ่งกัน = คุกกี้