หลังจากที่หญิงสาวออกจากห้องเ้านายหนุ่มก็ทำการมัดผมรวบตึงไปดังเดิมเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตนเอง ก่อนที่จะนั่งปั่นงานตามที่ชายหนุ่มได้สั่งไว้อย่างโมโห แต่เมื่อนึกถึงหน้าเ้านายหนุ่ม ใบหน้าก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง ขวัญฤดีสลัดหน้าเบาๆ เพื่อปัดความคิดที่ฟุ้งซ่านออกจากหัว
ติ๊ก ติ๊ก!
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เรียกสติที่ล่องลอยกลับมาหาเ้าของก่อนจะเลยไปไกล หญิงสาวกดรับสายเพื่อนสาวทันที
"ไปกินข้าวกัน" ปลายสายชวนเพื่อนสาวไปกินข้าวทันทีที่รับสาย
"ไปไม่ได้ต้องทำงานส่งเ้านายก่อนบ่ายโมงอะ"
"อะไรนะ จะเอางานตอนบ่ายโมง แกบ้าหรือเปล่าหนูดี ทำงานได้แค่ 2 วันก็ใช้แกเยี่ยงทาสแล้วเหรอเนี่ย"
"อืม...ฝากซื้อข้าวให้กินด้วยนะ หิวจะแย่" ขวัญฤดีอ้อนเพื่อนสาว
"ก็ได้ ฉันละเหนื่อยใจกับแกมากเลย จะดื้อ จะทนทำไมก็ไม่รู้" มุกดาได้แต่บ่นเพื่อนสาว ถึงแม้เธอจะบ่นเพื่อนของเธออย่างไร เพื่อนของเธอก็คงไม่เชื่ออยู่ดี เพราะหากขวัญฤดีคนนี้คิดจะทำอะไรเ้าตัวก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ อย่างแน่นอน ขนาดแค่สมัครงานก็ทำสถิติได้มากถึง 22 ครั้ง กว่าจะได้งาน หากเป็คนอื่นคงล้มเลิกความตั้งใจไปนานแล้ว เมื่อมุกดาคิดได้เช่นนั้นก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ ก่อนที่จะออกไปกินข้าว
จากที่ตั้งหน้าตั้งตาปั่นสรุปรายงานการประชุมเมื่อเช้าให้เ้านายหนุ่มตลอดเที่ยงในที่สุดก็เสร็จสมบูรณ์ มุกดาก็เดินเอาข้าวกลางวันมาให้พอดิบพอดี
"อ่ะนี่ข้าว"
"ขอบใจหน่าาา" ขวัญฤดีมองหน้าเพื่อนสาวด้วยความปลาบปลื้มใจก่อนจะรับข้าวจากเพื่อนมาวางไว้ที่โต๊ะ
"ปากแกไปโดนอะไรมา" มุกดาสังเกตที่ปากเพื่อนสาว ที่มีรอยจ้ำเืที่กลางริมฝีปากล่าง ขวัญฤดีจับที่ปากเบาๆ ก่อนที่จะตอบอย่างไม่ใส่ใจมากนัก
"กัดกับหมามา"
"กัดกับหมา" มุกดาทวนคำของเพื่อนอีกครั้ง ขวัญฤดีพยักหน้ารับ
"เดี๋ยวนี้แกกัดไม่เลือกแล้วเหรอ ขนาดหมาก็ยังกัดตอบ" มุกดาพูดจบก็ได้ยินเสียงเปิดประตู ตามมาด้วยร่างของชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา แต่ไม่มีใครอยากจะสบตาหรือเสวนาด้วย
"งานที่ผมสั่งได้หรือยัง"
"อุ๊ย!" มุกดาอุทานด้วยความแปลกใจ เมื่อเหลือบไปเห็นรอยแผลที่ปากของเ้านายหนุ่มก็เป็เหมือนกับเพื่อนสาวของเธอเช่นเดียว แต่มองได้แค่คู่เดียว สายตาพิฆาตก็ จับจ้องมาที่มุกดา ก่อนที่เธอจะรีบหลบสายตาชายหนุ่ม พร้อมขอตัวกลับไปทำงาน
"ฉันไปก่อนนะแก" ขวัญฤดีพยักหน้าให้เพื่อนสาว ก่อนจะยื่นเอกสารให้เ้านายหนุ่ม
"ผมให้เวลากินข้าว 10 นาที ห้ามเกินบ่ายโมง" ขวัญฤดีเงยหน้าทำท่าจะเถียง แต่เห็นชายหนุ่มเคาะที่ปาก เป็เชิงเตือนว่าเธอทำอะไรกับเขาเอาไว้ ภาพเมื่อคู่ก็ลอยมาแปะที่หน้าแทบจะทันที คำพูดที่คิดว่าจะเหน็บเ้านายหนุ่มให้เจ็บแสบ สุดท้ายกับพูดอะไรไม่ออก ทำได้แต่รับคำอย่างว่าง่าย
"รับทราบค่าาา" แต่ยังไม่ทันจะลุกไปไหน พิมพรรณก็เดินเข้ามาขัดจังหวะพอดี
"หนูดีกินข้าวยังเอ่ย พี่ซื้อข้าวกับกาแฟมาฝาก" พิมพรรณที่เดินเข้ามาไม่ได้สังเกตว่าเ้านายหนุ่มได้ยืนหน้าบึ้งตึงอยู่ที่หน้าโต๊ะของหญิงสาว
"อุ๊ย! พี่คิดว่าคุณพัชรอยู่ในห้องซะอีก" พิมพรรณทักชายหนุ่ม ก่อนที่จะสะดุดกับรอยช้ำที่อยู่ที่กลางริมฝีปากที่เข้มจนเห็นได้ชัด
"ปากไปโดนอะไรมาค่ะนั่น" หญิงวัยกลางคนจับหน้าเ้านายน้อยหันซ้ายที ขวาที เพื่อเป็การสำรวจความผิดปกติ
"ไม่ได้เป็อะไรครับ" ชายหนุ่มจ้องมาที่คู่กรณี ที่นั่งก้มหน้าหนีความผิด ก่อนจะตอบตามที่ได้ยินมาจากหญิงสาว "แค่ไปกัดกับหมามา" คนที่ถูกกล่าวอ้างถึงกับสะดุ้ง เงยหน้าขึ้นมาจ้องมองชายที่อยู่ตรงหน้า ที่ทำลอยหน้าลอยตาตอบอย่างไม่สนใจ อยู่ที่หน้าโต๊ะ
"อุ๊ย!...หนูดีก็ไปช่วยคุณพัชรฟัดกับหมามาเหมือนกันเหรอจ๊ะ" ขวัญฤดีได้ยินคำถามของพิมพรรณ ก็แทบจะเอาหน้าแทรกไปใต้โต๊ะ แต่ก็ทำไม่ได้ ทำได้แค่ยิ้มหน้าแหย่ๆ จะอธิบายก็ไม่รู้จะบอกยังไง จะปฏิเสธ หลักฐานก็ปักอยู่ที่หน้า ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับผิด แต่ผิดกับอีกคนที่ลอยหน้าลอยตายิ้มเยาะหญิงสาวอย่างผู้มีชัย
"ไปกินข้าวกันดีกว่า ปล่อยหมายืนงงรอไปก่อนเนอะ" หลังจากที่เห็นรอยช้ำที่ปากทั้งสองคน พิมพรรณก็ได้แต่อมยิ้ม มองชายหนุ่มที่จ้องหญิงตรงหน้า ก่อนจะชวนหญิงสาวไปกินข้าว จะได้มีแรงสู้กับเ้านายน้อยของตนต่อ ขวัญฤดีเดินตามหญิงวัยกลางคนไปอย่างว่าง่าย
"ผม้ากาแฟ" หลังจากที่ขวัญฤดีเดินมากินข้าวที่ห้องครัว แต่ยังไม่ทันจะเอาข้าวเข้าปาก พชรดนัยก็เดินตามมาก่อกวนเธอแทบจะทันที
"คุณพัชรจะรับกาแฟใช่ไหมคะ เดี๋ยวป้าเอาไปให้ที่ห้องนะคะ"
"ไม่ต้อง ผมจะกินที่นี่" ชายหนุ่มตอบอนงค์ ก่อนที่หญิงวัยกลางคนจะรีบลุกไปทำกาแฟให้ชายหนุ่ม "ต่อไปนี้ป้าไม่ต้องชงกาแฟให้ผมแล้วนะครับ ปล่อยให้เป็หน้าที่ของเลขาใหม่เขาชง" ขวัญฤดีที่กำลังเอาข้าวเข้าปากก็แทบจะค้างกลางอากาศ เมื่อได้ยินคำสั่งจากเ้านายหนุ่ม แต่ก่อนที่หญิงสาวจะได้ลุกไปทำตามคำสั่งของพชรดนัย พิมพรรณก็เอ่ยขึ้นขัดใจชายหนุ่มทันที
"คุณพัชรขนาดหมากินข้าวเขายังไม่ให้กวนเลย ให้หนูดีกินข้าวไปเถอะค่ะ เดี๋ยวพี่ชงให้กินเองดีกว่า พี่ว่าพี่ก็ชงอร่อยเหมือนกันนะ" พิมพรรณไม่พูดเปล่ายังลุกไปชงกาแฟให้เ้านายหนุ่มทันที หลังจากได้กาแฟชายหนุ่มก็นั่งจ้องหน้าหญิงสาวที่กำลังนั่งกินข้าวอย่างยียวน แต่เธอกับไม่สนใจการกระทำของชายหนุ่มเลยแม้แต่นิดเดียว การกระทำของเ้านายหนุ่ม ที่พยายามจะแกล้งหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าตลอดเวลา ก็ทำให้พิมพรรณและอนงค์แปลกใจเป็อย่างมาก และที่สะดุดตาทุกคนมากที่สุดก็หนีไม่พ้นรอยช้ำที่อยู่กลางริมฝีปากของทั้งสองคน
"คุณพิมรอยที่ปากของสองคนนั้น" อนงค์กระซิบกระซาบถามพิมพรรณหลังจากออกมาจากห้องครัว
"เขาบอกว่าไปกัดกับหมามา"
"กัดกับหมา" พิมพรรณเอามือปิดปากป้าแม่บ้านแทบจะไม่ทัน "ไม่ใช่กัดกันเองนะคุณพิม" อนงค์ถามกลับอย่างสงสัย ก่อนที่พิมพรรณจะเอานิ้วชี้ปิดไปที่ปาก เป็การเตือนว่าไม่ให้พูดกลัวว่าเ้านายหนุ่มจะได้ยิน และจะอาละวาดขึ้นมาอีก แต่รอยที่ปากของทั้งสองคนก็สะดุดตาจนเธอก็อดคิดไม่ได้ว่าทั้งสองคนทะเลาะกันอีท่าไหนถึงได้รอยนี้มา และที่ทำให้เธอแปลกใจไม่แพ้กันก็คือ เ้านายน้อยของเธอไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวาย แต่กลับออกมานั่งกินกาแฟที่ห้องครัว กับเลขาคนใหม่
"ฉันคิดไม่ผิดจริงๆ ที่เลือกเด็กคนนี้ มองเห็นความสงบมาแต่ไกลเลย" พิมพรรณบอกป้าแม่บ้าน ก่อนที่จะปล่อยให้ทั้งสองคนนั่งทำาประสาทกันต่อไป
หลังจากที่ขวัญฤดีพยายามจะกินข้าวด้วยความยากลำบาก เพราะชายที่อยู่ตรงหน้าได้นั่งจ้องมองเธออย่างไม่ลดละ จนเธอต้องเลิกกิน ทั้งๆ ที่พึ่งเอาข้าวเข้าปากได้เพียงไม่กี่คำเท่านั้น
"นี่คุณพัชร คุณโรคจิตหรือเปล่าเนี่ยนั่งจ้องอยู่ได้" ขวัญฤดีถามกลับทันที หลังจากที่โดนกดดันจากเ้านายหนุ่ม
"ก็คุณกินข้าวช้าไง ทำให้ผมต้องมานั่งเฝ้า"
"งั้นเหรอ คุณให้เวลาฉันกินข้าวตั้ง 10 นาทีนะ ฉันเดินมาถึงห้องแม่บ้านที่ใช้เวลาไม่ถึงวินาที คุณก็ตามมานั่งเฝ้าแหละ ฉันช้าตรงไหน จริงๆ ตามกฎหมายฉันมีสิทธิ์ที่จะพักได้ 1 ชั่วโมงนะคะ"
"แล้วไง หากอยากจะทำงานให้ถูกกฎหมายก็ไปทำงานที่อื่นไง ที่นี่บริษัทผม ถ้า้าจะทำงานที่นี่ก็ต้องทำตามที่บอกเท่านั้น หากทำไม่ได้ก็ลาออกไป" ขวัญฤดีอ้าปากค้างกับคำพูดของชายหนุ่ม เธอไม่รู้ว่าจะสรรหาคำพูดใดๆ มาด่าชายตรงหน้าให้สาสมใจดี แต่ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าหากด่าเขาขึ้นมาอีกเขาอาจจะหาเื่แกล้งเธออีกก็เป็ได้ เมื่อคิดได้เช่นนั้นหญิงสาวจึงนั่งตั้งหน้าตั้งตาเอาข้าวเข้าปาก โดยที่ปล่อยให้คนตรงหน้าจ้องมองเธอต่อไป
ขวัญฤดีกินข้าวเสร็จยังไม่ทันได้กลับมานั่งที่โต๊ะชายหนุ่มก็เรียกเธอไปพบลูกค้า ซึ่งเธอก็ต้องรีบเตรียมของและวิ่งตามเ้านายหนุ่มไปแทบจะทันที พิมพรรณที่เห็นหญิงสาววิ่งตามเ้านายน้อยของตนไปก็ต้องแปลกใจ เพราะโดยปกติแล้วเ้านายของตนจะไม่ชอบให้ใครไปไหนมาไหนด้วย แม้แต่การไปพบลูกค้า ส่วนใหญ่แล้วก็ไปคนเดียว เลขาแทบจะไม่ได้ทำอะไรนอกจากเดินเอกสาร แต่กับขวัญฤดี เด็กใหม่ที่มาทำงานได้เพียงสองวันกับต้องวิ่งตามเ้านายต้อยๆ ไปไหนมาไหนด้วยแทบจะเป็เงาตามตัว
ถึงแม้ขวัญฤดีจะไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำงานที่ไหนมาก่อน แต่การเตรียมความพร้อมต่างๆ กับสามารถทำได้ดีจนพชรดนัยก็ทึ่งในความใส่ใจของเธอเป็อย่างมาก ไม่ว่าจะเอกสารต่างๆ หรือการเตรียมการพรีเซนต์งานที่เขาส่งให้หญิงสาวก็สามารถจัดเตรียมได้ตามที่เขา้า โดยที่ไม่ต้องทวนซ้ำ ทำให้การพบลูกค้าผ่านไปได้ด้วยดี ไม่มีติดขัดอะไร และสามารถเซ็นสัญญาได้เลย ไม่ต้องเสียเวลารอ
"วันนี้ผมจะกลับเลย" พชรดนัยก้มมองนาฬิกา ถึงแม้จะยังไม่ถึงเวลาเลิกงาน "คุณจะเข้าบริษัทหรือไม่เข้าก็ได้นะ" หลังจากคุยธุระเสร็จพัชรดนัยก็แยกตัวกับหญิงสาวแทบจะทันที ปล่อยให้เเธอต้องเดินทางกลับเอง
"หมดประโยชน์ก็ทิ้งกันง่ายๆ อย่างงี้เลยเหรอ ลากมาด้วยทำเพื่อ" ขวัญฤดีบ่นพึมพำหลังจากแยกตัวออกมาจากชายหนุ่ม และเดินทางกลับบริษัทก่อน เพราะจะต้องนำเอกสารมาเก็บ ซึ่งการกระทำของหญิงสาวก็ถูกชายหนุ่มจับตามองตลอด การที่เขาทิ้งหญิงสาวให้กลับเองก็เพื่อลองใจว่าหญิงสาวจะเลือกผลประโยชน์ของตนเอง หรือจะรักษาประโยชน์ให้กับบริษัท ด้วยการทำงานตามเวลา และการจัดเก็บและส่งเอกสารตามคำสั่งก่อนแล้วค่อยกลับ หญิงสาวก็สามารถทำได้อย่างดี ทำให้ชายหนุ่มพอใจกับการทำงานของเธอเป็อย่างมาก
"ฉันรออยู่ที่เดิมนะ" มุกดาโทรหาขวัญฤดีหลังจากถึงเวลาเลิกงาน
"เสร็จแล้วกำลังลงไป"
"เดี๋ยววันนี้ฉันกลับเองก็ได้ แกจะได้ไม่ต้องไปนอนที่บ้านหรือต้องย้อนกลับไปกลับมาให้เสียเวลาอีก" ขวัญฤดีบอกเพื่อนหลังจากลงมาจากชั้น 8 ซึ่งเป็ชั้นบนสุดของตึก
"ฉันว่าแกย้ายมาอยู่กับฉันก็ได้นะ ห้องเก่าแกที่ใช้ตอนเรียน ฉันก็ยังไม่ได้ทำอะไร"
"เดี๋ยวคุยกับแม่ก่อนแล้วกัน หากแม่ตกลงแล้วค่อยว่ากัน"
"ได้" แต่ก่อนที่ทั้งสองจะแยกย้ายกัน มุกดาก็ถามขวัญฤดีขึ้นมาทันที "หนูดี แกกับคุณพัชรทำอะไรกัน" หลังที่เธอเห็นรอยที่ปากของทั้งสองคนก็ทำให้เธอสงสัยเป็อย่างมาก จนแทบจะไม่มีสมาธิทำงาน
"ก็ไม่ได้ทำอะไรนี่ ก็ทำรายงาน ไปคุยงานกับลูกค้า แล้วเขาก็ทิ้งฉันกลับบริษัทมาคนเดียว" ขวัญฤดีอธิบายให้เพื่อนสาวฟังหลังจากที่ได้ยินคำถาม
"หนูดีแกโง่จริง หรือแกล้งโง่เนี่ยยย แต่ฉันว่าอย่างหลังนะ ฉันรู้นะว่าแกเข้าใจคำถามที่ฉันถาม" มุกดาบ่นเพื่อนสาวที่ทำเป็ไม่รู้เื่ ก่อนที่จะจ้องหน้าอย่างคาดโทษ
"เื่อะไร" ขวัญฤดียังทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนที่อีกคนจะอดรนทนรอให้เธอพูดไม่ไหว จึงถามขึ้นมาตรงๆ
"แกจูบกับคุณพัชรเหรอ" คนที่โดนคำถามแบบตรงๆ ก็ทำหน้าแทบไม่ถูก ถึงแม้ร่องรอยที่ปากจะเป็แค่อุบัติเหตุ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทำให้เธอประหม่าได้เช่นเดียวกัน เพราะเธอไม่เคยมีแฟนมาก่อน ทำให้ประสบการณ์ในการใกล้ชิดผู้ชาย หรือการมีจูบแรกกับใครก็ไม่เคยผ่านเข้ามาให้เธอได้เรียนรู้ การได้ัักับเ้านายหนุ่มแบบแนบชิด แม้จะไม่ได้ตั้งใจแต่ก็ทำให้เธอหน้าร้อนผ่าวทุกครั้งที่นึกถึง
"มุกแกพูดอะไร เดี๋ยวใครได้ยินก็จะหาว่าฉันอยากจะจับคุณพัชรหรอก"
"ก็ฉันถามแกแบบอ้อมๆ แล้วแกก็เบี่ยงประเด็น สรุปเื่มันเป็ยังไง" มุกดาเพ่งมองเพื่อนสาวที่ทำท่าอึกๆ อักๆ
"ไม่ได้จูบ มันแค่อุบัติเหตุ หากจูบกันจริงจะทิ้งร่องรอยให้แกได้ถามฉันไหม"
"มันก็จริงนะ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น"
"ก็แค่ล้ม แล้วฉันก็คว้าเขาไว้ เลยทำให้เขาล้มลงมาด้วยก็เท่านั้นเอง" ขวัญฤดีรีบอธิบายเพื่อนสาว ที่ทำหน้าใคร่รู้รอคำตอบจากเธออย่างออกหน้าออกตา
"แล้วไป" มุกดาบอกเพื่อนสาวด้วยความโล่งใจ กลัวเพื่อนสาวจะเผลอใจไปกับเ้านายหนุ่ม ยิ่งเพื่อนเธอไม่เคยมีประสบการณ์ในการมีแฟนมาก่อน ตามไม่ทันพชรดนัยอย่างแน่นอน แถมก็คงจะเข้าถึงได้ยาก กลัวเพื่อนเธอจะเผลอไปแอบชอบเ้านายหนุ่นจนช้ำอกช้ำใจ ไม่ว่าจะหน้าตา รูปร่าง สถานะทางการเงิน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็ผู้ชายในอุดมคติของสาวๆ หลายๆ คน ถึงแม้เพื่อนของเธอจะไม่เดือนร้อนเื่เงิน แต่หน้าตาของเ้านายหนุ่มก็ชวนฝันเป็อย่างมาก "แกอย่างไปหลงรักเขาเด็ดขาดเลยนะหนูดี" มุกดาเตือนหญิงสาวด้วยความเป็ห่วง
"ใครจะไปชอบลง ขี้เก๊กก็อย่างนั้น อวดดี เ้าอารมณ์ เผด็การ แถมยังขี้วีน ชอบเอาแต่ใจอีก" ขวัญฤดีร่ายพฤติกรรมของเ้านายหนุ่มให้มุกดาได้ฟัง แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมจึงไม่อยากให้คบกับชายหนุ่ม "แต่ว่าเขามีอะไรหรือเปล่าแก"
"เขาว่ากันว่านะ คุณพัชรเขาโดนแฟนทิ้ง เสียใจจนไม่เป็ผู้เป็คนมาตั้งเป็ปีๆ พอเขาทำใจได้ไม่ว่าผู้หญิงคนไหน จะสวย จะยั่วยวนแค่ไหน หากเข้ามาคุณพัชรก็ไล่ออกไปหมด ทำให้คุณพัชรเปลี่ยนเลขาบ่อยๆ และที่เขาว่ากันนะว่าที่คุณพัชรขี้เหวี่ยงแบบเนี้ย ก็เพราะผู้หญิงคนที่ทิ้งไปนี่แหละ เขาว่าสวยมาก แต่ฉันก็มาไม่ทันหลอกนะ คนอื่นๆ เขาเล่ามาอีกที" ขวัญฤดีพยักหน้าเข้าใจ ก่อนที่จะนึกถึงคำพูดเธอเมื่อเช้าที่ไปจงใจว่าเขาขาดความรัก คงจะไปแทงใจชายหนุ่มเป็แน่ ถึงทำให้เขาโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยง เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็เข้าใจชายหนุ่มได้มากยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอสนคนอย่างพชรดนัยมากยิ่งขึ้นเลย อยู่ห่างๆ อย่าไปยุ่งมากจะดีกว่า น่าจะทำให้เธอทำงานได้นานมากยิ่งขึ้น เมื่อเธอคิดได้เช่นนั่นก็ขอตัวจากเพื่อนสาวกลับบ้านทันที