บทที่ 10 แผนทรมานกาย
หลังจากผ่านไปอยู่หลายวันฮวาอิงหลงก็ไม่มีข่าวคราวเกี่ยวกับฟางซินเย่เพิ่มขึ้นสักนิด หนำซ้ำเขายังอันตรธานหายไปราวกับไม่เคยมีเื่ราวค่ำคืนนั้นเกิดขึ้น
ฮวาอิงหลงเอาแต่กระสับกระส่ายด้วยความร้อนรน นางรู้สึกคับแค้นใจอย่างหนักั้แ่เกิดมาฮวาอิงหลงไม่เคยคิดจะยอมแพ้ และไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบนางง่ายๆเช่นนี้เป็แน่
ฮวาอิงหลงยืนอยู่หน้าเรือนโกโรโกโสพร้อมทอดสายตามองไปเบื้องบน ฟ้าส่งข้ามาเช่นนี้ก็ควรให้โชคกับข้าเสียบ้างสิ เหตุใดจึงต้องกลั่นแกล้งข้าขนาดนี้ด้วยเล่าฮวาอิงหลงนึกโกรธเคืองฟ้าดินที่นำพาโชคชะตาอันเลวร้ายนี้มาให้กับนาง
“คุณหนู เข้าไปภายในบ้านก่อนเถิดเ้าค่ะท่านเพิ่งหายไข้ได้ไม่นาน ระวังจะล้มป่วยขึ้นมาอีกหน”เสี่ยวม่านร้องท้วงออกมาด้วยความเป็ห่วงเป็ใยร่างกายของนายหญิงยังไม่แข็งแรงมากนัก นางเพิ่งจะหายป่วยหนักซ้ำยังต้องไปปรนนิบัติท่านแม่ทัพอีกเสี่ยวม่านจึงเกรงว่าร่างกายของฮวาอิงหลงจะรับไม่ไหวเอา
ฮวาอิงหลงได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างด้วยความดีใจนางนึกแผนการดีๆ ขึ้นมาในหัวอย่างรวดเร็ว ต้องขอบคุณเสี่ยวม่านจริงๆที่กระตุ้นให้นางได้ฉุกคิดขึ้นมา แผนทรมานกายมีอยู่ในบทละครทั้งหลายที่นางเล่นขอเพียงแค่ล้มป่วยและทำตัวให้น่าสงสารสักหน่อย ขี้คร้านฟางซินเย่จะต้องยอมใจอ่อนให้นางเป็แน่ ฮวาอิงหลงคิดอย่างมีกำลังใจเพิ่มขึ้นนางยกยิ้มขึ้นมาอย่างเ้าเล่ห์ พร้อมบทละครในหัวที่แล่นเข้ามาเป็ฉากๆ
“เสี่ยวม่าน เ้าช่างฉลาดยิ่งนัก ขอบใจเ้ามาก”ฮวาอิงหลงร้องดีใจ พร้อมโผกอดเสี่ยวม่านไว้แน่น
เสี่ยวม่านถึงกับงงงวยกับท่าทีของนายหญิงที่มีนางได้แต่มองตาปริบๆ อย่างไม่เข้าใจแต่เสี่ยวม่านก็อดที่จะยิ้มตามนายหญิงของตนอย่างเสียมิได้
ฮวาอิงหลงไม่รอช้า นางรีบเดินตรงไปหยิบที่ถังน้ำก่อนจะหยิบถังน้ำเย็นจัดขึ้นมาก่อนจะเทราดรดบนตัวนางั้แ่หัวจรดเท้า
“คุณหนู...ทำท่านสิ่งใดกัน”เสี่ยวม่านร้องออกมาอย่างใ ก่อนจะรีบดึงถังไม้ออกจากมือของฮวาอิงหลงแล้วรีบพยุงนางกลับเข้าไปในเรือนเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียใหม่
ทว่าฮวาอิงหลงกลับเบี่ยงตัวหนีนางกอดอกไว้แน่นด้วยความหนาวสั่น “เสี่ยวม่านเ้าไม่ต้องสนใจ ข้ามีสติดี”ฮวาอิงหลงพูดไปพร้อมริมฝีปากที่สั่นเทาความหนาวเกาะกุมเข้ามาภายในเรือนร่างของตนแทบทุกอณูขุมขนขนของนางลุกชันขึ้นอย่างอัตโนมัติ พร้อมร่างบางที่สั่นไหวจากความเย็นจัดที่ได้รับ
“คุณหนู ท่านจะป่วยเอาได้นะเ้าคะ”เสี่ยวม่านยังคงดื้อดึงเมื่อเห็นฮวาอิงหลงยังคงยืนอยู่เช่นนั้นหิมะที่ตกลงมาโปรยปรายยิ่งทำให้อากาศรอบข้างหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ
“เ้าอย่าได้พูดมากไป ฟังข้าให้ดีหากข้าล้มป่วยลง เ้าต้องรีบหาทางไปรายงานท่านแม่ทัพให้ได้แล้วก็เ้าก็พูดให้มากความเสียหน่อย ข้าเชื่อว่าท่านแม่ทัพต้องมาหาข้าเป็แน่”ฮวาอิงหลงกำชับด้วยน้ำเสียงสั่น ฟันบนล่างกระทบกันเสียงดังกึกๆหากแต่นางยังคงอดทนยืนอยู่ตรงหน้าเช่นเดิมลมหนาวที่พัดผ่านร่างกายบางทำเอาฮวาอิงหลงถึงกับสั่นสะท้าน
“คุณหนู เหตุใดท่านต้องทำร้ายตัวเองเช่นนี้พวกเราหาวิธีอื่นกันเถิดเ้าค่ะ” เสี่ยวม่านยังคงไม่ยอมแพ้นางเป็ห่วงร่างบางตรงหน้ายิ่งนักเหตุการณ์คราวก่อนเกือบคร่าเอาชีวิตนายหญิงของตนไปเสี่ยวม่านจึงไม่้าให้ฮวาอิงหลงเสี่ยงด้วยชีวิตเช่นนั้นอีก
“เ้าหยุดพูดได้แล้ว หากเ้า้าช่วยเหลือข้าเ้าก็รีบหาวิธีเข้าไปรายงานกับท่านแม่ทัพหลังจากนี้เสียจะดีกว่า”ฮวาอิงหลงเอ่ยออกมาอย่างหงุดหงิด ตอนนี้นางหนาวสั่นจนไม่อาจจะพูดสิ่งใดออกมาได้อีก
เสี่ยวม่านมองดูฮวาอิงหลงด้วยสีหน้าเศร้าหมองน้ำตาเอ่อคลอด้วยความสงสารจับใจ “เ้าค่ะเช่นนั้นข้าจะไปเตรียมสมุนไพรป้องกันไว้ก่อนนะเ้าคะ”นางรับคำอย่างว่าง่ายเมื่อเห็นว่าฮวาอิงหลงไม่มีทางเชื่อคำพูดนางเป็แน่
เสี่ยวม่านรีบวิ่งออกไปเพื่อตระเตรียมสมุนไพรเอาไว้ในยามฉุกเฉินฮวาอิงหลงมองตามเสี่ยวม่านไปพร้อมยิ้มกว้างขึ้นมาอย่างอุ่นใจนางช่างโชคดีเสียจริงที่มีเสี่ยวม่านคอยอยู่เคียงข้างนางเสมอ
ผ่านไปเพียงวันครึ่งฮวาอิงหลงก็จับไข้ขึ้นมาอีกครั้ง ร่างบางสั่นเทาด้วยพิษไข้ที่สะสมประกอบกับร่างกายยังอ่อนแอจาก่ที่ผ่านมาก
“ข้าคิดถึงบ้าน...”ฮวาอิงหลงเพ้อออกมาจากจิตใต้สำนึกที่มี นางคิดถึงชีวิตในชาติภพเดิมของนางชีวิตที่พรั่งพร้อมไปด้วยทุกสิ่ง ทั้งเงินทอง ทั้งชื่อเสียงทั้งความสะดวกสบายอย่างที่ไม่อาจเทียบได้กับปัจจุบัน
เสี่ยวม่านน้ำตาซึมนางรีบป้อนยาให้ฮวาอิงหลงอย่างช้าๆ จนเสร็จเรียบร้อยจากนั้นนางก็รีบออกจากเรือนไปหาเฉินเม่าในทันที
เฉินเม่าที่พอจะรู้เื่อยู่ก่อนแล้วนางรีบพาเสี่ยวม่านลัดเลาะไปตามทางก่อนจะหยุดอยู่ด้านหน้าจวนอย่างใจจดใจจ่อ
เสี่ยวม่านรอคอยฟางซินเย่อยู่พักใหญ่ก่อนจะเห็นเขาปรากฏตัวขึ้น ฟางซินเย่เพิ่งกลับมาจากด้านนอกพร้อมองครักษ์ติดตามอยู่อีกจำนวนหนึ่ง
เสี่ยวม่านไม่รอช้านางรีบถลาเข้าไปตรงหน้าฟางซินเย่ พร้อมคุกเข่าและโขกศีรษะลงกับพื้นอย่างแรง“ท่านแม่ทัพ ได้โปรดช่วยคุณหนูด้วยเถิดเ้าค่ะ” น้ำเสียงสะอึกสะอื้นของเสี่ยวม่านทำให้ฟางซินเย่ถึงกับเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย
“เ้าคือ...” ฟางซินเย่เอ่ยถามออกมาอย่างไม่แน่ใจ
“นางคือเสี่ยวม่านสาวใช้ที่ติดตามฮวาอิงหลงขอรับ” พ่อบ้านรีบรายงานทันที
“เกิดอะไรขึ้น คุณหนูฮวาเป็อะไร”ฟางซินเย่ถึงกับใจหายวูบเมื่อได้ยินคำตอบเขารีบถามถึงฮวาอิงหลงในทันทีด้วยความลืมตัว
“คุณหนูป่วยหนักเ้าค่ะตอนนี้ไข้ขึ้นสูงจนไม่ได้สติ บ่าวเกรงว่า...เกรงว่าคุณหนู...”เสี่ยวม่านไม่พูดอะไรออกมาอีก นางเอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นจวนเจียนจะขาดใจตาย
ฟางซินเย่มีสีหน้าเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด“พ่อบ้านตามหมอด่วน” เขารีบหันไปสั่งพ่อบ้านก่อนจะสาวเท้าเดินไปยังเรือนของฮวาอิงหลงอย่างเร่งรีบ