เมื่อไปถึงห้องของอาจารย์จันทนีย์ก็ต้องรออยู่ข้างนอกเพราะอาจารย์ไม่อนุญาตให้เข้าไปด้วย ผ่านไปครู่ใหญ่วนิศราจึงได้ออกมา
“อาจารย์ว่าอย่างไรบ้างนิด”
จันทนีย์รีบเข้าไปถาม
“อาจารย์ตำหนิว่าฉันทำตัวไม่ดี ทำให้มหาวิทยาลัยต้องพลอยเสื่อมเสียชื่อเสียง”
เสียงของเด็กสาวเหมือนจะร้องไห้
“ทำไมเธอไม่บอกอาจารย์ไปละว่าเธอไม่ได้ทำอะไรผิด นักข่าวพวกนั้นต่างหากที่เขียนอะไรไปไม่คิด”
จันทนีย์เจ็บร้อนแทนเพื่อน เธอคิดว่าตัวเองก็มีส่วนทำให้เื่บ้าๆนี้เกิดขึ้นที่ชวนเพื่อนไปพัทยาด้วยกัน แต่ก็นั้นแหละ ไม่มีใครรู้อะไรล่วงหน้านี่น่ะ
+ + + + + + + + + + + + + +
วนิศรานั่งอ่านหนังสืออยู่คนเดียวภายในห้องเช่าเล็กๆของตนหลังกลับมาจากมหาวิทยาลัยแล้วอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและทานอาหารเรียบร้อย แม้เื่ที่ต้องตกเป็ข่าวในหนังสือพิมพ์และตามสื่อโซเชี่ยลต่างๆๆ จะทำให้รู้สึกไม่สบายใจแต่เธอก็ไม่มีปัญญาจะไปแก้ไขอะไรได้นอกจากรอให้มันค่อยๆเงียบหายไปเองเท่านั้น หวังก็แต่ว่ามันคงไม่รู้ไปถึงหูของพ่อกับแม่ที่อยู่ต่างจังหวัดเท่านั้นเพราะเธอไม่อยากให้ท่านไม่สบายใจ
พลันนั้นเองก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆเด็กสาวเงี่ยหูฟังว่ามันจะเป็เสียงเคาะจากห้องข้างๆหรือเปล่า แต่เมื่อมั่นใจว่าเป็ห้องของตัวเองจึงได้วางหนังสือแล้วลุกเดินไปที่ประตู
“ใครนะ”
วนิศราส่งเสียงถามออกไป
“พี่เอง คิรากร”
เสียงคนข้างนอกตอบกลับมาเบาๆแต่ก็ทำให้เด็กสาวแปลกใจมาก คิดว่าต้องมีใครมาอำเล่นแน่ๆเพราะตัวจริงของเขาจะมาที่นี่ทำไม ด้วยความสงสัยเด็กสาวจึงได้เปิดประตูออกไปดู แต่แล้วก็ถึงกับตกตะลึงเมื่อเห็นร่างสูงที่ยืนอยู่หน้าประตูแบบชัดๆ แม้เขาจะแต่งตัวง่ายๆด้วยเสื้อยืดกางเกงยีนส์แถมมีหมวกอีกใบหนึ่งสวมไว้บนศีรษะและดึงปีกลงมาปิดไว้ครึ่งหน้าแต่เธอก็ยังจำเขาได้อยู่ดี
“พี่คิว มีอะไรหรือเปล่าค่ะ”
“ขอพี่เข้าไปข้างในก่อนได้ไหม”
เขาขอร้อง
แทนคำตอบวนิศราเดินเลี่ยงออกจากหน้าประตูเพื่อให้เขาได้ก้าวเข้ามาก่อนจะปิดประตูตาม เวลาเพียงทุ่มเศษๆคงไม่ดึกเกินไปที่เธอจะให้เขาเข้ามาคุยในห้อง
“คราวนี้จะบอกได้หรือยังค่ะว่าพี่คิวมาที่นี่ทำไมแล้วรู้ที่อยู่ของนิดได้อย่างไร”
เด็กสาวถามเขาด้วยความแปลกใจที่มีอยู่มากมาย
คิรากรถอดหมวกออกแล้วนั่งลงยังพื้นที่ว่างเล็กๆหน้าโต๊ะเตี้ยๆสำหรับเขียนหนังสือของเด็กสาว ห่างจากตรงนั้นไปทางขวามือของเขาเล็กน้อยคือฟูกสำหรับนอนคนเดียวที่ปูอยู่กับพื้นติดกับตู้เสื้อผ้าใบย่อม