ทองมีสีหน้าแหยๆ “แม่นางท่านนั้น ข้าว่าท่านคงจะเข้าใจผิดแล้วนะขอรับ จากที่ข้าอธิบายไว้ก่อนหหน้านี้ ว่านางมาที่นี่เพื่อขายพรหมจรรย์เท่านั้น มิได้มาขายร่างกาย แม่นางโปรดเข้าใจด้วย”
ทองลอบยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ก่อนที่มันจะแสดงท่าทีว่าไม่สนใจนาง “ราคาเริ่มต้นอยู่ที่สามร้อยตำลึง”
“สี่ร้อย”
“ห้าร้อย”
....
“พันเจ็ด”
ราคาเพิ่มขึ้นไปสูงมาก จนน่าใจหาย แต่ทว่าท่าเปรียบเทียบกับก่อนหน้านี้แล้วเรียกได้ว่า ไม่มีอันใดควรค่าแก่การใส่ใจ
เมื่อราคามาถึงตรงนี้ก็ไม่มีคนเพิ่มราคาขึ้นอีก ทองเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงจะเอ่ยหยุดการประมูลแต่ทว่า กับมีเสียงของแม่นางลึกลับผู้นั้นดังขึ้นมาอีกครั้ง “ข้าให้หมื่นตำลึง”
เฮอะ แม่นางผู้นี้ช่างโอ่โถเสียจริงๆ แม้ว่าผู้อื่นจะหยุดจากการประมูลไปที่พันเจ็ดร้อยตำลึง แต่ทว่าแม่นางผู้นี้กับจะกดขี่ผู้อื่นเสียให้ได้ เมื่อท่าน้าเช่นนั้นข้าก็จะจัดให้
“ถ้าเช่นนั้นราคาอยู่ที่หมื่นตำลึงไม่ทราบว่าจะมีใครให้ราคามากว่านี้ได้อีกหรือไม่”
เมื่อได้ยินที่ทองกล่าวเช่นนั้น หลายคนก็แอบข่มความไม่พอใจไว้กับตัว จริงแล้วราคาคาสมควรจะหยุดที่พันเจ็ด แต่ทว่า เมื่อนางคนนั้นให้ราคามาถึงหนื่นตำลึง แสดงว่านางผู้นี้้าหญิงสาวคนนี้มาก หรือไม่ก็เพียง้าให้ผู้อื่นขายหน้าเท่านั้น
แต่ทว่ากลับมีเื่ที่ทุกคนต้องแปลกใจอีกครา
“หนึ่งหมื่นกับอีกหนึ่งตำลึง”
เสียงของชายหนุ่มฟังดูคุ้นหูดังขึ้นมา ผู้ที่เข้ามาร่วมงานประมูลในครั้งนี้ หลายคนก็ต้องหันไปมองด้วยความสนใจอก สนใจ เพราะด้วยความใคร่รู้ว่า ผู้ใดกล้าเสนอราคาเช่นนี้ออกมาได้
“นั่นมันคุณชายเต่าไม่ใช่หรือ เหตุใดเขาถึงได้มาร่วมการประมูลด้วย แถมยังเสนอราคาตัดหน้าเพียงปลายจมูกเช่นนี้ด้วย”
“นั่นสิข้าก็ไม่เข้าใจเช่นกัน เหตุใดคุณชายเต่า ผู้เชิญพวกเราทุกคนมาในวันนี้ จึงร่วมการประมูลด้วย เป็ไปได้หรือไม่ว่า ผู้จัดงานประมูลในครั้งนี้จะเล่นตุกติก ให้ราคาประมูลสูงเกินจริง แย่แล้ว เป็ไปได้หรือไม่ว่าพวกเราจะถูกฉ้อโกง”
เสียงผู้ชมต่างพูดคุยกันอย่างตื่นตระหนกและไม่พอใจ หากการประมูลในนี้มีการถ่วงราคาให้สูงเกินจริงแล้วละก็ ไม่ว่าใครก็ต้องมีความ ไม่พอใจแสดงออกมาบ้างเป็ธรรมดา
แต่ทว่าไม่นานก็มีคนกล่าวแย้งออกมา “ข้าว่าไม่น่าจะใช่นะ หากเป็การถูกราคาเกินจริงแล้วละก็ เป็ไปได้ยาก จากที่ข้าดูๆมา ผู้ที่เข้าร่วมการประมูลล้วนแต่เป็บุคคลที่คุ้นหน้าคุณตากันดี พวกเขาแต่ละคนล้วนเป็เศรษฐีที่มีชื่อภายในเมือง แทบไม่มีผู้อื่นเสนอราคาสูงมากกว่าร้อยตำลึงเลย จึงเป็ไปได้ยากที่จะถ่วงราคาสูงเกินจริง”
เมื่อผู้คนรอบๆ ได้ยินคำกล่าวของคนผู้นั้นก็คิดตาม จริงดังว่า เมื่อทบทวนกลับไปก็ไม่นานทุกคนก็คิดว่าเป็ไปตามที่ชายผู้นั้นกล่าวจริงๆ ผู้ที่เสนอราคาประมูลล้วนแต่เป็บุคคลที่มีชื่อเสียงภายในเมืองทั้งสิ้น
แต่ทว่าหลายคนก็ยังไม่เข้าใจ เหตุใด คุณชายเต่าจึงเริ่มเสนอราคาประมูลด้วย จึงหันไปมองชายคนนั้นด้วยความใคร่รู้
ชายผุ้นั้นกระแอมไอแก้เขินเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจ “จากการวิเคราะห์ของข้าแล้ว เป็ไปได้ที่คุณชายเต่าจะเกิดชื่นชอบแม่นางผู้นั้นอย่างกระทันหัน จึงร่วมประมูลด้วย”
ทุกคนเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย แต่ทว่ากับมีชายหอมแห้งคนหนึ่งกล่าวโต้แย้ง “แต่จากที่ข้าได้รู้มา คุณชายเต่าเป็หลานชายท่านนายอำเภอก็จริง แต่ทว่ามันผู้นี้ได้เงินใช้เพียงไม่กี่ร้อยตำลึงต่อเดือน เป็ไปไม่ได้เลยที่จะมีเงินมากถึงหมื่นกว่าตำลึงได้”
ชายคนนั้นเมื่อได้ยินชายคนนั้นได้ฟังคำค้านก็หน้าเสียด้วยความอับอาย ก่อนแววตาประกายลูบแล้วยิ้มเย้ยหยัน “เ้านี่ ช่างโง่เง่าเสียจริงๆ เ้าตาบอดหรือไง ในการประมูลก่อนหน้านี้ ราคาสูงถึงหลักล้านตำลึง เป็ไปได้ว่า ที่คุณชายเต่าจะส่วนแบ่งที่มากโขจึงเป็เหตุให้สามารถลงประมูลได้ด้วยตนเอง”
ชายผอมแห้งเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็หมดคำพูด แต่ทว่าใจมันก็ยังไม่อาจยอมรับในเหตุผลนี้ได้จริงๆ แต่ก็ไม่อาจอธิบายออกมาเป็คำพูดได้ จึงได่แต่ยอมจำนนเช่นนั้นและค่อยๆปลีกตัวออกมา
กลับมาที่ฝั่งแม่นางลึกลับ นางรู้สึกเสียหน้าเป็อย่างมาก จนรู้สึกว่าอยากจะโดดไปฟันคนผู้นั้นเสียให้ได้ แต่ทว่าผู้คนในที่แห่งนี้มีเยอะเกินไป จึงได้แต่สงบสติอารมณ์ แต่เอ่ยรายคาประมูลออกมาอย่าง ใจเย็น
จริงๆแล้วนางจะปล่อยให้เต่าเป็ผู้ชนะการประมูลละค่อยฆ่าคนชิงของเอาทีหลังก็ได้ แต่ทว่าด้วยศักดิ์ศรีที่ค้ำคอของนาง จะไม่อาจะทำเื่ที่ผูดมโนธรรมกลับคนไร้ทางสู้ได้
“สองหมื่นตำลึง”
“สองหมื่นหนึ่งตำลึง”
....ใจเย็น......
สามหมื่นตำลึง
สามหมื่นหนึ่งตำลึง
พุทธโธ.....
.........
“หนึ่งแสนหนึ่งตำลึง เสียงกล่าวอย่างเอื่อยเฉื่อยและ ไร้อารมณ์ดังออกมา ซึ่งรวมกับครั้งแรกแล้วละก็ ครั้งนี้เป็ครั้งที่สิบพอดี ในที่สุดทุกคนก็เข้าใจว่าไม่ใจเพราะเต่าเกิดชมชอบหญิงสาวนางนี้กะทันหันหรอก แต่เป็ไปได้มากทีเดียว ที่เต่า้าที่จะแกล้งหญิงสาวลึกลับผู้นั้น ก็เท่านั้นเอง
เมื่อรู้เช่นนั้นทุกคนก็แอบนึกขำในใจ แม่ว่าการทำเช่นนี้จะเป็การกระทำผิดต่อกฎกติกาที่หลายๆคนก็รู้กันอยู่ แต่ทว่าผู้คนที่อยู่รอบๆ ก็มิได้ออกมาโต้แย้งหรือออกมาขัดแย้งแต่อย่างใด ออกจะทำการสนับสนุนกลายๆด้วยการทำไม่รู้ไม่ชี้ด้วยซ้ำ
<ทุกคนรู้ว่าเต่าออกมาแสดงตัวถ่วงราคากันอย่างโจ๋งครึ่ม แต่ด้วยความที่ไม่พอใจแม่นางผู้นั้น จึงทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้>
ปัง
เสียงกระทบเท้าดังออกมา จากการกระทำของแม่นางผู้นั้น นางทะยานเข้าไปทางเต่าที่กำลังนั่งหาวตาปรืออยู่นั่นเอง สีหน้าของนางภายใต้ผ้าคุม ส่อแสดงออกมาถึงงความโกรธเกรี้ยวอย่าเห็นได้ชัด แตกต่างกลับทองที่กำลังจ้องมองนางด้วยความตกตะลึง ในชีวิตนี้มันพึ่งเคยเห็นคนบินได้เป็ครั้งแรก แม้ว่าการบินครั้งนี้จะไม่เหมือนนก แต่ก็ยังสร้างความตกตะลึงให้กับมันได้อย่างมากโข
เต่าเองก็เช่นกัน ดวงตาที่กำลังจะหลับแหล่มิหลับแหล่ ของมันก็เบิกตากว้างอย่าใ แม้ใจเมืองเล็กเช่นนี้จะไม่มีอะไร แต่ทว่ามันก็เคยศึกษาจากห้องสมุดประจำเมืองมาบ้างว่า มีเพียงผู้ที่บรรลุขั้นกึ่งอาจารย์เท่านั้นจึงจะสามารถบินได้เช่นนี้ ถ้ามันรู้ว่าแม่นางผู้นี้เป็ผู้ที่บรรลุขั้นกึ่งอาจารย์ แม้ที่หนึ่งในนสิบตระกูลใหญ่ ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จจนถึงขั้นนี้ได้ก็เป็เื่ยาก ยิ่งไม่ต้องกล่าวเลยว่า แม่นางผู้นี้อายุหน้าจะยังไม่ถึงสามสิบด้วยซ้ำ
หากมันรู้เช่นนี้ คงไม่คิดตอแยนางด้วยหรอก เพราะไม่ว่าจะมีอีกกี่ชีวิตก็ไม่พอให้นางสังหารจนนางหายโกรธ
ด้วยความใเต่าจึงผงะออกไปจากด้านหลัง ก่อนที่ฝ่ามือยมทูตจะลงมาจับที่ต้นคอของมัน แต่เื่มันยังไม่จบเพียงแค่นั้น มันได้พลั้งมือคว้าชายเสื้อของผ้าคลุม บริเวณหน้าอกของแม่นางผู้นั้น ซึ่งมันทำให้นางเสียหลักล่วงลงมาทับร่างของเต่า
แม้ว่าจะถูกกั้นด้วยผ้าคุมหน้าบางๆ แต่ทว่า ปากทั้งสองก็ประกบกัน และหน้าอกของนางก็อยู่ในฝ่ามือของเต่าอย่างมิได้ตั้งใจ
ทั้งคู่เหมือนถูกไฟฟ้าช็อต หัวใจของทั้งสองเต้นโครมครามไม่เป็จังหวะ ดวงตาของทั้งคู่จ้องกันไปมาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนทั้งสองจะรู้สึกตัวและผลักกันเพื่อไม่อาจป้องกันได้จริงๆ
แต่นั่นก็เป็เพียงชั่วครู่ หญิงเสียงใช้มือปิดป้องหน้าอกของตนเองของหัวแหน เมื่อครู่นางพึ่งนึกขึ้นได้ว่า ชายที่อยู่ตรงหน้านาง ไม่เพียงจะจูบนางแต่ทว่ายังรวมถึงการจับหน้าอกของนางด้วย
นางจริงชักดาบที่ไม่ทราบว่าซ่อนเอาไว้ต้องไหนออกมา เงื้อมือทำท่าจะฟันเต่าด้วยความโกรธเกรี้ยว
“เ้าคนโรคจิต ตายซะ!”
เต่ารู้ว่าตนทองกระทำการอุกอาจด้วยความบังเอิญจนเกินไป ก่อนหน้านี้มันยังกวนประสาทของแม่นางคนนี้ด้วยการเพิ่มเงินประมูลขึ้นทีละหนึ่งตำลึง แต่ว่าเื่นั้นหากมันยอมคุกเข่าขอโทษด้วยความจริงใจ มันก็อาจะรักษาชีวิตไว้ได้ แต่ทว่า เมื่อครู่มันไม่เพียงแต่จุมพิตกับริมฝีปากของนาง มันยังจับหน้าอกของนางด้วย มันจริงไม่คิดว่ามันจะมีชีวิตรอดออกไปจากที่แห่งนี้ได้