บทที่ 28
ข้าท้องหรือ?
“ระบบ! แสดงสถานะของข้า!”
หลังจากผ่านไปหลายชั่วยาม ยามเย็นก็ลาลับ ฉู่ซิวออกจากตำหนักของเ้าขุนเขาเดินลงจากูเาไปอย่างเชื่องช้า เงาร่างด้านหลังของเขาถูกยืดให้ยาวเฉียงไปตามมุมของดวงตะวัน
[เ้าของระบบ]: ฉู่ซิว
[ขอบเขต]: กงล้อสมุทร ชั้นที่ 9
[ลักษณะพิเศษ]: กายาศักดิ์สิทธิ์โบราณ
[พร์]:1414「 ระดับฟ้า」ความเร็วในการฝึกฝน 33 เท่า
[ เจตจำนงแห่งกระบี่ ]: เจตจำนงแห่งกระบี่สังหาร์
[เคล็ดวิชาที่ฝึกฝน]: คัมภีร์เต๋าจิง——บทพื้นฐาน
[วิชาลับ]:อักขระลับสิงจื่อ (ยังไม่ได้เริ่มฝึก), คัมภีร์เล่นแร่แปรธาตุ เล่มกลาง 「ยาพิษ」(เพิ่งเริ่มเรียนรู้)
[ทักษะกระบี่]:หวนสู่นิรันดร์ 「คุณภาพเซียน」「เหลืออีก 1124 แต้มเพื่อพัฒนา」
[คะแนนระบบ]:215
[ค่าโชคชะตา]:82「ขาว」หากนายท่านฆ่าใครสักคนด้วยโชคลาภ ท่านสามารถดูดซับโชคของพวกเขาไว้ใช้เองได้
[การประเมินพลังต่อสู้โดยรวม]:พลังต่อสู้ 35 เท่าของคนธรรมดาในระดับเดียวกัน
“ไม่ผิดแน่ ผลของกายานวล์จะเพิ่มขึ้นตามอารมณ์ของท่านอาจารย์”
“ดูเหมือนเครื่องประดับชิ้นนี้ของข้าจะยังมีประโยชน์อยู่สินะ!!” ฉู่ซิวลูบคางของตน พยักหน้าราวกับตนได้ข้อสรุปแล้ว
เมื่อกลับมาถึงถ้ำฝึกตน เถาเหยาศิษย์น้องร่วมสำนักก็มาขอพบ นางนำโสมแปดทิศ สมบัติที่ท่านจอมเทพจะมอบให้ฉู่ซิวมาให้ หลังจากที่ฉู่ซิวรับไว้แล้ว นางก็ยิ้มหวานแล้วกล่าวว่า
“นี่คือกระบี่ที่ท่านพี่ฝากข้าหามา” ขณะที่พูด มือเรียนขาวก็โบกไปมา หยิบดาบยาวสามฉื่อ กว้างหนึ่งฉื่อ ตัวดาบเป็สีเขียวแดงออกมาจากถุงเก็บของ
บนด้ามดาบแกะสลักเป็รูปอสูรร้ายสีดำตัวหนึ่ง ดูมีชีวิตชีวา ดาบหนักไม่มีคม ให้ความรู้สึกที่ดูเหมือนจะเป็เ้าเหนือใครและหนักหน่วงอย่างยิ่ง
เมื่อฉู่ซิวรับมา มือของเขาก็หนักอึ้งโดยไม่ได้ตั้งใจ น้ำหนักของมันเกินสองหมื่นจิน ทันทีที่ปลายดาบทิ่มลงพื้น โคลนหินรอบ ๆ ในระยะสองสามจั้งก็แตกระแหง จึงพอจะจินตนาการได้ถึงน้ำหนักที่น่ากลัว
ตอนนี้ระบบปรากฏหน้าต่างแนะนำไอเท็มขึ้นมา
[กระบี่ัทรราช]
[ประเภท]: ดาบั์
[คุณภาพ]: คุณภาพปฐี
หน้าที่:เมื่อผสานพลังิญญาหรือพลังิญญาแท้จริงลงไปจะช่วยเพิ่มความเสียหายจากการฟันได้อย่างมาก
คำอธิบาย:ดาบเล่มนี้ตีขึ้นจากกระดูกสันหลังของหวงโซ่วฉางหลงจึงแข็งแกร่งและมีน้ำหนักมาก นับเป็อาวุธที่ดุดันเกรียงไกร หากร่างกายไม่แข็งแรงพอ บังคับใช้ไปเสียอย่างนั้นมีโอกาสสูงที่กล้ามเนื้อจะพังทลาย
“ไม่เลวเลย~” ฉู่ซิวโบกดาบอย่างพึงพอใจ ลมกรรโชกพัดแรงจนต้นไม้ห่างออกไปต้องโค่นลง
“ขอเพียงศิษย์พี่ใหญ่พอใจ ข้าก็ดีใจแล้ว” เถาเหยายิ้มน้อย ๆ ทว่าไม่ลืมกำชับว่า
“ศิษย์พี่ครั้งนี้ไปยังแดนลับหวงเหยา ต้องระวังตัวให้มาก… แดนลับเปิดทางเพียงครั้งหนึ่งในหลายสิบปี ภายในมีเผ่าปีศาจและพวกอสูรมากมาย อย่าได้ประมาทเป็อันขาด”
“อืม ข้ารู้แล้ว!”
“ขอบใจศิษย์น้องมากที่เป็ห่วง” ฉู่ซิวยิ้มอย่างอ่อนโยน ลูบหัวนาง ใบหน้างามของเถาเหยาแดงระเรื่อ นางก้มหน้าต่ำ มือขาวทั้งสองข้างกำชายกระโปรงอย่างเขินอาย
“ถ้าอย่างนั้น ศิษย์น้องก็วางใจ”
“ศิษย์พี่ วันนี้ท่านหน้าตาไม่ค่อยดี เป็เพราะบำเพ็ญหักโหมเกินไปหรือ?” ฉู่ซิวชะงักไปครู่หนึ่ง ลูบใบหน้าของตนเองที่หล่อเหลาจนผู้คนต้องตะลึงงัน
“ก็แค่ฝึกฝนกับท่านอาจารย์ต่อเนื่องเพียงไม่กี่ชั่วยามเท่านั้นเอง เหตุใดสีหน้าถึงไม่ดีเช่นนี้ล่ะ”
“คราก่อนข้าไปทำภารกิจที่ภายนอกสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ได้ 'ดอกหนิงเซิน' มาโดยบังเอิญ เมื่อนำมาฝึกฝนแล้วจะมีผลในการเสริมปราณและทำให้จิตใจแน่วแน่”
“ข้ามอบให้ศิษย์พี่!” ขณะกล่าว นางก็หยิบกล่องไม้สีดำทรงยาวออกมา มีค่ายกลอยู่้า ส่องประกายประหลาดวิบวับ
เมื่อเปิดกล่องออก
ภายในมีดอกไม้สีขาวที่รากยังมีดินติด วางนอนอยู่ ดอกนี้มีลักษณะคล้ายกุหลาบ แต่กลีบดอกใหญ่กว่ากุหลาบสองถึงสามเท่า กลิ่นหอมอันบริสุทธิ์ทำให้จิตใจสดชื่นโชยออกมา แผ่ขยายออกไปโดยรอบเป็ระยะสามร้อยจั้ง
กระต่ายขาวตัวน้อยโผล่ออกมาจากพุ่มดอกไม้ เชิดหน้าเล็กน่ารักขนปุกปุยนุ่มฟู จมูกเล็กดำขลับราวกับหินนิลสีดำ มันสูดดมไม่หยุด ดูเพลิดเพลินยิ่งนัก
[ดอกหนิงเซิน]
[ประเภท]: สมบัติแห่ง์และโลก
[ระดับคุณภาพ]: คุณภาพ์
หน้าที่: เสริมพลังปราณและทำให้จิตใจแน่วแน่ มีผลในการเร่งการบำเพ็ญ เป็ส่วนประกอบหลักของโอสถหนิงเซินระดับเจ็ด
คำอธิบาย: สมบัติแห่ง์และโลก เป็ของล้ำค่ายิ่งนัก ผู้บำเพ็ญหญิงมักจะมอบให้แก่คนรักของนาง เป็สัญลักษณ์แห่งการปกป้องคุ้มครอง หากมีผู้บำเพ็ญหญิงมอบดอกไม้นี้ให้ท่าน หากไม่ได้รักนางก็จงปฏิเสธเสีย
“ขอบคุณศิษย์น้องมาก!” ฉู่ซิวยิ้มรับมาด้วยใบหน้ายินดี
ใบหน้างามของเถาเหยาแดงก่ำ ดวงตาเป็ประกายราวกับหยาดน้ำค้างงาม
นางก้มหน้าเขิน ริมฝีปากสีแดงสดอิ่มเอิบขยับเบา ๆ อยู่นานสองนาน แม้แต่ใบหูก็ยังแดงก่ำ เหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่กล้า จึงหมุนตัวกลับหลังกลายเป็แสงสีเขียวพุ่งจากไป
“ศิษย์พี่! ดูแลตัวเองด้วย! ศิษย์น้องจะรอท่านกลับมา” เสียงใสกังวานก้องไปทั่วยอดเขา
——————————
วันนี้ ถือเป็วันที่เฉียวเิเตี๋ยมีความสุขที่สุดใน่นี้เลยทีเดียว เพราะว่าศิษย์ตัวแสบของนางในที่สุดก็ปลดผนึกอันน่ารังเกียจนั่นไปแล้ว
ในห้องบรรทม เฉียวเิเตี๋ยนั่งขัดสมาธิ ปราณฟ้าดินไหลเวียนเข้ามาในร่างกาย ความรู้สึกคุ้นเคยนี้ช่างสบายจนแทบจะครางออกมา
“อา... ความรู้สึกเวลาได้บำเพ็ญช่างดีจริง ๆ”
“ความรู้สึกเวลาได้ใช้พลังในร่างกายช่างดีจริง ๆ”
“ความรู้สึกเวลาได้ััผืนฟ้า แผ่นดินนี้ช่างดีจริง ๆ !” ในยามนี้ นางเหมือนคนตาบอดที่ได้กลับมามองเห็นอีกครั้ง รู้สึกว่าทั้งโลกนี้ช่างงดงามเหลือเกิน
“หือ~” ใบหน้างามของเฉียวเิเตี๋ยเผยความประหลาดใจ
“ใน่ที่ข้าถูกผนึก ระดับวิชาของข้ากลับเพิ่มพูนขึ้น!”
“หรือว่าจะเกี่ยวข้องกับเ้าศิษย์ชั่วนั่น?” ใบหน้างามแดงระเรื่อ
“หึๆ เ้าศิษย์นอกรีต รอดูเถิด!” ดวงตาใสดุจสายน้ำในฤดูใบไม้ร่วงของเฉียวเิเตี๋ยเคลื่อนไหวเล็กน้อย ตั้งใจจะแอบย่องเข้าไปในถ้ำของศิษย์ชั่วเพื่อจัดการเขา
รอยยิ้มบนใบหน้างามค่อย ๆ กลายเป็ความชั่วร้าย แต่ในขณะที่นางกำลังจะลุกขึ้นยืน คลื่นของพลังอำนาจบางอย่างที่มองไม่เห็นก็พุ่งมาจากที่ไหนสักแห่ง
รอยยิ้มบนใบหน้าของเฉียวเิเตี๋ยค่อย ๆ แข็งค้าง... เพราะนางใที่พบว่าการบำเพ็ญของตนเองถูกผนึกอีกครั้ง !!
“ฉู่...ซิว...เ้าศิษย์ชั่ว...ไม่รักษาสัญญา...หลอกลวงข้า!!” นางกัดฟันแน่น ริมฝีปากแดงสั่นระริก ดวงตาปรากฏแววน้ำตา ดูเหมือนอาจารย์เช่นนางถูกรังแกจนเกือบจะร้องไห้แล้ว
ยันต์สื่อสารสีแดงลำหนึ่งพุ่งทะยานมาอยู่ตรงหน้านาง ก่อนที่เสียงอ่อนโยนที่คุ้นเคยและน่ารังเกียจนั่นจะดังขึ้น
“ท่านอาจารย์อย่าได้เข้าใจผิด ศิษย์เพียงแค่้าเตือนท่านก็เท่านั้น…” ยันต์สื่อสารกลายเป็เถ้าถ่านและสลายไปในอากาศ
ต่อมาคลื่นสั่นะเือีกครั้ง ผนึกถูกปลดออก พลังของนางกลับคืนมา เฉียวเิเตี๋ยขบเขี้ยวเคี้ยวฟันในใจ นางย่อมรู้ความหมายของฉู่ซิวดี นี่เป็การเตือนว่า ‘ไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลแค่ไหน เขาก็สามารถผนึกการบำเพ็ญของนางได้ตลอดเวลา…’
‘ควบคุมข้า แล้วก็เล่นงานข้า’
เฉียวเิเตี๋ยน้ำตาคลอ รู้สึกว่าไม่มีอะไรในโลกนี้ดีอีกแล้ว
“ศิษย์ชั่ว!!”
“เ้าปีศาจ! ปีศาจชั่ว!!”
นางโกรธจนตัวสั่น หายใจคราหนึ่งก็ยกตัวสูงขึ้น นางลุกขึ้นยืนเดินไปที่ชั้นหนังสือดึงช่องลับออก หยิบหุ่นฟางรูปร่างเหมือนฉู่ซิวออกมา จับเข็มเงินแทงอย่างบ้าคลั่ง
“ตายซะ...ตายซะ...เ้าศิษย์ชั่วตายซะ…”
ถ้ำฝึกตนของศิษย์สายตรง
ฉู่ซิวมองผ่านหน้ากากสำริดสุนัขจิ้งจอก เห็นอาจารย์ที่กำลังจะเป็บ้า ใบหน้าของเขาก็ปราฎรอยยิ้มพึงพอใจ
“ท่านอาจารย์ ท่านต้องรู้จักที่วางตัวให้ดี ไม่เช่นนั้นข้าคงต้องสั่งสอนท่านสักหน่อย! หึ!สอน!” ฉู่ซิวหลับตาตั้งสมาธิ เริ่มบำเพ็ญ แต่เขากลับไม่รู้เลยว่าตอนนี้อาจารย์ของตนกำลังจะขาดใจตายแล้ว
เมื่อครู่นี้ หลังจากที่ระบายอารมณ์ออกมาแล้ว เฉียวเิเตี๋ยฟื้นสติ นั่งขัดสมาธิเริ่มตรวจดูภายในร่างกาย แล้วก็พบบางอย่างที่น่าใ
ในร่างของนางมีคลื่นชีวิตของใครบางคนเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่ง...
นั่นคือสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เพิ่งเกิดใหม่
ใบหน้าอันงามของเฉียวเิเตี๋ยเบิกบาน จ้องตรงไปข้างหน้า มือลูบท้อง ปล่อยให้สมองว่างเปล่า...